Gay_Sisaket
02-07-2008, 06:50 PM
“ไดอารี่ย้อนหลัง...ของไอ้เด็กเหลือขอ”
[ขอความกรุณาห้ามเอาบทความของผมไปลงในเว็ปอื่น ก่อนที่ผมจะโอเคเด้อครับ]
เช้าวันนี้ผมตื่นขึ้นมาเพราะโทรมือถือมีสายเรียกเข้า มา
ผมมองดูชื่อที่ปรากฏขึ้นที่หน้าจอ...
ผมได้แต่จ้องมองมันสั่นอยู่อย่างนั้น ไม่รับ และปล่อยมันหยุดไปเอง
ผมไม่อยากทำอะไรเลย ไม่อยากไปไหน อยากนอนอยู่เฉยๆ
นอนบนเตียงนิ่งๆ ผมเหงนมองเพดาน แล้วค่อยๆหลับตาลอง
ผมนอนอยู่แบบนี้ นอนเหงา นอนหนาว หว้าเหว่ แบบนี้มาได้ห้าปีแล้ว
ผมมีรูปแบบชีวิตที่เรียบง่าย..นอน ตื่น ไปทำงาน เลิกงาน อ่านหนังสือ นอน
ทุกอย่างเหมือนเดิม ใช่ว่าผมจะไม่มีเพื่อนที่รักผม มีเจ้านายที่เข้าใจ
แต่ “ความรัก” ผมหายไปไหน?
ทำไมผมถึงไม่ค่อยมีความรู้สึกตอบรับกับคำว่ารัก
แค่รู้สึกเฉยๆ หรือว่ามุมมองความรักของผมมันเปลี่ยนไป
วันนี้เป็นวันหยุดผม การปิดมือถือเบอร์ที่เป็นเบอร์ที่ใช้ติดต่อเรื่องงาน
ทำให้ผมได้มีเวลาที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น ผมจะเปิดเบอร์ส่วนตัวไว้ตลอด 24 ชั่วโมง
เพราะไม่อยากพลาดการติดต่อจากญาติๆทางบ้าน หรือแม่ของผมที่อยู่ต่างจังหวัด
คนที่ทำงานที่รู้เบอร์ส่วนตัวของผม เห็นจะมีเพียงผู้จัดการแผนกผมเท่านั้น
ซึ่งเค้าเป็นคนที่ไม่เคยกวนเวลาพักผ่อนผมเลยถ้าไม่ใช ่เรื่องที่รอไม่ได้จริงๆ
(เรื่องเดียวที่ผมไม่เคยรู้สึกว่าโดนก่อกวน คือการโทรศัพท์มาตามผมไปกินเหล้า)
ตอนบ่ายวันนี้ฝนตกหนัก...ผมนอนอยู่บนเตียงนุ่มๆขาวๆส ะอาดของผม
ผมคิดว่าถึงเวลาแล้ว ที่ผมน่าจะเขียนอะไรสักอย่างหนึ่ง..ก่อนทีผมจะไม่มีโ อกาสได้เขียน
“ไดอารี่ย้อนหลัง...ของไอ้เด็กเหลือขอ”
อย่าลืมตามอ่านนะครับ...................
เพิ่มใหม่ 08 ก.พ 2551 @ 16.55 pm
มีนาคม 2537
ตายห่า...โถชีวิต…
ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าเก่งหรือเรียกว่าอะไร ทำไมผมถึงผ่านชีวิตม.ปลายมาได้โดย
ไม่มีแฟน..นี่ละน่ะคนเรา หรือว่าผมไม่หล่อ อันนี้ท่าจะใช่...ฐานะทางบ้านจนก็ออกจะปานนั้น
เรื่องที่ผมกำลังเขียนเริ่มจะส่งกลิ่นเน่าๆแล้วสิ... หรือว่าใครเอาน้ำล้างเล็บขบมาเททิ้งแถวนี้นะ
ย้อนกลับไปเมื่อตอนอยู่ ม.2
บ่ายวันหนึ่ง มีการประชุมเพื่อเลือกประทานสีม่วง มีการเสนอชื่อรุ่นพี่ ม.6 หลายคน
เพื่อลงสมัครเป็นตัวแทนประธานสี แต่แล้วสิ่งที่ทำให้ทุกคนในหอประชุมถึงกับอึ้งไป
ชั่วขณะ เด็กม.4 คนหนึ่งลุกขึ้นแล้วเสนอชื่อเพื่อนตัวเองคนหนึ่งลงสมั คร
ประธานสีครั้งนี้ ผมและเพื่อนหันไปดูหน้าคนที่ถูกเสนอชื่อ พี่เค้าลูกขึ้นอายๆ อย่างเสียไม่ได้
“โอ..มายกอด...โอมายกอดดดดด” ผมพึมพำในลำคอ
“จีเวร! เปลี่ยนศาสนาเป็นศาสนาคริสตั่งแต่เมื่อไรวะ?” เอินเพื่อนผมตบหัวผมเข้าให้
“มึงเชื่อในรักแรกพบเปล่าวะเอิน” ผมจ้องมองคนที่ยืนตรงนั้นตาไม่กระพริบ
“เชื่อดิ..กูเชื่อว่าเค้ารักแรกพบของมึง..และกูเชื่อ สนิทเลยว่ามึงเป็นฝันร้ายของเค้าแน่ๆ”
“ขอบคุณมากกก..มึงเป็นเพื่อนที่เข้าใจกูดีเหลือ เกิน จีเอิน!!!”
