บ่าวเซียงน้อย
05-22-2007, 02:19 PM
เล่าเรื่อง เมืองพระประแดง http://img167.imageshack.us/img167/7493/faifaid2.jpg http://img167.imageshack.us/img167/307/ngf01jc4.jpg เมืองพระประแดงเป็นเมืองที่มีความเก่าแก่มานานกว่า 1000 ปี ประวัติศาสตร์เมืองพระประแดง
เริ่มปรากฎในสมัยขอมเรืองอำนาจเหนือดินแดนสุวรรณภูมิ บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา
ในสมัยนั้นสภาพทางภูมิศาสตร์ของที่ราบลุ่มมีทะเลที่อ ยู่ลึกกว่าปัจจุบันทางใต้ของกรุงเทพ ฯ
ขอมได้ตั้งเมืองบริเวณปากแม่น้ำนี้ เรียกว่า พระประแดง เมืองพระประแดงเดิมตั้งอยู่
บริเวณคลองเตย เขตพระโขนง กรุงเทพฯ ต่อมาแผ่นดินได้งอกขึ้นมาจึงย้ายเมืองพระประแดง
มาให้ใกล้ปากแม่น้ำ ซึ่งคือ อำเภอพระประแดงในปัจจุบัน ชื่อของพระประแดง
ได้ปรากฏในยุคสมัยทั้งหมด 5 สมัย คือ สมัยลพบุรี สุโขทัย กรุงศรีอยุธยา ธนบุรี
และกรุงรัตนโกสินทร์ ในสมัยลพบุรีที่ขอมเรืองอำนาจ เมืองพระประแดงมีฐานะเป็น
เมืองหน้าด่านชายทะเล ขอมเรียก เมืองพระประแดง มีความหมายว่า คนนำสาร
ในสมัยอยุธยา สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 ได้กำหนดให้เมืองพระประแดง เป็นเมืองหนึ่ง
ในหัวเมืองหน้าด่าน เป็นหัวเมืองทางใต้ และหัวเมืองชายฝั่งทะเล ในสมัยอยุธยาน
ี้ได้ปรากฏหลักฐานของเมืองพระประแดงอย่างชัดเจน ตามพระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา
ความว่า
ในปีมะเมีย จุลศักราช 860 หรือใน พ.ศ. 2051 ทางกรุงศรีอยุธยาได้ทำการขุดชำระคลอง
สำโรงที่เมืองพระประแดง ขณะทำการขุดคลองได้พบพระพุทธรูป 2 องค์ ที่มีชื่อจำหลักไว้ว่า
พระยาแสนตา และบาทสังข์กร ได้ตั้งประดิษฐานที่เมืองพระประแดง ภายหลังพระยาละแวก
แห่งเขมรยกทัพมาโจมตี กรุงศรีอยุธยาแต่ไม่สำเร็จจึงได้นำเทวรูปทั้ง 2 องค์ไปยังกัมพูชา
ในสมัยกรุงธนบุรีพระเจ้ากรุงธนบุรีได้ให้รื้อกำแพงเม ืองพระประแดงมาสร้างวังส่งผลให
้เมืองพระประแดงได้หายสาบสูญไปในสมัยนั้นและสมัยกรุง รัตนโกสินทร์
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงโปรดให้กร มพระราชวังบวรฯลงไป
สำรวจปากแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อสร้างเมืองใหม่ ่ผลจากการสำรวจ ได้มีการสร้างป้อม
ขึ้นมา หนึ่งป้อมตรงฝั่งซ้ายแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณคลองลัดโพ ธิ์ ป้อมนี้ชื่อว่าป้อมวิทยาคม
นับเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างเมืองพระประแดง
ต่อมาในรัชสมัยพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้ทรงทำการสร้างเมืองต่อจากรัชกาลที่ 1
