ต้นข้าว
01-25-2008, 08:35 AM
http://www.blike.net/files/gallery/20070521_005.jpg
งานอดิเรกยอดฮิตอย่างหนึ่งของชาวมนุษย์คือการสอดรู้ส อดเห็น อาจพัฒนามาจากสัญชาตญาณสอดรู้สอดเห็นเพื่อให้อยู่รอด ในโลกกว้าง จนกลายมาเป็นการสอดรู้สอดเห็นเพื่อความบันเทิง พูดง่ายๆ คือรู้สึกดีเวลารู้ความลับของคนอื่น!
และเมื่อบวกกับนิสัยเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ก็นิยมขยายการรู้ความลับของคนอื่นให้คนอื่นๆ รับรู้ด้วย!
โบราณบอกว่าการนินทากาเลเป็นนิสัยไม่ดีอย่างหนึ่ง แต่บัดนี้นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบว่า ความจริงแล้วการนินทาเกิดจากเชื้อโรคชนิดหนึ่ง เชื้อโรคพันธุ์นี้มักเกิดแถวปากและแก้วหู ทำให้เกิดอาการคันปาก อยากระบายมันออกไป ตามหลักขจัดพิษด้วยตัวเอง (self detoxfication)! โรคนี้ภาษาแพทย์ยาวมาก นิยมเรียกย่อว่า TIGER ซึ่งมีที่มาจากคุณลักษณะห้าข้อของผู้ที่มีความเสี่ยง ต่อโรคนี้คือ
T - Talkative พูดก่อน คิดทีหลัง (อาการจะหนักขึ้นหากประกอบอาชีพนักการเมือง)
I - Immature ไม่รู้จักโต ไม่รู้จักควบคุมตัวเอง
G - Garbage ชอบขลุกกับขยะ (พวกชอบดูหนัง น้ำเน่า อาจพอเข้าข่ายนี้!)
E - Eavesdropping ชอบแอบฟังเรื่องลับเฉพาะทั้งหลาย
R - Relating มีความสามารถเชื่อมโยงหลายเรื่องเข้าด้วยกันได้ (พอกล้อมแกล้มได้ว่าเป็นการใช้ความคิดสร้างสรรค์อย่า งหนึ่ง)
เชื้อโรคสายพันธุ์นี้เมื่อมาถึงเมืองไทยมักจะกลายพัน ธุ์ มีฤทธิ์แรงกว่าเดิม ทางการแพทย์ไทยเรียก TIGER-ก (ก คือ กลายพันธุ์) ถึงไม่จัดว่าเป็นโรคติดต่อร้ายแรงที่ส่งผลถึงแก่ชีวิ ต แต่ก็เป็นโรคที่น่ารำคาญและสมควรรักษาให้หายขาดอย่าง ยิ่ง
อาการของโรคนี้คือ ชอบขยายความ
ฟังมาเรื่องหนึ่ง จะเล่าเรื่องเสริมแถมไปด้วย เช่น มีคนเล่าให้ฟังว่า นางสาว ก. สวมชุดอาบน้ำว่ายน้ำในโรงแรม และเกิดอุบัติเหตุหกล้ม ก็เล่าเสริมว่า อาจเพราะมัวแต่มองชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่ง
ท้ายสุดเมื่อผ่านการเล่าไปสิบปาก เรื่องก็กลายเป็นว่า นางสาว ก. เกิดอุบัติเหตุบิกินีหลุดล้มใส่ชายหนุ่มคนหนึ่ง และเลยกลายเป็นสัมพันธ์สวาทกับนายคนนั้น ฯลฯ
ขยายความเสียจนจำเรื่องเดิมไม่ได้
และหากสำทับด้วยประโยค "จุ๊! จุ๊! อย่าบอกใครนะ" ข่าวนั้นก็ยิ่งเดินทางเร็วกว่าจรวด!
วิธีการป้องกันรักษา :
1 เลิกอ่านคอลัมน์ซุบซิบนินทา
2 ใช้หลักฟังหูซ้ายทะลุหูขวา ใครเล่าเรื่องไม่ดีของคนอื่นให้ได้ยิน ก็ทิ้งมันไว้ตรงนั้น
3 หัดมองด้านดีของคนอื่นบ้าง
4 ใช้หลัก เอาใจเขามาใส่ใจเรา ลองนึกดูว่าหากเราเป็นคนที่ถูกนินทา จะเจ็บปวดเพียงใด
5 ใช้หลักสามัญสำนึก หากเรื่องที่คุณได้รับการบอกเล่าเป็นเรื่องลับของใคร คนหนึ่งจริง มันก็คงเดินทางมาไม่ถึงหูคุณ
6 ใช้หลัก กรรมสนองกรรม หากคุณนินทาคนอื่นได้ คนอื่นก็นินทาคุณได้
7 เคารพการตัดสินใจการใช้ชีวิตของผู้อื่น ชีวิตใครชีวิตมัน มนุษย์สมควรมีเสรีภาพที่จะเลือกใช้ชีวิตของเขาหรือเธ ออย่างไรก็ได้
8 อย่าทำตัวเป็นผู้พิพากษา อย่าพยายามตัดสินคนอื่นด้วยมาตรฐานของศีลธรรม ค่านิยม หรือความเห็นส่วนตัว
ชีวิตของมนุษย์บนโลกสั้นนัก น่าเสียดายเวลาหากต้องเสียมันไปกับเรื่องที่ไม่เกิดผ ลอะไร
รกหู รกสมอง รกใจ
สิ่งสวยงามในโลกนี้ยังมีมาก ไปขลุกกับของสกปรกทำไม
เอ้อ! แล้วอย่าบอกใครนะ!
