PDA

ดูเวอร์ชั่นเต็ม : ราชรถสำหรับเคลื่อนพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา


ฅนภูไท
01-09-2008, 12:17 AM
ราชรถสำหรับเคลื่อนพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา


http://img107.imageshack.us/img107/884/551000000140602yh4.jpg

พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ โดยถูกต้องตามประเพณีและสมพระเกียรติ ในฐานะทรงเป็นสมเด็จพระโสทรเชษฐภคินี ในพระมหากษัตริย์ไทยถึงสองพระองค์ ต้องมีเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศอย่างหนึ่ง คือ "ราชรถ"

หน่วยงานที่รับผิดชอบได้เตรียมความพร้อมในเรื่องนี้ คือ กรมศิลปากร โดย คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า ได้เสนอเรื่องนี้ให้รัฐบาลนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยต่อไป

สำหรับความรู้เรื่อง "ราชรถ" กระทรวงวัฒนธรรมได้เผยแพร่ดังนี้ ในสมัยก่อนพระมหากษัตริย์จะได้รับการยกย่องให้มีฐานะ เปรียบเหมือนเทพเจ้าหรือเป็นองค์สมมติเทพ ตามคติความเชื่อทางศาสนาพราหมณ์ ซึ่งประเทศไทยได้รับอิทธิพลมาจากประเทศอินเดีย พระมหากษัตริย์จะเป็นผู้นำประเทศที่มีอำนาจเด็ดขาด สูงสุด และมีความศักดิ์สิทธิ์ ทั้งนี้องค์ประกอบแวดล้อม เช่น ที่อยู่อาศัย สิ่งของเครื่องใช้ การแต่งกาย การดำรงชีวิต ย่อมต้องแตกต่างจากสามัญชนทั่วไป ต้องมีความเป็นพิเศษโดดเด่น เป็นรูปแบบเฉพาะตัว ซึ่งแสดงลักษณะหรือสัญลักษณ์ของความเป็นผู้ยิ่งใหญ่ ความเป็นพระมหากษัตริย์

ดังนั้น การประดิษฐ์หรือการก่อสร้างสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์ จึงมักจะมาจากคติความเชื่อในลัทธิศาสนาพราหมณ์ด้วย ที่เชื่อกันว่าเทพเจ้าสถิตอยู่บนสรวงสวรรค์ชั้นวิมาน บนยอดเขาพระสุเมรุ ซึ่งเป็นใจกลางของจักรวาล เขาพระสุเมรุนี้มีเทือกเขาและมหาสมุทรล้อมรอบอยู่อีก 7 ชั้น ที่เชิงเขาเป็นที่ตั้งของป่าหิมพานต์ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์นานาชนิดที่เรียกว่า สัตว์หิมพานต์ และบรรดานักษิทวิทยาธรผู้ทรงคุณวิเศษทั้งหลาย ซึ่งช่างศิลปะไทยโบราณก็ได้ใช้เป็นหลักในการจินตนากา ร หรือการกำหนดรูปแบบของงานศิลปะไทย และราชรถ ซึ่งเป็นเครื่องใช้อย่างหนึ่งของพระมหากษัตริย์ และยังเป็นเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศอย่างหนึ่งของ พระมหากษัตริย์ ก็ถูกสร้างขึ้นตามคติความเชื่อนี้เช่นกัน คือ มีบุษบกซึ่งเป็นส่วนยอดของราชรถ เปรียบเสมือนพระวิมานอยู่บนยอดเขาพระสุเมรุ ซึ่งมีขนาดสูงใหญ่อลังการ คือ ตัวราชรถ มีเทวดาและสัตว์หิมพานต์ เช่น ครุฑ และนาค ซึ่งอาศัยอยู่ที่ป่าหิมพานต์เชิงเขาพระสุเมรุ ซึ่งช่างได้นำเรื่องราวและแนวความคิดทางศาสนามาผูกแล ะคิดประดิษฐ์เป็นลวดลายไทย มีนาค ครุฑ และเทพพนมประดับอยู่โดยรอบราชรถ เมื่อพระเจ้าแผ่นดินหรือพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูงสวรร คต พระองค์ย่อมต้องเสด็จกลับไปสถิตยังสรวงสวรรค์ตามเดิม ซึ่งก็คือพระวิมานที่ประทับอยู่บนยอดเขาพระสุเมรุนั่ นเอง เราจึงใช้ราชรถในการอัญเชิญพระบรมศพไปสู่พระสุเมรุมา ศ