มีแม่กอง คือ กรมพระราชวังบวรสถานมงคล การสร้างเมืองเริ่มทำพิธีฝังอาถรรพ์ปักหลักเมือง
ณ วันศุกร์ เดือน 7 แรม 10 ค่ำ ปีกุล สับตศก จุลศักราช 1177 ( พ . ศ . 2358 )
จากพงศาวดารรัชกาลที่ 2 ให้นามว่า เมืองนครเขื่อนขันธ์ ในการครั้งนี้ได้สร้างพระอารามไว้ในเมือง
พระราชทานนามว่า วัดทรงธรรม ต่อมาได้สร้างป้อมเพื่อความแข็งแกร่งในการป้องกันศัต รูทาง
ฝั่งตะวันออก 3 ป้อม คือ
ป้อมปู่เจ้าสมิงพราย
ป้อมปีศาจสิง
ป้อมราหูจร
ทางฝั่งตะวันตกอีก 5 ป้อม คือ
ป้อมแผลงไฟฟ้า
ป้อมมหาสังหาร
ป้อมศัตรูพินาศ
ป้อมประจักกรด
ป้อมพระจันทร์พระอาทิตย์
โดยป้อมทั้งหมดชักปีกกาถึงกัน ข้างหลังเมืองทำเป็นกำแพงล้อมรอบตั้งยุ้งฉางภายในเมื อง
ที่ริมน้ำทำเป็นลูกทุ่นสายโซ่ไว้ป้องกันเรือข้าศึกรว มทั้งหมด ที่เมืองนครเขื่อนขันธ์มีป้อม
ทั้งหมด 9 ป้อม นอกจากการสร้างป้อมแล้วยังได้ทำการขุดคลองลัดแม่น้ำเ จ้าพระยา
มีชื่อว่า คลองลัดหลวง เพื่อใช้เป็นทางลัดในการเดินทาง ทำให้เมืองนครเขื่อนขันธ์
มีอีกชื่อหนึ่ง ว่า ปากลัด ในปี พ . ศ . 2365 ได้สร้างป้อมอีกป้อมหนึ่งชื่อเพชรหึงษ์
ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงโปรดเกล้าให้เปลี่ยนชื่อ
เมืองนครเขื่อนขันธ์เป็นเมืองพระประแดง ในปี พ . ศ . 2458 ด้วยกฐานะ
เมืองพระประแดงเป็นจังหวัดพระประแดงมี 3 อำเภอ คือ
อำเภอพระประแดง
อำเภอพระโขนง
อำเภอราษฎร์บูรณะใน
รัชกาลพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวประเทศไทยเก ิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ
อันเนื่องจาก ภาวะสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงทรงโปรดเกล้าให้ยุบจังหวัดพระประแดง
โดยให้อำเภอพระโขนงอำเภอราษฎร์บูรณะ ขึ้นตรงกับจังหวัดกรุงเทพส่วนอำเภอ
พระประแดงขึ้นตรงกับจังหวัดสมุทรปราการ ใน พ . ศ . 2475
ชุมชนมอญพระประแดงได้เริ่มขึ้นในรัชกาลพระบาทสมเด็จพ ระพุทธเลิศหล้านภาลัย
ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงสร้างเมืองนครเขื่อนขันธ์
ซึ่งปัจจุบัน คือ อำเภอพระประแดง ขึ้นในวันศุกร์ แรม 10 ค่ำ เดือน 7 ปีกุล สัปศก
จุลศักราช 1177( พุทธศักราช 2358 ) ทรงโปรดเกล้าให้ย้ายครอบครัวชาวมอญ
จากเมืองปทุมธานีที่ได้อพยพเข้ามา ในรัชสมัยพระเจ้าตากสินมหาราชที่มีผู้นำ คือ
พระยาเจ่ง ต้นตระกูลคชเสนี ในการเข้ามาตั้งถิ่นฐานที่เมืองนครเขื่อนขันธ์ครั้งน ั้น
มีชายฉกรรจ์ทั้งหมด 300 คน มีผู้นำ คือ สมิงทอมา ซึ่งเป็นบุตรของพระยาเจ่ง
เป็นหัวหน้า ซึ่งภายหลังได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองนครเขื่อนขัน ธ์ ชาวมอญชุดนี้
