PDA

ดูเวอร์ชั่นเต็ม : “เมื่อเธอต้องการหย่าขาดจากชั้นไป....เธอควรเป็นคนที ่จูงมือชั้นออกไป”


ไก่น้อย
12-23-2007, 06:01 AM
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อ่านแล้วกินใจมากลองอ่านและซึ มซาบความรู้สึกอย่างช้าๆ

“เมื่อเธอต้องการหย่าขาดจากชั้นไป....เธอควรเป็นคนที ่จูงมือชั้นออกไป”

ในวันแต่งงานของผม ผมจูงมือภรรยาของผมในอ้อมแขนรถแต่งงานจอดหน้าที่พักข องเราเพื่อนเจ้าบ่าวบอกผมว่าผมควรจะอุ้มเธอเข้าไปในบ ้านดังนั้นผมจึงทำตามเธอเขินอายในอ้อมแขนผม ผมช่างเป็นเจ้าบ่าวที่มีความสุขที่สุดในโลก...นี่เป็ นเรื่องที่ผ่านมาแล้วสิบปี...ในวันถัดๆมาทุกอย่างก็เ หมือนเดิมเรามีลูกด้วยกัน... ผมทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะหาเงินมาจุนเจือครอบครัว. .. เมื่อเราเริ่มมีฐานะที่ดีขึ้น...ความห่างของเราก็เพิ ่มขึ้นเช่นกัน...

ทุก ๆเช้าเราออกจากบ้านไปด้วยกันแล้วก็ถึงบ้านเวลาเดียวก ันลูกเราเรียนที่โรงเรียนใกล้บ้านดูเหมือนความรักของ เราช่างน่าอิจฉายิ่งนัก...ความสงบสุขก็เริ่มเปลี่ยนแ ปลงอย่างมิได้คาดหมาย ....

เจนเข้ามาในชีวิตของผม ....ผมยืนอยู่ที่ระเบียงบ้าน...เจนเข้ามาสวมกอดผมจาก ด้านหลัง..หัวใจผมเต้นแรงด้วยความรัก...ที่นี่...เป็ นอพาร์เมนท์ที่ผมซื้อให้เธอ...เธอบอกว่าคุณเป็นผู้ชา ยที่ผู้หญิงทุก คน ถวิลหา...คำพูดของเธอทำให้ผมนึกถึงภรรยาผม...ตอนที่เ ราแต่งงานกันใหม่ๆ ..เธอบอกว่าวันที่คุณประสบความสำเร็จผู้ชายอย่างคุณจ ะมีแต่ผู้หญิงวิ่งเข้ามาหา...ผมเริ่มรู้สึกลังเล... "ผมรู้ว่าผมกำลังทรยศภรรยาผม...แต่ผมก็ได้ทำลงไปแล้ว. ...ผมปลีกตัวออกจากเจน“ วันนี้คุณไปเลือกเฟอร์นิเจอร์เองแล้วกันน๊ะผมต้องเข้ าออฟฟิศ” ... แน่นอน...เธอไม่ค่อยพอใจนัก เพราะผมสัญญากับเธอว่าเราจะไปด้วยกัน...ในตอนนั้น... ความรู้สึกถึงการหย่าร้างเริ่มวิ่งเข้ามาในความคิดผม ....ทั้งที่จริงๆแล้วผมไม่เคยมีความคิดนี้เลยแม้แต่ค รั้งเดียว

แต่ผมก็พบว่าเป็นเรื่องยากที่จะบอกกับภรรยาของผม.... ไม่ว่าผมจะพูดกับเธอดีสักเพียงใด...เธอจะต้องเจ็บปวด ใจอย่างแน่นอน... จริง ๆแล้วเธอเป็นภรรยาที่ดีมาก...ทุก ๆเย็นเธอจะวุ่นวายกับการทำอาหาร..ในขณะที่ผมนั่งอยู่ หน้าทีวีทานอาหารเสร็จเราก็นั่งดูทีวีด้วยกัน...หรือ ...ถ้าผมจะเลือกเป็น ...นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์....มองเรือนร่างอันงดง ามของเจน...ช่างเป็นอะไรที่หน้าฝันถึงเสียจริง

