ไก่น้อย
11-26-2007, 09:06 AM
... ท่ามกลางเเสงเเดดเปรี้ยงของบ่ายโมงวันนี้เป็นวันเสาร ์ที่หลายๆคนมีนัดเนื่องจากว่าเป็นสำคัญด้านประเพณีที ่สืบทอดกันมาตั้งเเต่สมัยสุโขทัย คือ ประเพณีลอยกะทงนั่นเอง
ฉันองก็เหมือนกับคนอื่นๆ เเต่ต่างตรงที่นัดของฉันไม่ใช่นัดของหนุ่ม-สาวทั่วไป วันนี้ฉันมีนัดที่จะต้องไปงานวันเกิดของหลานสาวคนสวย ของฉัน ที่ตัวฉันเองจะต้องไปชดใช้สิ่งที่สัญญาไว้ให้เสร็จสิ ้น เนื่องจากหลานสาวคนสวยทำคะเเนนสอบกลางภาคได้ดีเกินคว ามคาดหมาย ..
...หลังจากที่จัดการกับภาระกิจประจำให้เสร็จสิ้นในช่ วงเช้า ฉันเลือกที่จะเดินทางด้วยรถทัวร์ประจำทางเพราะเนื่อง จากสภาพการจราจรในเมืองหลวงที่ฉันไม่คุ้นเคย เเละประกอบกับสภาเศรษฐกิจ ค่าครองชีพในปัจจุบัน การเดินทางคนเดียว รถปรับอากาศชั้นหนึ่งจึงเป็นตัวเลือกอันดับเเรกของฉั น
..หลังจากที่ซื้อตั๋วรถ พนักงงานต้อนรับบนรถเลือกที่นั่งให้ฉันโดยนั่งกับหญิ งสาวคนนึง ซึ่งเธอก็ยิ้มต้อนรับผู้ขึ้นมาที่หลังอย่างฉันด้วยรอ ยยิ้มไมตรี ซึ่งฉันเองก็ไม่ได้ละเลยมารยาทที่ดีด้วยการยิ้มตอบไป
..คำถามเเรกที่เราเริ่มสนทนา เมื่อรถเริ่มวิ่งออกมาได้สักพัก หญิงสาวที่นั่งข้างๆฉันเธอเริ่มต้นด้วยคำถามที่ฉันค่ อยข้างแปลกใจ " พี่ๆ ที่นี้เขาเรียกว่าอะไรค่ะ " เธอพูดพร้อมกับชี้ไปที่เขื่อนกั้นน้ำที่อยู่ ข้างทาง บนถนนมิตภาพ "เขื่อนลำตะคองไงค่ะ ...เออ ..น้องไม่ใช่โคราชหรอ " ฉันตอบคำถาม เเละ ตั้งคำถามไปตามที่สงสัย เพราะไม่คิดว่าจะไม่มีใครรู้จักสถานที่ที่ มีชื่อเสียง หายากที่จะมีคนไม่รู้ว่า คือที่ไหน โดยเฉพาะคนที่โดยสารไปมา ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เเละเธอผู้นั่งข้างๆฉัน ด้วยหน้าตาที่เเต้มเเต่งด้วยเครื่องสำอางที่ค่อนข้าง มากเมื่อเปรียบกับตัวฉัน เเละการเเต่งตัวถึงจะไม่ใช่เสื้อผ้าที่เป็นเเบนด์เนม ดัง เเต่ก็ดูสะอาดตา ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะไม่ทราบว่า สถานที่ที่ค่อนข้างโด่งดังที่นี้คือที่ไหน?