คำว่า ราชรถ เป็นคำภาษาบาลี มาจากคำว่า ราช+รถ ซึ่งหมายถึง ทางรถหรือทางเดินของพระราชาหรือพระเจ้าแผ่นดิน โดยทั่วไปคนส่วนใหญ่เข้าใจว่าราชรถ คือ รถศึกของพระเจ้าแผ่นดิน ซึ่งตรงกับความหมายของคำว่า ราชรถในวรรณคดี

แต่ "ราชรถ" ในที่นี้จัดเป็นเครื่องประดับราชอิสริยยศของพระมหากษ ัตริย์ประเภทหนึ่งที่มีความสำคัญ เป็นเครื่องราชูปโภคที่แสดงออกถึงฐานะและบทบาทอันเป็ นสมมติเทพหรือเทวราชาของพระเจ้าแผ่นดิน

หลักฐานเกี่ยวกับราชรถที่ใช้ในพระราชพิธีต่างๆ ที่เก่าที่สุดในประเทศไทย พบว่ามีขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา และราชรถก็ไม่ได้ใช้สำหรับพระราชพิธีพระบรมศพเพียงอย ่างเดียวเช่นในปัจจุบัน แต่ยังใช้ในการพระราชพิธีอื่นๆ อีกด้วย เช่น ใช้เสด็จพระราชดำเนินทางสถลมารคหรือเสด็จเลียบพระนคร และใช้เป็นราชรถทรงพระราชสาร สมัยที่กรุงศรีอยุธยามีความเจริญสัมพันธไมตรีกับชาวต ่างประเทศ

ปรากฏในกฎมณเฑียรบาลที่ตราขึ้นไว้เมื่อ พ.ศ. 2002 ในแผ่นดินของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ซึ่งได้กล่าวถึงพระราชพิธีหนึ่งที่พระมหากษัตริย์เสด ็จด้วยราชรถ คือ พระราชพิธีอินทราภิเษก ซึ่งหมายถึงพระราชพิธีที่พระเจ้าแผ่นดินทำพิธีราชาภิ เษกอีกครั้งหนึ่งเมื่อปราบพระเจ้าแผ่นดินอื่นให้อยู่ ในอำนาจได้มาก เพื่อยกพระองค์ขึ้นเป็นใหญ่กว่าพระเจ้าแผ่นดินทั้งหล าย พระราชพิธีครั้งนั้นมีกำหนด 21 วัน มีการละเล่นมหรสพ 1 เดือน ซึ่งนับว่าเป็นพระราชพิธีที่ใหญ่มาก ตอนท้ายของพระราชพิธีนี้มีว่า "ครั้นเสร็จเสด็จด้วยพระราชรถให้ทานรอบเมือง" นอกจากนี้ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงใช้ราชรถเพื่อเชิญพระราชสารของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ที่โปรดเกล้าให้เชอวาเลีย เดอ โชมองต์ เป็นราชทูต นำมาจากฝรั่งเศส เพื่อเจริญความสัมพันธ์ทางพระราชไมตรี เมื่อพุทธศักราช 2229 ซึ่งบาทหลวงเดอชัวชี ได้เขียนบันทึกบรรยายไว้ถึงวันแห่พระราชสาร เมื่อนำขึ้นเรือตอนถึงกรุงศรีอยุธยาว่า "เมื่อขึ้นฝั่งท่านราชทูตเชิญพระราชสารไปด้วย แล้วนำไปประดิษฐานไว้เหนือราชรถ เป็นมหาพิชัยฤกษ์...พอถึงพระทวารชั้นนอกขบวนก็แห่หยุ ด ท่านราชทูตลงจากเสลี่ยงแล้วเชิญพระราชสารจากราชรถประ คองพานพระราชสารย่างเข้าไปในเขตพระราชวัง"

