ดูเวอร์ชั่นเต็ม : ของฝากสำหรับคนมักกินกาแฟ....
มั่วหน่าฮ่าน
08-20-2007, 10:30 AM
ข้อเสียของกาแฟ
ใครที่ชอบดื่มกาแฟเป็นประจำ รู้ถึงข้อเสียของกาแฟกันหรือเปล่า วันนี้เกร็ดความรู้มีเรื่องนี้มาบอกกัน...
http://img529.imageshack.us/img529/6088/cup2wk5.jpg
ผลการวิจัยจากประเทศกรีซ บอกว่า กาแฟที่ดื่มปานกลางถึงมากทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเป ็นโรคหัวใจได้ นักวิจัยศึกษาลงลึกในเรื่องกาแฟกับการอักเสบ (coffee and inflammation) ซึ่งเป็นกลไกหลักที่ทำให้เกิดโรคหัวใจ โรคอ้วนและเบาหวาน
รายงานการวิจัยซึ่งปรากฏในวารสาร American Journal of Clinical Nutrition ฉบับเดือนตุลาคม ระบุว่า ผู้ที่ดื่มกาแฟพอประมาณไปจนถึงมากพบร่องรอยการอักเสบ ในระดับสูงกว่าผู้ไม่ดื่มกาแฟ งานวิจัยชิ้นนี้ศึกษาชาวกรีกชายหญิงจำนวน 3,000 คนที่ไม่เคยมีประวัติการเป็นโรคหัวใจมาก่อน คนเหล่านี้จะต้องตอบแบบสอบถามถึงพฤติกรรมการกินกาแฟแ ละปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจส่งผลต่อสุขภาพหัวใจ เช่น อายุ เพศ น้ำหนัก อาหาร การออกกำลังกาย การสูบบุหรี่ การใช้ยารักษาโรค การบริโภคผลไม้ พืชผัก ปลา ผลไม้เปลือกแข็ง น้ำมันมะกอก และแอลกอฮอล์ มีการนำตัวอย่างเลือดของคนเหล่านี้ไปศึกษาหาร่องรอยข องการอักเสบ
โดยนักวิจัยเป็นผู้วิเคราะห์ผล พบว่า ผู้ที่ดื่มกาแฟวันละไม่ต่ำกว่า 200 ซีซี (มากกว่าหนึ่งถ้วยนิดหน่อยซึ่งอยู่ในกลุ่มที่ถือว่าด ื่มปานกลาง โดยหนึ่งถ้วยกาแฟมีคาเฟอีน 28 มิลลิกรัม ผู้ดื่มอาจดื่มกาแฟสำเร็จรูปบ้าง กาแฟคั่วบ้าง จะเป็นคาปูชิโนหรือเอสเปรสโซ่ หรือชนิดใดก็ตามซึ่งมีคาเฟอีนปริมาณต่าง ๆ กัน ผู้วิจัยจะนำมาคำนวณความต่างตรงนี้ด้วย) มีร่องรอยการอักเสบมากกว่าผู้ที่ไม่ดื่มกาแฟ
ฮู้จังซี่แล้ว กะอย่ากินกาแฟหลายคักเด้อผุลางคน เพราะอาจจะเฮ็ดให้เป็นโรคหัวใจได้เด้....บ่แมนหัวใจห วานแหววเด้อ...อิอิอิ ;D ;D
ไก่น้อย
08-20-2007, 10:46 AM
อันใดที่มันบ่พอดี กะสิมีโทษคือว่านั่นละเนาะ ...แต่จั่งใด กะมักกาแฟคือเก่า นั่นละ อิ อิ 8)
http://img501.imageshack.us/img501/5107/co1xl5.png
มั่วหน่าฮ่าน
08-20-2007, 10:52 AM
ฮ่าๆๆ...ของมักกะบ่ว่ากันแหลวสาวไก่เอ๊ย...แต่อ้ายตั ้งกระทู้นี้กะยังซดกาแฟไปพร้อม...เอิ๊กส์ๆๆๆ ;D :D
ศรีสะท้าน
08-20-2007, 11:15 AM
กาแฟธรรมดา บ่อค่อยกินปานได๋ กินดู๋แหน่แต่กาแฟยักษ์นั้นหล่ะ ว่าแท้มีก้อยขมๆจักจานแมะอาว อิ อิ อิเข่ากันดีขนาด