...ความเงียบจากความที่ไม่คุ้นเคยกัน ประกอบกับสิ่งที่พนักงานบนรถสรรหามาให้ดู มิวสิคเพลงผ่านหน้าจอทีวีจึงเป็นสิ่งที่ฉันสนใจมากกว ่า หญิงสาวที่นั่งข้างๆฉัน รถวิ่งมาได้สักพัก มองข้างทางฉันก็รู้ว่า ถึงเขตรอยต่อของ อ. ปากช่อง กับ อ.มวกเหล็ก
..สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อมีเสียงดังจากข้างล่างรถ ดังเเคล๊กๆ เป็นระยะ เเละตัวรถเริ่มเอียงเล็กน้อย " รถยางเเตก " เสียงจากผู้ชายที่ค่อนข้างสูงวัยที่นั่งข้างหน้าฉันเ จรจาเเละสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ด้วยประสบการณ์ในการขึ้นรถทัวร์ในเเต่ละปีของฉันซึ่ง ค่อนข้างน้อย เเละเเทบจะนับครั้งได้ ฉันมีอาการเซ็งเล็กน้อยเเต่ก็ถือว่ามันเป็นเหตุสุดวิ สัย เเละ ธุระของฉันก็ไม่ได้รีบเร่งอะไร
เเต่เธอคนที่นั่งข้างๆฉันดุจะกะอัก กะอวน กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เวลาผ่านไปสักพักนึงเธอก็เริ่มบทสนทนา "พี่ค่ะ... พี่พูดภาษาอังกฤษได้ไหมค่ะ " ฉันเริ่มแปลกใจกับคำถามของเธออีกครั้ง " ก็พอได้ค่ะ เเต่ไม่ถึงกับเก่ง พอไม่หลงทาง ขอข้าวฝรั่งกินได้ทางหนะค่ะ " ฉันเริ่มออกตัวตามความเป็นจริง เเม้ที่ทำงานจะสื่อสารเป็นลายลักษณ์ อักษรด้วยภาษาอังกฤษเเต่มันก็เป็นคำคุ้นๆที่ใช้บ่อยๆ เท่านั้นเองเเละที่สำคัญมันเป้นการสื่อสารของคนไทยด้ วยกันซึ่งออกจะเป็นภาษาอังกฤษสำนวนไทย (อิสาน) มากกว่า " พี่ช่วยพูดกับเพื่อนให้หนูหน่อยได้ไหม?ค่ะ คือหนูจะไปหาเขาที่เอกมัย เเต่หนูไม่เคยไปเลย ช่วยบอกให้เขามารับหนูที่หมอชิต ได้ไหมค่ะ .. " เธอเริ่มอธิบาย "อ้าวเเล้วเป็นเพื่อนกันยังงัย พูดคนลภาษา เเล้วจะเข้าใจกันยังงัยหละ.." ฉันถามไปตามที่สงสัยโดยไม่ได้คิดอะไร " เขาเป็นฝรั่งค่ะพี่ เพื่อนหนูที่พัทยา เขาติดต่อให้ หนูไม่รู้จักเขาหรอกค่ะ ..คือหนูจะไปเสี่ยงดวงค่ะพี่ " พระเจ้า..จอร์ส เธอช่างกล้าอะไรเช่นนี้ คำถามนี้พลุดขึ้นในใจฉัน เเละฉันเริ่มพอที่จะเข้าใจกับคำอธิบายของเธอ
..ในขณะที่ตัวเธอเองกุลี กจอ กับการต่อโทรศัพท์ (รุ่นล้ำหน้า กว่าที่ฉันใช้อยู่หลายเท่าตัว) ไปหาผู้ชายฝรั่งที่เธอพูดถึง "ติดเเล้วค่ะพี่ เออ..หนูชื่อ ศศิ นะค่ะ " ฉันเริ่มบทสนทนากับบุคคลที่ฉันไม่รู้จักเลย โดยการอ้างตัวว่าเป็นเพือนของเธอที่นั่งอยู่ข้างๆ เเละตั้งใจบอกเล่าผ่านสายโทรศัพท์เพื่อบอกสาเหตุ เเละนัดให้เขามารับเธอผู้นี้ตามที่เธอต้องการ เเละ บทสนทนาค่อยข้างที่จะไปได้ดี เพราะสายปลายทางบอกมาว่าเขาตกลงที่จะมารอรับเธอที่หม อชิตภายใน 5 โมงเย็นวันนี้
...เธอยกมือไหว้ฉันอย่างสวยงาม พร้อมกับกล่าวคำขอบคุณจากใบหน้าที่เปื้อนยิ้มอยู่ตลอ ดเวลา เเต่ใจฉันกลับคิดห่วงเธอผู้นี้อย่างบอกไม่ถูก ทำไมด้วยเหตุใดเธอจะต้องไปพบ คนที่เธอไม่รู้จักเเละที่สำคัญจุดประสงค์การไปพบมันค ือการไปเพื่อสิ่งใดก็ทราบๆกันอยู่
.."รถไปต่อไม่ได้ค่ะต้องขอโทษอย่างมาก ตอนนี้เราติดต่อรถคันใหม่มารับเเล้วค่ะ " เสียงบอกเล่าจากพนักงานสาวบนรถ เราต้องเปลี่ยนรถคันใหม่เพื่อเดินทางเข้า กทม. ตามวัตถุประสงค์อาการเซ็ง จากผุ้ร่วมเดินทางของฉันเริ่มดังขึ้นเป็นระยะ หลังจากที่เปลี่ยนรถเเล้ว เธอผู้นั่งข้างๆฉันก็รีบที่จะหาที่นั่งเพื่อที่เธอจะ ได้นั่งกับฉันอีกเเละเธอก็สมหวัง..
