บ่าวพรรณานิคม
05-17-2007, 09:58 AM
จะมาพูดถึงข้าวโพด หรือ Sweet corn หลายๆคนจะทานข้าวโพดเป็นอาหารว่าง อาหารรองท้อง ซึ่งข้าวโพดเป็นธัญพืชชนิดเดียวกับข้าว (ธัญพืช - หญ้าที่สามารถให้เมล็ดที่กินได้) การแทะข้าวโพดหวานเป็นการต้านโรคมะเร็งวิธีหนึ่ง ซึ่งในข้าวโพดหวานมีสารตัวล้างพิษมากกว่าผักผลไม้
นักวิจัยของมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์แห่งสหรัฐฯ(ม.เดียวก ับที่องค์ภาทรงศึกษาอยู่ในขณะนี้)รายงานในวารสารสมาค มเคมีแห่งอเมริกาว่าข้าวโพดหวานที่ปรุงสุกแล้วจะออกฤ ทธิ์ล้างพิษในร่างกายสูงขึ้นได้อย่างเด่นชัด เขาเผยว่าผิดกับที่เคยเชื่อกันมาก่อนว่าผักและผลไม้ หากต้มปรุงสุกแล้วจะเสียคุณค่าทางอาหารลงไปสู้กินดิบ ๆไม่ได้ แต่ข้าวโพดหวานยังคงสามารถเก็บพลังเป็นตัวล้างพิษคงไ ว้ได้แม้ว่าจะสูญเสียวิตามินซีไปเพราะวิตามินซีสามาร ถถูกทำงายได้ด้วยความร้อน
เขาได้พบในการต้มข้าวโพดหวาน ด้วยอุณหภูมิสูง 115 องศาเซลเซียสในเวลานานต่างกัน 10, 25 และ 50 นาทีพบว่ายิ่งต้มนานจะทำให้มันมีสารอันเป็นตัวล้างพิ ษ เพิ่มขึ้นเป็น 22, 44 และ53เปอร์เซ็นต์ตามลำดับนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าสารท ี่ออกฤทธิ์เป็นตัวล้างพิษช่วยดับพิษของพวกอนุมูลอิสร ะซึ่งเป็นอันตรายกับเซลล์ของอวัยวะต่างๆทั้งยังมีส่ว นเกี่ยวพันกับโรคอันเนื่องมาจากความแก่ชราต่างๆ อย่างเช่น ต้อกระจกและโรคสมองเสื่อมอีกด้วย
คณะนักวิจัยแจ้งว่า ข้าวโพดหวานที่ต้มหรือปิ้งจะปล่อยสารประกอบที่เรียกว ่า
กรดเฟรุลิกอันเป็นคุณกับร่างกายยิ่งมากขึ้น เมื่อถูกความร้อนสูงขึ้นหรือเวลานานขึ้นกรดเฟรุลิกเป ็นพวกพฤกษเคมีซึ่งในผักและผลไม้ มีอยู่ไม่มากนักแต่ กลับพบมีอยู่อย่างอุดมในข้าวโพดผสมปนเปรวมอยู่กับอย่ างอื่นการทำให้มันสุก จึงช่วยทำให้มันปล่อยกรดเฟรุลิกออกมาได้มากขึ้น.
ใครยังไม่ทานข้าวโพด หรือว่าไม่ชอบทาน ก็ทานแล้วแล้วนะคะ
จาก น้องแอน www.thaimtb.com
นักวิจัยของมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์แห่งสหรัฐฯ(ม.เดียวก ับที่องค์ภาทรงศึกษาอยู่ในขณะนี้)รายงานในวารสารสมาค มเคมีแห่งอเมริกาว่าข้าวโพดหวานที่ปรุงสุกแล้วจะออกฤ ทธิ์ล้างพิษในร่างกายสูงขึ้นได้อย่างเด่นชัด เขาเผยว่าผิดกับที่เคยเชื่อกันมาก่อนว่าผักและผลไม้ หากต้มปรุงสุกแล้วจะเสียคุณค่าทางอาหารลงไปสู้กินดิบ ๆไม่ได้ แต่ข้าวโพดหวานยังคงสามารถเก็บพลังเป็นตัวล้างพิษคงไ ว้ได้แม้ว่าจะสูญเสียวิตามินซีไปเพราะวิตามินซีสามาร ถถูกทำงายได้ด้วยความร้อน
เขาได้พบในการต้มข้าวโพดหวาน ด้วยอุณหภูมิสูง 115 องศาเซลเซียสในเวลานานต่างกัน 10, 25 และ 50 นาทีพบว่ายิ่งต้มนานจะทำให้มันมีสารอันเป็นตัวล้างพิ ษ เพิ่มขึ้นเป็น 22, 44 และ53เปอร์เซ็นต์ตามลำดับนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าสารท ี่ออกฤทธิ์เป็นตัวล้างพิษช่วยดับพิษของพวกอนุมูลอิสร ะซึ่งเป็นอันตรายกับเซลล์ของอวัยวะต่างๆทั้งยังมีส่ว นเกี่ยวพันกับโรคอันเนื่องมาจากความแก่ชราต่างๆ อย่างเช่น ต้อกระจกและโรคสมองเสื่อมอีกด้วย
คณะนักวิจัยแจ้งว่า ข้าวโพดหวานที่ต้มหรือปิ้งจะปล่อยสารประกอบที่เรียกว ่า
กรดเฟรุลิกอันเป็นคุณกับร่างกายยิ่งมากขึ้น เมื่อถูกความร้อนสูงขึ้นหรือเวลานานขึ้นกรดเฟรุลิกเป ็นพวกพฤกษเคมีซึ่งในผักและผลไม้ มีอยู่ไม่มากนักแต่ กลับพบมีอยู่อย่างอุดมในข้าวโพดผสมปนเปรวมอยู่กับอย่ างอื่นการทำให้มันสุก จึงช่วยทำให้มันปล่อยกรดเฟรุลิกออกมาได้มากขึ้น.
ใครยังไม่ทานข้าวโพด หรือว่าไม่ชอบทาน ก็ทานแล้วแล้วนะคะ
จาก น้องแอน www.thaimtb.com