ต้นข้าว
02-06-2008, 11:28 AM
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/959/6959/images/25185.jpg
ท่าน "ติช นัท ฮันห์" พระมหาเถระนิกายเซนองค์สำคัญของโลก ได้กล่าวไว้ในบทหนึ่งใน "ความโกรธ" (Anger) หนังสือขายดีไปทั่วโลกที่ได้รับการแปลเป็นภาษาต่างๆ ถึง 9 ภาษา ว่าคนทุกคนไม่ว่าชาติใดภาษาใด ล้วนมีเมล็ดพันธุ์แห่งความโกรธอยู่ในใจทั้งสิ้น ขึ้นอยู่กับว่าใครจะบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์นั้นมากกว่ากั น คนบางคนอาจจะไม่เคยโกรธใครง่ายๆ ก็เพราะไม่เคยรดน้ำเมล็ดพันธุ์แห่งความโกรธนั้น ในขณะที่คนบางคนโกรธง่ายเหลือเกิน เพราะเมล็ดพันธุ์แห่งความโกรธนั้นถูกรดน้ำอยู่เป็นปร ะจำ จึงเติบโตบดบังเมล็ดพันธุ์แห่งความรักความเมตตาเอาไว ้สิ้น...(คลังปัญญาชนสยาม)
เมล็ดพันธุ์ที่ถูกบ่มเพาะนั้นก่อให้เกิดความรุนแรงหล ากหลาย ทั้งหมดเป็นเพราะอารมณ์เพียงชั่ววูบที่ไม่สามารถควบค ุมได้ สาเหตุใหญ่ที่ทำให้อารมณ์โกรธทำงานได้อย่างมีประสิทธ ิผลมากนั้น เกิดขึ้นจากแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจ ครอบครัว การสูญเสียการควบคุมอารมณ์จากการดื่มเหล้าหรือใช้สาร เสพย์ติด และการเลี้ยงดูจากครอบครัวที่อ่อนแอ นับเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดความรุนแรงที่เกิดขึ้นบ่อ ยครั้งจนเกือบจะกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว
การรู้เท่าทันและควบคุมอารมณ์ได้อย่างเหมาะสม จึงเป็นมาตรการสำคัญในการกำจัดความโกรธ ที่ต้องเริ่มมาตั้งแต่ยังเยาว์วัย
น.พ.ไกรสิทธิ์ นฤขัตพิชัย โรงพยาบาลมนารมย์ กล่าวว่า "ช่วงอายุ 0-6 ขวบเป็นช่วงที่เด็กเรียนรู้การวางใจผู้อื่น ซึมซับบุคลิกภาพจากคนใกล้ชิด ช่วงเวลานี้หากสามารถฝึกให้เด็กรู้จักคอย เห็นอกเห็นใจ เคารพสิทธิผู้อื่น รู้จักแพ้-ชนะ ก็จะช่วยฝึกทักษะการควบคุมอารมณ์ของเด็กได้ จะทำให้เด็กมีความมั่นคงทางอารมณ์และจิตใจ ภูมิใจตัวเอง มองเห็นข้อดีของตนเองและผู้อื่นได้"
สำหรับอารมณ์โกรธที่เกิดขึ้นในผู้ใหญ่นั้นจะระงับได้ ต้องใช้วิธีการหลายอย่างประกอบกัน โดยเฉพาะเรื่องของการบริหารจิตใจ คุณหมอแนะนำว่า ควรเริ่มฝึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อและลมหายใจทุกวัน เป็นการลดการสะสมความเครียด ฝึกรู้เท่าทันอารมณ์เพื่อเตือนตัวเอง และต้องปรับวิธีคิด วิธีการมองโลกให้เป็นมุมบวก ทั้งยังต้องมองหนทางการแก้ปัญหาให้กว้าง เพื่อที่จะมีทางเลือกได้มากขึ้น และรู้จักยืดหยุ่นชีวิต
แต่หากความโกรธวิ่งเข้ามาแบบปัจจุบันทันด่วนแล้วละก็ มี 10 วิธีที่จะระงับความโกรธแบบเฉียบพลัน
1.รู้เท่าทันว่าตัวเองกำลังจะโกรธ
2.เตือนตัวเองว่าโกรธ คือ การเผาและทำลายสุขภาพตัวเอง
3.นับ 1-10 เป็นการเบี่ยงเบนความสนใจ หายใจเข้า-ออกลึกๆ ช้าๆ เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
4.ออกจากพื้นที่ที่ทำให้โกรธ
5.คิดไว้ว่าไม่สามารถควบคุมทุกอย่างให้เป็นไปได้ดังใ จเรา
6.มองว่าคนเราแตกต่างกัน ไม่มีใครสมบูรณ์แบบแม้แต่ตัวเรา
7.มองข้อดีของคนอื่น และนึกถึงความดีของเขาในอดีต
8.มองด้านบวก
9.ให้อภัยและปล่อยวาง
10.ถ้าแก้ไม่ได้ ให้ปรึกษาจากผู้มีประสบการณ์ หรือถ้ารุนแรงมากควรปรึกษาจิตแพทย์
http://www.thaihealth.or.th/files/images/21944.gif
หากทำได้อย่างที่กล่าวมาแล้ว ไม่เพียงเมล็ดพันธุ์แห่งความโกรธจะเหี่ยวแห้งตายไปเท ่านั้น ยังเป็นการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความรัก ความเมตตาให้เติบใหญ่ขึ้นได้อีกด้วย
