PDA

ดูเวอร์ชั่นเต็ม : ครบ ... แต่ทำไม ... เหมือนขาด


ไก่น้อย
11-06-2007, 07:07 PM
เคยได้ยินชื่อหนังสือ ' ไม่ครบ ๕ ' ครั้งแรกจากพี่จิก ประภาส ชลศรานนท์ ค่ะ ตั้งแต่นั้นก็ขวนขวายไปหาหนังสือ เล่มนี้มาอ่าน มันเต็มตื้น มีความสุข และหัวเราะเยาะตัวเองเป็นระยะ ๆ

คนไทยเรา เมื่อไหร่ที่กำลังจะได้ ต้อนรับสมาชิกใหม่ในครอบครัว เรามัก ภาวนาขอให้เด็กที่เกิดมามีอวัยวะครบ ๓๒ แต่ในญี่ปุ่นมักน้อยกว่าเรามากค่ะ เค้าขอแค่เพียงเด็กที่เกิดมามีอวัยวะ ครบ ๕ ก็พอแล้ว คือ ๑ หัว ๒ แขน ๒ ขา

หนังสือเรื่อง ' ไม่ครบ ๕ ' เขียนโดยผู้ชายคนหนึ่ง ฮิโรทาดะ โอโต ทาเกะ ที่เกิดมาขาดไปตั้ง ๔ ไม่มี ๒ แขน ไม่มี ๒ ขา ใช้ชีวิตครึ่งท่อนอยู่บนรถเข็น แต่สีหน้าแววตาไม่มีรอย หม่น แห่งความน้อยเนื้อต่ำใจ ที่มีไม่เท่า คนอื่นแม้แต่น้อย ยิ้มใส ๆ ที่ยิ้มได้ทั้ง ใบหน้าและสายตาภายใต้แว่นกลม ๆ ขาว ๆ ตี๋ ๆ


คนที่มีแค่หัวกับลำตัว เขาใช้ชีวิตได้อย่างไร ต้องลองไปอ่านดู ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศชาตินิยม และเป็นสังคมอันหนึ่งอันเดียวกันเหลือเกิน จนบางทียากที่จะยอมรับความแตกต่าง แปลกดีค่ะ คนญี่ปุ่นมีปัญหาในการอยู่ร่วมกับคนพิการ ไม่ใช่ใจร้ายนะคะ แต่ ไม่รู้ว่าจะปฏิบัติตัวต่อคนพิการอย่างไร ไม่คุ้น ไม่ชิน โอโตทาเกะถ่ายทอดชีวิตของตัวเองในหนังสือ เพื่อที่จะบอกว่า ' ความพิการคือความไม่สะดวก แต่ไม่ ใช่ความไม่สบาย' การดูแลเขาไม่จำเป็น ต้องสงสาร หรือประคองเสียจนทำให้ เขารู้สึกด้อยค่า แค่อำนวยความสะดวกบางอย่างที่เขาขาดก็เพียงพอแล้ว

โชคดีเหลือเกินที่เขาเกิดมาในครอบครัวที่เข้าใจ แม่ส่งเรียนในโรงเรียนของเด็กปกติ ให้เขาได้รู้จักการใช้ ชีวิตเหมือนเด็กธรรมดาคนหนึ่งทั่วไป จนวันนี้ คนที่มีร่างกายไม่ครบ ๕ อย่างเขาสามารถฝึกฝนและเพียรพยายามจนเล่นบาสเกตบอลแล ะเบสบอลได้ พอเรียนจบ ก็มาทำงานเป็นผู้สื่อข่าวกีฬา เมื่อไม่นานนี้ มีข่าวของเขาลงใน หนังสือพิมพ์อีกครั้ง ล่าสุด เขาลาออกแล้ว เพื่อมาประกอบอาชีพที่เขาภาคภูมิใจมากที่สุดตอนนี้.. .คือการเป็นคุณครูค่ะ สอนวิชาศีลธรรมให้กับเด็ก ป.๑-ป.๖ ที่โรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในกรุงโตเกียว เพื่อสอนให้เด็กเรียนรู้ถึงความแตกต่างในสังคม นอกจากตำราเรียนแล้ว สื่อการสอนที่ดีที่สุดอีกชิ้นหนึ่งของเขาก็คือ ประสบการณ์ชีวิตจริงที่เด็ก ๆ ได้เรียนรู้โดยมองจากชีวิตของ คุณครูโอโตทาเกะคนนี้นี่เอง (อ่านออก เสียงแบบ ' ทีวีแชมเปี้ยน ' จะได้อารมณ์มาก)