วันนึงผมพูดทีเล่นทีจริงกับภรรยาของผมว่าจะเธอจะทำยั งงัยถ้าเราหย่ากัน...เธอจ้องมองผมอย่างไม่เชื่อในสิ่ งที่ได้ยิน...และเธอก็ไม่ได้ตอบว่าอะไร..เธอมั่นใจว่ าการหย่าเป็นเรื่องที่ไกลตัวเธอมาก...ผม นึกภาพไม่ออกเลยว่าหากเธอรู้ว่าเรื่องที่ผมกำลังพูดอ ยู่นั้นเป็นเรื่องจริง...เธอจะเป็นอย่างไรวันนึงภรรย าผมมาที่ออฟฟิศ...สวนทางกับเจนที่เพิ่งจะออกไปพอดี.. .พนักงานทุกคนทำหน้าตาเลิกลัก...เหมือนกำลังพยายามซ่ อนอะไรบางอย่างจากเธอ....เธอเหมือนจะรับรู้มันได้... แต่เธอก็ยิ้มน้อย ๆ กับพนักงานทุกคน....แต่ผมก็สังเกตุเห็นแววตาที่เจ็บป วดของเธอภายใต้รอยยิ้มนั้น

ในที่สุด...เจนก็บอกกบผมว่า...หย่ากับเธอน๊ะ..แล้วเร าอยู่ด้วยกัน..ผมพยักหน้า....ผมจะลังเลอีกต่อไปไม่ได ้อีกแล้ว....ผมตัดสินใจบอกภรรยาผมในอาหารค่ำ ..ผมมีอะไรจะบอกคุณ...เธอนั่งทานอาหารอย่างเงียบ ๆ...ผมสังเกตุเห็นแววตาอันเจ็บปวดของเธอ...มันทำให้ผ มพูดในสิ่งที่ผมต้องการพูดไม่ออก...แต่ท้ายที่สุดผมก ็พูดออกไป...ผมต้องการหย่า...เธอดูไม่ตกใจกับสิ่งที่ ผมเพิ่งจะพูดออกไปเลย... ผมย้ำกับเธออีกครั้ง...เธอเขวี้ยงตะเกียบในมือทิ้ง.. .แล้วตะโกนใส่หน้าผมว่า.. คุณมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย...เราไม่ได้คุยกันอีกเลยคืนนั ้น...เธอร้องไห้อย่างหนัก...ผมรู้ว่าเธออยากรู้ว่าเก ิดอะไรขึ้นกับชีวิตแต่งงานของเรา...แต่ผมเองไม่สามาร ถหาคำตอบให้กับตัวเองได้...เป็นเพราะใจผมได้ให้เจนไป หมดแล้วงั้นเหรอ...ผมคงไม่สามารถบอกเธออย่างนั้นได้ ..มันจะทำให้ผมรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก...ผมร่างสัญญาก ารหย่าร้างขึ้น...ระบุว่า..เธอเป็นเจ้าของบ้าน...ทุก ๆ อย่างในบ้านทั้งรถ...หุ้นบริษัท30% ผมยกให้เธอหมด ....เธอเหลือบมองกระดาษที่ผมร่างขึ้น...แล้วฉีกมันทิ ้ง...มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น...ผู้หญิงที่ผม อยู่ด้วยมาเป็นระยะเวลาสิบปีกลายเป็นคนแปลกหน้ากันภา ยในหนึ่งวัน...ผมไม่สามารถคืนคำที่ผมพูดไปได้...เธอร ้องไห้ด้วยความเสียใจอย่างที่สุด...สำหรับผมแล้ว... การร้องไห้ของเธอเหมือนเป็นการปลดปล่อยความสับสนของต ัวผมเอง...หลังจากที่ผมกลุ้มใจกับการตัดสินใจครั้งนี ้ของผม..ในที่สุด...มันก็เป็นรูปธรรมขึ้นมาจริงๆ เสียทีคืนนั้น...ผมกลับถึงบ้านค่อนข้างดึก...เห็นเธอ เขียนอะไรบางอย่างบนโต๊ะ.. ผมหลับไปอย่างรวดเร็วด้วยความเพลีย...ผมตื่นขึ้นมาอี กทีแล้วพบว่า...เธอเขียนเงื่อนไขการหย่าร้างว่าเธอไม ่ต้องการสิ่งใดจากผม...แต่เธอต้องการให้ผมให้เวลาเธอ หนึ่งเดือนเพื่อตั้งตัวสำหรับการหย่า...และในช่วงระย ะเวลาหนึ่งเดือนนั้นทุกอย่างต้องดำเนินไปตามปกติ...ด ้วยเหตุผลที่ว่าเธอต้องการให้ลูกจบการศึกษาซึ่งกำลัง จะมาถึงเสียก่อน..เธอไม่อยากให้ลูกต้องเห็นความล้มเห ลวในการแต่งงานของพ่อแม่ก่อนเวลานั้นจะมาถึง...รัชต์ ..คุณจำได้มั๊ย...วันที่เราแต่งงานกัน...คุณประคองชั ้นไว้ในอ้อมกอดในวันที่เราเข้าเรือนหอ..ผมพยักหน้า.. นั่นเป็นความทรงจำที่ดีที่สุดของชั้น...ชั้นมีเรื่อง ขอร้อง...ชั้นอยากให้คุณประคองชั้นไว้ในอ้อมกอดจากห้ องนอนไปถึงด้านล่างทุกวันนับจากวันนี้ไปจนถึงวันที่เ ราต้องแยกจากกันผม ยอมรับด้วยความเต็มใจ... ผมรู้ดีว่าเธอคิดถึงวันดีๆเหล่านั้น...และเธอต้องการ ให้ชีวิตการแต่งงานเธอจบลงด้วยความทรงจำที่ดี

