PDA

ดูเวอร์ชั่นเต็ม : สลด ด.ช.กินเมล็ดมะกล่ำตาหนูดับ


ไก่น้อย
12-21-2007, 09:54 AM
http://www.uppicz.info/image/free-image-hosting-6d4cb69cf3d38870dee3cf7644559e36.jpg

http://www.uppicz.info/image/free-image-hosting-7f2e142aaf2647d18b3447f000e1473b.jpg

ร้อยเอ็ด - น.พ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า

ศูนย์ระบาดวิทยา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด ได้รับรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตจากการกินมะกล่ำตาหนู หรือ บักหล่ำตาดำ (ภาษาอีสาน) เมื่อวันที่ 10 ธ.ค.ที่ผ่านมา ผู้เสียชีวิตเป็นเด็กนักเรียนชั้นอนุบาล 1 เพศชาย อายุ 4 ปี 8 เดือน โรงเรียนบ้านคูเมือง ต.คูเมือง อ.เมืองสรวง จ.ร้อยเอ็ด โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 6 ธ.ค.ช่วงใกล้เลิกเรียน

เด็กที่เสียชีวิตและเพื่อนนักเรียนอีก 4 คน ได้เก็บเมล็ดมะกล่ำตาหนูที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติข้ างต้นเฟื่องฟ้า หน้าเสาธงของโรงเรียน

ภายหลังกินเข้าไปเพียง 3-4 ชั่วโมงมีอาการปวดท้อง อาเจียนเป็นน้ำประมาณ 10 ครั้ง เด็ก 2 คนใน 4 คน มีอาการหนักจึงนำส่งโรงพยาบาลเมืองสรวง แพทย์รับไว้เป็นผู้ป่วยใน ต่อมาอีก 2 วันอาการดีขึ้นจึงให้กลับบ้าน แต่สำหรับผู้เสียชีวิตหลังออกจากโรงพยาบาลยังมีอาการ อ่อนเพลีย กินอาหารไม่ได้และอาเจียนบ่อยครั้ง มารดาจึงพาไปรักษาที่โรงพยาบาลร้อยเอ็ดอีกครั้งในวัน ที่ 8 ธ.ค. ต่อมาวันที่ 10 ธ.ค.กลับมีอาการกระสับกระส่าย หัวใจเต้นเร็ว และชักเกร็ง หยุดหายใจ ส่วนเด็กอีก 3 คนมีอาการปวดท้อง ไม่มีอาเจียน เข้ารักษาที่โรงพยาบาลอาการดีขึ้นและหายเป็นปกติแล้ว

น.พ.สุวรรณชัย กล่าวอีกว่า จากข้อมูลในทางวิทยาศาสตร์พบว่า

ภายในเมล็ดมะกล่ำตาหนูมีพิษหลายชนิด พิษจะออกฤทธิ์โดยตรงต่อเซลล์เม็ดเลือดแดง เซลล์ตับและเซลล์ไต ดังนั้น หากเคี้ยวกินเพียง 1 เมล็ดก็เสียชีวิตได้ แต่หากกลืนกินโดยไม่เคี้ยวจะได้รับพิษน้อยลง ส่วนอาการที่เกิดจากพิษของเมล็ดมะกล่ำตาหนูนั้น หากรับประทานเข้าไปภายใน 2-3 ชั่วโมงจะทำให้อาเจียน ท้องเสีย และปวดท้อง

ในรายที่มีอาการรุนแรงอาจอาเจียนเป็นเลือด ถ่ายอุจจาระเป็นมูกเลือด และช็อกจากการเสียเลือด

จากนั้นอีก 2-3 วันพิษจะลุกลามไปสู่ระบบอื่นของร่างกาย ผู้ได้รับพิษจะมีอาการซึม อ่อนเพลีย หัวใจสั่น มือสั่น ผิวหนังแดง ชัก ความดันโลหิตต่ำ ตับวาย ไตวาย หากพิษถูกตาจะทำให้ตาบอดได้ ดังนั้น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด จึงขอเตือนมายังสถานศึกษาทุกแห่ง สถานรับเลี้ยงเด็ก และพี่น้องประชาชน ให้ดูแลตักเตือนบุตรหลานไม่ให้เก็บกินมะกล่ำตาหนู เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์จะนำมาซึ่งอันตรายถึงชีว ิต