“ชอบมันได้ไงวะโอ?” โอชื่อผมเองครับ
“ม่ายรู้วะ กูอธิบายไม่ถูก กูเริ่มรู้สึกหนาวๆร้อนๆเวลามองหน้าเค้าคนนั้น”
“แหวะ!”
“มึง..ว่ารักแรกกูจะเป็นยังวะเอิน?”
“กูไม่รู้วะ...แต่รู้สึกเหมือนกำลังเห็นหมาเห่าเครื่ องบิน”
“กูไม่รู้วะ...กูรู้แต่ว่าชีวิตกูกำลังเริ่มเปลี่ยนไ ปแล้วตั้งแต่นาทีนี้แล้ว...เหมือนการเปลี่ยนจากดูทีว ีขาวดำ
มาเป็นดูทีวีสีเลยวะ”
“จริงๆเหรอ? มึงแน่ใจมากขนาดนั้นเลยเหรอวะ” มันทำเซ็งๆมองมาทางผม จ้องตาผม แล้วหันไปทางคนคนนั้น
หลังจากวันนั้น ผมไปโรงเรียนทุกวัน ชะเง้อมองเค้าทุกวัน ผมอยากให้ทุกวันเป็นวันที่ต้องไปโรงเรียน
แต่ผมไม่เคยรู้เลยว่า ผมกำลังจะเสียเพื่อนรักของผมไปเพราะรักครั้งนี้
[ปล. รบกวนช่วยคอมเม้นท์ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ]
[ขอความกรุณาห้ามเอาบทความของผมไปลงในเว็ปอื่น ก่อนที่ผมจะโอเคเด้อครับ]
เช้าวันนี้ผมตื่นขึ้นมาเพราะโทรมือถือมีสายเรียกเข้า มา
ผมมองดูชื่อที่ปรากฏขึ้นที่หน้าจอ...
ผมได้แต่จ้องมองมันสั่นอยู่อย่างนั้น ไม่รับ และปล่อยมันหยุดไปเอง
ผมไม่อยากทำอะไรเลย ไม่อยากไปไหน อยากนอนอยู่เฉยๆ
นอนบนเตียงนิ่งๆ ผมเหงนมองเพดาน แล้วค่อยๆหลับตาลอง
ผมนอนอยู่แบบนี้ นอนเหงา นอนหนาว หว้าเหว่ แบบนี้มาได้ห้าปีแล้ว
ผมมีรูปแบบชีวิตที่เรียบง่าย..นอน ตื่น ไปทำงาน เลิกงาน อ่านหนังสือ นอน
ทุกอย่างเหมือนเดิม ใช่ว่าผมจะไม่มีเพื่อนที่รักผม มีเจ้านายที่เข้าใจ
แต่ “ความรัก” ผมหายไปไหน?
ทำไมผมถึงไม่ค่อยมีความรู้สึกตอบรับกับคำว่ารัก
แค่รู้สึกเฉยๆ หรือว่ามุมมองความรักของผมมันเปลี่ยนไป
วันนี้เป็นวันหยุดผม การปิดมือถือเบอร์ที่เป็นเบอร์ที่ใช้ติดต่อเรื่องงาน
ทำให้ผมได้มีเวลาที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น ผมจะเปิดเบอร์ส่วนตัวไว้ตลอด 24 ชั่วโมง
เพราะไม่อยากพลาดการติดต่อจากญาติๆทางบ้าน หรือแม่ของผมที่อยู่ต่างจังหวัด
คนที่ทำงานที่รู้เบอร์ส่วนตัวของผม เห็นจะมีเพียงผู้จัดการแผนกผมเท่านั้น
ซึ่งเค้าเป็นคนที่ไม่เคยกวนเวลาพักผ่อนผมเลยถ้าไม่ใช ่เรื่องที่รอไม่ได้จริงๆ
(เรื่องเดียวที่ผมไม่เคยรู้สึกว่าโดนก่อกวน คือการโทรศัพท์มาตามผมไปกินเหล้า)
ตอนบ่ายวันนี้ฝนตกหนัก...ผมนอนอยู่บนเตียงนุ่มๆขาวๆส ะอาดของผม
ผมคิดว่าถึงเวลาแล้ว ที่ผมน่าจะเขียนอะไรสักอย่างหนึ่ง..ก่อนทีผมจะไม่มีโ อกาสได้เขียน
“ไดอารี่ย้อนหลัง...ของไอ้เด็กเหลือขอ”
อย่าลืมตามอ่านนะครับ...................
