pui.lab
01-13-2008, 10:18 AM
http://img205.imageshack.us/img205/7301/img0801000256211f8fakk4.jpg
ค่านิยมไปเรียนภาษาเมืองนอกระหว่างปิดเทอมกำลังเป็นท ี่นิยมของนิสิตนักศึกษาทั่วประเทศขณะที่นักศึกษากลุ่ มหนึ่งแม้ไม่มีเงินจ่ายค่าเรียนก็พยายามดิ้นรนไปเพื่ อหาประสบการณ์ กลายเป็นช่องทางหาผลประโยชน์ของบริษัททัวร์บางแห่ง โดยจัดโครงการทำงานและท่องเที่ยวในช่วงปิดภาคเรียนฤด ูร้อน หรือ เวิร์กแอนด์ ทราเวล (Work And Travel : WAT) ปรากฏว่ามีนิสิตนักศึกษาหลายคนถูกหลอกให้เสียเงินและ ตกทุกข์ในต่างแดนโดยไม่รู้ว่าจะไปเรียกร้องความรับผิ ดชอบจากหน่วยงานใด
น.ส.เอ(นามสมมติ) นักศึกษาชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นหนึ่งในนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการเวิร์ก แอนด์ ทราเวล ที่รัฐฟลอริดา เมื่อช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อนปี 2550 ที่ผ่านมาแล้วถูกหลอก โดย น.ส.เอ เข้าไปค้นหาบริษัทตัวแทนเอกชนจากเว็บไซต์ กระทั่งค้นพบบริษัทแห่งหนึ่งที่มีความน่าเชื่อถือ จึงยอมเสียค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมโครงการกว่า 1 แสนบาท โดยเลือกทำงานเป็นพนักงานร้านอาหาร แต่เมื่อไปถึงสหรัฐกลับถูกเปลี่ยนให้มาทำหน้าที่พนัก งานช่วยชีวิตในสระว่ายน้ำตามโรงแรมในรัฐเวอร์จิเนียแ ทน แม้น.ส.เอ จะพยายามปฏิเสธ แต่นายจ้างก็ยังยืนยันที่จะให้ทำหน้าที่ใหม่ โดยอ้างว่างานไม่ลงตัว และก่อนเข้าทำงานมีการทดสอบว่ายน้ำ ซึ่งก็สอบผ่านได้อย่างไม่ยากเย็นนัก แม้จะว่ายน้ำไม่เก่งเลยก็ตาม
พร้อมกันนี้ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ยอมรับว่า ประสบการณ์ในโครงการเวิร์ก แอนด์ ทราเวล แทบไม่ได้อะไรเลย ที่คาดหวังว่าจะได้ภาษาก็ไม่ได้ เพราะทำงานในสระว่ายน้ำแทบจะไม่ได้สื่อสารอะไรเลย ลูกค้าเข้ามาก็แค่พูดไฮ หรือฮาว อาร์ ยู เงินก็ไม่ได้ แถมเที่ยวได้แค่นิดหน่อยเท่านั้น
"เสียค่าสมัครไปกว่าแสนบาท นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายในการซื้อของก่อนไปร่วม 1.5 แสนบาท นำเงินติดตัวไปด้วย 3 หมื่นบาท พอจบโครงการ 3 เดือน ได้เงินกลับมาแค่ 500-600 ดอลลาร์สหรัฐ (17,000-20,400 บาท) นายจ้างติดค้างค่าจ้างงวดสุดท้ายอีก 500 ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อทวงถามก็ได้รับคำตอบว่ากำลังตามให้อยู่" น.ส.เอ กล่าว
น.ส.เอบอกด้วยว่า มีเพื่อนคนหนึ่งเป็นลูกคนมีฐานะในเมืองไทยสมัครเป็นค นครัว ได้ค่าแรงชั่วโมงละ 10 ดอลลาร์ (340 บาท) แต่พอไปถึงสหรัฐกลับถูกเปลี่ยนหน้าที่ให้เป็นพนักงาน ทำความสะอาดในโรงแรมระดับ 3 ดาว และได้ค่าแรงเพียงชั่วโมงละ 6 ดอลลาร์ (204 บาท) เท่านั้น เนื่องจากเป็นโรงแรม 3 ดาว ทำให้ลูกค้าที่เข้ามาแตกต่างไปจากโรงแรม 5 ดาวมาก เพราะมักจะทำความสกปรกทิ้งไว้เสมอ
