ฅนภูไท
12-06-2007, 08:21 AM
http://img88.imageshack.us/img88/3375/bar55te4.jpg
http://img88.imageshack.us/img88/9462/pic9sj6.jpg
พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี
ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม ณ อภิลักขิตมหามงคลกาล คล้ายวันพระบรมพระราชสมภพ 80 พรรษา วันที่ 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2550 นี้ ข้าพระพุทธเจ้า พล.อ. สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ในนามของคณะรัฐมนตรี ข้าราชการ และประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า มีความปิติยินดีเป็นล้นพ้น ที่ได้มาประชุมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทฯ ถวายพระพรชัยมงคล แสดงความจงรักภักดีในใต้เบื้องพระยุคลบาทอีกครั้งหนึ ่งในวันนี้
ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายต่างชื่นชมโสมนัสในพระบุญญาธิ การ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น อีกทั้งรู้สึกปิติปราโมทย์ที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทฯ ทรงสมบูรณ์ด้วยพระพลานามัย ทรงหายจากพระอาการประชวร แล้วไร้ซึ่งอุปภยันตรายทั้งปวง ทรงสถิตเป็นมิ่งขวัญไตรราชันย์สรรพ์สมบัติ อันเป็นฉัตรแก้วร่มเกล้าของปวงข้าพระพุทธเจ้าตลอดมา นับเป็นบุญอันยิ่งใหญ่ของข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ที่ได้ถือกำเนิดมาภายใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร การที่ราษฎรตลอดจนพระราชอาณาเขตประเทศไทย มีความผาสุกสวัสดี บ้านเมืองมีความร่มเย็นก้าวหน้ามาจนถึงทุกวันนี้ ก็ด้วยพระบุญญาบารมีแห่งใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทฯ ที่ทรงสถิตมั่นในธรรม แผ่ปกเกล้าปกกระหม่อมโดยถ้วนหน้า ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทฯ ทรงพระเมตตารักใคร่ ปรารถนาให้ราษฎรอยู่เย็นเป็นสุข ทรงพระกรุณาปรารถนาให้ประชาราชพ้นทุกข์ภัย ทรงยินดีในความสุขความเจริญของเหล่าพสกนิกร ทรงใช้พระบรมพระราชวินิจฉัยโดยถ่องแท้ แก้ไขปัญหาทุกอย่างของประเทศและประชาชนลุล่วงไปด้วยด ี ทรงมีขันติความอดทนอันยอดเยี่ยม ทรงปฏิบัติต่อราษฎรโดยเสมอหน้าก่อให้เกิดความผาสุกร่ มเย็นทุกแห่งหน เกิดเป็นความจงรักภักดีสำนึกมั่นในพระมหากรุณาธิคุณแ น่นแฟ้นยาวนานมาถึงบัดนี้