เพิ่มใหม่ 08 ก.พ 2551 @ 16.55 pm
มีนาคม 2537
ตายห่า...โถชีวิต…
ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าเก่งหรือเรียกว่าอะไร ทำไมผมถึงผ่านชีวิตม.ปลายมาได้โดย
ไม่มีแฟน..นี่ละน่ะคนเรา หรือว่าผมไม่หล่อ อันนี้ท่าจะใช่...ฐานะทางบ้านจนก็ออกจะปานนั้น
เรื่องที่ผมกำลังเขียนเริ่มจะส่งกลิ่นเน่าๆแล้วสิ... หรือว่าใครเอาน้ำล้างเล็บขบมาเททิ้งแถวนี้นะ
ย้อนกลับไปเมื่อตอนอยู่ ม.2
บ่ายวันหนึ่ง มีการประชุมเพื่อเลือกประทานสีม่วง มีการเสนอชื่อรุ่นพี่ ม.6 หลายคน
เพื่อลงสมัครเป็นตัวแทนประธานสี แต่แล้วสิ่งที่ทำให้ทุกคนในหอประชุมถึงกับอึ้งไป
ชั่วขณะ เด็กม.4 คนหนึ่งลุกขึ้นแล้วเสนอชื่อเพื่อนตัวเองคนหนึ่งลงสมั คร
ประธานสีครั้งนี้ ผมและเพื่อนหันไปดูหน้าคนที่ถูกเสนอชื่อ พี่เค้าลูกขึ้นอายๆ อย่างเสียไม่ได้
“โอ..มายกอด...โอมายกอดดดดด” ผมพึมพำในลำคอ
“จีเวร! เปลี่ยนศาสนาเป็นศาสนาคริสตั่งแต่เมื่อไรวะ?” เอินเพื่อนผมตบหัวผมเข้าให้
“มึงเชื่อในรักแรกพบเปล่าวะเอิน” ผมจ้องมองคนที่ยืนตรงนั้นตาไม่กระพริบ
“เชื่อดิ..กูเชื่อว่าเค้ารักแรกพบของมึง..และกูเชื่อ สนิทเลยว่ามึงเป็นฝันร้ายของเค้าแน่ๆ”
“ขอบคุณมากกก..มึงเป็นเพื่อนที่เข้าใจกูดีเหลือ เกิน จีเอิน!!!”
“ชอบมันได้ไงวะโอ?” โอชื่อผมเองครับ
“ม่ายรู้วะ กูอธิบายไม่ถูก กูเริ่มรู้สึกหนาวๆร้อนๆเวลามองหน้าเค้าคนนั้น”
“แหวะ!”
“มึง..ว่ารักแรกกูจะเป็นยังวะเอิน?”
“กูไม่รู้วะ...แต่รู้สึกเหมือนกำลังเห็นหมาเห่าเครื่ องบิน”
“กูไม่รู้วะ...กูรู้แต่ว่าชีวิตกูกำลังเริ่มเปลี่ยนไ ปแล้วตั้งแต่นาทีนี้แล้ว...เหมือนการเปลี่ยนจากดูทีว ีขาวดำ
มาเป็นดูทีวีสีเลยวะ”
“จริงๆเหรอ? มึงแน่ใจมากขนาดนั้นเลยเหรอวะ” มันทำเซ็งๆมองมาทางผม จ้องตาผม แล้วหันไปทางคนคนนั้น
หลังจากวันนั้น ผมไปโรงเรียนทุกวัน ชะเง้อมองเค้าทุกวัน ผมอยากให้ทุกวันเป็นวันที่ต้องไปโรงเรียน
แต่ผมไม่เคยรู้เลยว่า ผมกำลังจะเสียเพื่อนรักของผมไปเพราะรักครั้งนี้
[ปล. รบกวนช่วยคอมเม้นท์ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ]