บ่าวสายฟ้า
08-08-2006, 03:45 AM
http://img326.imageshack.us/img326/8254/item1qt1.gif (http://imageshack.us)
ความหมายของยันต์
หน้านี้ว่าด้วยเรื่องยันต์แบบต่างๆ ตามความเชื่อของปรมาจารย์ เส้นที่ขีดลากไปมานอกยันต์นั้น หมายถึง "สายรกของพระพุทธเจ้า" ส่วนเส้นที่อยู่ภายในยันต์ เรียกว่า "กระดูกยันต์" ยันต์มีหลายแบบต่างๆ กันไป เช่น ยันต์แบบกลม ยันต์สามเหลี่ยม ยันต์สี่เหลี่ยม ยันต์รูปภาพ ส่วนความหมายของยันต์แต่ละแบบมีดังนี้
ยันต์กลม มีความหมายว่าเป็นพระพักตร์ของพระพุทธเจ้า ทางศาสนาพราหมณ์ หมายถึงพระพักตร์ของพระพรหม
ยันต์สามเหลี่ยม มีความหมายว่าเป็นพระรัตนตรัย หรือภพทั้งสาม ส่วนทางศาสนาพราหมณ์ให้ความหมายว่าเป็นพระเป็นเจ้าทั ้ง 3 ของพราหมณ์
คือ พระอิศวร พระพรหม พระนารายณ์
ยันต์สี่เหลี่ยม มีความหมายว่าเป็นทวีปทั้งสี่ หรือธาตุทั้งสี่ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ
ยันต์รูปภาพ มีทั้งรูปภาพ เทวดา มนุษย์ และสัตว์ต่างๆ ส่วนความหมายก็อยู่ในตัวของรูปภาพนั้นๆ
การลงยันต์
การลงยันต์หรือการเขียนยันต์นั้นจะใช้อักขระขอม ซึ่งเขียนเป็นตัวย่อของพระคาถาแต่ละบท เพราะหากเขียนพระคาถาลงไปในยันต์ทั้งหมดเนื้อที่คงไม ่พอ จึงใช้อักขระย่อ ส่วนตัวเลขที่อยู่ในยันต์ก็ย่อมาจากอักขระของพระคาถา ข้อควรระวังในการลากเส้นยันต์นั้นควรลากทีเดียวให้ตล อดไม่ใช่ลากแล้วหยุด หากลากแล้วหยุดถือว่ายันต์นั้นใช้ไม่ได้ ต้องใช้คาถาหรือสูตรในการต่อเส้นยันต์นั้นใหม่ยันต์น ั้นจึงจะใช้ได้ และการลงอักขระให้ระวังอย่าลงอักขระทับเส้นยันต์เพรา ะจะทำให้ยันต์นั้นใช้ไม่ได้ ท่านเรียกว่าเป็นยันต์ตาบอด การลงยันต์หรือการเขียนยันต์หากยันต์นั้นมีคาถาหรือส ูตรกำกับไว้ผู้เขียนจะต้องภาวนาคาถานั้นไปด้วยพร้อมก ันการลงยันต์ ฉะนั้นจึงต้องใช้สมาธิสูง ส่วนขั้นตอนและวิธีการลงยันต์พร้อมทั้งสูตรต่างๆ ยังมีอีกมากครับ คลิกที่นี่ครับเพื่ออ่านรายละเอียดสูตรและคาถาเวลาเข ียนยันต์
การปลุกเสกยันต์
เมื่อมีการลงยันต์เสร็จแล้วจะต้องมีการปลุกเสกเพื่อท ำให้ยันต์ขลังมีฤทธานุภาพตามจุดประสงค์ของยันต์นั้นๆ คาถาที่ใช้ในการปลุกเสกจะใช้คาถาที่กำกับยันต์นั้นหร ือไม่ก็คาถาที่ใช้เขียนยันต์นั้น หรือใช้คาถาที่เกี่ยวข้องกับยันต์นั้นปลุกเสก เช่น ยันต์คงกระพันชาตรี ก็ใช้คาถาคงกระพันชาตรีเสก เป็นต้น ส่วนมากคาถาที่ใช้ทั่วไปในการปลุกเสกยันต์คือ พระไตรสรณคมน์ พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ
ความหมายของยันต์
หน้านี้ว่าด้วยเรื่องยันต์แบบต่างๆ ตามความเชื่อของปรมาจารย์ เส้นที่ขีดลากไปมานอกยันต์นั้น หมายถึง "สายรกของพระพุทธเจ้า" ส่วนเส้นที่อยู่ภายในยันต์ เรียกว่า "กระดูกยันต์" ยันต์มีหลายแบบต่างๆ กันไป เช่น ยันต์แบบกลม ยันต์สามเหลี่ยม ยันต์สี่เหลี่ยม ยันต์รูปภาพ ส่วนความหมายของยันต์แต่ละแบบมีดังนี้
ยันต์กลม มีความหมายว่าเป็นพระพักตร์ของพระพุทธเจ้า ทางศาสนาพราหมณ์ หมายถึงพระพักตร์ของพระพรหม
ยันต์สามเหลี่ยม มีความหมายว่าเป็นพระรัตนตรัย หรือภพทั้งสาม ส่วนทางศาสนาพราหมณ์ให้ความหมายว่าเป็นพระเป็นเจ้าทั ้ง 3 ของพราหมณ์
คือ พระอิศวร พระพรหม พระนารายณ์
ยันต์สี่เหลี่ยม มีความหมายว่าเป็นทวีปทั้งสี่ หรือธาตุทั้งสี่ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ
ยันต์รูปภาพ มีทั้งรูปภาพ เทวดา มนุษย์ และสัตว์ต่างๆ ส่วนความหมายก็อยู่ในตัวของรูปภาพนั้นๆ
การลงยันต์
การลงยันต์หรือการเขียนยันต์นั้นจะใช้อักขระขอม ซึ่งเขียนเป็นตัวย่อของพระคาถาแต่ละบท เพราะหากเขียนพระคาถาลงไปในยันต์ทั้งหมดเนื้อที่คงไม ่พอ จึงใช้อักขระย่อ ส่วนตัวเลขที่อยู่ในยันต์ก็ย่อมาจากอักขระของพระคาถา ข้อควรระวังในการลากเส้นยันต์นั้นควรลากทีเดียวให้ตล อดไม่ใช่ลากแล้วหยุด หากลากแล้วหยุดถือว่ายันต์นั้นใช้ไม่ได้ ต้องใช้คาถาหรือสูตรในการต่อเส้นยันต์นั้นใหม่ยันต์น ั้นจึงจะใช้ได้ และการลงอักขระให้ระวังอย่าลงอักขระทับเส้นยันต์เพรา ะจะทำให้ยันต์นั้นใช้ไม่ได้ ท่านเรียกว่าเป็นยันต์ตาบอด การลงยันต์หรือการเขียนยันต์หากยันต์นั้นมีคาถาหรือส ูตรกำกับไว้ผู้เขียนจะต้องภาวนาคาถานั้นไปด้วยพร้อมก ันการลงยันต์ ฉะนั้นจึงต้องใช้สมาธิสูง ส่วนขั้นตอนและวิธีการลงยันต์พร้อมทั้งสูตรต่างๆ ยังมีอีกมากครับ คลิกที่นี่ครับเพื่ออ่านรายละเอียดสูตรและคาถาเวลาเข ียนยันต์
การปลุกเสกยันต์
เมื่อมีการลงยันต์เสร็จแล้วจะต้องมีการปลุกเสกเพื่อท ำให้ยันต์ขลังมีฤทธานุภาพตามจุดประสงค์ของยันต์นั้นๆ คาถาที่ใช้ในการปลุกเสกจะใช้คาถาที่กำกับยันต์นั้นหร ือไม่ก็คาถาที่ใช้เขียนยันต์นั้น หรือใช้คาถาที่เกี่ยวข้องกับยันต์นั้นปลุกเสก เช่น ยันต์คงกระพันชาตรี ก็ใช้คาถาคงกระพันชาตรีเสก เป็นต้น ส่วนมากคาถาที่ใช้ทั่วไปในการปลุกเสกยันต์คือ พระไตรสรณคมน์ พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