เนื่องในมหามงคลสมัยที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทฯ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา ในพุทธศักราช 2550 นี้ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขอพระบรมราชานุญาตตั้งสัตยาธิษฐาน จักปกปักรักษาเอกราชอธิปไตยของชาติ และจงรักภักดีเทิดทูนราชบัลลังก์ด้วยชีวิต จักสนองพระราชพระปณิธานอันประเสริฐบริสุทธิ์โดยเต็มค วามสามารถ พร้อมทั้งขออาราธนาคุณพระรัตนตรัย และอานุภาพแห่งสรรพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล โปรดดลบันดาลอภิบาลรักษา ให้ทรงพระเกษมสุข ปราศจากโรคาพาธ อุปภยันตรายทุกประการ ขอเทวานุภาพแห่งปวงเทพทั้งหลาย อันปกปักรักษาพระราชอาณาจักร อภิบาลบำรุงให้ทรงพระเจริญด้วยพระจตุรพิธพรชัย มไหศวรรยาธิปัตย์ยิ่งยืนนาน พระบารมีแผ่ไพศาล มีพระราชประสงค์จำนงหมายสิ่งใด ขอจงสัมฤทธิ์ ทรงสถิตสถาพรเป็นร่มฉัตรคุ้มเกล้าชาวไทยตลอดจิรกาลเท อญ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
http://img88.imageshack.us/img88/5536/pic7kj9.jpg
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ขอขอบใจนายกรัฐมนตรีที่ได้กล่าวคำอวยพร และขอบใจท่านทั้งหลายที่ได้มาเยี่ยมและมาให้พร ทำให้มีกำลังใจ ความจริงการที่ท่านมานี้เป็นการให้กำลังใจที่บอกว่าด ูแข็งแรง ดูมีอนามัยที่ดี ความจริงไม่ใช่ ความดีของแพทย์ เป็นความดีของเราที่ตั้งใจที่จะให้แข็งแรง เพื่อที่จะต้อนรับท่านได้ ถ้าไม่ได้ตั้งใจที่จะแข็งแรงที่จะต้อนรับท่านก็จะมาต ้อนรับท่านไม่ได้ เพราะว่าเดินก็เดินขานำไปข้างหน้าข้างหนึ่ง แล้วอีกข้างหนึ่งล้ำไปข้างหลัง ไม่ค่อยยอมสามัคคี ต้องสามัคคี
แล้วก็ได้พูดเมื่อวานซืนนี้ว่า ทหารก็ตามพลเรือนก็ตาม ต้องสามัคคีเหมือนขาของเราที่จะต้องเดินสามัคคีกัน หมายความว่าแล้วก้าวไปข้างหน้า แล้วก็อีกข้างหนึ่งก็ยันข้างหลัง และเมื่อยันข้างหลังเรียบร้อยแล้วก็ก้าวไปข้างหน้าอี กข้าง อันนี้ก็สามารถเดินได้แล้วไม่หกล้ม ซึ่งถ้าไม่สามัคคีก็บอกแล้วว่าประเทศจะประสบความหายน ะ ไม่ได้ใช้คำว่าหายนะ แต่คล้ายๆ กัน ว่าถ้าไม่สามัคคีกัน ไม่ปรองดองกันประเทศชาติล้ม ถ้าล้ม ก็ผลของการล้มนั้นมีหลายอย่าง ถ้าทางกายก็ร่างกายกระดูกหัก และต้องเข้ารักษา บางทีรักษานานๆ ไม่มีสิ้นสุด ถ้าไม่ระวังประเทศชาติก็ล่ม เมื่อล่ม เราจะไปอยู่ที่ไหน คือล่ม ล่มก็หมายถึงว่าลงไป จม ล่มจม ถ้าเราไม่ระวัง ประเทศชาติล่มจม ล่มจมก็หมายความว่าล่มลงไปในทะเล เพราะว่าเมืองไทยนี้ก็ติดทะเล ถ้าล่มลงไปล่มมาก็ลงทะเล
และสมัยนี้เค้าก็ขู่กันว่าน้ำทะเลจะขึ้น แล้วก็เพราะว่าอากาศมันร้อน แต่ทำไปทำมาก็ไม่ได้ร้อนจริง มาตั้งแต่ต้นธันวานี้ คนบ่นว่าอากาศเย็น อากาศหนาว ก็ไม่รู้ว่าจะเชื่อใคร ว่าตอนนี้จะหนาวหรือจะร้อน แต่ว่าคำว่าร้อน ร้อนจริงๆ คือเหงื่อออก ร้อน เดือดร้อน จึงเดือดร้อนมากกว่าทุกคนที่มานั่งอยู่ที่นี่ ก็จะเดือดร้อน ภาษาไทยเค้าใช้คำว่าเดือดร้อน ร้อนแล้วเดือด น้ำเดือดมันร้อน อากาศร้อนก็อากาศทำให้เราไม่สบาย ถ้าไม่สบายแล้วอยู่ไม่ค่อยได้ ที่อากาศร้อนก็เพราะว่าอากาศมันเจอความร้อนของพระอาท ิตย์ ซึ่งเมืองไทยก็เคราะห์ดีอยู่เหมือนกัน ว่าอากาศร้อนไม่ได้เย็น ไม่ได้เย็นเหมือนอเมริกา เดี๋ยวนี้ที่อเมริกากำลังเดือดร้อนเพราะอากาศเย็น อากาศหิมะตกมีซึ่งตามปกติไม่น่าจะตกอย่างนี้ แต่ว่าอเมริกากำลังร้อน เดือดร้อนในความเย็น