คุณครูให้สัมภาษณ์ว่า ความฝัน สูงสุดอีกอย่างของเขาคือ อยากให้คน ในโลกอยู่กันอย่างสันติ...
" หากศักยภาพและตัวตนของผม ทำให้เข้าใกล้ความหวังแม้เพียงก้าวเดียว ผมก็พอใจและรู้ซึ้งถึงความหมายของการได้เกิดมาบนโลกน ี้แล้ว

นั่นสิคะ ทำไมบางทีที่เรารู้สึกแย่ เราชอบถามตัวเองว่า ทำไมเรื่องนี้ต้อง เกิดขึ้นกับเรา ? ทำไมโลกไม่ยุติธรรมกับเรา ? ในขณะที่โลกสร้างอาวุธครบ มือมาให้ สร้างลมหายใจไว้เป็นเสบียง แล้วปล่อยเราลงมาต่อสู้ ในขณะที่บางคน โลกให้แต่ลมหายใจ แต่เขายังพยายามหาคุณค่าและประโยชน์ของตัวเอง ที่จะให้กับโลกใบนี้ ทำไมเราถึงได้คิดต่างกันขนาดนี้

อ่านแล้วบางทีถึงอยากหัวเราะเยาะตัวเองไงคะ ๒ แขน ๒ ขาไม่มี สิ่งที่ยากที่สุดของเขาคือเดิน หรือกอด ใครสักคน ซึ่งเป็นเรื่องง่ายมากสำหรับ เรา แต่ทำไมชีวิตที่มีอวัยวะเกิน ๕ อย่างเราถึงยิ้มได้ไม่เท่าเขา ทุกข์โศกเสียใจ ท้อใจกับบางเรื่องมากจนเกิน จำเป็น ทั้ง ๆ ที่เรามีในสิ่งที่คนอื่นขาด ตั้งมากมาย

หายใจลึก ๆ ค่ะ เวลาเจอปัญหา ถ้าหายใจเข้าแล้วยังหายใจออกได้ นั่น แสดงว่าทุกอย่างยังเป็นเรื่องเล็กอยู่ เพราะลมหายใจยังเป็นของเรา เมื่อไรก็ตามที่เราเจอเรื่องหนักมาก ๆ แล้วยัง สามารถใช้นิ้วมือกดโทรศัพท์ไปเล่าให้ ใคร ๆ หรือแม้แต่ดีเจฟังได้ว่า ฉันแย่ แล้ว เศร้าเหลือเกินละก็ แปลว่าเรายัง โชคดีกว่าคนอื่นอีกมาก

ชีวิตไม่ครบ ๕ อย่างคุณครูโอโต- ทาเกะ ๒ แขน ๒ ขาที่คุณครูไม่มี ทดแทนไม่ได้กับหัวใจที่อาจมีมากกว่า คนอื่น ๆ ชีวิตครึ่งท่อนบนรถเข็น คือ กำลังใจของคนทั่วโลกที่มีโอกาสได้เรียน รู้ชีวิตของคุณครู และแอบอิจฉารอยยิ้ม หลังแว่นตานั้นอยู่...

ถ้าชีวิตนี้มีโอกาสยิ้มได้มากเท่า ที่ครูยิ้ม...ก็ดีใจมากแล้ว

http://img251.imageshack.us/img251/4740/japanon6.png

ปล...เป็นบทความที่ให้กำลังใจ คนที่ครบ 32 อย่างเราๆได้ดีมากคะ อ่านเเล้วรู้สึกว่าตะเองฉลาดน้อยมากที่ยังจมปลักอยู่ กับความกังวลหลายๆอย่าง...อ่านเเล้วแฮปปี้นะคะ

ติ๊กต็อค
11-06-2007, 08:45 PM
ดีมากๆ เลย จ้าเอื้อยไก่ อ่านแล้ว มีกำลังใจ สู้งานต่อ