ส่วนการใช้ราชรถสำหรับพระราชพิธีพระบรมศพ ในสมัยกรุงศรีอยุธยาปรากฏว่าได้ใช้ในงานพระเมรุมาศ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช แต่ไม่ปรากฏนามของราชรถ ต่อมาในตอนปลายสมัยอยุธยาได้ใช้พระมหาพิชัยราชรถ ในงานพระเมรุมาศสมเด็จพระนารายณ์มหาราช สมเด็จพระเทพราชา สมเด็จพระเจ้าเสือ และสมเด็จพระเจ้าท้ายสระ ตามลำดับ

ในสมัยรัตนโกสินทร์ ได้กล่าวถึงพระมหาพิชัยราชรถเป็นครั้งแรก ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เมื่อ พ.ศ. 2328 ว่า "เจ้าพระยาอรรคมหาเสนา ที่สมุหพระกลาโหม กราบทูลว่า ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อมข้าพระพุท ธเจ้าขอพระราชทานทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระมหาพิไชย ราชรถเรือพระที่นั่งศรีสมรรถไชย เรือพระที่นั่งไกรสรมุข เรือกระบวนใหญ่น้อย และเครื่องสรรพยุทธทั้งปวง เมืองเอก โท ตรี จัดว่า ทั้งไพร่พลฝ่ายทหารแด่พระบาทสมเด็จบรมนารถบพิตรพระเจ ้าอยู่หัวขอเดชะ"

จะเห็นได้ว่า "ราชรถ" ได้มีการใช้ต่อเนื่องมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุ ธยาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ และในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก คงเหลือราชรถอยู่เพียงไม่กี่หลังหรืออาจเพียงหลังเดี ยว และอาจมีสภาพใช้การไม่ได้ดี ดังที่ปรากฏในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกดังกล่าวมาแล้ว เนื่องจากกรุงศรีอยุธยาถูกทำลายยับเยินเมื่อคราวเสีย กรุงครั้งที่ 2 และพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงมีพระราชประส งค์ที่จะฟื้นฟูขนบธรรมเนียมจารีตประเพณี ที่เคยมีและเคยปฏิบัติครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยาขึ้น จึงโปรดฯ ให้สร้างปราสาทราชมณเฑียรพระราชวัง และสิ่งก่อสร้างหลายอย่างเลียนแบบสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยเฉพาะราชรถ พระองค์ได้โปรดฯ ให้สร้างขึ้นใหม่อีก 7 หลัง ดังปรากฏข้อความในหนังสือพระราชวิจารณ์ในพระบาทสมเด็ จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่องจดหมายเหตุความทรงจำของกรมหลวงนรินทรเทวี ซึ่งได้บันทึกเหตุการณ์สำคัญๆ ไว้ตั้งแต่ พ.ศ. 2310-2363 ได้กล่าวถึงราชรถไว้ดังนี้

ฅนภูไท
01-09-2008, 12:18 AM
ประวัติการสร้างพระมหาพิชัยราชรถ และเวชยันตราชรถ

"...ปีเถาะ สัปตศก พระราชโองการรับสั่งให้ช่างทำพิชัยราชรถที่ทรงพระโกศ พระอัฐิ 7 รถ ให้ตัดเสาพระเมรุตั้งทรงประดับเครื่องให้แล้วเสร็จใน ปีเถาะ"

