engon
03-02-2008, 09:42 AM
http://pics.manager.co.th/Images/551000002720201.JPEG
เดลิเมล์ สาวน้อยออสซีทรมานกับโรคประหลาดที่ทำให้ต้องเลิกว่าย น้ำโดยปริยาย แถมลืมไปได้เลยการอาบน้ำหลังตรากตรำมาทั้งวัน หรือกระทั่งการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ทำให้เหงื่อออก
แอชลี มอร์ริส วัย 19 ปี จากเมลเบิร์น ออสเตรเลีย เป็นโรคแพ้น้ำ ไม่ว่าจะเป็นน้ำร้อน น้ำเย็น หรือน้ำอุ่น โดยอาการนี้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อ 5 ปีที่แล้ว
มอร์ริสต้องทรมานกับอาการผิดปกติทางผิวหนังที่ชื่อว่ า Aquagenic Urticaria ที่มีคนเพียงหยิบมือทั่วโลกเป็น
อาการก็คือ เมื่อตัวเปียก จะเกิดลมพิษที่ทั้งคันทั้งปวดทั่วร่าง และต้องใช้เวลาสองชั่วโมงอาการถึงจะทุเลา
การอาบน้ำจึงเป็นประสบการณ์แสนทรมานสำหรับมอร์ริส เธอต้องรีบอาบให้เสร็จภายในนาทีเดียว นอกเหนือจากนั้น เธอจะพยายามถึงที่สุดที่ไม่ให้ร่างกายสัมผัสกับน้ำ หรือแม้กระทั่งทำให้เหงื่อออก
คนไม่ค่อยเชื่อกัน พวกเขามักสบถว่า พระเจ้า แล้วเธออาบน้ำอย่างไร ทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองสกปรกเหลือเกิน ทั้งที่จริงๆ แล้วฉันคิดว่าฉันเป็นคนที่รักษาความสะอาดอย่างมากคนห นึ่ง
คนส่วนใหญ่จะอาบน้ำอย่างสบายใจสบายตัว แต่สำหรับมอร์ริส บ่อยครั้งกิจกรรมนี้ทำให้เธอเจ็บปวดจนกลั้นน้ำตาไม่อ ยู่
ถึงไม่มีใครเห็นรอยลมพิษแต่ฉันก็ยังดูเหมือนคนป่วยอ ยู่ดี ความรู้สึกของฉันมันแย่กว่าสภาพที่เห็นหลายเท่า
หลังอาบน้ำฉันจะไปไหนไม่ได้เลยสองชั่วโมง เพราะอาการรุนแรงมาก หลายครั้งฉันคันมากเลยเกาจนเลือดออก
นอกเหนือจากอาการแพ้น้ำ มอร์ริสดูเหมือนสาวน้อยสุขภาพดีคนอื่นๆ เธอเรียนสื่อสารมวลชนและประชาสัมพันธ์ที่มหาวิทยาลัย แห่งหนึ่ง และทำงานนอกเวลา แต่เมื่อใดก็ตามที่เธอโดนน้ำหรือเหงื่อออก มอร์ริสจะกลายเป็นที่สนใจแบบที่ตัวเองไม่อยากให้เป็น เลย
คนบนถนนจ้องฉันเป็นตาเดียว เพราะฉะนั้น หลังอาบน้ำฉันเลยเก็บตัวอยู่ในบ้าน ตัดปัญหาจะได้ไม่ต้องอธิบายให้ใครฟัง
บ่อยครั้งที่มอร์ริสต้องคอยอธิบายอาการแปลกประหลาดขอ งตัวเองให้คนอื่นฟัง เพราะไม่ค่อยมีใครเคยได้ยินมาก่อน แม้แต่หมอหรือผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนังก็ตาม เธอบอกว่าหลายคนไม่เชื่อด้วยซ้ำ ซึ่งไม่แปลกแต่อย่างใด เพราะแรกๆ เธอก็แทบไม่เชื่อตัวเองเหมือนกัน
มอร์ริสเริ่มเป็นโรคนี้เมื่อห้าปีที่แล้ว หลังจากมีอาการต่อมทอนซิลอักเสบรุนแรง และหมอให้กินยาเพนนิซิลลินชุดใหญ่ ซึ่งทำให้อาการดังกล่าวหายไปแต่อาการใหม่ที่แปลกประห ลาดเกิดขึ้นมาแทน
ฉันพยายามไม่สนใจ แต่มันแย่ลงทุกวันจนต้องไปหาผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนัง
ผู้เชี่ยวชาญที่ว่าคือ ศาสตราจารย์ร็อดนีย์ ซินแคลร์ ที่บอกกับมอร์ริสว่าเพนนิซิลลินที่กินเข้าไปทำให้ระด ับฮอร์โมนฮิสตามีนในร่างกายผิดปกติ และเป็นต้นเหตุของอาการ Aquagenic Urticaria ซึ่งไม่มีวิธีรักษา
ฉันไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยินอยู่พักใหญ่ แต่ไม่นานก็เริ่มรู้พิษสงของมัน ฉันร้องไห้อยู่หลายชั่วโมงกว่าจะสงบลงได้ และคิดว่านี่เป็นสิ่งที่ฉันจะต้องอยู่กับมันไปตลอดชี วิต
ดังนั้น เธอจึงพยายามทุกวิถีทางเพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำ เธอเลิกเล่นกีฬาทุกชนิด หรือกิจกรรมใดๆ ก็ตามที่ทำให้เหงื่อออก พยายามอยู่ในที่ที่มีเครื่องปรับอากาศ และพกร่มไว้ในรถเสมอ ครอบครัวและอดัม แฟนที่คบกันมาสามปี เป็นกำลังใจให้อย่างมาก กระนั้น อาการของเธอก็ทำให้ช่วงเวลาที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับคนรั กมีอุปสรรคเล็กๆ น้อยๆ
เราต้องนอนโดยมีผ้ากั้นกลาง ถ้าเขาเหงื่อออกฉันจะอยู่ใกล้ไม่ได้เลย มอร์ริสสำทับว่า แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนังยังจับต้นชนปลายโรคนี้ไ ม่ได้ หลายคนเห็นด้วยว่าสาเหตุมาจากระดับฮิสตามีนในเลือดเพ ิ่มขึ้น แต่ก็คิดว่าน่าจะมีปัจจัยอื่นด้วย เนื่องจากหากเป็นเพราะระดับฮอร์โมนดังกล่าวเพียงอย่า งเดียว ยาแอนติฮิสตามีนน่าจะเอาอยู่
http://www.khonkaenlink.info/news/imag/newspaper/manager.jpg
เดลิเมล์ สาวน้อยออสซีทรมานกับโรคประหลาดที่ทำให้ต้องเลิกว่าย น้ำโดยปริยาย แถมลืมไปได้เลยการอาบน้ำหลังตรากตรำมาทั้งวัน หรือกระทั่งการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ทำให้เหงื่อออก
แอชลี มอร์ริส วัย 19 ปี จากเมลเบิร์น ออสเตรเลีย เป็นโรคแพ้น้ำ ไม่ว่าจะเป็นน้ำร้อน น้ำเย็น หรือน้ำอุ่น โดยอาการนี้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อ 5 ปีที่แล้ว
มอร์ริสต้องทรมานกับอาการผิดปกติทางผิวหนังที่ชื่อว่ า Aquagenic Urticaria ที่มีคนเพียงหยิบมือทั่วโลกเป็น
อาการก็คือ เมื่อตัวเปียก จะเกิดลมพิษที่ทั้งคันทั้งปวดทั่วร่าง และต้องใช้เวลาสองชั่วโมงอาการถึงจะทุเลา
การอาบน้ำจึงเป็นประสบการณ์แสนทรมานสำหรับมอร์ริส เธอต้องรีบอาบให้เสร็จภายในนาทีเดียว นอกเหนือจากนั้น เธอจะพยายามถึงที่สุดที่ไม่ให้ร่างกายสัมผัสกับน้ำ หรือแม้กระทั่งทำให้เหงื่อออก
คนไม่ค่อยเชื่อกัน พวกเขามักสบถว่า พระเจ้า แล้วเธออาบน้ำอย่างไร ทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองสกปรกเหลือเกิน ทั้งที่จริงๆ แล้วฉันคิดว่าฉันเป็นคนที่รักษาความสะอาดอย่างมากคนห นึ่ง
คนส่วนใหญ่จะอาบน้ำอย่างสบายใจสบายตัว แต่สำหรับมอร์ริส บ่อยครั้งกิจกรรมนี้ทำให้เธอเจ็บปวดจนกลั้นน้ำตาไม่อ ยู่
