PDA

ดูเวอร์ชั่นเต็ม : +(ชั่ง)..ช่างก่อสร้าง+


sompoi
11-08-2007, 10:30 AM
...อพาย์ทเม้นท์ที่ฉันอาศัยอยู่ ตั้งอยู่ในกรุงเทพ. เมืองที่เป็นสวรรค์และที่อยู่สำหรับ เหล่า เทพ เทวดา หรือ แม้แต่นางฟ้า ..(แปลความหมายตามชื่อเมือง)..แต่ทว่า คงไม่ใช่สววรค์สำหรับชนชั้นติดดิน กรวดทราย กรรมกร ก่อสร้าง อย่างที่แรงงานและสิ่งที่พวกเขาได้ก่อ และสร้างไว้มากมาย อย่างตึกสูงระฟ้า ไว้เพื่อสำหรับชนชั้นเทวดา ได้อยู่อาศัย..

..ห้องที่ฉันอาศัยอยู่เช่นกัน เป็นตึกสูงหลายชั้น และมีพนักงานทำความสะอาด ช่างประจำอพาย์ทเม้น ..มีอยู่วันหนึ่งฉันค้นพบว่าห้องของฉันประตูมุ้งลวดม ันชำรุด ..ฉันจึงวานช่างให้มาช่วยซ่อมแซม ..เค้าก็กุลีกุจอ จัดแจงเดินถือเครื่องมือตามฉันมาถึงห้อง จากนั้นก็สอบถามถึงปัญหา และจัดแจงงานของเขาอย่างใส่ใจ ขณะที่เค้ามุ่งอยู่กับงานของเค้า ฉันก็อยู่ในห้องไปด้วยอย่างขัดเขิน เดินไปเดินมา พร้อมกับจัดแจงเก็บข้าวของกระเป๋าสตางค์ให้เข้าที่ทา ง ช่างก็ดำเนินงานของเค้าต่อไป..

..จวบจนสักพักใหญ่เค้าบอกว่าล่องที่ใช้เลื่อนประตูไป มาเสีย ต้องทำการเปลี่ยน คงต้องเสียเวลาถึงช่วงกลางวัน เพราะต้องสั่งซื้อใหม่ ฉันรับทราบและเข้าใจ ..พรางมองเห็นหน้าตาที่มีเหงื่อไหลออกมาด้วยความร้อน ของอุณหภูมิเมืองหลวง ..ฉันจึงเอ่ยปากบอกเค้าว่า
"คุณพักดื่มนําก่อนก็ได้นะ เชิญเลยตามสบาย" ฉันผายมือไปทางกระติกนําที่ตั้งอยู่ในห้อง ช่างคนนั้นยิ้มบนใบหน้ามอมๆ พร้อมตอบสั้นๆ "ครับ" ..จากนั้นฉันก็ปล่อยเค้าทำงานต่อไป ช่างตั้งใจทำงานอย่างเงียบงันไม่เอ่ยอะไร และไม่เห็นเค้าแตะต้องนําดื่มเลยสักแก้ว ..

..ตกช่วงบ่ายเค้ากลับมาพร้อมเครื่องมืออย่างครบครัน คราวนี้เห็นเค้าถือขวดนําส่วนตัวมาด้วย จัดแจงทำงานของตัวเองต่อไปจนเสร็จสิ้น..และก่อนหน้าน ั้นฉันได้ข่าวไม่ดีเกี่ยวกับการเข้าปล้น ทำร้ายคนในหอพักอย่างหนาหู จึงได้วานให้เค้าช่วยติดโซ่คล้องประตูอิกชั้นหนึ่ง รองจากกุญแจลูกบิดเพียงชั้นเดียว เค้าก็ตอบตกลง และจัดแจงทันที ด้วยอากัปกิริยาอันที่ซื่อสัตย์และมุ่งมั่นต่องานโดย ไม่บ่นสักคำ ชั้นเลยพลอยได้ชวนเค้าคุยบ้างว่าเค้าได้เงินค่าจ้างเ ท่าไหร่ ในแต่ละวัน ครอบครัวเป็นอย่างไร..จากการพูดคุยพอสรุปได้ว่า งานและเงินที่เค้าได้รับช่างไม่สมดุลย์กันเลย เค้ามีลูกน้อยอีกคนที่ต้องดูแล อายุสี่ขวบแล้วแต่ยังตัวเล็ก แคระแกรน เทียบไม่ได้เลยกับหลานชายตัวอวบโตของฉันซึ่งอายุเท่า กัน..