http://img88.imageshack.us/img88/8900/pic6rs7.jpg
เมืองไทยนี้ก็มีความเดือดร้อนด้วยกับความเย็นเหมือนก ัน แต่ว่าพูดว่าเดือดร้อน แล้วก็พูดถึงว่าเมืองไทย บ่นว่าเดือด ที่จริงไม่ได้เดือด แต่คนน่ะเดือด ก็เหมือนทางธรรม ทำเดือด ทำให้คนเดือดร้อน แล้วก็เวลาเดือดร้อนนี่ มันไม่สบาย น้ำเดือดจะมีประโยชน์ ต้มไข่ได้ แต่ว่าถ้าเดือดเฉยๆ ไม่มีประโยชน์ ทำให้คนเดือดร้อนนี่สิ้นเปลืองเปล่าๆ แล้วก็เมื่อคนทำให้เดือดร้อน ที่ว่าสิ้นเปลืองเปล่าๆ แล้วก็บ่น บ่นว่าประเทศลุกเป็นไฟ ก็ต้องระวังไม่ให้ลุกเป็นไฟ เพราะว่าจะทำให้ล่มจม ล่มจมอย่างนี้ที่ต่างประเทศเค้าบอกว่าเมืองไทยจะล่ม จะจม ความจริง ยังไม่ล่ม แล้วไม่จม แต่ถ้าไม่ระวังก็จะล่มจม ฉะนั้นก็จะต้องระมัดระวัง ทุกๆ วันนี้ไม่ปรองดองกัน เมื่อไม่ปรองดองไม่ปรองดองก็มีรู ก็จะล่มก็จะล่มจมลงไป
ที่จริงพยายามจะอุดช่องไว้อย่างมาก เช่น น้ำ จะท่วมก็ปิดกั้นไม่ให้น้ำท่วม แต่ที่เค้าทำน้ำจะท่วมก็ต้องสูบน้ำออกไปใส่ในทะเล ทะเลก็มีน้ำมากเกินไป น้ำก็ล้นเข้ามาในพื้นแผ่นดินแล้วมันก็ประเทศชาติก็ล่ มจม ฉะนั้นการป้องกันไม่ให้ล่มจม จะต้องระวังไม่ให้น้ำขึ้นมากเกินไป ซึ่งถ้าน้ำขึ้นมามากเกินไป ก็ต้องแก้ไข แต่แก้ไขนี่มีหลายวิธี จะต้องทำเขื่อน แต่ว่าเค้าด่ากัน ถ้าทำเขื่อนเท่ากับประเทศจะจม จมในน้ำเพราะว่าตั้งเขื่อนน้ำก็ต้องขังไว้ แต่ว่าการขังน้ำโดยใช้เขื่อนนั้น มันมีหลายวิธี ซึ่งบางทีไม่เข้าใจ ทำเขื่อนแล้วก็น้ำก็ท่วมบางแห่ง แต่ถ้าหากว่าทำเขื่อนแล้วไม่ระวัง ไม่ได้บริหารเขื่อน บางทีไม่เข้าใจข้ามคืนแล้วก็น้ำก็ท่วมกำแพง แต่ถ้าหากว่าข้ามคืนแล้ว ไม่ระวัง ไม่ได้บริหารเขื่อนนั้นให้ดี มันก็อาจทำให้น้ำท่วม
อย่างที่เคยพูดถึงเขื่อนป่าสัก เขื่อนป่าสักนี่ถ้าไม่ได้ทำ ถ้าไม่ได้ทำก็จะเสียเงินเป็นพันล้านทุกปี แล้วก็เสียเงินอย่างนี้แล้วไม่ได้อะไรเลย เดี๋ยวนี้ที่ได้ทำป่าสักมาทุกปีมีผลดีคือทำการเกษตร กสิกรรมได้ผล และเมื่อได้ผลแล้ว ก็ได้รายได้ ถ้าไม่ได้ผลก็จะต้อง นี่ก็น้ำท่วมทุ่งอีกแล้ว นี่ยังนี่น้ำท่วมทุ่ง หรือนี่เหมือนพ่อเขาพูดมาก ปู่พูดไม่มากแต่เวลาพูดเขาก็ว่ามาก พูดมากหาว่าน้ำท่วมทุ่ง ไอ้น้ำท่วมทุ่งนี่มันไม่ดี เพราะว่าเวลาท่วมทุ่งในทุ่งนั้นน่ะทำอะไรไม่ได้ พืชผลต่าง ๆ ก็เน่า แล้วก็ถ้าพืชผลเน่าก็เท่ากับทำให้ทำลายพืชผลนั้น ซึ่งตามปกติพืชผลขึ้นมาสามารถที่จะขายได้ ถ้าพืชผลที่เน่าขายไม่ได้ พืชผลที่เน่าทำให้เสียหาย แต่ที่ทำให้ปลื้มใจที่ป่าสักนี่น้ำท่วมมีบ้างแต่น้อย มาก คือว่าแต่ก่อนนี้ทุกปีต้องเสียเงินเป็นพันล้านสำหรับ แก้ไขด้วยเรื่องน้ำท่วม เสียหายไปพันล้านนั่นน่ะไม่มีรายได้เลย มีแต่รายจ่าย ถ้ามีรายได้ก็ไม่เป็นไร น้ำท่วมที่เวลามีน้ำท่วมขึ้นมาความจริงก็มีรายได้เพร าะว่าอย่างเช่นข้าว ถ้าไม่มีน้ำก็แห้ง แห้งผากก็ไม่มีผล แต่อย่างไรก็ไม่มีผลอย่างนั้นยังงอกออกมาได้ก็ยังมีข ้าว แต่ยัง ถ้าข้าวนั้นถูกท่วมและเน่าต้องเสียข้าวนั้น เสียไม่ได้ผล มีแต่ทำเสียไม่มีทำได้