++++++
บทความโดย.............วินทร์ เลียววาริณ
งานอดิเรกยอดฮิตอย่างหนึ่งของชาวมนุษย์คือการสอดรู้ส อดเห็น อาจพัฒนามาจากสัญชาตญาณสอดรู้สอดเห็นเพื่อให้อยู่รอด ในโลกกว้าง จนกลายมาเป็นการสอดรู้สอดเห็นเพื่อความบันเทิง พูดง่ายๆ คือรู้สึกดีเวลารู้ความลับของคนอื่น!
และเมื่อบวกกับนิสัยเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ก็นิยมขยายการรู้ความลับของคนอื่นให้คนอื่นๆ รับรู้ด้วย!
โบราณบอกว่าการนินทากาเลเป็นนิสัยไม่ดีอย่างหนึ่ง แต่บัดนี้นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบว่า ความจริงแล้วการนินทาเกิดจากเชื้อโรคชนิดหนึ่ง เชื้อโรคพันธุ์นี้มักเกิดแถวปากและแก้วหู ทำให้เกิดอาการคันปาก อยากระบายมันออกไป ตามหลักขจัดพิษด้วยตัวเอง (self detoxfication)! โรคนี้ภาษาแพทย์ยาวมาก นิยมเรียกย่อว่า TIGER ซึ่งมีที่มาจากคุณลักษณะห้าข้อของผู้ที่มีความเสี่ยง ต่อโรคนี้คือ
T - Talkative พูดก่อน คิดทีหลัง (อาการจะหนักขึ้นหากประกอบอาชีพนักการเมือง)
I - Immature ไม่รู้จักโต ไม่รู้จักควบคุมตัวเอง
G - Garbage ชอบขลุกกับขยะ (พวกชอบดูหนัง น้ำเน่า อาจพอเข้าข่ายนี้!)
E - Eavesdropping ชอบแอบฟังเรื่องลับเฉพาะทั้งหลาย
R - Relating มีความสามารถเชื่อมโยงหลายเรื่องเข้าด้วยกันได้ (พอกล้อมแกล้มได้ว่าเป็นการใช้ความคิดสร้างสรรค์อย่า งหนึ่ง)
เชื้อโรคสายพันธุ์นี้เมื่อมาถึงเมืองไทยมักจะกลายพัน ธุ์ มีฤทธิ์แรงกว่าเดิม ทางการแพทย์ไทยเรียก TIGER-ก (ก คือ กลายพันธุ์) ถึงไม่จัดว่าเป็นโรคติดต่อร้ายแรงที่ส่งผลถึงแก่ชีวิ ต แต่ก็เป็นโรคที่น่ารำคาญและสมควรรักษาให้หายขาดอย่าง ยิ่ง
อาการของโรคนี้คือ ชอบขยายความ
ฟังมาเรื่องหนึ่ง จะเล่าเรื่องเสริมแถมไปด้วย เช่น มีคนเล่าให้ฟังว่า นางสาว ก. สวมชุดอาบน้ำว่ายน้ำในโรงแรม และเกิดอุบัติเหตุหกล้ม ก็เล่าเสริมว่า อาจเพราะมัวแต่มองชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่ง
ท้ายสุดเมื่อผ่านการเล่าไปสิบปาก เรื่องก็กลายเป็นว่า นางสาว ก. เกิดอุบัติเหตุบิกินีหลุดล้มใส่ชายหนุ่มคนหนึ่ง และเลยกลายเป็นสัมพันธ์สวาทกับนายคนนั้น ฯลฯ
ขยายความเสียจนจำเรื่องเดิมไม่ได้
และหากสำทับด้วยประโยค "จุ๊! จุ๊! อย่าบอกใครนะ" ข่าวนั้นก็ยิ่งเดินทางเร็วกว่าจรวด!
วิธีการป้องกันรักษา :
1 เลิกอ่านคอลัมน์ซุบซิบนินทา
2 ใช้หลักฟังหูซ้ายทะลุหูขวา ใครเล่าเรื่องไม่ดีของคนอื่นให้ได้ยิน ก็ทิ้งมันไว้ตรงนั้น
3 หัดมองด้านดีของคนอื่นบ้าง
4 ใช้หลัก เอาใจเขามาใส่ใจเรา ลองนึกดูว่าหากเราเป็นคนที่ถูกนินทา จะเจ็บปวดเพียงใด
5 ใช้หลักสามัญสำนึก หากเรื่องที่คุณได้รับการบอกเล่าเป็นเรื่องลับของใคร คนหนึ่งจริง มันก็คงเดินทางมาไม่ถึงหูคุณ
6 ใช้หลัก กรรมสนองกรรม หากคุณนินทาคนอื่นได้ คนอื่นก็นินทาคุณได้
7 เคารพการตัดสินใจการใช้ชีวิตของผู้อื่น ชีวิตใครชีวิตมัน มนุษย์สมควรมีเสรีภาพที่จะเลือกใช้ชีวิตของเขาหรือเธ ออย่างไรก็ได้
8 อย่าทำตัวเป็นผู้พิพากษา อย่าพยายามตัดสินคนอื่นด้วยมาตรฐานของศีลธรรม ค่านิยม หรือความเห็นส่วนตัว
ชีวิตของมนุษย์บนโลกสั้นนัก น่าเสียดายเวลาหากต้องเสียมันไปกับเรื่องที่ไม่เกิดผ ลอะไร
รกหู รกสมอง รกใจ
สิ่งสวยงามในโลกนี้ยังมีมาก ไปขลุกกับของสกปรกทำไม
เอ้อ! แล้วอย่าบอกใครนะ!
++++++
บทความโดย.............วินทร์ เลียววาริณ