ใบไม้สีชมพู
07-08-2006, 02:00 PM
<IMG SRC=http://kanchanapisek.or.th/kp6/BOOK24/pictures/l24-61a.jpg>
สันตะวา หรือสันตะวาใบพายเป็นพันธุ์ไม้ ในวงศ์เดียวกับสาหร่ายหางกระรอก ทางภาคอีสานเรียกว่า ผักโตวา หรือผักโหบเหบ ภาคใต้เรียกว่า ผักหวา พบทั่วไปในแหล่งน้ำจืดต่างๆ และเป็นวัชพืชในนาข้าว สันตะวาเจริญอยู่ใต้น้ำโดยมีรากยึดติดกับดิน ลำต้นสั้น ไม่มีไหล ใบเวียนรอบต้นถี่ๆ จนดูเป็นกอ ใบบางค่อนข้างใส เป็นแผ่นใหญ่สีเขียวหรือเขียวอมน้ำตาล ขอบจีบย่นๆ ดอกสีขาว ๓ กลีบ เป็นดอกเดี่ยว มีก้านยาวชูจากซอกใบขึ้นมาเหนือน้ำ ผลค่อนข้างยาวมี ๓ ปีก มีเมล็ดเล็กๆ จำนวนมาก ซึ่งเมื่อตกลงในดินจะงอกขึ้นมาเป็นต้นเล็กๆ ใช้เมล็ดขยายพันธุ์ได้อีกวิธีหนึ่ง นอกเหนือจากการแตกหน่อ ถ้าสภาพแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ดี สันตะวาจะเจริญเติบโตและเพิ่มปริมาณอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อใดที่น้ำแห้ง สันตะวาก็จะแห้งตายไปด้วย คนไทยในชนบทรับประทานใบอ่อนและดอกเป็นผักสด แกล้มกับลาบ ก้อย แกงเผ็ด หรือใช้จิ้มน้ำพริก
นอกจากนี้ ยังมีสันตะวาอีกชนิดหนึ่งอยู่ในวงศ์เดียวกัน และพบตามแหล่งน้ำจืดเช่นกันคือ สันตะวาใบข้าว หรือสันตะวาขนไก่ (Vallisneria spiralis Linn.) มีใบเป็นแถบยาว และบิดเป็นเกลียวอยู่ใต้น้ำ พบได้น้อยกว่าสันตะวาใบพาย ดังนั้น เมื่อกล่าวถึงสันตะวาก็จะเข้าใจว่าหมายถึง สันตะวาใบพาย
<IMG SRC=http://kanchanapisek.or.th/kp6/BOOK24/pictures/l24-61c.jpg>
สันตะวา หรือสันตะวาใบพายเป็นพันธุ์ไม้ ในวงศ์เดียวกับสาหร่ายหางกระรอก ทางภาคอีสานเรียกว่า ผักโตวา หรือผักโหบเหบ ภาคใต้เรียกว่า ผักหวา พบทั่วไปในแหล่งน้ำจืดต่างๆ และเป็นวัชพืชในนาข้าว สันตะวาเจริญอยู่ใต้น้ำโดยมีรากยึดติดกับดิน ลำต้นสั้น ไม่มีไหล ใบเวียนรอบต้นถี่ๆ จนดูเป็นกอ ใบบางค่อนข้างใส เป็นแผ่นใหญ่สีเขียวหรือเขียวอมน้ำตาล ขอบจีบย่นๆ ดอกสีขาว ๓ กลีบ เป็นดอกเดี่ยว มีก้านยาวชูจากซอกใบขึ้นมาเหนือน้ำ ผลค่อนข้างยาวมี ๓ ปีก มีเมล็ดเล็กๆ จำนวนมาก ซึ่งเมื่อตกลงในดินจะงอกขึ้นมาเป็นต้นเล็กๆ ใช้เมล็ดขยายพันธุ์ได้อีกวิธีหนึ่ง นอกเหนือจากการแตกหน่อ ถ้าสภาพแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ดี สันตะวาจะเจริญเติบโตและเพิ่มปริมาณอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อใดที่น้ำแห้ง สันตะวาก็จะแห้งตายไปด้วย คนไทยในชนบทรับประทานใบอ่อนและดอกเป็นผักสด แกล้มกับลาบ ก้อย แกงเผ็ด หรือใช้จิ้มน้ำพริก
นอกจากนี้ ยังมีสันตะวาอีกชนิดหนึ่งอยู่ในวงศ์เดียวกัน และพบตามแหล่งน้ำจืดเช่นกันคือ สันตะวาใบข้าว หรือสันตะวาขนไก่ (Vallisneria spiralis Linn.) มีใบเป็นแถบยาว และบิดเป็นเกลียวอยู่ใต้น้ำ พบได้น้อยกว่าสันตะวาใบพาย ดังนั้น เมื่อกล่าวถึงสันตะวาก็จะเข้าใจว่าหมายถึง สันตะวาใบพาย
<IMG SRC=http://kanchanapisek.or.th/kp6/BOOK24/pictures/l24-61c.jpg>