มั่วหน่าฮ่าน
08-20-2007, 11:19 AM
มันเป็นจังได๋น้ออ้ายทิดฯ อั่นกาแฟยักษ์นี่...กินแล้วเมาบ้อ...มักคือกันหล่ะคร ับแนวนี่...อิอิอิ :D :D
ติ๋ม เปอร์โย
08-20-2007, 11:33 AM
ห้ามไว้กะบ่ฟังแหล่ว ตื่นเช้าๆแบบนี่กะต้อง2-3ถ้วย บ่นมบ่น้ำตาลเสียดายรสชาดของกาแฟ
ศรีสะท้าน
08-20-2007, 11:45 AM
มันเป็นจังได๋น้ออ้ายทิดฯ อั่นกาแฟยักษ์นี่...กินแล้วเมาบ้อ...มักคือกันหล่ะคร ับแนวนี่...อิอิอิ :D :D
โอ๊ยยย อาวว กาแฟยักษ์ มันเป็นขวดดอก มีหลายเกรด มี ๒๘% ๒๔% ๔๐% แล้วแต่มักดอก กินแล้วตาสิแดงคือตายักษ์ดอก มีขายหลายโพด
เฮือนสาวไก่กะมีขาย ข้อยไปเซ็นมากินดู๋อยู่ ส่วนมากกินยามมื้อแลง แดดร่มลมตก จั่งเข้าบรรยากาศ ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ
ไก่น้อย
08-20-2007, 11:49 AM
โอ๊ยยย อาวว กาแฟยักษ์ มันเป็นขวดดอก มีหลายเกรด มี ๒๘% ๒๔% ๔๐% แล้วแต่มักดอก กินแล้วตาสิแดงคือตายักษ์ดอก มีขายหลายโพด
เฮือนสาวไก่กะมีขาย ข้อยไปเซ็นมากินดู๋อยู่ ส่วนมากกินยามมื้อแลง แดดร่มลมตก จั่งเข้าบรรยากาศ ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ
ฮ่าๆๆๆ เชียงซุนติอ้ายศรี รึ ตาฮวงข้าว .. ระวังแนหละกินในหน้าที่ ขังลืมเดะ 555+
บ่าวพรรณานิคม
08-20-2007, 11:51 AM
อิอิอิ มักแตข้อความย่อหน่าสุดท้ายของน้องไก่นี่หล่ะ อิอิ เข้าตาบ่าวพรรณาที่สุด แมนสิมีโทษหลายปานใด๋กะขอกินกาแฟไว่ก่อนเด้อคะน่อย
DJYUI
08-20-2007, 11:59 AM
ดื่มด้วยจ้า... 2 ถ้วย/วัน กาแฟสด+ครีม+น้ำตาลกรวด ..หอม มากกก
http://img228.imageshack.us/img228/9522/13coofeeek2.gif
ขอบคุณบทความดี ดี ของ
อ้ายมั่วหน่าฮ่าน,เอื้อยไก่ เด้อจ้า..
ไก่น้อย
08-20-2007, 12:07 PM
อิอิอิ มักแตข้อความย่อหน่าสุดท้ายของน้องไก่นี่หล่ะ อิอิ เข้าตาบ่าวพรรณาที่สุด แมนสิมีโทษหลายปานใด๋กะขอกินกาแฟไว่ก่อนเด้อคะน่อย
..โอยยย เนาะ จักสิบำรุงไปยังดอก คือว่าโสด 555+ พุ้นให้อ้ายเซียง อ้ายมั่ว อ้ายศรีพุ้น เทือ่ได้ใช้งาน ฮ่าๆๆๆ
บ่าวพรรณานิคม
08-20-2007, 12:20 PM
กะขอกินบำรุงล่วงหน่าบ่ได้ตี้ ยามมันมีมาจังใซ่ประโยชน์ได้โลดนั่นน้า เหอๆๆๆ
กุลวรินทร์
08-20-2007, 02:06 PM
การดื่มกาแฟวันละ 1 แก้ว ลดอัตราการเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ
poolsarp
08-20-2007, 07:22 PM
ผมดื่มกาแฟมากนะ มากกว่าวันละ 5ถ้วย วันไหนไม่ดื่ม ปวดหัวมากๆ สงสัยเป็นโรคพิษกาแฟเรื้อรั้ง คริคริ..