"เพื่อนถึงกับร้องไห้เลยนะ เขาไม่รู้ว่าจะไปทำไม ต้องไปปัดกวาดเช็ดถูทุกอย่าง ทำไปร้องไห้ไป เพราะตอนแรกสมัครไปเป็นคนครัว อยู่ดีๆ ให้ไปขัดส้วมเก็บเตียงก็ร้องไห้" น.ส.เอ เล่า
น.ส.ดาว (นามสมมติ) นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ก็แทบไม่ต่างไปจาก น.ส.เอ ที่เข้าร่วมโครงการเวิร์ก แอนด์ ทราเวล เมื่อช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อนปี 2550 เช่นเดียวกัน โดยสมัครกับบริษัทตัวแทนเอกชนแห่งหนึ่งย่านรัชโยธิน กทม.และเลือกงานทำความสะอาดในโรงแรมรัฐเวอร์จิเนีย แต่เนื่องจากติดสอบปลายภาคจึงตามไปสมทบกับเพื่อนนักศ ึกษาที่เดินทางไปก่อนหน้าแล้ว 15 คน เมื่อไปถึงสหรัฐก็ได้พบกับนักศึกษากลุ่มนี้ หลายคนไม่มีงานทำ ตกงานอยู่หลายสัปดาห์ เพราะนายจ้างเลือกไปทำงานเพียง 5 คนเท่านั้น พร้อมกับบอกที่เหลือให้รอไปก่อน
ต่อมาน.ส.ดาว และเพื่อนๆ ตัดสินใจไปทำงานกับนายหน้าชาวรัสเซียแทน โดยทำงานเป็นพนักงานทำความสะอาดในโรงแรมตามที่ตั้งใจ เอาไว้ แต่ปรากฏว่านายหน้าคนเดิมติดต่อไปยังบริษัทตัวแทนในไ ทย จึงถูกขู่ว่าจะตัดวีซ่าหากไม่ยอมทำงานกับนายหน้าคนเด ิม ตรงกันข้ามหากนักศึกษามีปัญหาติดต่อกลับบริษัทตัวแทน ในไทย พนักงานมักจะปิดเครื่องหนี หรือไม่ก็อ้างว่าในสัญญาระบุว่าบริษัทจะยุติความรับผ ิดชอบระหว่างก่อนออกเดินทางเท่านั้น เมื่อส่งขึ้นเครื่องแล้วจะมีนายหน้าที่สหรัฐเป็นผู้ร ับผิดชอบแทน "นายจ้างไม่รับผิดชอบ เมื่อไปทำงานแล้วไม่สนใจเราเลยว่า เราทำงานได้หรือเปล่า ก่อนไปดีกับเรามาก แต่เมื่อไปถึงบริษัทในไทยไม่ดูแลเราเลย ตอนมีปัญหาฉันเลยเปลี่ยนไปทำงานร้านสะดวกซื้อแทน ไม่ต้องขึ้นตรงกับนายหน้า แล้วได้งานเสริมที่ร้านพิซซ่าด้วย ไม่เช่นนั้นค่าใช้จ่ายจะไม่พอ" น.ส.ดาว กล่าว
ด้านน.ส.ธัญญาภรณ์ จันทรเวช ผู้ประสานงานวิชาการ มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) กล่าวว่า ที่ผ่านมามีนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการเสียชีวิตแล้ว 2 ราย รายแรกเกิดขึ้นเมื่อปี 2547 ระหว่างทำงานในสวนสนุกแห่งหนึ่งในสหรัฐ ทางสวนสนุกอ้างว่าไม่ใช่ความผิดของสวนสนุก เพราะก่อนเริ่มงานต้องตรวจสอบความเรียบร้อยของรางรถไ ฟเหาะ เป็นทางเดินเล็กๆ ให้ตรวจสอบได้ แต่เด็กกลับไม่เดิน ทำให้ผู้ร่วมงานอีกคนที่ไม่รู้ปล่อยรถลงมาชนจนเสียชี วิต แต่ก็มีการชดใช้ให้ตามวงเงินประกันชีวิตที่สหรัฐ
ส่วนอีกรายเกิดขึ้นกลางปี 2549 เด็กนักศึกษาคนหนึ่งถูกรถชนเสียชีวิตขณะเดินเที่ยวอย ู่ในนครลอส แอนเจลิส คาสี่แยกไฟแดงก่อนกลับประเทศไทยไม่นาน ส่วนอีกรายได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุขณะเดินอยู่บนถ นน เนื่องจากไม่ชินกับการเดินรถที่วิ่งเลนขวาผิดไปจากปร ะเทศไทย
