PDA

ดูเวอร์ชั่นเต็ม : ตั้ง ฉก.ล่าแก๊งตุ๋นทางโทรศัพท์ พบเหยื่อหลงกลวันละ 200 ราย


ไก่น้อย
11-17-2007, 07:45 PM
ตั้ง ฉก.ล่าแก๊งตุ๋นทางโทรศัพท์ พบเหยื่อหลงกลวันละ 200 ราย
17 พฤศจิกายน 2550 18:20 น.

สำนักงานตำรวจแห่งชาติตั้งชุดเฉพาะกิจล่าแก๊งตุ๋นทาง โทรศัพท์ หลังพบข้อมูลมีคนตกเป็นเหยื่อ 200 รายต่อวัน ด้านตำรวจนครราชสีมาจับ 3 ผู้ต้องหาใช้บัตรเครดิตปลอมรูดซื้อทองใน อ.ประทาย สารภาพเช่าบ้านพักใน กทม.เป็นแหล่งผลิตบัตรเครดิตปลอม ตำรวจเตรียมขยายผลลากคอดำเนินคดีให้ได้ยกแก๊ง


หลังจากมีผู้เดือดร้อนจากแก๊งมิจฉาชีพ ที่ใช้วิธีการโทรศัพท์ไปหลอกลวงเอาทรัพย์สินจำนวนมาก กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางได้จัดตั้งชุดเฉพาะกิจติด ตามไล่ล่าแก๊งมิจฉาชีพกลุ่มดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎ หมายแล้ว

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พล.ต.ต.ปัญญา มาเม่น รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รองผบช.ก.) กล่าวว่า หลังจากประธานคณะทำงานป้องกันการทุจริตชมรมบัตรเครดิ ต และสมาคมธนาคารไทย ทำหนังสือถึง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพื่อให้ดำเนินการกวาดล้างจับกุมแก๊งตุ๋นทางโทรศัพท์ เพราะสร้างความเสียหายด้านเศรษฐกิจให้แก่ประเทศไทยอย ่างหนัก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ จึงมอบหมายให้ พล.ต.อ.วงกต มณีรินทร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เร่งดำเนินการกวาดล้างจับกุมแก๊งมิจฉาชีพกลุ่มดังกล่ าวให้ได้โดยเร่งด่วน

พล.ต.ต.ปัญญา กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา พล.ต.อ.วงกต ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกองบัญชาการสอบสวนกลาง ได้แก่ กองบังคับการตำรวจกองปราบปราม (บก.ป.) กองบังคับการตำรวจปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเท คโนโลยี (บก.ปศท.) กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว (บก.ทท.) หัวหน้าศูนย์สืบสวนกองบัญชาการตำรวจภูธร 1-9 หัวหน้าศูนย์สืบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล ตำรวจสากล และเจ้าหน้าที่ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ รวมทั้งเชิญตัวแทนจากชมรมธนาคารไทย มาแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน และมีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนในกองบัญชาการตำรวจนครบา ล และกองบัญชาการตำรวจภูธร 1-9 รวบรวมสำนวนการสอบสวนที่มีผู้เสียหายแจ้งความไว้ทั้ง หมด มารวมไว้ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการติดตามไล่ล่าแก๊งมิจฉาชีพกลุ ่มดังกล่าว

พล.ต.ต.ปัญญา กล่าวว่า พล.ต.อ.วงกต ได้ตั้งชุดสืบสวนไล่ล่าแก๊งคนร้ายกลุ่มดังกล่าวแล้ว โดยมอบหมายให้ตนเป็นหัวหน้าชุดสืบสวน มี พ.ต.อ.ชัชวาลย์ วชิรปาณีกุล รอง ผบก.ปศท. พ.ต.อ.วรายุทธ สุขวัฒน์ ผกก.1 ป. พ.ต.อ.ชัยทัต บุญขำ ผกก.ปพ.ป. พ.ต.อ.สำราญ ยินดีอารมณ์ ผกก.1 บก.ทท. รวมทั้ง พ.ต.อ.อภิชาติ สิริบุญญา ผกก.ตำรวจสากล กองการต่างประเทศ เป็นคณะทำงาน ทั้งนี้ ชุดสืบสวนดังกล่าวมีหน้าที่ติดตามจับกุมเครือข่ายแก๊ งมิจฉาชีพกลุ่มดังกล่าวทั้งหมด ตั้งแต่ผู้บงการ ผู้ทำหน้าที่โทรศัพท์ไปหลอกลวงเหยื่อ ผู้เปิดบัญชี ผู้โอนเงิน และผู้เบิกเงิน รวมทั้งผู้ที่ทำหน้าที่เปิดบัญชีกับธนาคารด้วย

รอง ผบช.ก.กล่าวอีกว่า ในการตรวจสอบข้อมูลของแก๊งมิจฉาชีพที่มีพฤติกรรมหลอก ลวงเหยื่อทางโทรศัพท์ พบว่ามีลักษณะการทำผิดอยู่ 2 รูปแบบ คือ โทรศัพท์ไปหลอกลวงเหยื่อว่าได้รับรางวัลพิเศษในการจั ดรายการส่งเสริมการขายของสินค้าประเภทต่างๆ แต่ต้องมอบรางวัล ซึ่งส่วนใหญ่มักอ้างว่าเป็นเงินสดเข้าบัญชีเงินฝากผ่ านระบบออนไลน์ แล้วหลอกล่อให้เหยื่อโอนเงินเข้าบัญชีของกลุ่มมิจฉาช ีพ