กุลวรินทร์
09-16-2007, 06:47 PM
กาแฟ : เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพหรือไม่
ผลการศึกษาหลายฉบับเมื่อไม่นานมานี้แนะว่า การบริโภคกาแฟในปริมาณที่พอเหมาะ
ให้ผลดี ดังตัวอย่างเช่น.. งานวิจัยซึ่งตีพิมพ์ในวารสารสมาคมแพทย์อเมริกาพบว่า
คนที่ดื่มกาแฟวันละ 3 แก้ว มีโอกาสเกิดโรคพาร์คินสันน้อยลงถึง 5 เท่า
การศึกษาของวิทยาลัยสาธารณสุขฮาร์วาร์ดพบว่า ผู้ชายที่ดื่มกาแฟเกินวันละ 6 แก้ว
ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ราวร้อยละ 50 ขณะความเสี่ยงนี้
ในผู้หญิงลดลงเกือบร้อยละ 30
สถาบันมะเร็งของญี่ปุ่นกล่าวว่าการดื่มกาแฟวันละ 3 - 4 แก้ว อาจลดความเสี่ยง
ต่อโรคมะเร็งตับลงถึงครึ่งหนึ่ง
แต่สมาคมโรคเบาหวานอังกฤษเตือนว่าอย่าดื่มเกินกว่านี ้
เพราะการดื่มมากเกินไปอาจทำให้คุณรู้สึกกระวนกระวาย นอนไม่หลับ
และหญิงตั้งครรภ์ไม่ควรดื่มเกินวันละ 2 แก้ว
Butterfly
09-21-2007, 01:28 PM
ว้า.................สิลดลงแล่วสั่น กินตั้งมื้อละแก้ว 555555555+
ติ๋ม เปอร์โย
09-22-2007, 01:31 PM
เฮ็ดจังใด๋หละกะกินจนติดแล้ว ยามเช้าต้อง2ถ้วย ตอนบ่าย2ถ้วย เผลอๆมีแถมเดิกๆอีกถ้วย กะทำงานกับฝรั่งหาแต่กาแฟมาเลี้ยงกันยามพัก กินจนติดแล้ว เลิกยากคัก
กุลวรินทร์
09-25-2007, 02:29 AM
นอกจากสารคาเฟอีนแล้วในกาแฟยังมีสารอื่นๆ ที่มีผลต่อร่างกายอีกมากมาย และคุณที่รักการดื่มกาแฟจะอยากรู้กันไหมว่า กาแฟส่งผลอย่างไรต่อสุขภาพของเราบ้าง
กาแฟกับหัวใจ
จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์เมื่อเดือนมิถุนายนปี 2005 รายงานว่า หลอดเลือดของผู้ที่ดื่มกาแฟมีความยืดหยุ่นน้อยกว่าผู ้ที่ไม่ดื่ม จึงมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ และในงานวิจัยฉบับนี้ยังได้แนะนำให้ผู้ที่มีความดันโ ลหิตสูงหรือมีความเสี่ยงอื่นต่อการเกิดโรคหัวใจ (ไขมันในเลือดสูง อ้วน เบาหวาน สูบบุหรี่ และไม่ออกกำลังกาย) ที่ดื่มกาแฟมากกว่าวันละ 3 แก้ว ให้ลดปริมาณการดื่มลง
ในขณะที่งานวิจัยที่ตีพิมพ์เมื่อเดือนพฤษภาคมปี 2006 รายงานว่า การดื่มกาแฟไม่ทำให้ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจเพิ ่มขึ้น แม้จะดื่มมากกว่าวันละ 6 แก้ว
ส่วนงานวิจัยที่ตีพิมพ์เมื่อเดือนสิงหาคมปี 2006 รายงานว่า กาแฟอาจก่อให้เกิดอาการหัวใจพิบัติ (Heart attack) ได้ภายใน 1 ชั่วโมงหลังการดื่ม โดยพบว่าผู้ที่ดื่มกาแฟวันละ 2 - 3 แก้ว มีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการหัวใจพิบัติถึงร้อย ละ 60