น.ส.ธัญญาภรณ์เจ้าของวิทยานิพนธ์หลักสูตรปริญญาสังคม วิทยามหาบัณฑิต เรื่อง "ชีวิตข้ามแดนกับโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมโลกาภิวัตน ์ : โลกาภิวัตน์ในประสบการณ์ของเยาวชน" คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้เขียนหนังสือ "Work & Travel เสี่ยงบริสุทธิ์ ขุดคุ้ยเส้นทางท่องเที่ยวเชิงกรรมกร" ยกตัวอย่างกรณีหนึ่งซึ่งเคยสัมภาษณ์นักศึกษาที่ถูกให ้ออกจากโครงการและส่งตัวกลับประเทศไทยภายใน 24 ชั่วโมง สาเหตุเพราะไม่ได้ไปรายงานตัวกับองค์กรแลกเปลี่ยนเมื ่อเดินทางไปถึงสหรัฐ ทำให้ไม่มีชื่ออยู่ในระบบวีซ่า เท่ากับเงินลงทุนกว่า 1 แสนบาทสูญเปล่าทันที ดังนั้น นักศึกษาต้องรีบรายงานตัวภายใน 10 วัน "ปัญหาเกิดตรงที่มันเกินความคาดหวังของเด็กไทยมาก เด็กไทยจะมองนักเรียนแลกเปลี่ยนเป็นอะไรที่สนุกสวยหร ู ความจริงเป็นตรงกันข้าม เป็นแรงงานที่เด็กไทยคาดไม่ถึง นักศึกษาไปทำงานมาเอาเงิน เพราะฉะนั้นเขาจะไม่มองคุณเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยน แต่มองว่ามาขายแรงงาน" น.ส.ธัญญาภรณ์ กล่าว
ผู้ประสานงานวิชาการมสช. บอกด้วยว่า เมื่อเด็กไปแล้วเจอปัญหาไม่ได้รับความช่วยเหลือก็จะร ้องมายังบริษัทตัวแทนเอกชน เพราะคิดว่าบริษัทเหล่านี้เป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด ความจริงแล้วบริษัทตัวแทนไม่มีอำนาจในไทย ทำให้ผู้ปกครองถึงกับบุกไปบริษัทตัวแทนเยอะมาก ส่วนกรณีที่นายหน้าขู่ตัดวีซ่านั้น นายจ้างก็มีสิทธิบอกได้ว่าเด็กไม่ทำตามสัญญา และขึ้นอยู่กับองค์กรแลกเปลี่ยนที่จะตัดสินว่า ถ้าเด็กอยู่กับนายจ้างแล้วไม่ได้รับความยุติธรรมก็สา มารถย้ายที่ทำงานได้ แต่ต้องยกเลิกสัญญาและทำสัญญาใหม่ โดยติดต่อกับองค์กรแลกเปลี่ยนที่สังกัดอยู่
ทั้งนี้โครงการทำงานและท่องเที่ยวช่วงปิดภาคเรียนฤดู ร้อน เป็นโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่รัฐบาลสหรัฐอนุญาตใ ห้ผู้เข้าร่วมจากประเทศต่างๆ เดินทางเข้าประเทศได้ในฐานะนักเรียนแลกเปลี่ยน (cultural exchange visitor) โดยจะได้รับวีซ่า J-1 ที่เป็นวีซ่าสำหรับการศึกษาแลกเปลี่ยน ผู้เข้าร่วมโครงการจะทำงานตามสัญญาการจ้างงานระยะสั้ นและท่องเที่ยวได้ไม่เกิน 4 เดือน ผู้เข้าร่วมต้องมีสถานภาพเป็นนิสิตนักศึกษาระดับปริญ ญาตรีหรือปริญญาโทได้รับค่าแรง 6-8 ดอลลาร์สหรัฐต่อชั่วโมง (204-272 บาท) สามารถทำงานได้สูงสุด 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ รวมทั้งยังสามารถหางานอื่นๆ ทำได้อีกในเวลาว่างหลังสิ้นสุดการทำงานตามสัญญาจ้าง ทั้งนี้ จากการประมาณการของการขอวีซ่าที่สถานทูตในปี 2548 พบว่ามีนักศึกษาเข้าร่วมประมาณ 1 หมื่นคนต่อปี ด้วยการทำกิจกรรมด้านการตลาดหลากหลายรูปแบบ และการเข้าไปเชิญชวนตามสถานศึกษาทั้งใน กทม.และภูมิภาคต่างๆ.
