PDA

ดูเวอร์ชั่นเต็ม : เข้าขั้นวิกฤติ..เด็กไทย "ไม่รักการอ่าน" พบติดเกม-ทีวี-วิทยุ งอมแงม


สาวเมืองกะสิน
03-04-2008, 02:44 PM
เข้าขั้นวิกฤติ..เด็กไทย "ไม่รักการอ่าน" พบติดเกม-ทีวี-วิทยุ งอมแงม


คนไทยเมินอ่านหนังสือเข้าขั้นวิกฤติ ผลสำรวจมีถึง 22.4 ล้านคนโดยหันไปดูโทรทัศน์ฟังวิทยุ เฉลี่ยคนไทยอ่านหนังสือเพียงปีละ 2 เล่ม ขณะที่เวียดนามคือหนอนหนังสือคนหนึ่งอ่านปีละ 60 เล่ม

รณรงค์กระตุ้นการอ่านในหมู่เด็กและเยาวชน

นางริสรวล อร่ามเจริญ นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศ ไทย (สพจท.) เปิดเผยว่า จากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ เมื่อเดือนกันยายน 2548 ระบุว่า ประเทศไทยมีผู้ไม่อ่านหนังสือ 22.4 ล้านคน คิดเป็น 40% ของประชากรทั้งหมด โดยให้เหตุผลว่า ชอบดูโทรทัศน์และฟังวิทยุมากกว่า ขณะที่เด็กวัย 10-14 ปี กว่า 60% ให้เหตุผลว่า ไม่อ่านหนังสือเพราะไม่ชอบและไม่สนใจ เมื่อเทียบกับประเทศสิงคโปร์ที่มีสถิติการอ่านสูงถึง ปีละ 40-50 เล่ม, เวียดนาม 60 เล่ม แต่คนไทยเฉลี่ยอ่านเพียงปีละ 2 เล่ม นับว่าการอ่านหนังสือของคนไทยเข้าสู่ภาวะวิกฤติ

"เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ภารกิจการกระตุ้นให้เด็กไทยสนใจอ่านหนังสือเป็นสิ่งท ี่จำเป็นต้องกระทำอย่างเร่งด่วน แม้ที่ผ่านมาจะพบว่า ปัญหาหนึ่งที่ทำให้เด็กไทยไม่รักการอ่าน เนื่องจากหนังสือสำหรับเด็กและเยาวชนมีจำนวนน้อย แต่อย่างไรก็ตาม ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา พบว่า หนังสือกลุ่มเด็กและเยาวชนมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันมีการเติบโตและมีสัดส่วนมากกว่า 20% ของมูลค่าตลาดรวมของหนังสือ และคาดว่าอนาคตจะเพิ่มสัดส่วนขึ้นเป็น 25%" นางริสรวลกล่าว

นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศ ไทยกล่าวว่า แนวทางการกระตุ้นการอ่านคือต้องเพิ่มหนังสือกลุ่มเด็ กและเยาวชนให้มากขึ้น ประกอบกับกระจายหนังสือให้ถึงมือเด็กและเยาวชน ส่งเสริมให้หนังสือมีคุณภาพและมีราคาที่เหมาะสม อีกทั้งต้องพัฒนาหนังสือเด็กและเยาวชนให้มีรูปแบบที่ น่าอ่าน นำเสนอสื่อ อี-บุ๊ค เพื่อความแตกต่างและน่าสนใจให้เด็กไทยสามารถเข้าถึงไ ด้มากขึ้น

ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย ในฐานะประธานจัดสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 36 และงานสัปดาห์หนังสือนานาชาติครั้งที่ 6 กล่าวว่า การส่งเสริมให้เด็กเข้าสู่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 36 และงานสัปดาห์หนังสือนานาชาติครั้งที่ 6 นอกจากจะเป็นการปลูกฝังให้ได้เห็นและเรียนรู้การเลือ กหนังสือด้วยตัวเองแล้ว ยังจะเป็นการร่วมทำกิจกรรมกับคนอื่นๆ ผ่านโครงการหลายโครงการ อาทิ โครงการทอฝันปันหนังสือเพื่อน้อง เพื่อมอบหนังสือให้เด็กที่ขาดแคลนได้มีโอกาสอ่านหนัง สือใหม่ๆ, โครงการแลกรู้แลกอ่าน บุ๊ค บราเธอร์ คือ การนำหนังสือเล่มโปรดมาแลกกันอ่าน ซึ่งนอกจากจะได้อ่านหนังสือใหม่ๆ แล้ว ยังมีโอกาสพบเพื่อนใหม่อีกด้วย

"เป้าหมายสำคัญในการจัดงานสัปดาห์หนังสือ เพื่อรณรงค์ส่งเสริมให้คนไทยเห็นความสำคัญของการอ่าน อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้คนไทยและชาวต่างประเทศได้แลกเปลี่ยนเ รียนรู้หนังสือจากนานาชาติ เพื่อศึกษาพัฒนาการของหนังสือแต่ละประเทศ ซึ่งจะสร้างให้นักเขียนและสำนักพิมพ์ไทยตื่นตัว เพื่อปรับปรุงการผลิตหนังสือให้มีคุณภาพ มีความหลากหลาย และมีโอกาสก้าวสู่ต่างประเทศ" นพ.เกษมกล่าว

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 36 จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 26 มีนาคม-7 เมษายน และงานสัปดาห์หนังสือนานาชาติครั้งที่ 6 จะมีในวันที่ 26-30 มีนาคม 2551 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ติดตามรายละเอียดได้ทางเว็บไซต์ www.thailandbookfair.com.

ที่มาจากหนังสือพิมพ์