..ฉันได้นั่งคิดในขณะที่มองเค้าทำงานไปด้วย ..ช่างพวกนี้เค้าสามารถทำความสะดวกสบายให้เราได้ทุกอ ย่าง ในขณะที่เราไม่สามารถทำเองได้..เค้าทำได้.. เราไว้ใจ.. วางใจให้เค้ามาช่วยก่อสร้าง..กันสิ่งที่คุ้มกันความป ลอดภัยให้เรา..แต่ขณะเดียวกันเรากลับไม่ไว้ใจเขา..ใน สิ่งของในห้องของเรา..

..พอเสร็จงานเขาเอ่ยสั้นๆ ด้วยใบหน้าอันโล่งใจว่า"เสร็จแล้วครับ" ฉันกล่าวขอบคุณเขา
ภายในใจอยากจะเดินไปหยิบเงินในกระเป๋าสตางค์ที่นำไปจ ัดแจงไว้เป็นอย่างดีในตอนแรก แต่ก็ได้คิดอีกว่า เค้าจะรู้สึกอย่างไรหนอ กับสิ่งที่ฉันจะทำไปตรงนั้น..ในเวลาตรงนั้นก็ไวไปที่ จะรอให้ฉันได้ตัดสินใจ ช่างเดินหันหลังจากไปซะแล้ว...

...ฉันก็ได้แต่เอ่ย.."ขอบคุณช่าง"อย่างเงียบๆในใจ....

ไก่น้อย
11-08-2007, 03:16 PM
บางทีคนเราก็ตัดสินความเป็นมนุษย์(ที่มีจิตใจงดงาม)ไ ม่ได้จากอาชีพ การเเต่งตัว ....แต่เขามองกันที่จิตใจ ที่น้อยคนนักจะเข้าถึง

ขอบคุณบทความดี ดี ที่มีเเง่คิดมากๆคะ ...เยียม 8)

อ้ายคำอ้าส
11-08-2007, 05:24 PM
แบบว่าระแวงความปลอดภัยกับคนที่มาติดตั้งอุปกรณ์กันภ ัียว่าจั่งซั่นแม่นบ่สาวไก่น้อย บ่าวอ้าสผีบ้าซึ้งในบทความหลายเด๊

โป้ยก่าย
11-09-2007, 09:07 PM
สิ่งที่เป็นอยู่ของสังคมมนุษยโลกที่หลีกเลี้ยงไม่ได้ ก็คือชนชั้นวรรณะ
มันกลายเป็นช่องว่างระหว่างคนที่มีฐานะดีกลับคนที่เป ็นชนชั้นต่ำ
เพราะฉะนั้นการวางตัวของคนจึงกลายเป็นพฤติกรรมของคนใ นสังคมโดยอัตโนมัติ
บางครั้งเราอาจลืมนึกถึงศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ข องเพื่อนมนุษย์ทั้งหลาย
ที่ได้ร่วมเกิดแก่เจ็บตายด้วยกัน ถ้าหากจะมองเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์เรา
มันก็คงไม่แปลกอะไร แต่ถ้าหากเรามองถึงคุณค่าของคนเราแต่ละชีวิตแล้ว
เชื่อเหลือเกินว่าการอยู่ร่วมกันของคนในสังคมโลกนี้จ ะต้องมีความสุข
เพราะอย่างน้อยที่สุดถ้าเราทุกคนให้ความสำคัญในประเด ็นที่กล่าวมานี้แล้ว
ความเมตตา ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่จะต้องเกิดมีขึ้นในใจของมนุษย ์เราทุกคนอย่างแน่นอน

สะแบงทุ่ง
11-13-2007, 03:54 PM
ขอบคุณ..สำหรับคำว่า "ขอบคุณช่าง" แม้จะอยู่แค่ในใจ
คงไม่มีใคร ซาบซึ้งกับคำว่า "ช่าง" ที่ใครๆ เรียกขานแทนตัวเขา ได้ดีกว่าคนที่หาเลี้ยงชีพ ด้วยวิชาช่าง
:)