ที่มา นสพ.ไทยทาวน์
ค่านิยมไปเรียนภาษาเมืองนอกระหว่างปิดเทอมกำลังเป็นท ี่นิยมของนิสิตนักศึกษาทั่วประเทศขณะที่นักศึกษากลุ่ มหนึ่งแม้ไม่มีเงินจ่ายค่าเรียนก็พยายามดิ้นรนไปเพื่ อหาประสบการณ์ กลายเป็นช่องทางหาผลประโยชน์ของบริษัททัวร์บางแห่ง โดยจัดโครงการทำงานและท่องเที่ยวในช่วงปิดภาคเรียนฤด ูร้อน หรือ เวิร์กแอนด์ ทราเวล (Work And Travel : WAT) ปรากฏว่ามีนิสิตนักศึกษาหลายคนถูกหลอกให้เสียเงินและ ตกทุกข์ในต่างแดนโดยไม่รู้ว่าจะไปเรียกร้องความรับผิ ดชอบจากหน่วยงานใด
น.ส.เอ(นามสมมติ) นักศึกษาชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นหนึ่งในนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการเวิร์ก แอนด์ ทราเวล ที่รัฐฟลอริดา เมื่อช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อนปี 2550 ที่ผ่านมาแล้วถูกหลอก โดย น.ส.เอ เข้าไปค้นหาบริษัทตัวแทนเอกชนจากเว็บไซต์ กระทั่งค้นพบบริษัทแห่งหนึ่งที่มีความน่าเชื่อถือ จึงยอมเสียค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมโครงการกว่า 1 แสนบาท โดยเลือกทำงานเป็นพนักงานร้านอาหาร แต่เมื่อไปถึงสหรัฐกลับถูกเปลี่ยนให้มาทำหน้าที่พนัก งานช่วยชีวิตในสระว่ายน้ำตามโรงแรมในรัฐเวอร์จิเนียแ ทน แม้น.ส.เอ จะพยายามปฏิเสธ แต่นายจ้างก็ยังยืนยันที่จะให้ทำหน้าที่ใหม่ โดยอ้างว่างานไม่ลงตัว และก่อนเข้าทำงานมีการทดสอบว่ายน้ำ ซึ่งก็สอบผ่านได้อย่างไม่ยากเย็นนัก แม้จะว่ายน้ำไม่เก่งเลยก็ตาม
พร้อมกันนี้ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ยอมรับว่า ประสบการณ์ในโครงการเวิร์ก แอนด์ ทราเวล แทบไม่ได้อะไรเลย ที่คาดหวังว่าจะได้ภาษาก็ไม่ได้ เพราะทำงานในสระว่ายน้ำแทบจะไม่ได้สื่อสารอะไรเลย ลูกค้าเข้ามาก็แค่พูดไฮ หรือฮาว อาร์ ยู เงินก็ไม่ได้ แถมเที่ยวได้แค่นิดหน่อยเท่านั้น
"เสียค่าสมัครไปกว่าแสนบาท นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายในการซื้อของก่อนไปร่วม 1.5 แสนบาท นำเงินติดตัวไปด้วย 3 หมื่นบาท พอจบโครงการ 3 เดือน ได้เงินกลับมาแค่ 500-600 ดอลลาร์สหรัฐ (17,000-20,400 บาท) นายจ้างติดค้างค่าจ้างงวดสุดท้ายอีก 500 ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อทวงถามก็ได้รับคำตอบว่ากำลังตามให้อยู่" น.ส.เอ กล่าว
น.ส.เอบอกด้วยว่า มีเพื่อนคนหนึ่งเป็นลูกคนมีฐานะในเมืองไทยสมัครเป็นค นครัว ได้ค่าแรงชั่วโมงละ 10 ดอลลาร์ (340 บาท) แต่พอไปถึงสหรัฐกลับถูกเปลี่ยนหน้าที่ให้เป็นพนักงาน ทำความสะอาดในโรงแรมระดับ 3 ดาว และได้ค่าแรงเพียงชั่วโมงละ 6 ดอลลาร์ (204 บาท) เท่านั้น เนื่องจากเป็นโรงแรม 3 ดาว ทำให้ลูกค้าที่เข้ามาแตกต่างไปจากโรงแรม 5 ดาวมาก เพราะมักจะทำความสกปรกทิ้งไว้เสมอ