..1 ชั่วโมงกับ อีก30 นาทีกับการเสียเวลาในการเดินทางจากที่ฉันโทรเเจ้งญาต ิคนที่จะมารับฉันพร้อมกับบอกสาเหตุจากการขัดข้องจากก ารเดินทางให้ทราบ
เเต่เวลา ขณะนั้นใกล้เวลาที่เธอที่นั่งข้างๆฉันนัดกับชายที่เธ อไม่รู้จักเข้ามาทุกที "พี่ค่ะๆ เขาโทรมาค่ะ พี่ช่วยบอกให้หนูหน่อยว่าหนูยังไปไม่ถึงหมอชิต " ฉันรีบรับโทรศัพท์มา ประหนึ่งว่ามันเป็นธุระที่ฉันต้องจัดการให้สำเร็จ เเละสายปลายทางก็เเจ้งสถานที่เจอกันให้ฉันทราบ "เขาบอกว่าจะมารอรับที่หน้า 7-11 ที่ใกล้ๆกับจุดขึ้นรถเเท็กซี่นะ ตอนนี้เขารออยู่ที่นั้นเเล้ว" ฉันก็รีบบอกต่อ เธอทันทีที่ทราบที่นัดหมาย และเธอก็ไหว้ตอบฉันเป็นรอบที่ 2
"..พี่ทำงาน.(ที่ทำงานฉัน)..หรอค่ะ หนูว่าพี่ต้องเป็นระดับหัวหน้าเเน่เลยพี่ถึงพูดภาษาอ ังอังกฤษได้ พี่เยี่ยมมากเลย " เธอกล่าวชมฉัน ซึ่งมันก็ทำให้หัวใจฉันพองโตกับคำชมนั้นเเละไม่ลืมที ่จะส่งยิ้มที่ฉันคิดว่า สวยที่สุดให้เธอ พร้อมกับคำถามที่ฉันตั้งใจอยากจะรู้มาก "ทำไมไม่หางานทำที่บ้านเราหละ งาน โคราชโรงงานมีเยอะเเยะ " ฉันเริ่มถามตามที่สงสัย " หนูอดนอนไม่ได้ค่ะพี่ งานส่วนมากมีเเต่เข้ากะ ถ้าอดนอนเเล้วหนุจะวูบไปเลย มันคงมาจากที่หนูคลอดลูกเเล้วไม่ได้อยู่ไฟ ." ..โอ่ ..เธอมีลูกเเล้วด้วย ในใจฉันคิดแต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกไป
ในขณะที่รถทัวร์พาฉันเเละเพื่อนร่วมทางทั้งหมดมาถึงห มอชิต ฉันชี้ให้เธอไปยังที่ที่ฉันเข้าใจว่าเป็นที่นัดหมาย เธอยกมือไหว้ฉันเป็นรอบที่ 3 "ขอบคุณพี่มากนะค่ะ ..ถ้าพี่ไม่ช่วยพูดไม่รู้หนูจะทำยังงัย " เธอกล่าวคำสุดท้าย ก่อนจากกันให้ฉัน " ขอให้โชคดีนะ.."ฉันก็ไม่ลืมที่จะกล่าวอำลา เเละอวยพรให้เธอเช่นกัน
ในขณะที่ฉันเจอกับคนที่มารอรับเเละเดินทางไปที่ที่เร าตั้งใจ ตามปกติ เเต่ในใจฉันยังคิดถึงเรื่องราวของเธอคนที่ให้ประสบกา รณ์การเรียนรู้ชีวิตคน อีกคนนึงให้ฉันบนรถทัวร์สายโคราช-กทม. ฉันเริ่มีคำถามมากมายในใจ
ทำไมเธอถึงกล้าไป?
เเล้วลูกของเธอใครดูเเลให้?
เธอจะเจอกับผู้ชายที่เธอนัดไหม?
เขาจะเป็นคนดีไหม?
ในใจฉันเต็มไปด้วยคำถามสาระพัด เเล้ว...ไปเสี่ยงดวงของเธอคนนี้ มันจะเป็นยังงัยบ้าง? ฉันเริ่มห่วงคนที่เธอไม่เคยรู้จักเลย คนนี้ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เเต่สิ่งที่ฉันภาวนาในใจจากใจจริงและอยากส่งผ่านไปให ้เธอคือ คุณพระคุ้มครองนะ...