ฉะนั้นการที่ทำเขื่อนแล้วก็ไม่มีน้ำท่วมก็มี ต้องจ่ายเงินสำหรับค่าทำเขื่อนแล้วก็มี เสียหายเล็กน้อยจนถึงเดี๋ยวนี้ เมืองไทยก็มีรายได้มากกว่ารายจ่าย แต่ว่าถ้าไม่ได้ทำโครงการป้องกันไม่ให้น้ำท่วม มีแต่รายจ่ายไม่มีรายได้ เพราะอย่างนี้เราก็อยู่ไม่ได้ อันนี้พูดเป็นปริศนาว่าถ้าไม่มีรายได้ก็ไม่มีรายจ่าย เขาว่าถ้าไม่มีรายได้ก็ไม่สามารถที่จะจ่ายเพื่ออยู่ด ีมีแต่ต้องจ่าย ถ้าเราป้องกันน้ำท่วมนั่นน่ะ ป้องกันแล้วไม่มีกำไรเลยมีแต่เสีย ฉะนั้นก็ที่คนเขาว่าทำโครงการแล้วก็เสียจริง เสียเสียเงินแต่ว่าไม่เสียผลประโยชน์ ฉะนั้นก็ก็ต้องคิดดีๆ ว่า ที่ได้ทำโครงการนั้นก็มีจุดประสงค์ที่จะให้มีรายได้ แต่ถ้าพูดอย่างที่เขาพูดจ่ายเงินเยอะแยะที่ต้องจ่ายแ ยะแต่ว่าไม่ได้เสีย เพราะว่ามีรายได้ เวลาพูดกลับไปกลับมาอย่างนี้ท่านก็งง ท่านมองหน้าว่าเอ๊ะจะไปไหน ไปน่ะต้องทำโครงการนี้ อะไรก็ตามก็ต้องมีเหตุผล ก็ต้องบริหารงานการให้ดี
พูดถึงบริหารข้างหน้าที่ก็มีฝ่ายที่จะเป็นรัฐบาล รัฐบาลก็คือการบริหาร แต่ว่าบริหารนี่มีทุกอย่าง บริหารโครงการ บริหารกิจการต่าง ๆ บริหารการเงิน ทุกอย่างคือต้องบริหารให้ดี ฉะนั้นก็ถ้าไม่บริหารก็ล่มจม แต่คนที่เป็นฝ่ายบริหารมีแต่ตำหนิติเตียนว่าไม่ทำ ที่จริงฝ่ายบริหารเขาก็ทำ คนที่ติเตียนนั่นก็เป็นคนที่ไม่ได้ทำอะไรเลย ตรงข้ามมีแต่ทำลาย ฉะนั้นที่มาเมื่อสองสามวันนี้ ถ้ากลุ้มใจที่ฟังวิทยุแล้วก็พูดๆ ว่าเมืองไทยนี้ไม่ก้าวหน้าเลย แต่ความจริงก็ก้าวหน้า ถ้าไม่ทำอะไรเลยป่านนี้ก็ล่มจมแล้ว ถ้าไม่ทำก็ล่มจมเหมือนน้ำท่วม ล่มจมนี่พูดถึงน้ำมากเกินไปแล้วเดี๋ยวหาว่าพูดน้ำท่ว มทุ่ง แต่ว่าอย่างไรก็ตามต้องพูด วันนี้ตั้งใจจะต้องพูด ว่าถ้าไม่ทำอะไร ทำแต่พูด ก็จะไม่ดี นี่ก็พูดมามากแล้วในทางที่จะคล้าย ๆ ปรามไม่ให้พูด แต่อย่างไรก็ตามวันนี้ท่านเงียบหมดทุกคน เงียบก็หมายความว่าท่านก็ตั้งใจจะไม่พูด เราก็เห็นว่าท่านไม่พูดเราก็จะไม่พูด แล้วก็พูดมากแล้ว
ชม MV พระบรมราโชวาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 4 ธันวาคม 2550 ณ.ศาลาดุสิดาลัย
ช่วงที่ ๑ (http://www.baanmaha.com/community/showthread.php?t=19533)
ช่วงที่ ๒ (http://www.baanmaha.com/community/showthread.php?t=19534)
ช่วงที่ ๓ (http://www.baanmaha.com/community/showthread.php?t=19536)
