PDA

ดูเวอร์ชั่นเต็ม : "ควาย"


maanoy
10-12-2007, 05:40 PM
“ควาย”
โดยหมาน้อย
สื่อจากความรู้สึกที่แท้จริงของลูกชาวนาคนหนึ่ง
ผมจำได้ว่าเช้ามืดของวันหนึ่ง..ใน.ฤดูกาลทำนา “พ่อ” กุลีกุจอรีบเร่งฝีเท้าต้อนฝูงควายที่เลี้ยงไว้...
จุดมุ่งหมายคือ “ปลายนา”
ในใจผมไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าวันนี้พ่อจะทำไร...? ถึงได้ปลุกผมขึ้นมาแต่เช้า...แล้วให้ผมเดินตามต้อนฝู งควาย ฝ่าความมืดไร้แสงแห่งยามเช้าตรู่
ทั้งที่ วันก่อนพ่อไปคนเดียวโดยไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรา..ออ สงสัย..วันนี้คงเป็นวันเสาร์ วันที่ ผมหยุดเรียน..
ความจริงแล้ว....พ่อคงมีการวางแผนเอาไว้ อย่างรอบครอบตั้งแต่ก่อนเข้านอนของเมื่อคืนด้วยซ้ำไป
..ผมต่างหากที่ยังเด็กหารู้ไม่ รู้แค่ว่า วันนี้วันเสาร์ต้องนอนตื่นสายๆ “กอดหมอนจนข้อนกิ่วอยู่นั้นแหละ”
ผมสังเกตในตัวพ่อหาที่ว่างแทบไม่มี...ที่บ่าซ้ายพ่อแ บกคันไถมือประคองอย่างเหนี่ยวแน่น ที่บ่าขวามีเชือกป่านม้วนเป็นวงคล้องบ่าพะลุงพลังมือ กำไม้แส้เพื่อไล่ต้อนควาย..ตัวไหนที่ทำตัวมะเก่เกเรอ อกนอกลู่นอกทาง
พ้อก็จะใช้ไม้เรียวนั้นฟาด ฟั๊บ ไปที่ก้นควายตัวนั้น
ก้าวแล้วเก้าเล่า....จนในที่สุด..ก็ถึงแปลงนาเรา ผมสังเกตที่นานามีการไถบ้างแล้ว..นั้นเป็นการไถ่ครั้ งแรก ก่อนจะมีการปักดำทำนา..ในปีนี้...
การไถครั้งแรกบางคนไม่เข้าใจ เพราะไม่ใช่ชาวนา การไถครั้งแรกก็หมายความว่า...การจะปลูกพื้นชนิดใดๆก ็ตามต้องมีการ พรวนดิน..ฉันได การทำนาก็เช่นกัน การไถครั้งแรกเพื่อพรวนดินไถเพื่อพลิกดินเพื่อตาก ไถเพื่อกลบหญ้าใบไม้ต้นตอซางข้าวที่ทำปีที่แล้วเพื่อ ดินกลบ...วัชพืช ทั้งหลาย..จะได้เกิดการ หมักหมม เน่าเปื่อย วัชพืชเหล่านั้นจะกลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์...ธาตุอาหารช ั้นดีของข้าวนี่เอง...ดูสิครับความคิดของคนสมัยก่อน คนโบร่ำโบราณ คิดได้อย่างไร..?
พ่อจัดแจงปล่อยฝูง...ผู้เป็นพี่2ตัวออกเล็มหญ้า เหลือไว้ตัวเดียวคือ “สีเงิน”คือควายหนุ่ม กำลังโตเต็มวัย อิอิ ตัวโปรดของผมเลยแหละ เคยเล่นเคยขึ้นหลัง..เคยเอาใบสะเดาขัดสีฉวีวันยามเจ้ าสีเงินลงเล่นน้ำ
ดูยามนี้เจ้าสีเงิน มาด ทะมัดทะแมงผิวดำทะมึนร่างกายอ้วนพลี...แหงนหน้าไปมอง ฝูง...เหมือนย้ำว่า เอ้ !วันนี้ผิดปกติ...ในใจ สีเงินคงครุ่นคิด
จากนั้นพ่อหยิบเอาแอกคล้องคอสีเงิน ไม่นานนักอุปกรณ์ก็จัดสันปันส่วนลงตัว..แล้วพ่อก็สำท ับว่า เอ็งจับที่เคาสีเงิน แล้วจูงออกเดินนำหน้ามันเพื่อ วันนี้พ่อจะสอนเอ็งให้เป็นครูฝึกสอน “สอนสีเงิน”ให้เรียนรู้การไถนา
อนาคตข้างหน้า...เราต้องหวังพึ่งสีเงิน ในการไถ และ คราด
รอบแล้วรอบเล่าที่ผมเดินนำหน้าเจ้าสีเงิน บางครั้งสีเงินถอดหายใจฮึด ฮัด มีการขัดขืนบ้าง เหมือนกับแสดงออกด้วยความ “ไม่พอใจ” จนในที่สุดนาแปลงนั้นที่ผมเดินวนรอบแล้วรอบเล่านับ ระยะทางได้หลายกิโล
ก็จบสิ้นลง
ผมหันหน้าเข้าไปใกล้..ๆ สีเงินแล้วจุปาก จุจุจุจุ อยู่ ยอ ยอ ยยยยยยยย...เหมือนกับ สีเงินเชื่อเรา ผมเดาว่า...สีเงินเข้าใจ....อย่างน้อยๆก็มีเราเดินนำ หน้า...เป็นเพื่อน..........จนในที่สุดก็สำเร็จ..
สีเงินน่ารักมาก..น้อยครั้งที่จะแสดงความไม่พอใจว่าเ มื่อยล้า...ท้อแท้ออกมา....หากใครไม่เคยรู้มาก่อนว่า ชาวนาเขาทำเช่นนี้จริง...ผมจึงมีความคิดเห็น..ออกจาก ความรู้สึกของลูกชาวนา สะท้อนให้เห็นความเป็นจริง..เพราะเดี๋ยวนี้วิวัฒนากา รมันก้าวไกล
ก้าวเปลี่ยนไป...มาก..เกินคำอธิบาย....สมัยนี้...ควา ยชื่อ “KUBOTA” แล้วถ้าผมถามว่า..ควายตัวนี้ กินหญ้า หรือ น้ำมัน....ใครๆก็ตอบได้ เพราะว่า “KUBOTA” ป็นเครื่องจักรกล
......สื่อที่มาของบทกลอน คนสอนควาย...ก็ได้เริ่มต้น ณ.ตรงนี้ ณ.ตรงที่ผมมีหน้าที่เดินจูงควายหลายร้อยกิโลกว่าควาย ตัวที่ฝึกให้ไถนาได้จดจำ ผู้เดินนำหน้าก็..เป็นครูเพื่อสร้างลูกศิษย์สักตัวหน ึ่ง..คือ “สีเงิน” เป็นควายที่จะต้องเรียนรู้.และ จดจำ....เพื่อวันต่อๆไปเขาจะทำหน้าที่ของเขาอย่าสมบู รณ์แบบ ในที่สุด..ความสำเร็จก็มาถึง
แม้เราได้ชื่อว่าสัตว์ที่ประเสริฐแล้ว สื่อสารกับสัตว์ที่มีมันสมองน้อยกว่าคน ด้วยการสละเวลา แบ่งปัน ด้วยความคิด ความมุ่งหวัง ใจทุ่มเท ให้อภัย ล้วนเกิดปัญหามากมีต่างๆนาๆ วันนี้ผลออกมาด้วยความสำเร็จ
ผมซึ้งใจเกิน..หาคำมาบรรยายแทนมิได้...แต่เราอย่าได้ คิดลืมไปเสียแหละว่า.. “หากไม่มีควาย..เราก็ไม่มีข้าวกินgood