ฉันองก็เหมือนกับคนอื่นๆ เเต่ต่างตรงที่นัดของฉันไม่ใช่นัดของหนุ่ม-สาวทั่วไป วันนี้ฉันมีนัดที่จะต้องไปงานวันเกิดของหลานสาวคนสวย ของฉัน ที่ตัวฉันเองจะต้องไปชดใช้สิ่งที่สัญญาไว้ให้เสร็จสิ ้น เนื่องจากหลานสาวคนสวยทำคะเเนนสอบกลางภาคได้ดีเกินคว ามคาดหมาย ..
...หลังจากที่จัดการกับภาระกิจประจำให้เสร็จสิ้นในช่ วงเช้า ฉันเลือกที่จะเดินทางด้วยรถทัวร์ประจำทางเพราะเนื่อง จากสภาพการจราจรในเมืองหลวงที่ฉันไม่คุ้นเคย เเละประกอบกับสภาเศรษฐกิจ ค่าครองชีพในปัจจุบัน การเดินทางคนเดียว รถปรับอากาศชั้นหนึ่งจึงเป็นตัวเลือกอันดับเเรกของฉั น
..หลังจากที่ซื้อตั๋วรถ พนักงงานต้อนรับบนรถเลือกที่นั่งให้ฉันโดยนั่งกับหญิ งสาวคนนึง ซึ่งเธอก็ยิ้มต้อนรับผู้ขึ้นมาที่หลังอย่างฉันด้วยรอ ยยิ้มไมตรี ซึ่งฉันเองก็ไม่ได้ละเลยมารยาทที่ดีด้วยการยิ้มตอบไป
..คำถามเเรกที่เราเริ่มสนทนา เมื่อรถเริ่มวิ่งออกมาได้สักพัก หญิงสาวที่นั่งข้างๆฉันเธอเริ่มต้นด้วยคำถามที่ฉันค่ อยข้างแปลกใจ " พี่ๆ ที่นี้เขาเรียกว่าอะไรค่ะ " เธอพูดพร้อมกับชี้ไปที่เขื่อนกั้นน้ำที่อยู่ ข้างทาง บนถนนมิตภาพ "เขื่อนลำตะคองไงค่ะ ...เออ ..น้องไม่ใช่โคราชหรอ " ฉันตอบคำถาม เเละ ตั้งคำถามไปตามที่สงสัย เพราะไม่คิดว่าจะไม่มีใครรู้จักสถานที่ที่ มีชื่อเสียง หายากที่จะมีคนไม่รู้ว่า คือที่ไหน โดยเฉพาะคนที่โดยสารไปมา ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เเละเธอผู้นั่งข้างๆฉัน ด้วยหน้าตาที่เเต้มเเต่งด้วยเครื่องสำอางที่ค่อนข้าง มากเมื่อเปรียบกับตัวฉัน เเละการเเต่งตัวถึงจะไม่ใช่เสื้อผ้าที่เป็นเเบนด์เนม ดัง เเต่ก็ดูสะอาดตา ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะไม่ทราบว่า สถานที่ที่ค่อนข้างโด่งดังที่นี้คือที่ไหน?