ผมบอกเจนถึงเงื่อนไขที่ภรรยาผมตั้งขึ้นในการหย่าร้าง ...เธอหัวเราะถึงความไร้สาระของเงือนไข....ภรรยาผมบอ กกับผมว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม...เธอจะต้องยอมร ับผลของการหย่าร้างให้ได้... คำพูดของเธอทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างยิ่ง....

เราไม่ได้ถูกต้องตัวกันเลยนับแต่วันที่ผมขอเธอหย่า.. .ความจริงเหมือนจะเป็นคนแปลกหน้าต่อกันด้วยซ้ำไป...พ อถึงวันที่ผมประคองเธอลงจากห้องวันแรก...มันจึงทำให้ ผมทำตัวไม่ถูก...ลูกชายเราตบมือแล้วพูดด้วยความดีใจว ่าว้าว...วันนี้พ่ออุ้มแม่ลงจากห้องด้วย ....มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น......เธอบอกว่าอ ย่าบอกลูกเราถึงเรื่องของเรา...ผมพยักหน้า...ด้วยควา มรู้สึกผิดอย่างเต็มเปี่ยม...ผมขับรถไปส่งเธอที่ป้าย รถเมล์..แล้วเลยไปออฟฟิศ

วันถัดมา...ความรู้สึกขัดเขินเริ่มน้อยลงไป... เธอซบบนอกผม...เราใกล้ชิดกันมากจนผมได้กลิ่นน้ำหอมขอ งเธอ...ผมถึงได้ตระหนักว่า....เธอไม่ใช่เด็กสาวอีกต่ อไปแล้ว...เธอเริ่มมีริ้วรอยบนใบหน้ามากขึ้น

ในวันที่สาม...เธอกระซิบบอกผมว่าสวนกำลังรื้ออยู่ให้ เดินระวังด้วย...ในวันที่สี่...มันช่างเหมือนกับว่าเ ราเป็นคู่รักที่หวานชื่นมาก... ภาพของเจนเริ่มเลือนลางไป...วันที่ห้าและหก..เธอคอยเ ตือนผมในเรื่องเล็กๆน้อยๆเช่นเธอวางเตารีดไว้ที่ไหน. .ผมควรจะระวังอะไรบ้างตอนทำอาหาร...และอื่นๆอีกมากมา ย...ความสนิทสนมของเราเพิ่มมากขึ้นทุกที...ผมไม่ได้บ อกเจนถึงเรื่องนี้เลย...