ปัจจุบัน ราชรถทั้ง 7 หลัง เก็บรักษาและจัดแสดงไว้ในโรงราชรถ ซึ่งสร้างขึ้นราว พ.ศ. 2472 ตั้งอยู่ภายในบริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ซึ่งมีประวัติพอสังเขปดังนี้

http://img131.imageshack.us/img131/9848/isariyayosuw0.jpg

พระมหาพิชัยราชรถ สูง 1,120 ซม. ยาว 1,530 ซม. สร้างในรัชกาลที่ 1 ประมาณ พ.ศ. 2338 ใช้สำหรับทรงพระบรมศพพระเจ้าแผ่นดินเท่านั้น เคยใช้ทรงพระโกศพระบรมอัฐิสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก เพื่ออัญเชิญออกถวายพระเพลิง ณ พระเมรุมาศท้องสนามหลวง พ.ศ. 2339 และต่อมาในปี พ.ศ. 2342 ได้ใช้ทรงพระโกศพระศพ สมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมพระยาเทพสุดาวดี อีกครั้งหนึ่งภายหลังใช้เป็นราชรถสำหรับทรงพระบรมศพพ ระมหากษัตริย์และได้เคยใช้ทรงพระบรมศพ รัชกาลที่ 1 รัชกาลที่ 3 รัชกาลที่ 4 รัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว และกรมพระราชวังบวรมหาเสนานุรักษ์ในสมัยรัชกาลที่ 2 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ซ่อมแ ซมใหม่ และให้เพิ่มล้อใต้ราชรถขึ้นอีก 1 ล้อ เพื่อให้รับน้ำหนักและสะดวกในการเคลื่อนย้าย ปัจจุบันกรมศิลปากรได้บูรณะซ่อมแซมให้งดงามและมั่นคง ถาวร แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2530 ต่อมาในปี พ.ศ. 2538 กรมศิลปากรร่วมกับกรมสรรพาวุธทหารบก ได้ดำเนินการซ่อมบูรณะ พระมหาพิชัยราชรถ อีกครั้งหนึ่ง เพื่อใช้ในการถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2539 ณ พระเมรุมาศท้องสนามหลวง

http://img131.imageshack.us/img131/6729/isariyayos10xn3.jpg

เวชยันตราชรถ สูง 1,170 ซม. ยาว 1,750 ซม. สร้างในรัชกาลที่ 1 ราว พ.ศ. 2342 สำหรับทรงพระศพพระบรมวงศานุวงศ์ ซึ่งทรงศักดิ์สูง ในสมัยรัชกาลที่ 1 ได้ใช้ทรงพระโกศสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมพระศรีสุดารักษ์คู่พระโกศสมเด็จพระพี่นางเ ธอ เจ้าฟ้ากรมพระยาเทพสุดาวดี ซึ่งทรงพระมหาพิชัยราชรถ ออกพระเมรุท้องสนามหลวงคราวเดียวกัน เมื่อ พ.ศ. 2342 และต่อมาได้ใช้แทน "พระมหาพิชัยราชรถ" เมื่อคราวงานพระบรมศพรัชกาลที่ 6 และรัชกาลที่ 8 กรมศิลปากรซ่อมแซมให้งดงามและใช้ในการอัญเชิญพระบรมศ พของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 เมื่อ พ.ศ. 2528 เมื่อซ่อมเสร็จแล้วประมาณว่า มีน้ำหนัก 40 ตัน ต้องใช้กำลังคนในการลากจูงและดึงถึง 206 คน แบ่งเป็นข้างหน้า 160 คน และข้างหลัง 46 คน และในครั้งนั้นได้ออกหมายเรียกว่า พระมหาพิชัยราชรถ ตามโบราณราชประเพณี

http://img131.imageshack.us/img131/7479/isariyayos12gq8.jpg
ราชรถน้อย สร้างในรัชกาลที่ 1 คราวเดียวกับพระมหาพิชัยราชรถ ใช้เป็นรถสมเด็จพระสังฆราช นำพระบรมอัฐิสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก ออกถวายพระเพลิง ณ พระเมรุท้องสนามหลวง พ.ศ. 2339

