ไก่น้อย
12-23-2007, 01:00 AM
....นานๆมาทีเลยนำเรื่องที่ผมไปพบประสพพบเห็นกับตัวเ องและที่อยากนำมาบอกต่อหรืออยากนำมาเผยแพร่ต่อๆเกี่ย วกับนํ้าใจงามๆของคน ณ ปัจจุบันนี้ที่นับวันจะหายากขึ้นเรื่อยๆในสังคมที่ขึ ้นชื่อว่า สังคมไทย ที่มีความเห็นอกเห็นใจ เอื้อเฝื้อ และ แบ่งบัน
วันอาทิตย์ที่ 30 กันยายน 2550 เวลา 11.09 น ณ.ตึกผู้ป่วยหนักโรงพยาบาลมหาราชนคคราชสีมา( ตึกเก่าเมื่อ10ปีกว่าๆที่แล้วผมก็เคยไปใช้บริการมาแล ้ว )ชั้น8 ซึ่งเป็นชั้นที่เป็นผู้ป่วยค่อนข้างหนัก ถึง หนักมากสำหรับผู้ป่วยที่เป็นหญิงทั้งหมด ประตูลิฟท์ชั้น8เปิดออกญาติผู้ป่วยพร้อมกับผมและลูกช ายผมต่างก้าวขาออกจากลิฟท์ ภาพแรกที่ผมเห็นคือผู้ป่วยที่นอนเรียงรายตามทางเดินต ามมุมตึกหรือที่ว่างๆที่พอจะมีที่จะนำผู้ป่วยไปพักรั กษ์ษาดูแลได้พูดง่ายๆครับที่จะเดินแทบจะไม่มีมีแต่เต ียงผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยที่มาเยี่ยมเต็มทางเดินแน่น ไปหมดและไม่ต้องแปลกใจเลยครับเรื่องของการให้บริการห รือความสะดวกสบายต่างๆที่ทางโรงพยาบาลจะมีหรือจัดหาใ ห้ก็ต้องว่ากันตามสภาพที่เห็นๆหละครับแต่ที่ผมเห็นจา กสายตานะครับผมอดภูมิใจไม่ได้สำหรับการให้บริการของท างโรงพยาบาลและบุคคลากร เป็นภาพที่ แพทย์ หมอ พยาบาล ผู้ช่วย และ ส่วนต่างๆที่มีหน้าที่ดูแลผู้ป่วยที่เปี่ยมไปด้วยรอย ยิ้มโดยเฉพาะแพทย์ที่เป็นผู้หญิงยังสาวๆสวยๆกันทั้งน ั้นครับแต่ขยันและมีรอยยิ้มให้ผู้ป่วยตลอกดเวลาที่พู ดคุยหรือกำลังตรวจสุขภาพ ส่วนพยาบาลก็ใช่ย่อยครับสวยๆทั้งนั้นเดี๋ยวนี้เขาแต่ งหน้าแต่งตากันเกือบจะทั้งหมดว่างั้นเห็นแล้วก็ทำให้ โรงพยาบาลนี่สวยงามขึ้นเยอะเลยครับ แวะไปเรื่อยแหละผมก็เห็นยังไงก็เอามาเล่ากันยังงั้นว ่าเถอะครับ อึดใจเดียวผมก็เดินมาถึงเตียงผู้ป่วยของญาติผมซึ่งก็ ไม่ต่างจากเตียงของผู้ป่วยอื่นๆหละครับ ผมก็เข้าไปพูดคุยไถ่ถามอาการป่วยและอื่นๆพอให้ผู้ป่ว ยมีกำลังใจต่อสู้กับโรคร้ายต่างๆในตัวของผู้ป่วยครับ ผมก็ต้องพูดให้เสียงดังขึ้นอีกนิดเพราะต้องแข่งกับเส ียงข้างๆที่กำลังทำเหมือนกับผมอยู่เลยกลายเป็นเหมือน ว่าสถานที่นี้เหมือนมีงานสังสรรก็ไม่ต่างครับภาษาที่ ได้ยินส่วนใหญ่ก็ภาษาอีสานส่วนใหญ่ครับมีทั้ง อีสานแท้ๆ โคราชแท้ กลางปนอีสาน กลางปนโคราช แม้กะทั้ง กลางแท้ก็มีแต่ที่ไม่ได้ยินก็คือทางเหนือนั่นแหละแม้ ก็จะได้ยินได้ยังไงหละครับเพราะที่นี่มันโรงพยาบาลทา