"เพื่อนถึงกับร้องไห้เลยนะ เขาไม่รู้ว่าจะไปทำไม ต้องไปปัดกวาดเช็ดถูทุกอย่าง ทำไปร้องไห้ไป เพราะตอนแรกสมัครไปเป็นคนครัว อยู่ดีๆ ให้ไปขัดส้วมเก็บเตียงก็ร้องไห้" น.ส.เอ เล่า
น.ส.ดาว (นามสมมติ) นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ก็แทบไม่ต่างไปจาก น.ส.เอ ที่เข้าร่วมโครงการเวิร์ก แอนด์ ทราเวล เมื่อช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อนปี 2550 เช่นเดียวกัน โดยสมัครกับบริษัทตัวแทนเอกชนแห่งหนึ่งย่านรัชโยธิน กทม.และเลือกงานทำความสะอาดในโรงแรมรัฐเวอร์จิเนีย แต่เนื่องจากติดสอบปลายภาคจึงตามไปสมทบกับเพื่อนนักศ ึกษาที่เดินทางไปก่อนหน้าแล้ว 15 คน เมื่อไปถึงสหรัฐก็ได้พบกับนักศึกษากลุ่มนี้ หลายคนไม่มีงานทำ ตกงานอยู่หลายสัปดาห์ เพราะนายจ้างเลือกไปทำงานเพียง 5 คนเท่านั้น พร้อมกับบอกที่เหลือให้รอไปก่อน
ต่อมาน.ส.ดาว และเพื่อนๆ ตัดสินใจไปทำงานกับนายหน้าชาวรัสเซียแทน โดยทำงานเป็นพนักงานทำความสะอาดในโรงแรมตามที่ตั้งใจ เอาไว้ แต่ปรากฏว่านายหน้าคนเดิมติดต่อไปยังบริษัทตัวแทนในไ ทย จึงถูกขู่ว่าจะตัดวีซ่าหากไม่ยอมทำงานกับนายหน้าคนเด ิม ตรงกันข้ามหากนักศึกษามีปัญหาติดต่อกลับบริษัทตัวแทน ในไทย พนักงานมักจะปิดเครื่องหนี หรือไม่ก็อ้างว่าในสัญญาระบุว่าบริษัทจะยุติความรับผ ิดชอบระหว่างก่อนออกเดินทางเท่านั้น เมื่อส่งขึ้นเครื่องแล้วจะมีนายหน้าที่สหรัฐเป็นผู้ร ับผิดชอบแทน "นายจ้างไม่รับผิดชอบ เมื่อไปทำงานแล้วไม่สนใจเราเลยว่า เราทำงานได้หรือเปล่า ก่อนไปดีกับเรามาก แต่เมื่อไปถึงบริษัทในไทยไม่ดูแลเราเลย ตอนมีปัญหาฉันเลยเปลี่ยนไปทำงานร้านสะดวกซื้อแทน ไม่ต้องขึ้นตรงกับนายหน้า แล้วได้งานเสริมที่ร้านพิซซ่าด้วย ไม่เช่นนั้นค่าใช้จ่ายจะไม่พอ" น.ส.ดาว กล่าว
ด้านน.ส.ธัญญาภรณ์ จันทรเวช ผู้ประสานงานวิชาการ มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) กล่าวว่า ที่ผ่านมามีนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการเสียชีวิตแล้ว 2 ราย รายแรกเกิดขึ้นเมื่อปี 2547 ระหว่างทำงานในสวนสนุกแห่งหนึ่งในสหรัฐ ทางสวนสนุกอ้างว่าไม่ใช่ความผิดของสวนสนุก เพราะก่อนเริ่มงานต้องตรวจสอบความเรียบร้อยของรางรถไ ฟเหาะ เป็นทางเดินเล็กๆ ให้ตรวจสอบได้ แต่เด็กกลับไม่เดิน ทำให้ผู้ร่วมงานอีกคนที่ไม่รู้ปล่อยรถลงมาชนจนเสียชี วิต แต่ก็มีการชดใช้ให้ตามวงเงินประกันชีวิตที่สหรัฐ
ส่วนอีกรายเกิดขึ้นกลางปี 2549 เด็กนักศึกษาคนหนึ่งถูกรถชนเสียชีวิตขณะเดินเที่ยวอย ู่ในนครลอส แอนเจลิส คาสี่แยกไฟแดงก่อนกลับประเทศไทยไม่นาน ส่วนอีกรายได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุขณะเดินอยู่บนถ นน เนื่องจากไม่ชินกับการเดินรถที่วิ่งเลนขวาผิดไปจากปร ะเทศไทย