ผมรู้สึกว่าผมอุ้มเธอง่ายขึ้นทุกวันโดยไม่ได้สังเกตถ ึงความเปลี่ยนแปลงในตัวเธอเลย...หรือบางทีคงเป็นเพรา ะผมแข็งแรงขึ้น...แต่แล้วผมก็พบว่ามันไม่ใช่อย่างที่ ผมคิด...เป็นเพราะว่าเธอผอมลงจนไม่สามารถใส่เสื้อผ้า เดิมได้..นั่นต่างหากที่ทำให้ผมอุ้มเธอได้ง่ายขึ้นผม รู้ดีว่าเธอพยายามซ่อนความขมขื่นเอาไว้...ลูกของเราร ้องขึ้นว่า พ่อได้เวลาอุ้มแม่แล้วน๊ะ...สำหรับลูกแล้ว...การได้เ ห็นพ่ออุ้มแม่เป็นภาพที่เขามีความสุขที่สุด....เธอเอ ื้อมมือไปกอดลูกไว้แน่น...ผมทนมองภาพนั้นไม่ได้จริงๆ ผมกลัวว่าผมจะเปลี่ยนใจในวินาทีสุดท้าย

และแล้ววันสุดท้ายก็มาถึง ....ผมอุ้มเธอไว้ในอ้อมกอด...เท้าผมแทบจะก้าวไม่ออก. .....เธอบอกกับผมว่า...ความจริงแล้ว...ชั้นอยากให้คุ ณอุ้มชั้นไปจนเราแก่เฒ่า.. ผมกอดเธอแน่น...และผมก็ตระหนักว่า..ชีวิตคู่ของเราขา ดการดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน... ผมขึ้นรถทันทีเพื่อจะไปยังจุดหมายใหม่..ผมลังเลเล็กน ้อย..แต่ในที่สุดแล้ว..ผมก็มาพบเจนจนได้....เธอเปิดป ระตูออก...ผมบอกเธอว่าเจน.......ผมขอโทษ...ผมจะไม่หย ่า....เธอมองหน้าผมแตะหน้าผากผม..คุณสบายดีหรือเปล่า เจน...ผมขอโทษ...ผมขอโทษจริงๆ...ผมจะไม่หย่ากับภรรยา ผม ...ชีวิตการแต่งงานของเราน่าเบื่อมันเป็นเพราะผมไม่ไ ด้ให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กน้อย.........ผมขาดก ารเอาใจใส่ในตัวเธอ....มันไม่ได้ หมายความว่าเราไม่ได้รักกัน....ตอนนี้ผมเข้าใจแล้ว.. ..ว่าตั้งแต่วันที่ผมอุ้มเธอเข้าบ้าน...เธอมีลูกให้ผ ม...ผมควรจะประคองเธอไปจนแก่ ...เจนตบหน้าผมอย่างแรงและกระแทกประตูใส่ผม....ระหว่ างทางกลับบ้านผมแวะร้านดอกไม้....พนักงานขายดอกไม้ถา มว่าจะเขียนว่าอะไร....ผมให้เธอเขียนว่า...ผมจะอุ้มค ุณทุกเช้าจนกว่าเราจะแก่

บ่าวเซียงน้อย
12-23-2007, 08:22 AM
:g:g:gบทความนี้โดนใจมากครับน้องไก่...เอาไป 5 ดาว สําหรับกระทู้นี้

sompoi
12-23-2007, 09:37 PM
....จะแม่นเพิ่นสรรหามาให้อ่านน้อ.(.คั่นบ่ลดนําหนัก นิ เฮ็ดบ่ได่เด้อมุขนิ..เอิ้กๆ..) แต่ละเคสนิกินใจคักขนาด..ชีวิตกะแนวนิล่ะ มีปัญหาคือกันเหมิด..แต่บ่คือกันจักคู่ดอก..เดี๋ยวน้ องไก่กะสิรู้ดอกเนาะ..(บ่มีเขียนในตำราเด้อ)อิกบ่ดนด อก..อุอุ..