ส่วนผู้ที่ดื่มกาแฟน้อยกว่าวันละ 2 – 3 แก้วหรือดื่มเป็นครั้งคราว จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการหัวใจพิบัติหลังการดื่ มกาแฟเพิ่มขึ้นมากกว่า 4 เท่า ที่เป็นเช่นนี้อาจเนื่องจากผู้ที่ไม่ได้ดื่มกาแฟเป็น ประจำ ร่างกายอาจไม่ชินกับสภาวะที่หัวใจเต้นเร็วขึ้น และความดันโลหิตสูงขึ้นชั่วคราวจากการได้รับสารคาเฟอ ีน จึงทำให้ความเสี่ยงต่อการเกิดอาการหัวใจพิบัติสูงกว่ า
สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจตั้ งแต่ 3 ข้อขึ้นไป การดื่มกาแฟอาจเป็นเหมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้เกิด อาการหัวใจพิบัติได้มากขึ้นกว่า 2 เท่า ในขณะที่การศึกษาในหญิงวัยหมดประจำเดือนพบว่า อัตราการตายจากโรคหัวใจของผู้ที่ดื่มกาแฟวันละ 1 – 3 แก้ว น้อยกว่าผู้ที่ไม่ดื่มกาแฟถึงร้อยละ 24 แม้ว่าข้อมูลเกี่ยวกับกาแฟและสุขภาพหัวใจยังมีความขั ดแย้งกันอยู่ แต่สมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกาก็แนะนำเสริมว ่า การดื่มกาแฟพอประมาณ(วันละ 1 – 2 แก้ว) ไม่น่าจะทำให้เกิดอันตราย
กาแฟกับเบาหวาน
การวิเคราะห์ข้อมูลจาก 8 งานวิจัยในปี 2005 ได้ข้อสรุปว่า ผู้ใหญ่ที่ดื่มกาแฟวันละ 6 – 7 แก้ว มีความเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานลดลง 1 ใน 3 เมื่อเทียบกับผู้ที่ดื่มวันละ 2 แก้ว และจากการศึกษาล่าสุดเมื่อปีที่แล้วพบว่า ผู้หญิงที่ดื่มกาแฟวันละ 2 – 3 แก้ว มีความเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานลดลงร้อยละ 13 ในขณะที่ผู้ที่ดื่มตั้งแต่วันละ 4 แก้วขึ้นไป มีความเสี่ยงต่อการเกิดเบาหวานลดลงมากกว่าร้อยล ะ 40 ซึ่งการค้นพบนี้เป็นที่ประหลาดใจของทีมนักวิจัย
เนื่องจากในการศึกษาเฉพาะสารสกัดคาเฟอีนพบว่า มีผลในการเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลและลดการเผาผลาญน้ำตา ล คาเฟอีนจึงน่าจะทำให้ความเสี่ยงต่อการเกิดเบาหวานเพิ ่มขึ้นมากกว่า ดังนั้นผลในการป้องกันเบาหวานน่าจะมาจากสารอื่นที่อย ู่ในกาแฟ แต่อย่างไรก็ตามนักวิจัยยังไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับการด ื่มกาแฟเพื่อป้องกันโรคเบาหวาน แต่แนะนำให้ป้องกันโรคนี้ด้วยการบริโภคธัญพืชที่ไม่ข ัดสี เพิ่มการออกกำลังกาย และลดน้ำหนัก น่าจะเป็นสิ่งที่ดีกว่า
กาแฟกับมะเร็ง
มีการศึกษาเกี่ยวกับการดื่มกาแฟกับโรคมะเร็งชนิดต่าง ๆ พบว่า
* การดื่มกาแฟเป็นประจำจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเ ร็งตับอ่อนได้
* การดื่มกาแฟปริมาณมากขณะตั้งครรภ์ ทำให้เด็กมีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว(ลูคี เมีย)
* การดื่มกาแฟเป็นประจำจะทำให้ความเสี่ยงต่อการเป็นมะเ ร็งกระเพาะปัสสาวะเพิ่มขึ้นร้อยละ 60 – 70
* กาแฟช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับได้
* กาแฟอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ได ้
นอกจากนี้กาแฟยังมีผลต่อสุขภาพด้านอื่นๆ อีก เช่น ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคพาร์กินสัน ช่วยระงับอาการซึมเศร้า ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง
โดยพบว่าคาเฟอีนเพียง 32 มิลลิกรัมช่วยกระตุ้นให้มีสมาธิและมีปฏิกิริยาตอบสนอ งต่อสิ่งเร้าได้ดีขึ้นอย่างชัดเจน แต่ผู้หญิงที่ดื่มกาแฟมากกว่าวันละ 3 – 4 แก้วเป็นประจำ จะมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุนเมื่อถึงวั ยหมดประจำเดือน
กาแฟมีมากมายหลายพันธุ์ มีวิธีการผลิตและวิธีการชงที่หลากหลาย จึงทำให้กาแฟมีกลิ่นและรสที่แตกต่างกัน ปริมาณคาเฟอีนในกาแฟแต่ละพันธุ์ก็ไม่เท่ากัน
โดยกาแฟพันธุ์อาราบิก้าซึ่งปลูกมากในบราซิล มีคาเฟอีนประมาณร้อยละ 0.8–1.5 ส่วนพันธุ์โรบัสต้าจากแอฟริกา มีคาเฟอีนประมาณร้อยละ 1.6–2.5 นอกจากนี้วิธีการชงกาแฟที่ต่างกันก็มีผลต่อปริมาณสาร ประกอบต่างๆ ที่ได้รับจากกาแฟ การชงกาแฟโดยไม่ผ่านการกรองจะทำให้ได้รับสารคาเฟสทอล (cafestol) และคาเวออล(kahweol) ซึ่งมีฤทธิ์ทำให้ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูงขึ้ น และทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจเพิ่มขึ ้น
จากข้อมูลต่างๆ จะเห็นว่า กาแฟมีทั้งประโยชน์และโทษคละกันไป ซึ่งไม่ต่างจากทุกสิ่งในโลกนี้ที่มีทั้งข้อดีและข้อเ สีย ดังนั้นผู้ที่ชื่นชอบการดื่มกาแฟควรดื่มอย่างพอ เพียง คือไม่น้อยเกินไปเพื่อให้ได้รับประโยชน์ทางสุขภาพจาก การดื่มกาแฟ และไม่มากเกินไปเพื่อป้องกันโทษจากกาแฟ ขอให้ทุกท่านมีความสุขและสุขภาพดีจากการจิบกาแฟที่หอ มกรุ่นและรสชาติกลมกล่อมค่ะ
กุลวรินทร์
09-25-2007, 03:18 AM
คอกาแฟได้เฮใหม่อีก เมื่อนักวิทยาศาสตร์แคนาดาศึกษาได้ผลว่า หากดื่มกาแฟวันละไม่ต่ำกว่า 4 ถ้วย จะสามารถป้องกันโรคเกาต์ อันเป็นโรคทรมานมีอาการปวดบวมตามข้อ
นักวิจัยของมหาวิทยาลัยบริติช โคลัมเบีย ได้พบว่า คอกาแฟที่ดื่มกาแฟวันละไม่ต่ำกว่า 4 ถ้วย ในเลือดจะไม่ค่อยมีปริมาณกรดยูริกอยู่สูง อันก่อให้เกิดโรคเกาต์ แต่ถ้าเป็นชา ยังไม่อาจจะวัดผลรู้ได้ ซึ่งเป็นการส่อว่าคาเฟอีนไม่ได้มีส่วนแต่ประการใด
ผลการศึกษาที่รายงานอยู่ในวารสารวิชาการ การดูแลและวิจัยโรคข้ออักเสบ กล่าวว่า ผู้ที่ดื่มกาแฟเกินกว่าวันละ 4 ถ้วย ในเลือดจะไม่ค่อยมีปริมาณกรดยูริกสูง เมื่อเทียบกับคนที่ดื่มเพียงวันละ 1-2 ถ้วย
ผู้เป็นโรคเกาต์จะมีอาการปวดบวมตามข้อที่ แขนขา เมื่อผลึกของกรดยูริกสะสมในเลือดสูง เชื่อกันว่าการดื่มเบียร์มากหรือกินเนื้อแดงมากๆ อาจเป็นสาเหตุโรคของหลายต่อหลายราย การเยียวยาจะต้องกินยาแก้อักเสบ ต้องเปลี่ยนอาหารการกิน และดื่มน้ำมากๆ.