ช่วงที่ ๔ (http://www.baanmaha.com/community/showthread.php?t=19537)
http://img88.imageshack.us/img88/9462/pic9sj6.jpg
พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี
ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม ณ อภิลักขิตมหามงคลกาล คล้ายวันพระบรมพระราชสมภพ 80 พรรษา วันที่ 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2550 นี้ ข้าพระพุทธเจ้า พล.อ. สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ในนามของคณะรัฐมนตรี ข้าราชการ และประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า มีความปิติยินดีเป็นล้นพ้น ที่ได้มาประชุมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทฯ ถวายพระพรชัยมงคล แสดงความจงรักภักดีในใต้เบื้องพระยุคลบาทอีกครั้งหนึ ่งในวันนี้
ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายต่างชื่นชมโสมนัสในพระบุญญาธิ การ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น อีกทั้งรู้สึกปิติปราโมทย์ที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทฯ ทรงสมบูรณ์ด้วยพระพลานามัย ทรงหายจากพระอาการประชวร แล้วไร้ซึ่งอุปภยันตรายทั้งปวง ทรงสถิตเป็นมิ่งขวัญไตรราชันย์สรรพ์สมบัติ อันเป็นฉัตรแก้วร่มเกล้าของปวงข้าพระพุทธเจ้าตลอดมา นับเป็นบุญอันยิ่งใหญ่ของข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ที่ได้ถือกำเนิดมาภายใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร การที่ราษฎรตลอดจนพระราชอาณาเขตประเทศไทย มีความผาสุกสวัสดี บ้านเมืองมีความร่มเย็นก้าวหน้ามาจนถึงทุกวันนี้ ก็ด้วยพระบุญญาบารมีแห่งใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทฯ ที่ทรงสถิตมั่นในธรรม แผ่ปกเกล้าปกกระหม่อมโดยถ้วนหน้า ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทฯ ทรงพระเมตตารักใคร่ ปรารถนาให้ราษฎรอยู่เย็นเป็นสุข ทรงพระกรุณาปรารถนาให้ประชาราชพ้นทุกข์ภัย ทรงยินดีในความสุขความเจริญของเหล่าพสกนิกร ทรงใช้พระบรมพระราชวินิจฉัยโดยถ่องแท้ แก้ไขปัญหาทุกอย่างของประเทศและประชาชนลุล่วงไปด้วยด ี ทรงมีขันติความอดทนอันยอดเยี่ยม ทรงปฏิบัติต่อราษฎรโดยเสมอหน้าก่อให้เกิดความผาสุกร่ มเย็นทุกแห่งหน เกิดเป็นความจงรักภักดีสำนึกมั่นในพระมหากรุณาธิคุณแ น่นแฟ้นยาวนานมาถึงบัดนี้
เนื่องในมหามงคลสมัยที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทฯ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา ในพุทธศักราช 2550 นี้ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขอพระบรมราชานุญาตตั้งสัตยาธิษฐาน จักปกปักรักษาเอกราชอธิปไตยของชาติ และจงรักภักดีเทิดทูนราชบัลลังก์ด้วยชีวิต จักสนองพระราชพระปณิธานอันประเสริฐบริสุทธิ์โดยเต็มค วามสามารถ พร้อมทั้งขออาราธนาคุณพระรัตนตรัย และอานุภาพแห่งสรรพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล โปรดดลบันดาลอภิบาลรักษา ให้ทรงพระเกษมสุข ปราศจากโรคาพาธ อุปภยันตรายทุกประการ ขอเทวานุภาพแห่งปวงเทพทั้งหลาย อันปกปักรักษาพระราชอาณาจักร อภิบาลบำรุงให้ทรงพระเจริญด้วยพระจตุรพิธพรชัย มไหศวรรยาธิปัตย์ยิ่งยืนนาน พระบารมีแผ่ไพศาล มีพระราชประสงค์จำนงหมายสิ่งใด ขอจงสัมฤทธิ์ ทรงสถิตสถาพรเป็นร่มฉัตรคุ้มเกล้าชาวไทยตลอดจิรกาลเท อญ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
http://img88.imageshack.us/img88/5536/pic7kj9.jpg
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ขอขอบใจนายกรัฐมนตรีที่ได้กล่าวคำอวยพร และขอบใจท่านทั้งหลายที่ได้มาเยี่ยมและมาให้พร ทำให้มีกำลังใจ ความจริงการที่ท่านมานี้เป็นการให้กำลังใจที่บอกว่าด ูแข็งแรง ดูมีอนามัยที่ดี ความจริงไม่ใช่ ความดีของแพทย์ เป็นความดีของเราที่ตั้งใจที่จะให้แข็งแรง เพื่อที่จะต้อนรับท่านได้ ถ้าไม่ได้ตั้งใจที่จะแข็งแรงที่จะต้อนรับท่านก็จะมาต ้อนรับท่านไม่ได้ เพราะว่าเดินก็เดินขานำไปข้างหน้าข้างหนึ่ง แล้วอีกข้างหนึ่งล้ำไปข้างหลัง ไม่ค่อยยอมสามัคคี ต้องสามัคคี
แล้วก็ได้พูดเมื่อวานซืนนี้ว่า ทหารก็ตามพลเรือนก็ตาม ต้องสามัคคีเหมือนขาของเราที่จะต้องเดินสามัคคีกัน หมายความว่าแล้วก้าวไปข้างหน้า แล้วก็อีกข้างหนึ่งก็ยันข้างหลัง และเมื่อยันข้างหลังเรียบร้อยแล้วก็ก้าวไปข้างหน้าอี กข้าง อันนี้ก็สามารถเดินได้แล้วไม่หกล้ม ซึ่งถ้าไม่สามัคคีก็บอกแล้วว่าประเทศจะประสบความหายน ะ ไม่ได้ใช้คำว่าหายนะ แต่คล้ายๆ กัน ว่าถ้าไม่สามัคคีกัน ไม่ปรองดองกันประเทศชาติล้ม ถ้าล้ม ก็ผลของการล้มนั้นมีหลายอย่าง ถ้าทางกายก็ร่างกายกระดูกหัก และต้องเข้ารักษา บางทีรักษานานๆ ไม่มีสิ้นสุด ถ้าไม่ระวังประเทศชาติก็ล่ม เมื่อล่ม เราจะไปอยู่ที่ไหน คือล่ม ล่มก็หมายถึงว่าลงไป จม ล่มจม ถ้าเราไม่ระวัง ประเทศชาติล่มจม ล่มจมก็หมายความว่าล่มลงไปในทะเล เพราะว่าเมืองไทยนี้ก็ติดทะเล ถ้าล่มลงไปล่มมาก็ลงทะเล
และสมัยนี้เค้าก็ขู่กันว่าน้ำทะเลจะขึ้น แล้วก็เพราะว่าอากาศมันร้อน แต่ทำไปทำมาก็ไม่ได้ร้อนจริง มาตั้งแต่ต้นธันวานี้ คนบ่นว่าอากาศเย็น อากาศหนาว ก็ไม่รู้ว่าจะเชื่อใคร ว่าตอนนี้จะหนาวหรือจะร้อน แต่ว่าคำว่าร้อน ร้อนจริงๆ คือเหงื่อออก ร้อน เดือดร้อน จึงเดือดร้อนมากกว่าทุกคนที่มานั่งอยู่ที่นี่ ก็จะเดือดร้อน ภาษาไทยเค้าใช้คำว่าเดือดร้อน ร้อนแล้วเดือด น้ำเดือดมันร้อน อากาศร้อนก็อากาศทำให้เราไม่สบาย ถ้าไม่สบายแล้วอยู่ไม่ค่อยได้ ที่อากาศร้อนก็เพราะว่าอากาศมันเจอความร้อนของพระอาท ิตย์ ซึ่งเมืองไทยก็เคราะห์ดีอยู่เหมือนกัน ว่าอากาศร้อนไม่ได้เย็น ไม่ได้เย็นเหมือนอเมริกา เดี๋ยวนี้ที่อเมริกากำลังเดือดร้อนเพราะอากาศเย็น อากาศหิมะตกมีซึ่งตามปกติไม่น่าจะตกอย่างนี้ แต่ว่าอเมริกากำลังร้อน เดือดร้อนในความเย็น