งอีสานใช่มั๊ยหละฮ่าๆ ท่านใดที่กำลังเรียนภาษาที่น่าสนใจนะครับ ก็ตามนิสัยส่วนตัวของผมแหละครับตาไม่อยู่กับที่กวาดส ายตาไปเรื่อยหยุดอยู่เป็นบางที่แต่ก็ไม่นานมากนัก ไอ้ที่นานหน่อยก็ตอนแพทย์สวยๆกำลังตรวจคนไข้เตียงไกล ้ๆบางไกลบ้างหรือไม่ก็เจอญาติผู้ป่วยที่สวยๆมาเยี่ยม ผู้ป่วยก็ต้องหยุดนานไปบ้างก็ธรรมดาครับคนสวยก็ต้องถ ูกมองเป็นเรื่องปกติใช่มั๊ย แม้ก็ขนาดผู้หญิงด้วยกันแท้ๆยังชมว่าคนนั้นสวยคนนี้ง ามเลย แล้วผู้ชายอย่างผมจะเหลือเหรอะฮ่าๆสักพักผมก็เหลือบไ ปเห็นผู้ป่วยเตียงที่ติดทางเดินขึ้นลงบันได สายตาที่ผมเห็นคือผู้หญิงอายุประมาณ 22 ถึง 25 ปีประมาณนี้ด้วยสายตาอันเชี่ยวชาญเรื่องนี้ฮ่าๆ กำลังนอนพักผ่อนอยู่ที่เตียงของตัวเองข้างๆเตียงก็ไม ่มีอะไรมากที่เห็นก็มีเพียงพัดลมตั้งโต๊ะ 1 เครื่องของโรงพยาบาลพร้อมกับเหยือกนํ้าอีก1เหยือกส่ว นอาหารหรือผลไม้ไม่มีเลยไม่เหมือนกับเตียงอื่นๆครับท ี่เต็มไปด้วยของเยี่ยมไข้และญาติพี่น้องที่มาดูแลมาก มายอย่างน้อยก็เตียงหนึงก็ประมาณ 2-3 ท่านต่อเตียง ส่วนเตียงของน้องที่ผมเห็นไม่มีอย่างที่ผมว่ามาเลยคร ับ ก็ไม่ได้คิดอะไรมากก็แค่ผู้ป่วยคนหนึ่งที่มารับการรั กษาจากทางโรงพยาบาล เวลาผ่านไปจนถึงห้าโมงเย็นซึ่งอีกชั่วโมงเดียวผมและล ูกชายก็ต้องกลับแล้วเพราะหมดเวลาเยี่ยมไข้ผู้ป่วยซึ่ งเป็นเวลาที่ทางโรงพยาบาลรัฐทั่วประเทศกำหนดไว้ ผมซึ่งนั่งๆเดินๆบริเวณนั้นก็เลยเดินเลยไปยังเตียงขอ งน้องคนั้นครับ โอ้แม่เจ้าน้องเขาหน้าตาสวยครับ ผิวพรรณดี ทาเล็บแดง พูดง่ายๆผมสังเกตุน้องเขาเกือบหมดว่างั้นเลย แต่ที่อดที่จะคิดไม่ได้ว่าน้องเขาไม่มีญาติหรือพ่อแม ่พี่น้องหรือแฟนมาเยี่ยมหรือไงวะมันอดคิดไม่ได้จริงๆ ครับ สักพักน้องเขาก็พยุงตัวเองลุกขึ้นนั่ง มือก็พยามยามเอื้อมไปหยิบเหยือกนํ้าเพื่อที่จะเทนํ้า ลงแก้วเพื่อดื่มแก้กระหาย ผมมองดูแล้วน้องเขาพยามยามอยู่นานครับแต่ที่เห็นภาพน ้องเขาไม่มีเรี่ยวแรงเอาซะเลยครับ ไอ้ผมจะเขาไปช่วยด้วยเจตนาดีก็กลัวสายตาอื่นๆมองมาแล ้วเฮ้อไม่อยากคิดเดี่ยวหาว่าเราหัวงูอีก แต่ยังไม่ทันที่ผมจะคิดต่อก้มีผู้หญิงเตี้ยๆวัยกลางค นเป็นคนอีสานแท้ๆเดินเข้ามาช่วยเทนํ้าให้น้องดื่มส่ว นน้องก็มารยาทใช้ได้ครับยกมือไหว้ก่อนรับแก้วนํ้าสมก ับหน้าตาของน้องเขาจริงๆแล้วบทสนทนาต่อไปนี้ซิที่ทำใ ห้ผมแทบจะ..... เฮ้อเรื่องมันเศร้าครับเรื่องมันเศร้าจริงๆ
