ขุนแผนวัดเซิงหวาย ไม่ใช่พระ

วัด เซิงหวาย-โต้! ขุนแผนไม่ใช่พระ

http://www.khaosod.co.th/news-photo/khaosod/2010/04/p0105050453p1.jpg

เลขาฯเจ้าอาวาส-พระปก ครอง และผู้เกี่ยวข้องของวัดเซิงหวาย ที่จัดทำพระขุนแผน รุ่นโคโยตี้ เปิดแถลงข่าวยันเป็นเรื่องส่วนตัวของพระอาจารย์อึ่ง ที่ปลุกเสกเพียงลำพังหลังลูกศิษย์นำพระรุ่นนี้มาขอให้ช่วย ผู้จัดทำเผยได้แบบมาจากเพื่อนจึงนำไปทำและขอให้อาจารย์อึ่งช่วยปลุกเสก ส่วนคณะผู้จัดทำรุ่นที่ 2 รับไม่ตั้งใจแต่มีชาวบ้านที่นำไปบูชาแล้วทำมาค้าขึ้นอยากได้อีก จึงตัดสินใจผลิตขึ้นมาใหม่แต่ตัดภาพอุจาดบางส่วนออก โต้วุ่นให้เรียกเครื่องรางเพราะไม่มีรูปพระมาเกี่ยวข้องเลย เป็นเพียงภาพผู้ชายสะพายดาบและอุ้มเด็กเท่านั้น

ความคืบหน้าเหตุอื้อ ฉาวในวงการสงฆ์เกี่ยวกับการปลุกเสกพระขุนแผน รุ่นโคโยตี้ เมื่อวันที่ 4 เม.ย. ที่วัดเวตวันธรรมาวาส (วัดเซิงหวาย) พระมนตรี ประภาธโร เลขานุการเจ้าอาวาส, พระอาจารย์สมชาย ธัมมลโต พระปกครองวัด, นายสมศักดิ์ ว่องไว ไวยาวัจกร, นายรัชชานนท์ พวงสมบัติ ผู้จัดทำเครื่องรางขุนแผนโคโยตี้ รุ่น 2 และนายสมเกียรติ ทองสุก ผู้จัดทำเครื่องรางขุนแผนโคโยตี้ รุ่น 1 ร่วมกันแถลงข่าวกรณีอื้อฉาวที่เกิดขึ้น

พระมนตรีชี้แจงว่า ทางวัดไม่ได้มีส่วนเกี่ยว ข้องในการจัดทำเครื่องรางขุนแผนรุ่นดังกล่าว เพราะเป็นเรื่องของลูกศิษย์ที่มีความศรัทธากับพระอาจารย์สุเทพ สุทธสีโล (พระอาจารย์อึ่ง) เป็นการส่วนตัว

ส่วนพระอาจารย์สมชายกล่าวถึงความ เหมาะสมเรื่องเครื่องรางดังกล่าวว่า เท่าที่สอบถามพระอาจารย์อึ่งทราบว่าไม่รู้ว่าพระภายในกล่องเป็นอะไร ทราบแต่เพียงว่าเป็นพระขุนแผน เมื่อเปิดออกมาดูก็พบว่ามันไม่เหมาะสม จึงได้แจกจ่ายแก่ลูกศิษย์ไป แต่ภายหลังเมื่อมีการแจกออกไป ปรากฏว่าพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณวัดนำไปบูชาพบว่าทำมา ค้าขายดีขึ้น ต้อง การอยากได้อีกจึงสอบถามมาทางวัด แต่ทางวัดไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด เป็นการกระทำของพระอาจารย์อึ่งที่นั่งอธิษฐานจิตภายในกุฏิของท่านแต่เพียง ผู้เดียว

นายรัชชานนท์ ลูกศิษย์พระอาจารย์อึ่งกล่าวว่า ขุนแผนโคโยตี้นั้นไม่ขอเรียกว่าเป็นพระขอใช้ว่าเป็นเครื่องราง ยอมรับว่าเป็นผู้จัดทำรุ่นที่ 2 เนื่อง จากวัดต้องการบูรณะซ่อมแซมหลังคาวิหาร ก็มีบรรดาลูกศิษย์ลูกหาที่ทราบข่าวบริจาคเงินซื้อกระ เบื้อง โดยมีคนต้องการขุนแผนโคโยตี้ เป็นจำนวน มาก จึงจัดทำขึ้นเพื่อเป็นการตอบแทน โดยรุ่น 2 นี้ตัดเอารูปผู้หญิงและปลัดขิกออก เหลือเพียงแผ่นด้านหลังเรียบธรรมดา พร้อมฝังแร่ลงไปในเครื่องราง

“หลัง จากที่เป็นข่าวออกไปอยากกราบขอโทษต่อบรรดาชาวพุทธ เสียใจที่ทำให้ทางวัดและพระอาจารย์อึ่งเสื่อมเสียชื่อเสียง หลังเกิดเรื่องพระอาจารย์สุเทพเดินทางไปกราบเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงต่อเจ้า คณะแขวงและพระชั้นผู้ใหญ่ ตอนนี้ยังไม่สั่งลงโทษเป็นลายลักษณ์อักษรมายังพระอาจารย์ สุเทพแต่อย่างใด” นายรัชชานนท์กล่าว

ด้านนายสมเกียรติ ผู้จัดทำเครื่องรางขุนแผนโคโยตี้รุ่นแรกกล่าวว่า ได้แบบพิมพ์มาจากเพื่อน เพื่อทำแจกคนรู้จักกัน จึงนำมาให้พระอาจารย์ สุเทพประมาณ 2,000 ชิ้นเพื่ออธิษฐานจิต เพราะรู้จักกับพระอาจารย์สุเทพเป็นอย่างดี ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น

นายสมศักดิ์ซึ่งทำหน้าที่ ไวยาวัจกรของวัด กล่าวว่า สำหรับพระอาจารย์อึ่งเป็นพระที่มีลูกศิษย์ลูกหาเลื่อมใสเป็นจำนวนมาก ข่าวที่ออกไปน่าจะเป็นเรื่องเข้าใจผิด ขอยืนยันว่าวัดไม่ได้ทำพิธีปลุกเสกแต่อย่างใด ที่สื่อนำไปลงว่าเป็นพระขุนแผน ไม่น่าจะใช่ เพราะพิมพ์ปรากฏรูปผู้ชายสะพายดาบ อุ้มเด็กจะไปเรียกว่าพระได้อย่างไร

วัน เดียวกันผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงพระอาจารย์ อึ่ง ซึ่งลูกศิษย์ใกล้ชิดแจ้งว่าพระอาจารย์มีกิจธุระเดินทางไปต่างจังหวัดไม่ สามารถมาแถลงข่าวได้ ขณะ ที่แถลงข่าวมีประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในละแวกวัดได้มาร่วมฟังการแถลงข่าวกัน เป็นจำนวนมาก

ข้อมูลจาก
http://www.khaosod.co.th/