น.ส.ธัญญาภรณ์เจ้าของวิทยานิพนธ์หลักสูตรปริญญาสังคม วิทยามหาบัณฑิต เรื่อง "ชีวิตข้ามแดนกับโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมโลกาภิวัตน ์ : โลกาภิวัตน์ในประสบการณ์ของเยาวชน" คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้เขียนหนังสือ "Work & Travel เสี่ยงบริสุทธิ์ ขุดคุ้ยเส้นทางท่องเที่ยวเชิงกรรมกร" ยกตัวอย่างกรณีหนึ่งซึ่งเคยสัมภาษณ์นักศึกษาที่ถูกให ้ออกจากโครงการและส่งตัวกลับประเทศไทยภายใน 24 ชั่วโมง สาเหตุเพราะไม่ได้ไปรายงานตัวกับองค์กรแลกเปลี่ยนเมื ่อเดินทางไปถึงสหรัฐ ทำให้ไม่มีชื่ออยู่ในระบบวีซ่า เท่ากับเงินลงทุนกว่า 1 แสนบาทสูญเปล่าทันที ดังนั้น นักศึกษาต้องรีบรายงานตัวภายใน 10 วัน "ปัญหาเกิดตรงที่มันเกินความคาดหวังของเด็กไทยมาก เด็กไทยจะมองนักเรียนแลกเปลี่ยนเป็นอะไรที่สนุกสวยหร ู ความจริงเป็นตรงกันข้าม เป็นแรงงานที่เด็กไทยคาดไม่ถึง นักศึกษาไปทำงานมาเอาเงิน เพราะฉะนั้นเขาจะไม่มองคุณเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยน แต่มองว่ามาขายแรงงาน" น.ส.ธัญญาภรณ์ กล่าว
ผู้ประสานงานวิชาการมสช. บอกด้วยว่า เมื่อเด็กไปแล้วเจอปัญหาไม่ได้รับความช่วยเหลือก็จะร ้องมายังบริษัทตัวแทนเอกชน เพราะคิดว่าบริษัทเหล่านี้เป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด ความจริงแล้วบริษัทตัวแทนไม่มีอำนาจในไทย ทำให้ผู้ปกครองถึงกับบุกไปบริษัทตัวแทนเยอะมาก ส่วนกรณีที่นายหน้าขู่ตัดวีซ่านั้น นายจ้างก็มีสิทธิบอกได้ว่าเด็กไม่ทำตามสัญญา และขึ้นอยู่กับองค์กรแลกเปลี่ยนที่จะตัดสินว่า ถ้าเด็กอยู่กับนายจ้างแล้วไม่ได้รับความยุติธรรมก็สา มารถย้ายที่ทำงานได้ แต่ต้องยกเลิกสัญญาและทำสัญญาใหม่ โดยติดต่อกับองค์กรแลกเปลี่ยนที่สังกัดอยู่
ทั้งนี้โครงการทำงานและท่องเที่ยวช่วงปิดภาคเรียนฤดู ร้อน เป็นโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่รัฐบาลสหรัฐอนุญาตใ ห้ผู้เข้าร่วมจากประเทศต่างๆ เดินทางเข้าประเทศได้ในฐานะนักเรียนแลกเปลี่ยน (cultural exchange visitor) โดยจะได้รับวีซ่า J-1 ที่เป็นวีซ่าสำหรับการศึกษาแลกเปลี่ยน ผู้เข้าร่วมโครงการจะทำงานตามสัญญาการจ้างงานระยะสั้ นและท่องเที่ยวได้ไม่เกิน 4 เดือน ผู้เข้าร่วมต้องมีสถานภาพเป็นนิสิตนักศึกษาระดับปริญ ญาตรีหรือปริญญาโทได้รับค่าแรง 6-8 ดอลลาร์สหรัฐต่อชั่วโมง (204-272 บาท) สามารถทำงานได้สูงสุด 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ รวมทั้งยังสามารถหางานอื่นๆ ทำได้อีกในเวลาว่างหลังสิ้นสุดการทำงานตามสัญญาจ้าง ทั้งนี้ จากการประมาณการของการขอวีซ่าที่สถานทูตในปี 2548 พบว่ามีนักศึกษาเข้าร่วมประมาณ 1 หมื่นคนต่อปี ด้วยการทำกิจกรรมด้านการตลาดหลากหลายรูปแบบ และการเข้าไปเชิญชวนตามสถานศึกษาทั้งใน กทม.และภูมิภาคต่างๆ.
ที่มา นสพ.ไทยทาวน์