http://img131.imageshack.us/img131/1349/isariyayos13hy6.jpg

ราชรถน้อย สร้างในรัชกาลที่ 1 คราวเดียวกับพระมหาพิชัยราชรถ ใช้เป็นรถพระที่นั่งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโล ก ประทับโยงพระบรมโกศพระบรมอัฐิสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก ในคราวเชิญออกถวายพระเพลิง ณ พระเมรุท้องสนามหลวง พ.ศ. 2339

http://img131.imageshack.us/img131/1897/isariyayos14wy7.jpg

ราชรถน้อย สร้างในรัชกาลที่ 1 คราวเดียวกับพระมหาพิชัยราชรถ เป็นรถพระที่นั่งของกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทประ ทับโปรยข้าวตอกดอกไม้ ในคราวอัญเชิญพระบรมอัฐิสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก ออกถวายพระเพลิง ณ พระเมรุท้องสนามหลวง พ.ศ. 2339

รถโถง สำหรับทรงพระโกศพระบรมวงศ์ผู้ใหญ่

รถโถง มีหลังคาเป็นวอช่อฟ้า สำหรับทรงพระโกศพระบรมวงศ์ผู้ใหญ่

ลักษณะของราชรถ

ดังได้กล่าวแล้วว่า ราชรถสร้างขึ้นตามคติความเชื่อที่ได้รับอิทธิพลมาจาก ศาสนาพราหมณ์ ซึ่งเชื่อกันว่าสวรรค์ชั้นดาวดึงส์อยู่บนยอดเขาพระสุ เมรุ เป็นที่สถิตของเหล่าเทพยดา เขาพระสุเมรุเป็นศูนย์กลางของจักรวาล ล้อมรอบด้วยเขาสัตตบริภัณฑ์ 7 ชั้น ดังนั้นราชรถจึงมีลักษณะสูงใหญ่ เปรียบเป็นเขาพระสุเมรุ มีพระวิมาน คือ บุษบก ตั้งอยู่ตรงกลางเหนือส่วนยอดของบัลลังก์ ซึ่งเป็นส่วนที่มีความสำคัญมากที่สุดของราชรถ เพราะเป็นองค์ประกอบที่ทำให้เกิดความสง่างามแก่ราชรถ ถัดลงมาเป็นรูปเทพพนม ครุฑ และนาค ลดหลั่นกันตามที่อยู่ของตน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของท้องฟ้า พื้นดิน และน้ำ ส่วนหน้าของราชรถเป็นรูปนาค 3 เศียร ส่วนหางจะอยู่ส่วนท้ายของราชรถ วัสดุที่ใช้ทำด้วยไม้ จำหลัก ปิดทองทาสีและประดับกระจก ส่วนมากจะมีเพียง 2 ล้อ ในสมัยก่อนใช้สัตว์ เช่น ม้า เป็นพาหนะเทียมราชรถ แต่ต่อมาในสมัยหลังได้มีการซ่อมแซมใหม่ ราชรถมีขนาดใหญ่โตมาก มีน้ำหนักมาก จึงเพิ่มล้อขึ้นอีกเป็น 4 ล้อ การเคลื่อนที่ไปอย่างช้าๆ สง่างาม โดยใช้กำลังคนลาก

สำหรับราชรถน้อย จะเป็นรูปแบบเดียวกับพระมหาพิชัยราชรถ และเวชยันตราชรถ แต่ต่างกันที่ขนาดเล็กลงมา และเศียรนาคจะเป็นนาคเศียรเดียว

ส่วนรถโถง มีลักษณะธรรมดาไม่มีฝาปิดกั้นทั้ง 4 ด้าน มีล้อใหญ่สองล้อ หากถอดล้อออกก็จะกลายเป็นพาหนะประเภทคานหาม