http://img88.imageshack.us/img88/8900/pic6rs7.jpg
เมืองไทยนี้ก็มีความเดือดร้อนด้วยกับความเย็นเหมือนก ัน แต่ว่าพูดว่าเดือดร้อน แล้วก็พูดถึงว่าเมืองไทย บ่นว่าเดือด ที่จริงไม่ได้เดือด แต่คนน่ะเดือด ก็เหมือนทางธรรม ทำเดือด ทำให้คนเดือดร้อน แล้วก็เวลาเดือดร้อนนี่ มันไม่สบาย น้ำเดือดจะมีประโยชน์ ต้มไข่ได้ แต่ว่าถ้าเดือดเฉยๆ ไม่มีประโยชน์ ทำให้คนเดือดร้อนนี่สิ้นเปลืองเปล่าๆ แล้วก็เมื่อคนทำให้เดือดร้อน ที่ว่าสิ้นเปลืองเปล่าๆ แล้วก็บ่น บ่นว่าประเทศลุกเป็นไฟ ก็ต้องระวังไม่ให้ลุกเป็นไฟ เพราะว่าจะทำให้ล่มจม ล่มจมอย่างนี้ที่ต่างประเทศเค้าบอกว่าเมืองไทยจะล่ม จะจม ความจริง ยังไม่ล่ม แล้วไม่จม แต่ถ้าไม่ระวังก็จะล่มจม ฉะนั้นก็จะต้องระมัดระวัง ทุกๆ วันนี้ไม่ปรองดองกัน เมื่อไม่ปรองดองไม่ปรองดองก็มีรู ก็จะล่มก็จะล่มจมลงไป
ที่จริงพยายามจะอุดช่องไว้อย่างมาก เช่น น้ำ จะท่วมก็ปิดกั้นไม่ให้น้ำท่วม แต่ที่เค้าทำน้ำจะท่วมก็ต้องสูบน้ำออกไปใส่ในทะเล ทะเลก็มีน้ำมากเกินไป น้ำก็ล้นเข้ามาในพื้นแผ่นดินแล้วมันก็ประเทศชาติก็ล่ มจม ฉะนั้นการป้องกันไม่ให้ล่มจม จะต้องระวังไม่ให้น้ำขึ้นมากเกินไป ซึ่งถ้าน้ำขึ้นมามากเกินไป ก็ต้องแก้ไข แต่แก้ไขนี่มีหลายวิธี จะต้องทำเขื่อน แต่ว่าเค้าด่ากัน ถ้าทำเขื่อนเท่ากับประเทศจะจม จมในน้ำเพราะว่าตั้งเขื่อนน้ำก็ต้องขังไว้ แต่ว่าการขังน้ำโดยใช้เขื่อนนั้น มันมีหลายวิธี ซึ่งบางทีไม่เข้าใจ ทำเขื่อนแล้วก็น้ำก็ท่วมบางแห่ง แต่ถ้าหากว่าทำเขื่อนแล้วไม่ระวัง ไม่ได้บริหารเขื่อน บางทีไม่เข้าใจข้ามคืนแล้วก็น้ำก็ท่วมกำแพง แต่ถ้าหากว่าข้ามคืนแล้ว ไม่ระวัง ไม่ได้บริหารเขื่อนนั้นให้ดี มันก็อาจทำให้น้ำท่วม
อย่างที่เคยพูดถึงเขื่อนป่าสัก เขื่อนป่าสักนี่ถ้าไม่ได้ทำ ถ้าไม่ได้ทำก็จะเสียเงินเป็นพันล้านทุกปี แล้วก็เสียเงินอย่างนี้แล้วไม่ได้อะไรเลย เดี๋ยวนี้ที่ได้ทำป่าสักมาทุกปีมีผลดีคือทำการเกษตร กสิกรรมได้ผล และเมื่อได้ผลแล้ว ก็ได้รายได้ ถ้าไม่ได้ผลก็จะต้อง นี่ก็น้ำท่วมทุ่งอีกแล้ว นี่ยังนี่น้ำท่วมทุ่ง หรือนี่เหมือนพ่อเขาพูดมาก ปู่พูดไม่มากแต่เวลาพูดเขาก็ว่ามาก พูดมากหาว่าน้ำท่วมทุ่ง ไอ้น้ำท่วมทุ่งนี่มันไม่ดี เพราะว่าเวลาท่วมทุ่งในทุ่งนั้นน่ะทำอะไรไม่ได้ พืชผลต่าง ๆ ก็เน่า แล้วก็ถ้าพืชผลเน่าก็เท่ากับทำให้ทำลายพืชผลนั้น ซึ่งตามปกติพืชผลขึ้นมาสามารถที่จะขายได้ ถ้าพืชผลที่เน่าขายไม่ได้ พืชผลที่เน่าทำให้เสียหาย แต่ที่ทำให้ปลื้มใจที่ป่าสักนี่น้ำท่วมมีบ้างแต่น้อย มาก คือว่าแต่ก่อนนี้ทุกปีต้องเสียเงินเป็นพันล้านสำหรับ แก้ไขด้วยเรื่องน้ำท่วม เสียหายไปพันล้านนั่นน่ะไม่มีรายได้เลย มีแต่รายจ่าย ถ้ามีรายได้ก็ไม่เป็นไร น้ำท่วมที่เวลามีน้ำท่วมขึ้นมาความจริงก็มีรายได้เพร าะว่าอย่างเช่นข้าว ถ้าไม่มีน้ำก็แห้ง แห้งผากก็ไม่มีผล แต่อย่างไรก็ไม่มีผลอย่างนั้นยังงอกออกมาได้ก็ยังมีข ้าว แต่ยัง ถ้าข้าวนั้นถูกท่วมและเน่าต้องเสียข้าวนั้น เสียไม่ได้ผล มีแต่ทำเสียไม่มีทำได้