ถึงไม่มีใครเห็นรอยลมพิษแต่ฉันก็ยังดูเหมือนคนป่วยอ ยู่ดี ความรู้สึกของฉันมันแย่กว่าสภาพที่เห็นหลายเท่า
หลังอาบน้ำฉันจะไปไหนไม่ได้เลยสองชั่วโมง เพราะอาการรุนแรงมาก หลายครั้งฉันคันมากเลยเกาจนเลือดออก
นอกเหนือจากอาการแพ้น้ำ มอร์ริสดูเหมือนสาวน้อยสุขภาพดีคนอื่นๆ เธอเรียนสื่อสารมวลชนและประชาสัมพันธ์ที่มหาวิทยาลัย แห่งหนึ่ง และทำงานนอกเวลา แต่เมื่อใดก็ตามที่เธอโดนน้ำหรือเหงื่อออก มอร์ริสจะกลายเป็นที่สนใจแบบที่ตัวเองไม่อยากให้เป็น เลย
คนบนถนนจ้องฉันเป็นตาเดียว เพราะฉะนั้น หลังอาบน้ำฉันเลยเก็บตัวอยู่ในบ้าน ตัดปัญหาจะได้ไม่ต้องอธิบายให้ใครฟัง
บ่อยครั้งที่มอร์ริสต้องคอยอธิบายอาการแปลกประหลาดขอ งตัวเองให้คนอื่นฟัง เพราะไม่ค่อยมีใครเคยได้ยินมาก่อน แม้แต่หมอหรือผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนังก็ตาม เธอบอกว่าหลายคนไม่เชื่อด้วยซ้ำ ซึ่งไม่แปลกแต่อย่างใด เพราะแรกๆ เธอก็แทบไม่เชื่อตัวเองเหมือนกัน
มอร์ริสเริ่มเป็นโรคนี้เมื่อห้าปีที่แล้ว หลังจากมีอาการต่อมทอนซิลอักเสบรุนแรง และหมอให้กินยาเพนนิซิลลินชุดใหญ่ ซึ่งทำให้อาการดังกล่าวหายไปแต่อาการใหม่ที่แปลกประห ลาดเกิดขึ้นมาแทน
ฉันพยายามไม่สนใจ แต่มันแย่ลงทุกวันจนต้องไปหาผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนัง
ผู้เชี่ยวชาญที่ว่าคือ ศาสตราจารย์ร็อดนีย์ ซินแคลร์ ที่บอกกับมอร์ริสว่าเพนนิซิลลินที่กินเข้าไปทำให้ระด ับฮอร์โมนฮิสตามีนในร่างกายผิดปกติ และเป็นต้นเหตุของอาการ Aquagenic Urticaria ซึ่งไม่มีวิธีรักษา
ฉันไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยินอยู่พักใหญ่ แต่ไม่นานก็เริ่มรู้พิษสงของมัน ฉันร้องไห้อยู่หลายชั่วโมงกว่าจะสงบลงได้ และคิดว่านี่เป็นสิ่งที่ฉันจะต้องอยู่กับมันไปตลอดชี วิต
ดังนั้น เธอจึงพยายามทุกวิถีทางเพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำ เธอเลิกเล่นกีฬาทุกชนิด หรือกิจกรรมใดๆ ก็ตามที่ทำให้เหงื่อออก พยายามอยู่ในที่ที่มีเครื่องปรับอากาศ และพกร่มไว้ในรถเสมอ ครอบครัวและอดัม แฟนที่คบกันมาสามปี เป็นกำลังใจให้อย่างมาก กระนั้น อาการของเธอก็ทำให้ช่วงเวลาที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับคนรั กมีอุปสรรคเล็กๆ น้อยๆ
เราต้องนอนโดยมีผ้ากั้นกลาง ถ้าเขาเหงื่อออกฉันจะอยู่ใกล้ไม่ได้เลย มอร์ริสสำทับว่า แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนังยังจับต้นชนปลายโรคนี้ไ ม่ได้ หลายคนเห็นด้วยว่าสาเหตุมาจากระดับฮิสตามีนในเลือดเพ ิ่มขึ้น แต่ก็คิดว่าน่าจะมีปัจจัยอื่นด้วย เนื่องจากหากเป็นเพราะระดับฮอร์โมนดังกล่าวเพียงอย่า งเดียว ยาแอนติฮิสตามีนน่าจะเอาอยู่
http://www.khonkaenlink.info/news/imag/newspaper/manager.jpg