รูปแบบที่สอง จะอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ของธนาคารต่างๆ โทรศัพท์เข้ามาข่มขู่เหยื่อว่าเป็นหนี้บัตรเครดิตให้ รีบไปชำระ หากเจอเหยื่อที่ไม่มีหนี้บัตรเครดิตก็จะอ้างว่าเหยื่ อถูกปลอมแปลงบัตรเครดิต แล้วให้เหยื่อไปที่ตู้เอทีเอ็มหรือที่รูดการ์ดที่ใกล ้ที่สุดเพื่อเปลี่ยนแปลงแถบแม่เหล็กให้ จากนั้นก็จะหลอกถามหมายเลขบัตร วันเดือนปีเกิด เพื่อหลอกเอาข้อมูลไปปลอมแปลงบัตรนำไปใช้ต่อ

“จากการสืบสวนพบว่า มิจฉาชีพกลุ่มนี้อาจจะเป็นเครือข่ายอาชญากรข้ามชาติ มีนายทุนเป็นชาวต่างชาติ โดยเฉพาะจีน แล้วร่วมกับคนไทยทำงานกันเป็นทีม แยกสาขากันสร้างเครือข่ายหลอกจ้างคนไทยให้เป็นพนักงา นโทรศัพท์ ทำหน้าที่โทรศัพท์หาเหยื่อ และจ้างคนไทยไปเปิดบัญชี โดยคนแรกจะจ้างแพงหน่อยคนละ 7-8 พันบาท และให้หัวคิว ถ้าหาใครเปิดบัญชีได้จะให้เล่มละ 500 บาท เป็นลูกโซ่ นอกจากนี้ก็ยังมีคนที่โอนเงิน เบิกเงินให้นายทุนกลุ่มนี้” รอง ผบช.ก.กล่าว

พล.ต.ต.ปัญญา กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ชุดสืบสวนกำลังขายผลติดตามจับกุมเครือข่ายแก๊ง มิจฉาชีพกลุ่มนี้ โดยล่าสุดได้สอบสวนผู้ต้องหาที่กองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 4 จับกุมได้ก่อนหน้านี้ จากการตรวจสอบพฤติกรรมคนร้ายกลุ่มนี้พบว่า มีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยผ่านระบบออนไลน์เข้ามาใช้ โทรศัพท์สุ่มไปยังหมายเลขโทรศัพท์ของประชาชนประมาณวั นละ 1,400-1,500 เบอร์ และมีผู้ที่หลงเชื่อตกเป็นเหยื่อถึงวันละ 200 ราย

"แก๊งมิจฉาชีพที่มีพฤติการณ์หลอกลวงต้มตุ๋นดังกล่าวจะ ถูกดำเนินคดีฐานฉ้อโกง และต้องถูกพิจารณาดำเนินคดีในความผิดที่เกี่ยวกับบัต รอิเล็กทรอนิกส์ด้วย" พล.ต.ต.ปัญญา กล่าว

วันเดียวกัน ที่ จ.นครราชสีมา พ.ต.ต.นาวิน เกตุผักแว่น สว.สส.สภ.ประทาย พร้อมกำลังจับกุมนายธวัชชัย เจริญกิตติรักษ์ อายุ 46 ปี ชาว จ.ราชบุรี นายจิรวัฒน์ พรรณพิพัฒน์ อายุ 25 ปี ชาว จ.พระนครศรีอยุธยา และนายพจธ์ เขยสุข อายุ 27 ปี ชาว จ.พะเยา หลังจากทั้งสามคนใช้บัตรเครดิตปลอมหลอกซื้อทองคำรูปพ รรณจากร้านทองกิจเจริญ 1998 ในเขตเทศบาลตำบลประทาย อ.ประทาย จ.นครราชสีมา

จากการตรวจค้นในตัวตำรวจพบเงินสด 2.5 หมื่นบาท สร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท 1 เส้น บัตรเครดิตปลอมอีกจำนวนหนึ่ง จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 3 คน รับสารภาพว่า ใช้บัตรเครดิตปลอมซื้อสินค้าต่างๆ ในหลายพื้นที่ ทั้งในเขต กทม. จ.พระนครศรีอยุธยา จ.สระบุรี และอีกหลายจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยทุกครั้งที่ลงมือจะใช้รถยนต์หรูเป็นยานพาหนะเพื่อ ตบตาเหยื่อ โดยเช่าบ้านพักแห่งหนึ่งใน กทม.เป็นแหล่งผลิตบัตรเครดิตปลอม ล่าสุดตำรวจเตรียมขยายผลเพื่อกวาดล้างแก๊งคนร้ายกลุ่ มนี้ให้ได้ทั้งหมดแล้ว

ที่มา คมชัดลึก