รถโถงหลังคาเป็นวอช่อฟ้า ลักษณะเช่นเดียวกับรถโถงแต่มีหลังคาคร่อมบนราชรถ ไม่มีฝาปิดกั้นทั้ง 4 ด้าน หลังคาประดับด้วยช่อฟ้า เมื่อถอดล้อออกก็จะเป็นพาหนะประเภทคานหามเช่นเดียวกั น

http://img131.imageshack.us/img131/2397/isariyayos7si8.jpg

เกริน กล่าวได้ว่าเป็นบันไดเลื่อนโบราณ ใช้ยกพระบรมโกศจากพระยานมาศขึ้นไปประดิษฐานบนบุษบกขอ งพระมหาพิชัยราชรถ


เกรินบันไดนาค "เกริน" คือ อุปกรณ์ที่ใช้อัญเชิญพระโกศพระบรมศพขึ้นหรือลงราชรถ และพระเมรุมาศแทนการใช้นั่งร้านไม้ต่อยกสูงแบบสมัยโบ ราณ ซึ่งใช้กำลังคนยกขึ้นลง และมีความยากลำบากและไม่สะดวก เกรินมีลักษณะเป็นรางเลื่อนขึ้นลงด้วยกว้านหมุน โดยมีแท่นที่วางพระโกศเพื่อสะดวกในการเคลื่อนย้ายขึ้ นหรือลง ลักษณะเป็นแท่นสี่เหลี่ยม ขอบฐานแกะสลักลายปิดทองประดับกระจก ท้ายเกรินเป็นพื้นลดระดับลงมา ซึ่งเป็นที่สำหรับเจ้าพนักงานภูษามาลาขึ้นนั่งประคอง พระโกศพระบรมศพ มีลักษณะคล้ายท้ายสำเภา ด้านข้างบุผ้าตาดทอง มีราวทั้ง 2 ข้างตกแต่งเป็นรูปพญานาค จึงเรียกว่า เกรินบันไดนาค

http://img218.imageshack.us/img218/8227/isariyayos8az4.jpg

http://img215.imageshack.us/img215/1007/isariyayos9fq1.jpg

เกรินบันไดนาคนี้ เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรีทรงคิดประดิษฐ์ขึ้น เพื่อใช้ในงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬา โลก เมื่อ พ.ศ. 2354 ในสมัยรัชกาลที่ 2

http://img100.imageshack.us/img100/3615/carking4yr1.jpg

พระยานมาศสามลำคาน มีลักษณะเป็นคานหามขนาดใหญ่ ทำด้วยไม้จำหลักลวดลายลงรักปิดทอง มีพนักโดยรอบ 3 ด้าน และมีคานหาม 3 คาน จึงเรียกว่า พระยานมาศสามลำคาน คนหามมี 2 ผลัด ผลัดละ 60 คน ใช้สำหรับอัญเชิญพระโกศพระบรมศพจากพระที่นั่งดุสิตมห าปราสาทในพระบรมมหาราชวัง ไปประดิษฐานบนพระมหาพิชัยราชรถ ที่จอดเทียบรออยู่ใกล้พลับพลายกตรงสี่แยก มุมวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เมื่อพระมหาพิชัยราชรถเชิญพระโกศพระบรมศพไปถึงพระสุเ มรุมาศแล้ว ก็จะใช้พระพระยานมาศสามลำคานนี้อัญเชิญพระโกศพระบรมศ พจากพระมหาพิชัยราชรถเวียนรอบพระเมรุมาศ ณ ท้องสนามหลวง อีกครั้งหนึ่ง พระยานมาศสามลำคานนี้ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 2 เพื่อใช้อัญเชิญพระโกศพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระพุทธยอ ดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เป็นครั้งแรก ปัจจุบันเก็บรักษาและจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่ง ชาติ พระนคร