ผมขอใช้นามแทนผูหญิงของเรื่องนี้ทั้ง 2 ท่านก็แล้วกันนะครับการพูดโต้ตอบการใช้ภาษากันระหว่า งผู้ป่วยและผู้หญิงที่ไม่ใช่ญาติพี่น้องของผู้ป่วย ผมอาจจะใช้สำเนียง และ ภาษาสื่อไม่ถูกต้องนะครับคงไม่ว่ากันนะครับ
บทสนทนา
หญิงที่ไม่ใช่ทุกอย่างของผู้ป่วย ( คนอีสาน) : อีนางเอ็งไม่มีใครมาเยี่ยมหรือ
ผู้ป่วยหญิง ( คนภาคกลาง) : ไม่มีคะพี่
หญิงที่ไม่ใช่ทุกอย่างของผู้ป่วย ( คนอีสาน) : เอ้าแล้วหนูเป็นอะไรหละถึงมานอนป่วยอยู่นี่
ผู้ป่วยหญิง ( คนภาคกลาง) : หนูเป็นโรคเบาหวานตั้งแต่อายุ 15 ปีแล้วคะ
หญิงที่ไม่ใช่ทุกอย่างของผู้ป่วย ( คนอีสาน) : แล้วอาการเอ็งเป็นยังไง ( ปากแกก็ถามน้องพร้อมกับบีบนวดตัวของน้องเพราะน้องบนว ่าปวดหลัง )
ผู้ป่วยหญิง ( คนภาคกลาง) : ตอนนี้ตาหนูข้างหนึงมองไม่เห็นแล้วคะเบาหวานมันลามขึ ้นตาแล้วคะ
หญิงที่ไม่ใช่ทุกอย่างของผู้ป่วย ( คนอีสาน) : เอ้าแล้วพ่อกับแม่ไม่มาเยี่ยมหรือ
ผู้ป่วยหญิง ( คนภาคกลาง) : พ่อกับแม่เลิกกันตั้งแต่หนูยังเด็กๆอยู่เลยคะ
หญิงที่ไม่ใช่ทุกอย่างของผู้ป่วย ( คนอีสาน) : แล้วหนูอยู่กับใครหละนังหนูถามเสร็จก็เดินไปที่เตียง ของญาติแกแล้วหยิบเอาส้มมาถุงหนึงพร้อมกับกระเป๋าเงิ นเล็กๆอันหนึงแล้วก็เดินกลับมาที่เตียงน้อง
ผู้ป่วยหญิง ( คนภาคกลาง) : หนูอยูกับพ่อแต่พอหนูเรียนจบม3ก็ออกมาหางานทำที่โครา ชนี่คะ
หญิงที่ไม่ใช่ทุกอย่างของผู้ป่วย ( คนอีสาน) : แล้วหนูทำงานที่ไหนหละ ( พร้อมกับปลอกเปลือกส้มแล้วป้อนส้มให้น้องกินไปเรื่อย ๆเท่าที่ผมเห็นก็หลายผลเลยหละครับ ผมว่าน้องเขาคงหิวมากๆเลย )
ผู้ป่วยหญิง ( คนภาคกลาง) : หนูทำงานในตัวเมืองนี่แหละคะเป็นเด็กเสริฟตามร้านอาห ารคะ ( ตอนนี้นํ้าตาของน้องเริ่มค่อยๆเอ่อทั้งสองข้างพร้อมก ับรอยยิ้มแห่งความประทับใจที่ได้จากคนที่ไม่ใช่ทุกๆอ ย่างของชีวิตของน้องเขาเลยครับไอ้ผมก็พวกบ่อนํ้าตาตื ้นเหมือนกันเฮ้อเริ่มเศร้าได้ใจผมหละ )
หญิงที่ไม่ใช่ทุกอย่างของผู้ป่วย ( คนอีสาน) : แล้วหนูเอาเงินที่ไหนมารักษ์ษาหละหนูเอ้ย
ผู้ป่วยหญิง ( คนภาคกลาง) : ก็เงินที่หนูทำงานเก็บเงินนี่แหละคะพี่ตอนแรกๆก็คิดจ ะเก็บไว้เรียนต่อคะ
หญิงที่ไม่ใช่ทุกอย่างของผู้ป่วย ( คนอีสาน) : แล้วหนูรู้ได้ไงว่าเป็นเบาหวานนะ
ผู้ป่วยหญิง ( คนภาคกลาง) : อ้อมีอยูวันหนึงหนูหน้ามืดเป็นลมเขาพาหนูมาที่นี่แหล ะคะก็เลยรู้ว่าหนูเป็นเบาหวานคะ
หญิงที่ไม่ใช่ทุกอย่างของผู้ป่วย ( คนอีสาน) : แล้วทำไมปล่อยให้มันลามขึ้นมาถึงตาได้หละจะหนู
ผู้ป่วยหญิง ( คนภาคกลาง) : ก็หนูไม่ค่อยมีเงินคะ แค่ที่ที่ทำงานอยู่หากินไปวันๆจะมีเก็บก็น้อยนิดคะพี ่
หญิงที่ไม่ใช่ทุกอย่างของผู้ป่วย ( คนอีสาน) : เอ้าแล้วพ่อหละไปไหนหละและญาติๆไม่มีมาช่วยเหลือเลยร ึหนู
ผู้ป่วยหญิง ( คนภาคกลาง) : ตอนนี้หนูไม่มีใครแล้วจริงๆคะ พ่อก็ย้ายไปไหนก็ไม่รู้พ่อแกไม่ยอมส่งข่าวมาบอกหนูเล ย ( นํ้าตาของน้องตอนนี้ยิ่งไหลเพิ่มขึ้น )
หญิงที่ไม่ใช่ทุกอย่างของผู้ป่วย ( คนอีสาน) : แล้วจะทำงัยหละค่ารักษา ค่าหมอ แล้วค่าอื่นๆจะเอามาจากไหนหละหนูเอ้ย
ผู้ป่วยหญิง ( คนภาคกลาง) : ก็ใช้บัตรสุขภาพคะ จากที่ทำงานเขาก็พอมีช่วยบ้างคะพี่
หญิงที่ไม่ใช่ทุกอย่างของผู้ป่วย ( คนอีสาน) : งั้นเอ้าพวกพี่ๆช่วยได้เท่านี้แหละ(ต่างคนต่างล้วงกร ะเป๋าตังค์คนหละ 20 บ้าง 50 บ้าง 100บ้าง )แล้วยื่นให้น้อง
ผู้ป่วยหญิง ( คนภาคกลาง) : ขอบคุณคะ ( น้องก้มกราบพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูแล้ว เฮ้ยมันเศร้าจริงๆครับพี่น้อง )
หญิงที่ไม่ใช่ทุกอย่างของผู้ป่วย ( คนอีสาน) : มามะเดี๋ยวพี่ช่วยป้อนให้ ( พอดีได้เวลาอาหารเย็นของทางโรงพยาบาล ก็จะมีคนเข็นอาหารเย็นมาให้แต่หละเตียง )
ผู้ป่วยหญิง ( คนภาคกลาง) : ขอบคุณคะ ( ภาพพี่คนหนึงป้อนข้าวเด็กสาวคนหนึงที่ไม่ใช่ญาติพี่น ้องของตัวเอง คุณคิดว่าภาพนี้จะเป็นภาพที่สวย ภาพที่เห็นแล้วจะมีความสุขขนาดไหน )
หญิงที่ไม่ใช่ทุกอย่างของผู้ป่วย ( คนอีสาน) : อร่อยมั๊ยหนู ( พี่แกป้อนไปก็คุยกับน้องไป )
ผู้ป่วยหญิง ( คนภาคกลาง) : อร่อยคะ ( ยิ้มไป เขี้ยวไป นํ้าตาก็ไหลไป เอ้าผมเห็นแล้วแทบจะเดินหนีจากภาพที่เห็นครับ )
หญิงที่ไม่ใช่ทุกอย่างของผู้ป่วย ( คนอีสาน) : งั้นพี่ๆกลับก่อนนะ พรุ่งนี้อยากกินอะไรมั๊ยเดี๋ยวพี่ซื้อมาให้ ( พร้อมกับยื่นถุงส้ม กับ ถุงนมให้น้อง ก็เอามาจากเตียงของญาติผู้ป่วยเขานั่นแหละครับ แบ่งๆกัน )
ผู้ป่วยหญิง ( คนภาคกลาง) : ขอบคุณคะ ไม่เป็นไรคะ ( ภาพนี้แหละครับแทบจะร้องให้ตามน้องเขาเลยครับ เป็นภาพที่พี่ๆเดินลงบันไดกลับบ้าน แล้วน้องมองตามเหมือนพ่อแม่และญาติพี่น้องมาเยี่ยมแล ้วกำลังกลับบ้านครับ )
ผมเห็นนํ้าใจจากผู้หญิงกลุ่มหนึ่งที่มีให้เด็กสาวคนห นึงที่ไม่ใช่แม้กระทั่งญาติหรือคนรู้จัก ซึ่งถามว่ามันมีด้วยหรือกับสังคมบ้านเรา ณ ปัจจุบันนี้ ถ้าจะให้ผมตอบคงตอบได้ครับ ยังไงซะสังคมบ้านนอก สังคมชนบท ยังไงก็ดีกว่า สังคมคนเมือง แน่นอนครับ หรือ คุณว่าไม่จริง
อ่านเเล้วน้ำตาจะไหลคะ... ซึ้งมาก :'(
วันอาทิตย์ที่ 30 กันยายน 2550 เวลา 11.09 น ณ.ตึกผู้ป่วยหนักโรงพยาบาลมหาราชนคคราชสีมา( ตึกเก่าเมื่อ10ปีกว่าๆที่แล้วผมก็เคยไปใช้บริการมาแล ้ว )ชั้น8 ซึ่งเป็นชั้นที่เป็นผู้ป่วยค่อนข้างหนัก ถึง หนักมากสำหรับผู้ป่วยที่เป็นหญิงทั้งหมด ประตูลิฟท์ชั้น8เปิดออกญาติผู้ป่วยพร้อมกับผมและลูกช ายผมต่างก้าวขาออกจากลิฟท์ ภาพแรกที่ผมเห็นคือผู้ป่วยที่นอนเรียงรายตามทางเดินต ามมุมตึกหรือที่ว่างๆที่พอจะมีที่จะนำผู้ป่วยไปพักรั กษ์ษาดูแลได้พูดง่ายๆครับที่จะเดินแทบจะไม่มีมีแต่เต ียงผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยที่มาเยี่ยมเต็มทางเดินแน่น ไปหมดและไม่ต้องแปลกใจเลยครับเรื่องของการให้บริการห รือความสะดวกสบายต่างๆที่ทางโรงพยาบาลจะมีหรือจัดหาใ ห้ก็ต้องว่ากันตามสภาพที่เห็นๆหละครับแต่ที่ผมเห็นจา กสายตานะครับผมอดภูมิใจไม่ได้สำหรับการให้บริการของท างโรงพยาบาลและบุคคลากร เป็นภาพที่ แพทย์ หมอ พยาบาล ผู้ช่วย และ ส่วนต่างๆที่มีหน้าที่ดูแลผู้ป่วยที่เปี่ยมไปด้วยรอย ยิ้มโดยเฉพาะแพทย์ที่เป็นผู้หญิงยังสาวๆสวยๆกันทั้งน ั้นครับแต่ขยันและมีรอยยิ้มให้ผู้ป่วยตลอกดเวลาที่พู ดคุยหรือกำลังตรวจสุขภาพ ส่วนพยาบาลก็ใช่ย่อยครับสวยๆทั้งนั้นเดี๋ยวนี้เขาแต่ งหน้าแต่งตากันเกือบจะทั้งหมดว่างั้นเห็นแล้วก็ทำให้ โรงพยาบาลนี่สวยงามขึ้นเยอะเลยครับ แวะไปเรื่อยแหละผมก็เห็นยังไงก็เอามาเล่ากันยังงั้นว ่าเถอะครับ อึดใจเดียวผมก็เดินมาถึงเตียงผู้ป่วยของญาติผมซึ่งก็ ไม่ต่างจากเตียงของผู้ป่วยอื่นๆหละครับ ผมก็เข้าไปพูดคุยไถ่ถามอาการป่วยและอื่นๆพอให้ผู้ป่ว ยมีกำลังใจต่อสู้กับโรคร้ายต่างๆในตัวของผู้ป่วยครับ ผมก็ต้องพูดให้เสียงดังขึ้นอีกนิดเพราะต้องแข่งกับเส ียงข้างๆที่กำลังทำเหมือนกับผมอยู่เลยกลายเป็นเหมือน ว่าสถานที่นี้เหมือนมีงานสังสรรก็ไม่ต่างครับภาษาที่ ได้ยินส่วนใหญ่ก็ภาษาอีสานส่วนใหญ่ครับมีทั้ง อีสานแท้ๆ โคราชแท้ กลางปนอีสาน กลางปนโคราช แม้กะทั้ง กลางแท้ก็มีแต่ที่ไม่ได้ยินก็คือทางเหนือนั่นแหละแม้ ก็จะได้ยินได้ยังไงหละครับเพราะที่นี่มันโรงพยาบาลทา งอีสานใช่มั๊ยหละฮ่าๆ ท่านใดที่กำลังเรียนภาษาที่น่าสนใจนะครับ ก็ตามนิสัยส่วนตัวของผมแหละครับตาไม่อยู่กับที่กวาดส ายตาไปเรื่อยหยุดอยู่เป็นบางที่แต่ก็ไม่นานมากนัก ไอ้ที่นานหน่อยก็ตอนแพทย์สวยๆกำลังตรวจคนไข้เตียงไกล ้ๆบางไกลบ้างหรือไม่ก็เจอญาติผู้ป่วยที่สวยๆมาเยี่ยม ผู้ป่วยก็ต้องหยุดนานไปบ้างก็ธรรมดาครับคนสวยก็ต้องถ ูกมองเป็นเรื่องปกติใช่มั๊ย แม้ก็ขนาดผู้หญิงด้วยกันแท้ๆยังชมว่าคนนั้นสวยคนนี้ง ามเลย แล้วผู้ชายอย่างผมจะเหลือเหรอะฮ่าๆสักพักผมก็เหลือบไ ปเห็นผู้ป่วยเตียงที่ติดทางเดินขึ้นลงบันได สายตาที่ผมเห็นคือผู้หญิงอายุประมาณ 22 ถึง 25 ปีประมาณนี้ด้วยสายตาอันเชี่ยวชาญเรื่องนี้ฮ่าๆ กำลังนอนพักผ่อนอยู่ที่เตียงของตัวเองข้างๆเตียงก็ไม ่มีอะไรมากที่เห็นก็มีเพียงพัดลมตั้งโต๊ะ 1 เครื่องของโรงพยาบาลพร้อมกับเหยือกนํ้าอีก1เหยือกส่ว นอาหารหรือผลไม้ไม่มีเลยไม่เหมือนกับเตียงอื่นๆครับท ี่เต็มไปด้วยของเยี่ยมไข้และญาติพี่น้องที่มาดูแลมาก มายอย่างน้อยก็เตียงหนึงก็ประมาณ 2-3 ท่านต่อเตียง ส่วนเตียงของน้องที่ผมเห็นไม่มีอย่างที่ผมว่ามาเลยคร ับ ก็ไม่ได้คิดอะไรมากก็แค่ผู้ป่วยคนหนึ่งที่มารับการรั กษาจากทางโรงพยาบาล เวลาผ่านไปจนถึงห้าโมงเย็นซึ่งอีกชั่วโมงเดียวผมและล ูกชายก็ต้องกลับแล้วเพราะหมดเวลาเยี่ยมไข้ผู้ป่วยซึ่ งเป็นเวลาที่ทางโรงพยาบาลรัฐทั่วประเทศกำหนดไว้ ผมซึ่งนั่งๆเดินๆบริเวณนั้นก็เลยเดินเลยไปยังเตียงขอ งน้องคนั้นครับ โอ้แม่เจ้าน้องเขาหน้าตาสวยครับ ผิวพรรณดี ทาเล็บแดง พูดง่ายๆผมสังเกตุน้องเขาเกือบหมดว่างั้นเลย แต่ที่อดที่จะคิดไม่ได้ว่าน้องเขาไม่มีญาติหรือพ่อแม ่พี่น้องหรือแฟนมาเยี่ยมหรือไงวะมันอดคิดไม่ได้จริงๆ ครับ สักพักน้องเขาก็พยุงตัวเองลุกขึ้นนั่ง มือก็พยามยามเอื้อมไปหยิบเหยือกนํ้าเพื่อที่จะเทนํ้า ลงแก้วเพื่อดื่มแก้กระหาย ผมมองดูแล้วน้องเขาพยามยามอยู่นานครับแต่ที่เห็นภาพน ้องเขาไม่มีเรี่ยวแรงเอาซะเลยครับ ไอ้ผมจะเขาไปช่วยด้วยเจตนาดีก็กลัวสายตาอื่นๆมองมาแล ้วเฮ้อไม่อยากคิดเดี่ยวหาว่าเราหัวงูอีก แต่ยังไม่ทันที่ผมจะคิดต่อก้มีผู้หญิงเตี้ยๆวัยกลางค นเป็นคนอีสานแท้ๆเดินเข้ามาช่วยเทนํ้าให้น้องดื่มส่ว นน้องก็มารยาทใช้ได้ครับยกมือไหว้ก่อนรับแก้วนํ้าสมก ับหน้าตาของน้องเขาจริงๆแล้วบทสนทนาต่อไปนี้ซิที่ทำใ ห้ผมแทบจะ..... เฮ้อเรื่องมันเศร้าครับเรื่องมันเศร้าจริงๆ
ผมขอใช้นามแทนผูหญิงของเรื่องนี้ทั้ง 2 ท่านก็แล้วกันนะครับการพูดโต้ตอบการใช้ภาษากันระหว่า งผู้ป่วยและผู้หญิงที่ไม่ใช่ญาติพี่น้องของผู้ป่วย ผมอาจจะใช้สำเนียง และ ภาษาสื่อไม่ถูกต้องนะครับคงไม่ว่ากันนะครับ