เรียกว่า มอญเก่า และในปีเดียวกันนี้มีชาวมอญอีกกลุ่มหนึ่งอพยพเข้ามา
พึ่งพระบรมโพธิสมภาร มีผู้นำ คือ สมิงสอดเบา ซึ่งพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
ทรงโปรดให้ชาวมอญกลุ่มหนึ่งไปตั้งหลักแหล่งที่เมืองน ครเขื่อนขันธ์เช่นกัน โดยชาวมอญ
ชุดนี้เรียกว่า มอญใหม่
การปกครองเมืองนครเขื่อนเริ่มต้นจากสมิงทอมาซึ่งได้ร ับแต่งตั้งจากพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
เป็น พระยานครเขื่อนขันธ์รามัญชาติเสนาบดีศรีสิทธิสงคราม พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
โปรดเกล้าฯ ให้พระยานครเขื่อนขันธ์ รามัญชาติเสนาบดีศรีสิทธิสงครามเป็นเจ้าเมือง พร้อมทั้งตั้งกรม
การการเมืองทุกตำแหน่ง นับแต่นั้นมาตระกูลคชเสนีก็ปกครองเมืองนครเขื่อนขันธ ์สืบต่อมารวมแล้ว 9 คน
คือ
? พระยานครเขื่อนขันธ์รามัญชาติเสนาบดีศรีสิทธิสงคราม ( ทอมา คชเสนี )
? พระยาดำรงค์ราชพลขันธ์ ( จุ๋ย คชเสนี )
? พระยามหาโยธา ( นกแก้ว คชเสนี )
? พระยาขยันสงคราม ( เจ๊กหรือแป๊ะ คชเสนี )
? พระยาเกียรติ ( ขุนทอง คชเสนี )
? พระยาดำรงค์ราชพลขันธ์ ( หยอย คชเสนี )
? พระเทพพลู ( ทองคำ คชเสนี )
? พระยาพิทักษ์มนตรี ( ปุย คชเสนี )
? พระยานนาคราชกำแหงประแดงบุรีนายก ( แจ้ง คชเสนี )
หลังจากลำดับที่ 9 เป็นคนนอกจระกูลคชเสนี คือ
? พระยาพยัพพิริยกิจ ( เป้า จารุเสถียร )
? พระประแดงบุรี ( โต )
? พระยาพิชัยบุรินทรา ( สะอาด )
เริ่มปรากฎในสมัยขอมเรืองอำนาจเหนือดินแดนสุวรรณภูมิ บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา
ในสมัยนั้นสภาพทางภูมิศาสตร์ของที่ราบลุ่มมีทะเลที่อ ยู่ลึกกว่าปัจจุบันทางใต้ของกรุงเทพ ฯ
ขอมได้ตั้งเมืองบริเวณปากแม่น้ำนี้ เรียกว่า พระประแดง เมืองพระประแดงเดิมตั้งอยู่
บริเวณคลองเตย เขตพระโขนง กรุงเทพฯ ต่อมาแผ่นดินได้งอกขึ้นมาจึงย้ายเมืองพระประแดง
มาให้ใกล้ปากแม่น้ำ ซึ่งคือ อำเภอพระประแดงในปัจจุบัน ชื่อของพระประแดง
ได้ปรากฏในยุคสมัยทั้งหมด 5 สมัย คือ สมัยลพบุรี สุโขทัย กรุงศรีอยุธยา ธนบุรี
และกรุงรัตนโกสินทร์ ในสมัยลพบุรีที่ขอมเรืองอำนาจ เมืองพระประแดงมีฐานะเป็น
เมืองหน้าด่านชายทะเล ขอมเรียก เมืองพระประแดง มีความหมายว่า คนนำสาร
ในสมัยอยุธยา สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 ได้กำหนดให้เมืองพระประแดง เป็นเมืองหนึ่ง
ในหัวเมืองหน้าด่าน เป็นหัวเมืองทางใต้ และหัวเมืองชายฝั่งทะเล ในสมัยอยุธยาน
ี้ได้ปรากฏหลักฐานของเมืองพระประแดงอย่างชัดเจน ตามพระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา
ความว่า