http://img100.imageshack.us/img100/571/carkingae2.jpg

พระที่นั่งราเชนทรยาน เป็นพระที่นั่งทรงบุษบกมีคานหาม 4 คาน ใช้คนหาม 56 คน สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 มีรูปลักษณะและฝีมือช่างงดงามมาก ใช้เป็นพระราชยานสำหรับพระมหากษัตริย์ทรงในเวลาเสด็จ พระราชดำเนินโดยขบวนแห่อย่างใหญ่ ที่เรียกว่า ขบวนแห่พยุหยาตราสี่สาย เช่น ในสมัยรัชกาลที่ 5 เคยทรงพระที่นั่งราเชนทรยานในงานฉลองกรุงรัตนโกสินทร ์ครบ 100 ปี เมื่อคราวงานถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 ได้ใช้พระที่นั่งราเชนทรยานองค์นี้ในการอัญเชิญพระโก ศพระบรมอัฐิจากพระเมรุมาศท้องสนามหลวง ไปยังพระบรมมหาราชวัง พระที่นั่งราเชนทรยานได้รับการซ่อมแซมบูรณะเมื่อเดือ นตุลาคม พ.ศ. 2527 แล้วเสร็จในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2528 ปัจจุบันเก็บรักษาและจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่ง ชาติ พระนคร

http://img100.imageshack.us/img100/441/carking9bz2.jpg

พระวอสีวิกากาญจน์ เป็นราชยานคานหามใช้สำหรับพระราชขัตติยราชะทับนารีปร ะทับ โดยเสด็จสมเด็จพระมหากษัตริยาธิราชเจ้าในกระบวนเสด็จ พยุหยาตราทางสถลมารค มีลักษณะเป็นพระวอไม้ หลังคา 2 ชั้น ประดับช่อฟ้าใบระกานาคสะดุ้ง และหางหงส์เป็นรูปนาค 3 เศียร มีพนักกั้นโดยรอบเว้นช่องว่างสำหรับขึ้นลงทั้ง 2 ข้าง ที่ตัวพนักรอบนั้นทำด้วยงาแกะสลักลายประณีตละเอียดเป ็นลายดอกไม้ มีคานหาม 2 คาน ใช้คนหาม 8 คน ที่ปลายคานประดับหัวเม็ดทรงมัณฑ์ทำด้วยงาช้าง ปัจจุบันมีจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

พระวอประเวศน์วัง ปัจจุบันอยู่ในความดูแลรักษาของสำนักพระราชวัง ได้ใช้ในงานถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 ใช้อัญเชิญพระผอบบรรจุพระราชสรีรางคาร จากพระเมรุมาศท้องสนามหลวงไปยังพระบรมมหาราชวัง โดยใช้แทนพระวอสีวิกากาญจน์ ซึ่งอยู่ในสภาพชำรุดมาก และประกาศเรียกชื่อเป็น พระวอสีวิกากาญจน์ พระวอประเวศน์วังนี้ มีลักษณะเป็นพระวอไม้แกะสลักลาย ปิดทองประดับกระจก ทรงหลังคาคฤห์ บุด้วยผ้าตาดทองลวดลายงดงาม มีคานหาม 2 คาน ปลายคานประดับหัวเม็ดทรงมัณฑ์ ทำด้วยงาช้าง

wit
01-09-2008, 06:23 AM
ขอขอบคุณ...คนภูไท มากครับ ที่นำเสนอสาระที่ดีๆให้ได้ศึกษาครับ 8)

ฅนภูไท
01-09-2008, 09:50 PM
เชิญ"พระมหาพิชัยราชรถ"เคลื่อนพระศพ

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 9 มกราคม นาวาอากาศเอกอาวุธ เงินชูกลิ่น อดีตอธิบดีกรมศิลปากร และศิลปินแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะทำงานออกแบบร่างพระเมรุ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ พร้อมด้วย นายเกรียงไกร สัมปัชชลิต อธิบดีกรมศิลปากร และคณะผู้บริหารผู้เชี่ยวชาญกรมศิลปากร ได้มาสำรวจความพร้อมของพระมหาพิชัยราชรถ เวชยันตราชรถ ราชรถน้อย และพระยานมาศสามลำคาน ที่เก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร รวมทั้งหารือเกี่ยวกับการซ่อมแซม