บทสนทนา
หญิงที่ไม่ใช่ทุกอย่างของผู้ป่วย ( คนอีสาน) : อีนางเอ็งไม่มีใครมาเยี่ยมหรือ
ผู้ป่วยหญิง ( คนภาคกลาง) : ไม่มีคะพี่
หญิงที่ไม่ใช่ทุกอย่างของผู้ป่วย ( คนอีสาน) : เอ้าแล้วหนูเป็นอะไรหละถึงมานอนป่วยอยู่นี่
ผู้ป่วยหญิง ( คนภาคกลาง) : หนูเป็นโรคเบาหวานตั้งแต่อายุ 15 ปีแล้วคะ
หญิงที่ไม่ใช่ทุกอย่างของผู้ป่วย ( คนอีสาน) : แล้วอาการเอ็งเป็นยังไง ( ปากแกก็ถามน้องพร้อมกับบีบนวดตัวของน้องเพราะน้องบนว ่าปวดหลัง )
ผู้ป่วยหญิง ( คนภาคกลาง) : ตอนนี้ตาหนูข้างหนึงมองไม่เห็นแล้วคะเบาหวานมันลามขึ ้นตาแล้วคะ
หญิงที่ไม่ใช่ทุกอย่างของผู้ป่วย ( คนอีสาน) : เอ้าแล้วพ่อกับแม่ไม่มาเยี่ยมหรือ
ผู้ป่วยหญิง ( คนภาคกลาง) : พ่อกับแม่เลิกกันตั้งแต่หนูยังเด็กๆอยู่เลยคะ
หญิงที่ไม่ใช่ทุกอย่างของผู้ป่วย ( คนอีสาน) : แล้วหนูอยู่กับใครหละนังหนูถามเสร็จก็เดินไปที่เตียง ของญาติแกแล้วหยิบเอาส้มมาถุงหนึงพร้อมกับกระเป๋าเงิ นเล็กๆอันหนึงแล้วก็เดินกลับมาที่เตียงน้อง
ผู้ป่วยหญิง ( คนภาคกลาง) : หนูอยูกับพ่อแต่พอหนูเรียนจบม3ก็ออกมาหางานทำที่โครา ชนี่คะ
หญิงที่ไม่ใช่ทุกอย่างของผู้ป่วย ( คนอีสาน) : แล้วหนูทำงานที่ไหนหละ ( พร้อมกับปลอกเปลือกส้มแล้วป้อนส้มให้น้องกินไปเรื่อย ๆเท่าที่ผมเห็นก็หลายผลเลยหละครับ ผมว่าน้องเขาคงหิวมากๆเลย )
ผู้ป่วยหญิง ( คนภาคกลาง) : หนูทำงานในตัวเมืองนี่แหละคะเป็นเด็กเสริฟตามร้านอาห ารคะ ( ตอนนี้นํ้าตาของน้องเริ่มค่อยๆเอ่อทั้งสองข้างพร้อมก ับรอยยิ้มแห่งความประทับใจที่ได้จากคนที่ไม่ใช่ทุกๆอ ย่างของชีวิตของน้องเขาเลยครับไอ้ผมก็พวกบ่อนํ้าตาตื ้นเหมือนกันเฮ้อเริ่มเศร้าได้ใจผมหละ )
หญิงที่ไม่ใช่ทุกอย่างของผู้ป่วย ( คนอีสาน) : แล้วหนูเอาเงินที่ไหนมารักษ์ษาหละหนูเอ้ย
ผู้ป่วยหญิง ( คนภาคกลาง) : ก็เงินที่หนูทำงานเก็บเงินนี่แหละคะพี่ตอนแรกๆก็คิดจ ะเก็บไว้เรียนต่อคะ
หญิงที่ไม่ใช่ทุกอย่างของผู้ป่วย ( คนอีสาน) : แล้วหนูรู้ได้ไงว่าเป็นเบาหวานนะ
ผู้ป่วยหญิง ( คนภาคกลาง) : อ้อมีอยูวันหนึงหนูหน้ามืดเป็นลมเขาพาหนูมาที่นี่แหล ะคะก็เลยรู้ว่าหนูเป็นเบาหวานคะ
หญิงที่ไม่ใช่ทุกอย่างของผู้ป่วย ( คนอีสาน) : แล้วทำไมปล่อยให้มันลามขึ้นมาถึงตาได้หละจะหนู
ผู้ป่วยหญิง ( คนภาคกลาง) : ก็หนูไม่ค่อยมีเงินคะ แค่ที่ที่ทำงานอยู่หากินไปวันๆจะมีเก็บก็น้อยนิดคะพี ่