ข้อมูลจาก : ประชาชาติธุรกิจ
ท่าน "ติช นัท ฮันห์" พระมหาเถระนิกายเซนองค์สำคัญของโลก ได้กล่าวไว้ในบทหนึ่งใน "ความโกรธ" (Anger) หนังสือขายดีไปทั่วโลกที่ได้รับการแปลเป็นภาษาต่างๆ ถึง 9 ภาษา ว่าคนทุกคนไม่ว่าชาติใดภาษาใด ล้วนมีเมล็ดพันธุ์แห่งความโกรธอยู่ในใจทั้งสิ้น ขึ้นอยู่กับว่าใครจะบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์นั้นมากกว่ากั น คนบางคนอาจจะไม่เคยโกรธใครง่ายๆ ก็เพราะไม่เคยรดน้ำเมล็ดพันธุ์แห่งความโกรธนั้น ในขณะที่คนบางคนโกรธง่ายเหลือเกิน เพราะเมล็ดพันธุ์แห่งความโกรธนั้นถูกรดน้ำอยู่เป็นปร ะจำ จึงเติบโตบดบังเมล็ดพันธุ์แห่งความรักความเมตตาเอาไว ้สิ้น...(คลังปัญญาชนสยาม)
เมล็ดพันธุ์ที่ถูกบ่มเพาะนั้นก่อให้เกิดความรุนแรงหล ากหลาย ทั้งหมดเป็นเพราะอารมณ์เพียงชั่ววูบที่ไม่สามารถควบค ุมได้ สาเหตุใหญ่ที่ทำให้อารมณ์โกรธทำงานได้อย่างมีประสิทธ ิผลมากนั้น เกิดขึ้นจากแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจ ครอบครัว การสูญเสียการควบคุมอารมณ์จากการดื่มเหล้าหรือใช้สาร เสพย์ติด และการเลี้ยงดูจากครอบครัวที่อ่อนแอ นับเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดความรุนแรงที่เกิดขึ้นบ่อ ยครั้งจนเกือบจะกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว
การรู้เท่าทันและควบคุมอารมณ์ได้อย่างเหมาะสม จึงเป็นมาตรการสำคัญในการกำจัดความโกรธ ที่ต้องเริ่มมาตั้งแต่ยังเยาว์วัย
น.พ.ไกรสิทธิ์ นฤขัตพิชัย โรงพยาบาลมนารมย์ กล่าวว่า "ช่วงอายุ 0-6 ขวบเป็นช่วงที่เด็กเรียนรู้การวางใจผู้อื่น ซึมซับบุคลิกภาพจากคนใกล้ชิด ช่วงเวลานี้หากสามารถฝึกให้เด็กรู้จักคอย เห็นอกเห็นใจ เคารพสิทธิผู้อื่น รู้จักแพ้-ชนะ ก็จะช่วยฝึกทักษะการควบคุมอารมณ์ของเด็กได้ จะทำให้เด็กมีความมั่นคงทางอารมณ์และจิตใจ ภูมิใจตัวเอง มองเห็นข้อดีของตนเองและผู้อื่นได้"
สำหรับอารมณ์โกรธที่เกิดขึ้นในผู้ใหญ่นั้นจะระงับได้ ต้องใช้วิธีการหลายอย่างประกอบกัน โดยเฉพาะเรื่องของการบริหารจิตใจ คุณหมอแนะนำว่า ควรเริ่มฝึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อและลมหายใจทุกวัน เป็นการลดการสะสมความเครียด ฝึกรู้เท่าทันอารมณ์เพื่อเตือนตัวเอง และต้องปรับวิธีคิด วิธีการมองโลกให้เป็นมุมบวก ทั้งยังต้องมองหนทางการแก้ปัญหาให้กว้าง เพื่อที่จะมีทางเลือกได้มากขึ้น และรู้จักยืดหยุ่นชีวิต
แต่หากความโกรธวิ่งเข้ามาแบบปัจจุบันทันด่วนแล้วละก็ มี 10 วิธีที่จะระงับความโกรธแบบเฉียบพลัน
1.รู้เท่าทันว่าตัวเองกำลังจะโกรธ
2.เตือนตัวเองว่าโกรธ คือ การเผาและทำลายสุขภาพตัวเอง
3.นับ 1-10 เป็นการเบี่ยงเบนความสนใจ หายใจเข้า-ออกลึกๆ ช้าๆ เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
4.ออกจากพื้นที่ที่ทำให้โกรธ
5.คิดไว้ว่าไม่สามารถควบคุมทุกอย่างให้เป็นไปได้ดังใ จเรา
6.มองว่าคนเราแตกต่างกัน ไม่มีใครสมบูรณ์แบบแม้แต่ตัวเรา
7.มองข้อดีของคนอื่น และนึกถึงความดีของเขาในอดีต
8.มองด้านบวก
9.ให้อภัยและปล่อยวาง
10.ถ้าแก้ไม่ได้ ให้ปรึกษาจากผู้มีประสบการณ์ หรือถ้ารุนแรงมากควรปรึกษาจิตแพทย์
http://www.thaihealth.or.th/files/images/21944.gif
หากทำได้อย่างที่กล่าวมาแล้ว ไม่เพียงเมล็ดพันธุ์แห่งความโกรธจะเหี่ยวแห้งตายไปเท ่านั้น ยังเป็นการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความรัก ความเมตตาให้เติบใหญ่ขึ้นได้อีกด้วย
ข้อมูลจาก : ประชาชาติธุรกิจ