...ความเงียบจากความที่ไม่คุ้นเคยกัน ประกอบกับสิ่งที่พนักงานบนรถสรรหามาให้ดู มิวสิคเพลงผ่านหน้าจอทีวีจึงเป็นสิ่งที่ฉันสนใจมากกว ่า หญิงสาวที่นั่งข้างๆฉัน รถวิ่งมาได้สักพัก มองข้างทางฉันก็รู้ว่า ถึงเขตรอยต่อของ อ. ปากช่อง กับ อ.มวกเหล็ก
..สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อมีเสียงดังจากข้างล่างรถ ดังเเคล๊กๆ เป็นระยะ เเละตัวรถเริ่มเอียงเล็กน้อย " รถยางเเตก " เสียงจากผู้ชายที่ค่อนข้างสูงวัยที่นั่งข้างหน้าฉันเ จรจาเเละสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ด้วยประสบการณ์ในการขึ้นรถทัวร์ในเเต่ละปีของฉันซึ่ง ค่อนข้างน้อย เเละเเทบจะนับครั้งได้ ฉันมีอาการเซ็งเล็กน้อยเเต่ก็ถือว่ามันเป็นเหตุสุดวิ สัย เเละ ธุระของฉันก็ไม่ได้รีบเร่งอะไร
เเต่เธอคนที่นั่งข้างๆฉันดุจะกะอัก กะอวน กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เวลาผ่านไปสักพักนึงเธอก็เริ่มบทสนทนา "พี่ค่ะ... พี่พูดภาษาอังกฤษได้ไหมค่ะ " ฉันเริ่มแปลกใจกับคำถามของเธออีกครั้ง " ก็พอได้ค่ะ เเต่ไม่ถึงกับเก่ง พอไม่หลงทาง ขอข้าวฝรั่งกินได้ทางหนะค่ะ " ฉันเริ่มออกตัวตามความเป็นจริง เเม้ที่ทำงานจะสื่อสารเป็นลายลักษณ์ อักษรด้วยภาษาอังกฤษเเต่มันก็เป็นคำคุ้นๆที่ใช้บ่อยๆ เท่านั้นเองเเละที่สำคัญมันเป้นการสื่อสารของคนไทยด้ วยกันซึ่งออกจะเป็นภาษาอังกฤษสำนวนไทย (อิสาน) มากกว่า " พี่ช่วยพูดกับเพื่อนให้หนูหน่อยได้ไหม?ค่ะ คือหนูจะไปหาเขาที่เอกมัย เเต่หนูไม่เคยไปเลย ช่วยบอกให้เขามารับหนูที่หมอชิต ได้ไหมค่ะ .. " เธอเริ่มอธิบาย "อ้าวเเล้วเป็นเพื่อนกันยังงัย พูดคนลภาษา เเล้วจะเข้าใจกันยังงัยหละ.." ฉันถามไปตามที่สงสัยโดยไม่ได้คิดอะไร " เขาเป็นฝรั่งค่ะพี่ เพื่อนหนูที่พัทยา เขาติดต่อให้ หนูไม่รู้จักเขาหรอกค่ะ ..คือหนูจะไปเสี่ยงดวงค่ะพี่ " พระเจ้า..จอร์ส เธอช่างกล้าอะไรเช่นนี้ คำถามนี้พลุดขึ้นในใจฉัน เเละฉันเริ่มพอที่จะเข้าใจกับคำอธิบายของเธอ
..ในขณะที่ตัวเธอเองกุลี กจอ กับการต่อโทรศัพท์ (รุ่นล้ำหน้า กว่าที่ฉันใช้อยู่หลายเท่าตัว) ไปหาผู้ชายฝรั่งที่เธอพูดถึง "ติดเเล้วค่ะพี่ เออ..หนูชื่อ ศศิ นะค่ะ " ฉันเริ่มบทสนทนากับบุคคลที่ฉันไม่รู้จักเลย โดยการอ้างตัวว่าเป็นเพือนของเธอที่นั่งอยู่ข้างๆ เเละตั้งใจบอกเล่าผ่านสายโทรศัพท์เพื่อบอกสาเหตุ เเละนัดให้เขามารับเธอผู้นี้ตามที่เธอต้องการ เเละ บทสนทนาค่อยข้างที่จะไปได้ดี เพราะสายปลายทางบอกมาว่าเขาตกลงที่จะมารอรับเธอที่หม อชิตภายใน 5 โมงเย็นวันนี้
...เธอยกมือไหว้ฉันอย่างสวยงาม พร้อมกับกล่าวคำขอบคุณจากใบหน้าที่เปื้อนยิ้มอยู่ตลอ ดเวลา เเต่ใจฉันกลับคิดห่วงเธอผู้นี้อย่างบอกไม่ถูก ทำไมด้วยเหตุใดเธอจะต้องไปพบ คนที่เธอไม่รู้จักเเละที่สำคัญจุดประสงค์การไปพบมันค ือการไปเพื่อสิ่งใดก็ทราบๆกันอยู่
.."รถไปต่อไม่ได้ค่ะต้องขอโทษอย่างมาก ตอนนี้เราติดต่อรถคันใหม่มารับเเล้วค่ะ " เสียงบอกเล่าจากพนักงานสาวบนรถ เราต้องเปลี่ยนรถคันใหม่เพื่อเดินทางเข้า กทม. ตามวัตถุประสงค์อาการเซ็ง จากผุ้ร่วมเดินทางของฉันเริ่มดังขึ้นเป็นระยะ หลังจากที่เปลี่ยนรถเเล้ว เธอผู้นั่งข้างๆฉันก็รีบที่จะหาที่นั่งเพื่อที่เธอจะ ได้นั่งกับฉันอีกเเละเธอก็สมหวัง..