sompoi
10-22-2007, 12:43 PM
..เคยเห็นในสารคดีในทีวีรายการหนึ่ง เค้าทำรายการเกียวกับวัฒณธรรมชาวบ้านทางชนบทแถบๆคนทา งภูเขา จำไม่ได้ว่าทางภาคใด ..คล้ายๆกับเป็นงานประจำปี หรือประเพณีของหมู่บ้านบางอย่าง ..โดยในตอนแรกเค้าจะจับควาย มาผูกไว้กับต้นเสากลางลานบ้าน ตกกลางคืน ก็มีเล่นรอบกองไฟ โดยเอาเด็กๆมาฟ้อนรำรอบๆกองไฟ และมีควายอยู่กลางวงนั้นด้วย จากนั้นก็จบการละเล่น แล้วมือเพชฆาตก็ลงมือค่ะ โดยเริ่มจากใช้มีดฟันขาควายทีละข้างอย่างแรง(คล้ายๆฟ ันต้นไม้) ไล่จากด้านหลังก่อน มองเห็นรอยฟันเป็นสีขาวๆ นัยว่า น่าจะเป็นกระดูก ส่วนเลือดไม่ทันเห็น ..ควายก็ค่อยๆล้มลงตามแรงหักขาดของขา โอ้ว..ในนาทีนั้น..คนดูอย่างเราก็หัวใจหดหู่ อึ้ง ตะลึง มือไม้เย็นเฉียบไปหมด..ติดตาจนวันนี้ค่ะ..โอ้หนอ..คว าย...