ระวังลูกๆหลานๆเเน่เด้อค่ะ ช่วงนิกะลังหลายบักหล่ำ ตาดำตาเเดง อันตรายหลายคะ

ศรีสะท้าน
12-21-2007, 11:41 AM
โบราณเพิ่นเอาไปประกอบเฮ็ดยาพิษพู้นตั๊วนางหมากหล่ำน ้อยนี้ ในมันกินแล้วเบื่อ แต่ใบกินได้บ่อเป็นหยัง หวานกว่าอ้อย กว่าน้ำตาลหลายเท่า

ไก่น้อย
12-21-2007, 12:45 PM
ฮ่วย..ใบบักหล่ำนิกินได่ติอ้ายศรี ฮ่วยสิมาตั้วน้องตั้วนุ่งให้เจ็บท้องติน่อบาดนิ..สิซ ิมเบิ่งจักใบยุดอกสั่น คั่นขมสินำไปตีหัวฮอดยะลาพุ้นเด้อ ว่าบ่บอก ::)

ศรีสะท้าน
12-21-2007, 07:41 PM
ฮ่วย..ใบบักหล่ำนิกินได่ติอ้ายศรี ฮ่วยสิมาตั้วน้องตั้วนุ่งให้เจ็บท้องติน่อบาดนิ..สิซ ิมเบิ่งจักใบยุดอกสั่น คั่นขมสินำไปตีหัวฮอดยะลาพุ้นเด้อ ว่าบ่บอก ::)

กินได้ตั๊วนาง แต่ถ้าถามว่าคนนิยมกินบ่อ....ตอบว่า บ่อ เพราะบ่อฮู้ว่าสิเอาไปกินกับหยังจั่งสิเข้ากัน รสชาดสิออกหวาน ถ้าอยากฮู้ว่าหวานอิหลีบ่อต้องฮูดมาเป็นกำแล้วหย่ำลอ งเบิ่ง แต่อาจสิขิว(เหม็นเขียว)คลอโรฟิลล์จักหน่อย อิ อิ หลายปีมาแล้วเคยมีบทความจากสถาบันวิจัยได๋บุ อ้ายจำบ่อได้ เพิ่นว่าต่อไปอาจสิมีโครงการศึกษาวิจัย เอาใบหมากหล่ำตาหนูมาสกัดเป็นน้ำตาลแทนอ้อย พะนะ เพราะว่า ถ้าเปรียบเทียบ สัดส่วนปริมาณที่ท่อกันกับอ้อย ใบหมากหล่ำสิมีน้ำตาลหลายกว่าอ้อยเป็นหลายเท่า ว่าซั้น...ต่อไปคันเป็นไปได้ อ้ายว่าสิพาหมู่เจ้าปลูกหมากหล่ำขาย ส่วนในเฮากะไปผลิตยาเบือหมา ลักปลาข่อน หมากัดเป็ด กัดไก่ ไปซั้นตั้ว ท่าทางเป็นตารวยอยู่อ้ายว่า เขาสิบ่อเอิ้น เสี่ยมะกล่ำ/เสี่ยหมากหล่ำ ซะบ้อ อิ อิ อิ

lukhin_inter
12-21-2007, 09:34 PM
อันตรายเน๊าะ...ลูกหิน ไม่ทราบเลยนะนี่ ว่าลูก นี้ มีพิษ..เล่นมาตั้งแต่เด็กน้อยแล้วจ๊ะ เดี๋ยวนี้ก็ยังชอบ...ดีนะ ไม่นึกอยากกิน ..เห็นแต่ว่าสวยดี....ทางบ้านลูกหินเรียกมะก่ำจ๊ะ