..1 ชั่วโมงกับ อีก30 นาทีกับการเสียเวลาในการเดินทางจากที่ฉันโทรเเจ้งญาต ิคนที่จะมารับฉันพร้อมกับบอกสาเหตุจากการขัดข้องจากก ารเดินทางให้ทราบ
เเต่เวลา ขณะนั้นใกล้เวลาที่เธอที่นั่งข้างๆฉันนัดกับชายที่เธ อไม่รู้จักเข้ามาทุกที "พี่ค่ะๆ เขาโทรมาค่ะ พี่ช่วยบอกให้หนูหน่อยว่าหนูยังไปไม่ถึงหมอชิต " ฉันรีบรับโทรศัพท์มา ประหนึ่งว่ามันเป็นธุระที่ฉันต้องจัดการให้สำเร็จ เเละสายปลายทางก็เเจ้งสถานที่เจอกันให้ฉันทราบ "เขาบอกว่าจะมารอรับที่หน้า 7-11 ที่ใกล้ๆกับจุดขึ้นรถเเท็กซี่นะ ตอนนี้เขารออยู่ที่นั้นเเล้ว" ฉันก็รีบบอกต่อ เธอทันทีที่ทราบที่นัดหมาย และเธอก็ไหว้ตอบฉันเป็นรอบที่ 2
"..พี่ทำงาน.(ที่ทำงานฉัน)..หรอค่ะ หนูว่าพี่ต้องเป็นระดับหัวหน้าเเน่เลยพี่ถึงพูดภาษาอ ังอังกฤษได้ พี่เยี่ยมมากเลย " เธอกล่าวชมฉัน ซึ่งมันก็ทำให้หัวใจฉันพองโตกับคำชมนั้นเเละไม่ลืมที ่จะส่งยิ้มที่ฉันคิดว่า สวยที่สุดให้เธอ พร้อมกับคำถามที่ฉันตั้งใจอยากจะรู้มาก "ทำไมไม่หางานทำที่บ้านเราหละ งาน โคราชโรงงานมีเยอะเเยะ " ฉันเริ่มถามตามที่สงสัย " หนูอดนอนไม่ได้ค่ะพี่ งานส่วนมากมีเเต่เข้ากะ ถ้าอดนอนเเล้วหนุจะวูบไปเลย มันคงมาจากที่หนูคลอดลูกเเล้วไม่ได้อยู่ไฟ ." ..โอ่ ..เธอมีลูกเเล้วด้วย ในใจฉันคิดแต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกไป
ในขณะที่รถทัวร์พาฉันเเละเพื่อนร่วมทางทั้งหมดมาถึงห มอชิต ฉันชี้ให้เธอไปยังที่ที่ฉันเข้าใจว่าเป็นที่นัดหมาย เธอยกมือไหว้ฉันเป็นรอบที่ 3 "ขอบคุณพี่มากนะค่ะ ..ถ้าพี่ไม่ช่วยพูดไม่รู้หนูจะทำยังงัย " เธอกล่าวคำสุดท้าย ก่อนจากกันให้ฉัน " ขอให้โชคดีนะ.."ฉันก็ไม่ลืมที่จะกล่าวอำลา เเละอวยพรให้เธอเช่นกัน
ในขณะที่ฉันเจอกับคนที่มารอรับเเละเดินทางไปที่ที่เร าตั้งใจ ตามปกติ เเต่ในใจฉันยังคิดถึงเรื่องราวของเธอคนที่ให้ประสบกา รณ์การเรียนรู้ชีวิตคน อีกคนนึงให้ฉันบนรถทัวร์สายโคราช-กทม. ฉันเริ่มีคำถามมากมายในใจ
ทำไมเธอถึงกล้าไป?
เเล้วลูกของเธอใครดูเเลให้?
เธอจะเจอกับผู้ชายที่เธอนัดไหม?
เขาจะเป็นคนดีไหม?
ในใจฉันเต็มไปด้วยคำถามสาระพัด เเล้ว...ไปเสี่ยงดวงของเธอคนนี้ มันจะเป็นยังงัยบ้าง? ฉันเริ่มห่วงคนที่เธอไม่เคยรู้จักเลย คนนี้ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เเต่สิ่งที่ฉันภาวนาในใจจากใจจริงและอยากส่งผ่านไปให ้เธอคือ คุณพระคุ้มครองนะ...