กุลวรินทร์
09-25-2007, 03:26 AM
เดิมเราอาจจะเข้าใจว่า สารต้านอนุมูลอิสระมีมากในผัก ผลไม้ แต่ใครจะรู้บ้างคะในเมล็ดกาแฟสดก็มีสารต้านอนุมูลอิส ระอยู่เช่นกันโดยมีชื่อเรียกว่า “กรดคลอโรจีนิก” ซึ่งสามารถสลายตัวด้วยความร้อนเช่นเดียวกับสารต้านอน ุมูลอิสระชื่อ “ฟลาโนวอยด์” ที่พบมากในผักและผลไม้ต่างๆ
“รศ.ดร.ชัยชาญ แสงดี” หัวหน้าภาควิชาเภสัชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ออกมายืนยันว่า จาการศึกษาค้นคว้าวิจัยเมื่อเร็วๆนี้ พบว่ากาแฟมีสารต้านอนุมูลอิสระอีกทั้งยังมีมากว่าในช าเขียวที่เคยฮิตถึง 3เท่าทีเดียวค่ะ
"]“รศ.ดร.ชัยชาญ”กล่าวต่ออีกว่า การดื่มกาแฟเป็นประจำ สามารถป้องกันการเป็นโรคเบาหวาน ลดอัตราการเป็นอัลไซเมอร์ และโรคมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งของลำไส้ใหญ่และทวารหนัก และมีหลักฐานที่มากขึ้นว่าการดื่มกาแฟอาจจะป้องกันภา วะตับแข็งและโรคตับได้
แต่เมื่อการคั่วเมล็ดกาแฟ กรดคลอโรจีนิก อาจสลายตัวไปได้ แต่มิใช่การสูญเปล่าโดยสิ้นเชิง เนื่องจากกรดคลอโรจีนิคจะรวมตัวกับคาร์โบไฮเดรตและกร ดอะมิโนและโปรตีนในเมล็ดกาแฟระหว่างการคั่วให้เ ป็น “สารเมลานอยดิน”ซึ่งมีสีน้ำตาลอ่อน- น้ำตาลเข้ม ตามอุณหภูมิและระยะเวลาของการคั่วเมล็ดกาแฟ
ที่สำคัญยังพบอีกว่าหากคนเราดื่มกาแฟเป็นประจำจะทำให ้ได้รับสารต้านอนูมูลอิสระอย่างเพียงพอที่จะทำให้ร่า งกายไม่เกิดความผิดปกติกับการออกซิเดชั่น อันเป็นสาเหตุของโรคต่างๆ
แต่เนื่องจากมีการสูญเสีย “กรดคลอโรจีนิก”ส่วนหนึ่งไปในกระบวนการคั่วเมล็ ดกาแฟ บริษัทเนสท์เล่(ไทย)จำกัด จึงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์กาแฟผงสำเร็จชนิดใหม่ ซึ่งผลิตจาการผสมผสานเมล็ดกาแฟดิบ กับกาแฟคั่วเข้าด้วยกันค่ะ
วัตถุประสงค์ที่ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ขึ้นเพื่อให้ผู้บริโภ คได้รับสารต้านอนุมูลอิสระมากขึ้น โดยยังคงกลิ่นหอมและรสของกาแฟดั้งเดิมไว้
แม้ว่าธรรมชาติจะเป็นสาเหตุทำให้มนุษย์อายุสั้น ลง แต่ทว่าธรรมชาติได้ทำให้คนเราได้ค้นพบความลับ ที่ทำให้สามารถยื้อเวลาและต่อลมหายใจให้อยู่บนโลกใบน ี้ได้อย่างยืนยาวนาน ไร้โรคภัยแถมยังสวยงามไร้ริ้วรอยอีกต่างหากค่ะ
อย่าลืมดื่มกาแฟ ทางเลือกใหม่ของสารต้านอนุมูลอิสระนะคะ
มั่วหน่าฮ่าน
09-25-2007, 04:26 AM
อืม.........บ่ได้กินกะบ่อยากเฮ็ดงานพุ้นแหล่วข่อย
vBulletin v3.7.2, สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2008, Jelsoft Enterprises Ltd.