ฉะนั้นการที่ทำเขื่อนแล้วก็ไม่มีน้ำท่วมก็มี ต้องจ่ายเงินสำหรับค่าทำเขื่อนแล้วก็มี เสียหายเล็กน้อยจนถึงเดี๋ยวนี้ เมืองไทยก็มีรายได้มากกว่ารายจ่าย แต่ว่าถ้าไม่ได้ทำโครงการป้องกันไม่ให้น้ำท่วม มีแต่รายจ่ายไม่มีรายได้ เพราะอย่างนี้เราก็อยู่ไม่ได้ อันนี้พูดเป็นปริศนาว่าถ้าไม่มีรายได้ก็ไม่มีรายจ่าย เขาว่าถ้าไม่มีรายได้ก็ไม่สามารถที่จะจ่ายเพื่ออยู่ด ีมีแต่ต้องจ่าย ถ้าเราป้องกันน้ำท่วมนั่นน่ะ ป้องกันแล้วไม่มีกำไรเลยมีแต่เสีย ฉะนั้นก็ที่คนเขาว่าทำโครงการแล้วก็เสียจริง เสียเสียเงินแต่ว่าไม่เสียผลประโยชน์ ฉะนั้นก็ก็ต้องคิดดีๆ ว่า ที่ได้ทำโครงการนั้นก็มีจุดประสงค์ที่จะให้มีรายได้ แต่ถ้าพูดอย่างที่เขาพูดจ่ายเงินเยอะแยะที่ต้องจ่ายแ ยะแต่ว่าไม่ได้เสีย เพราะว่ามีรายได้ เวลาพูดกลับไปกลับมาอย่างนี้ท่านก็งง ท่านมองหน้าว่าเอ๊ะจะไปไหน ไปน่ะต้องทำโครงการนี้ อะไรก็ตามก็ต้องมีเหตุผล ก็ต้องบริหารงานการให้ดี
พูดถึงบริหารข้างหน้าที่ก็มีฝ่ายที่จะเป็นรัฐบาล รัฐบาลก็คือการบริหาร แต่ว่าบริหารนี่มีทุกอย่าง บริหารโครงการ บริหารกิจการต่าง ๆ บริหารการเงิน ทุกอย่างคือต้องบริหารให้ดี ฉะนั้นก็ถ้าไม่บริหารก็ล่มจม แต่คนที่เป็นฝ่ายบริหารมีแต่ตำหนิติเตียนว่าไม่ทำ ที่จริงฝ่ายบริหารเขาก็ทำ คนที่ติเตียนนั่นก็เป็นคนที่ไม่ได้ทำอะไรเลย ตรงข้ามมีแต่ทำลาย ฉะนั้นที่มาเมื่อสองสามวันนี้ ถ้ากลุ้มใจที่ฟังวิทยุแล้วก็พูดๆ ว่าเมืองไทยนี้ไม่ก้าวหน้าเลย แต่ความจริงก็ก้าวหน้า ถ้าไม่ทำอะไรเลยป่านนี้ก็ล่มจมแล้ว ถ้าไม่ทำก็ล่มจมเหมือนน้ำท่วม ล่มจมนี่พูดถึงน้ำมากเกินไปแล้วเดี๋ยวหาว่าพูดน้ำท่ว มทุ่ง แต่ว่าอย่างไรก็ตามต้องพูด วันนี้ตั้งใจจะต้องพูด ว่าถ้าไม่ทำอะไร ทำแต่พูด ก็จะไม่ดี นี่ก็พูดมามากแล้วในทางที่จะคล้าย ๆ ปรามไม่ให้พูด แต่อย่างไรก็ตามวันนี้ท่านเงียบหมดทุกคน เงียบก็หมายความว่าท่านก็ตั้งใจจะไม่พูด เราก็เห็นว่าท่านไม่พูดเราก็จะไม่พูด แล้วก็พูดมากแล้ว
ชม MV พระบรมราโชวาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 4 ธันวาคม 2550 ณ.ศาลาดุสิดาลัย
ช่วงที่ ๑ (http://www.baanmaha.com/community/showthread.php?t=19533)
ช่วงที่ ๒ (http://www.baanmaha.com/community/showthread.php?t=19534)
ช่วงที่ ๓ (http://www.baanmaha.com/community/showthread.php?t=19536)
ช่วงที่ ๔ (http://www.baanmaha.com/community/showthread.php?t=19537)