นาวาอากาศเอกอาวุธ กล่าวว่า คณะทำงานหารือแล้วสรุปว่าจะต้องปรับปรุงและซ่อมแซม "พระมหาพิชัยราชรถ" โดยสภาพส่วนใหญ่ยังอยู่ในสภาพดี แต่ขอให้กรมสรรพาวุธทหารบกเข้ามาดูแลการซ่อมในส่วนขอ งล้อและเพลา ที่จะใช้ชักลากพระมหาพิชัยราชรถไปสู่การเคลื่อนขบวนพ ระศพ ส่วนเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรดูแลด้านลวดลายเครื่องประณ ีตศิลป์ต่างๆ และอุปกรณ์ที่ต้องทำใหม่ ได้แก่ ฉัตร ผ้าม่าน และธง เป็นต้น ส่วนกลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์จะเข้ามาดำเนิน การในส่วนของการล้างคราบต่างๆ ที่จับบนทองคำในองค์ราชรถ รวมถึงเครื่องอุบะที่ทำด้วยเงิน ทั้งนี้ ในการซ่อมแซมดังกล่าวรวมไปถึงในส่วนของราชรถน้อยด้วย

นาวาอากาศเอกอาวุธ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีการตรวจความเรียบร้อยเพื่อซ่อมแซมพระท ี่นั่งราเชนทรยาน ซึ่งจะใช้เชิญพระอัฐิ และพระวอสีวิกากาญจน์ ซึ่งจะใช้เชิญพระสรีรางคารจากพระเมรุภายหลังพระราชพิ ธีพระราชทานเพลิงพระศพที่ท้องสนามหลวงเข้าสู่พระบรมม หาราชวังด้วย สำหรับพระโกศไม้จันทน์นั้น กรมป่าไม้ได้นำไม้จันทน์ที่ล้มขอน คือ ไม้ที่ตายแล้ว จาก อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ มาน้อมเกล้าฯ ถวาย ซึ่งสำนักช่างสิบหมู่จะนำมาฉลุลวดลายแกะสลักเป็นพระโ กศ

http://img131.imageshack.us/img131/9848/isariyayosuw0.jpg

พระมหาพิชัยราชรถสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2338 ในรัชสมัยสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 แห่งราชวงศ์จักรี เพื่อใช้สำหรับเชิญพระโกศพระบรมอัฐิสมเด็จพระปฐมบรมม หาชนกสู่พระเมรุมาศคราวงานถวายพระเพลิงพระบรมอัฐิ ณ ทุ่งพระเมรุ เมื่อปี พ.ศ.2339 หลังจากนั้นงานถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเ จ้าอยู่หัวทุกรัชกาล ก็ใช้พระมหาพิชัยราชรถในการเชิญพระบรมโกศออกสู่พระเม รุมาศ ณ ทุ่งพระเมรุ ครั้งหลังสุดเมื่อคราวถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระ ศรีนครินทราบรมราชชนนี ในปี พ.ศ.2539 พระมหาพิชัย

http://img216.imageshack.us/img216/8425/isariyayos1ap2.jpg
รายละเอียดของพระมหาพิชัยราชรถ

http://img216.imageshack.us/img216/405/isariyayos2oj4.jpg


http://img216.imageshack.us/img216/5092/isariyayos3di4.jpg
รายละเอียดไม้จำหลักประดับพระมหาพิชัยราชรถ

http://img216.imageshack.us/img216/431/isariyayos4iz2.jpg

http://img216.imageshack.us/img216/4250/isariyayos5ew7.jpg

http://img216.imageshack.us/img216/4192/isariyayos6wc9.jpg

ส่วนต่าง ๆ ของพระมหาพิชัยราชรถ

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ คมชัดลึก