ในปีมะเมีย จุลศักราช 860 หรือใน พ.ศ. 2051 ทางกรุงศรีอยุธยาได้ทำการขุดชำระคลอง
สำโรงที่เมืองพระประแดง ขณะทำการขุดคลองได้พบพระพุทธรูป 2 องค์ ที่มีชื่อจำหลักไว้ว่า
พระยาแสนตา และบาทสังข์กร ได้ตั้งประดิษฐานที่เมืองพระประแดง ภายหลังพระยาละแวก
แห่งเขมรยกทัพมาโจมตี กรุงศรีอยุธยาแต่ไม่สำเร็จจึงได้นำเทวรูปทั้ง 2 องค์ไปยังกัมพูชา
ในสมัยกรุงธนบุรีพระเจ้ากรุงธนบุรีได้ให้รื้อกำแพงเม ืองพระประแดงมาสร้างวังส่งผลให
้เมืองพระประแดงได้หายสาบสูญไปในสมัยนั้นและสมัยกรุง รัตนโกสินทร์
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงโปรดให้กร มพระราชวังบวรฯลงไป
สำรวจปากแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อสร้างเมืองใหม่ ่ผลจากการสำรวจ ได้มีการสร้างป้อม
ขึ้นมา หนึ่งป้อมตรงฝั่งซ้ายแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณคลองลัดโพ ธิ์ ป้อมนี้ชื่อว่าป้อมวิทยาคม
นับเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างเมืองพระประแดง
ต่อมาในรัชสมัยพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้ทรงทำการสร้างเมืองต่อจากรัชกาลที่ 1
มีแม่กอง คือ กรมพระราชวังบวรสถานมงคล การสร้างเมืองเริ่มทำพิธีฝังอาถรรพ์ปักหลักเมือง
ณ วันศุกร์ เดือน 7 แรม 10 ค่ำ ปีกุล สับตศก จุลศักราช 1177 ( พ . ศ . 2358 )
จากพงศาวดารรัชกาลที่ 2 ให้นามว่า เมืองนครเขื่อนขันธ์ ในการครั้งนี้ได้สร้างพระอารามไว้ในเมือง
พระราชทานนามว่า วัดทรงธรรม ต่อมาได้สร้างป้อมเพื่อความแข็งแกร่งในการป้องกันศัต รูทาง
ฝั่งตะวันออก 3 ป้อม คือ
ป้อมปู่เจ้าสมิงพราย
ป้อมปีศาจสิง
ป้อมราหูจร
ทางฝั่งตะวันตกอีก 5 ป้อม คือ
ป้อมแผลงไฟฟ้า
ป้อมมหาสังหาร
ป้อมศัตรูพินาศ
ป้อมประจักกรด
ป้อมพระจันทร์พระอาทิตย์
โดยป้อมทั้งหมดชักปีกกาถึงกัน ข้างหลังเมืองทำเป็นกำแพงล้อมรอบตั้งยุ้งฉางภายในเมื อง
ที่ริมน้ำทำเป็นลูกทุ่นสายโซ่ไว้ป้องกันเรือข้าศึกรว มทั้งหมด ที่เมืองนครเขื่อนขันธ์มีป้อม
ทั้งหมด 9 ป้อม นอกจากการสร้างป้อมแล้วยังได้ทำการขุดคลองลัดแม่น้ำเ จ้าพระยา
มีชื่อว่า คลองลัดหลวง เพื่อใช้เป็นทางลัดในการเดินทาง ทำให้เมืองนครเขื่อนขันธ์
มีอีกชื่อหนึ่ง ว่า ปากลัด ในปี พ . ศ . 2365 ได้สร้างป้อมอีกป้อมหนึ่งชื่อเพชรหึงษ์
ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงโปรดเกล้าให้เปลี่ยนชื่อ
เมืองนครเขื่อนขันธ์เป็นเมืองพระประแดง ในปี พ . ศ . 2458 ด้วยกฐานะ
เมืองพระประแดงเป็นจังหวัดพระประแดงมี 3 อำเภอ คือ
อำเภอพระประแดง
อำเภอพระโขนง
อำเภอราษฎร์บูรณะใน
รัชกาลพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวประเทศไทยเก ิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ
อันเนื่องจาก ภาวะสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงทรงโปรดเกล้าให้ยุบจังหวัดพระประแดง
โดยให้อำเภอพระโขนงอำเภอราษฎร์บูรณะ ขึ้นตรงกับจังหวัดกรุงเทพส่วนอำเภอ
พระประแดงขึ้นตรงกับจังหวัดสมุทรปราการ ใน พ . ศ . 2475
ชุมชนมอญพระประแดงได้เริ่มขึ้นในรัชกาลพระบาทสมเด็จพ ระพุทธเลิศหล้านภาลัย
ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงสร้างเมืองนครเขื่อนขันธ์
ซึ่งปัจจุบัน คือ อำเภอพระประแดง ขึ้นในวันศุกร์ แรม 10 ค่ำ เดือน 7 ปีกุล สัปศก
จุลศักราช 1177( พุทธศักราช 2358 ) ทรงโปรดเกล้าให้ย้ายครอบครัวชาวมอญ
จากเมืองปทุมธานีที่ได้อพยพเข้ามา ในรัชสมัยพระเจ้าตากสินมหาราชที่มีผู้นำ คือ
พระยาเจ่ง ต้นตระกูลคชเสนี ในการเข้ามาตั้งถิ่นฐานที่เมืองนครเขื่อนขันธ์ครั้งน ั้น
มีชายฉกรรจ์ทั้งหมด 300 คน มีผู้นำ คือ สมิงทอมา ซึ่งเป็นบุตรของพระยาเจ่ง
เป็นหัวหน้า ซึ่งภายหลังได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองนครเขื่อนขัน ธ์ ชาวมอญชุดนี้
เรียกว่า มอญเก่า และในปีเดียวกันนี้มีชาวมอญอีกกลุ่มหนึ่งอพยพเข้ามา
พึ่งพระบรมโพธิสมภาร มีผู้นำ คือ สมิงสอดเบา ซึ่งพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
ทรงโปรดให้ชาวมอญกลุ่มหนึ่งไปตั้งหลักแหล่งที่เมืองน ครเขื่อนขันธ์เช่นกัน โดยชาวมอญ
ชุดนี้เรียกว่า มอญใหม่
การปกครองเมืองนครเขื่อนเริ่มต้นจากสมิงทอมาซึ่งได้ร ับแต่งตั้งจากพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
เป็น พระยานครเขื่อนขันธ์รามัญชาติเสนาบดีศรีสิทธิสงคราม พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
โปรดเกล้าฯ ให้พระยานครเขื่อนขันธ์ รามัญชาติเสนาบดีศรีสิทธิสงครามเป็นเจ้าเมือง พร้อมทั้งตั้งกรม
การการเมืองทุกตำแหน่ง นับแต่นั้นมาตระกูลคชเสนีก็ปกครองเมืองนครเขื่อนขันธ ์สืบต่อมารวมแล้ว 9 คน
คือ
? พระยานครเขื่อนขันธ์รามัญชาติเสนาบดีศรีสิทธิสงคราม ( ทอมา คชเสนี )
? พระยาดำรงค์ราชพลขันธ์ ( จุ๋ย คชเสนี )
? พระยามหาโยธา ( นกแก้ว คชเสนี )
? พระยาขยันสงคราม ( เจ๊กหรือแป๊ะ คชเสนี )
? พระยาเกียรติ ( ขุนทอง คชเสนี )
? พระยาดำรงค์ราชพลขันธ์ ( หยอย คชเสนี )
? พระเทพพลู ( ทองคำ คชเสนี )
? พระยาพิทักษ์มนตรี ( ปุย คชเสนี )
? พระยานนาคราชกำแหงประแดงบุรีนายก ( แจ้ง คชเสนี )
หลังจากลำดับที่ 9 เป็นคนนอกจระกูลคชเสนี คือ
? พระยาพยัพพิริยกิจ ( เป้า จารุเสถียร )
? พระประแดงบุรี ( โต )
? พระยาพิชัยบุรินทรา ( สะอาด )