หญิงที่ไม่ใช่ทุกอย่างของผู้ป่วย ( คนอีสาน) : เอ้าแล้วพ่อหละไปไหนหละและญาติๆไม่มีมาช่วยเหลือเลยร ึหนู
ผู้ป่วยหญิง ( คนภาคกลาง) : ตอนนี้หนูไม่มีใครแล้วจริงๆคะ พ่อก็ย้ายไปไหนก็ไม่รู้พ่อแกไม่ยอมส่งข่าวมาบอกหนูเล ย ( นํ้าตาของน้องตอนนี้ยิ่งไหลเพิ่มขึ้น )
หญิงที่ไม่ใช่ทุกอย่างของผู้ป่วย ( คนอีสาน) : แล้วจะทำงัยหละค่ารักษา ค่าหมอ แล้วค่าอื่นๆจะเอามาจากไหนหละหนูเอ้ย
ผู้ป่วยหญิง ( คนภาคกลาง) : ก็ใช้บัตรสุขภาพคะ จากที่ทำงานเขาก็พอมีช่วยบ้างคะพี่
หญิงที่ไม่ใช่ทุกอย่างของผู้ป่วย ( คนอีสาน) : งั้นเอ้าพวกพี่ๆช่วยได้เท่านี้แหละ(ต่างคนต่างล้วงกร ะเป๋าตังค์คนหละ 20 บ้าง 50 บ้าง 100บ้าง )แล้วยื่นให้น้อง
ผู้ป่วยหญิง ( คนภาคกลาง) : ขอบคุณคะ ( น้องก้มกราบพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูแล้ว เฮ้ยมันเศร้าจริงๆครับพี่น้อง )
หญิงที่ไม่ใช่ทุกอย่างของผู้ป่วย ( คนอีสาน) : มามะเดี๋ยวพี่ช่วยป้อนให้ ( พอดีได้เวลาอาหารเย็นของทางโรงพยาบาล ก็จะมีคนเข็นอาหารเย็นมาให้แต่หละเตียง )
ผู้ป่วยหญิง ( คนภาคกลาง) : ขอบคุณคะ ( ภาพพี่คนหนึงป้อนข้าวเด็กสาวคนหนึงที่ไม่ใช่ญาติพี่น ้องของตัวเอง คุณคิดว่าภาพนี้จะเป็นภาพที่สวย ภาพที่เห็นแล้วจะมีความสุขขนาดไหน )
หญิงที่ไม่ใช่ทุกอย่างของผู้ป่วย ( คนอีสาน) : อร่อยมั๊ยหนู ( พี่แกป้อนไปก็คุยกับน้องไป )
ผู้ป่วยหญิง ( คนภาคกลาง) : อร่อยคะ ( ยิ้มไป เขี้ยวไป นํ้าตาก็ไหลไป เอ้าผมเห็นแล้วแทบจะเดินหนีจากภาพที่เห็นครับ )
หญิงที่ไม่ใช่ทุกอย่างของผู้ป่วย ( คนอีสาน) : งั้นพี่ๆกลับก่อนนะ พรุ่งนี้อยากกินอะไรมั๊ยเดี๋ยวพี่ซื้อมาให้ ( พร้อมกับยื่นถุงส้ม กับ ถุงนมให้น้อง ก็เอามาจากเตียงของญาติผู้ป่วยเขานั่นแหละครับ แบ่งๆกัน )
ผู้ป่วยหญิง ( คนภาคกลาง) : ขอบคุณคะ ไม่เป็นไรคะ ( ภาพนี้แหละครับแทบจะร้องให้ตามน้องเขาเลยครับ เป็นภาพที่พี่ๆเดินลงบันไดกลับบ้าน แล้วน้องมองตามเหมือนพ่อแม่และญาติพี่น้องมาเยี่ยมแล ้วกำลังกลับบ้านครับ )
ผมเห็นนํ้าใจจากผู้หญิงกลุ่มหนึ่งที่มีให้เด็กสาวคนห นึงที่ไม่ใช่แม้กระทั่งญาติหรือคนรู้จัก ซึ่งถามว่ามันมีด้วยหรือกับสังคมบ้านเรา ณ ปัจจุบันนี้ ถ้าจะให้ผมตอบคงตอบได้ครับ ยังไงซะสังคมบ้านนอก สังคมชนบท ยังไงก็ดีกว่า สังคมคนเมือง แน่นอนครับ หรือ คุณว่าไม่จริง
อ่านเเล้วน้ำตาจะไหลคะ... ซึ้งมาก :'(