เฒ่าจังไร
03-16-2008, 11:02 PM
เราเดินไปหาที่นั่ง ซึ่งที่โต๊ะอาหาร ทราบชื่อภายหลังว่าคุณครูตุ๊กตา จ๊ะเอ๋ น้องนิ่ม บ่าวผี บ่าวไทเลย พี่นานา น้องเก่งไทเลย และคนตระการซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ เรา อ้ายบ่าวคนเดิม และอ้ายบ่าวเซียงน้อย เดินมาทักทายแบบเป็นกันเอง เราสอบถามทราบว่าเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ โอ้...เก่งมากครับ ที่สามารถสร้างเว็บได้ขนาดนี้ และสามารถรวมคนที่ไม่รู้จักกันได้ถึงขนาดนี้ พูดมาแล้วเราขนลุกขึ้นมาทันใด
ท่านเชิญเราไปตักอาหารมารับประทาน เราเดินไปตักอาหาร หล่อน (คนเดิมนั่นแหละ) ตามไปติด ๆ แล้วถ่ายรูป เก็บไว้ 1 ช็อต 2 ช็อต และหลาย ๆ ช็อต ทุกซอกทุกมุมยังกะนักข่าวอาชญากรรม ยังไงยังงั้น
เราตักอาหารมาทานที่โต๊ะ เราเห็นโออิชิขนาดบิ๊กลิตรวางให้คนละขวด ป๊าด..ถ้าเราดื่มหมดขวดนี้คนเดียว เขาคงเรียกเราว่าอูฐเป็นแน่เชียว
พนักงานคนที่ 1 ถามว่าจะดื่มเครื่องดื่มอะไรดี เบียร์ลีโอครับ เราบอก เธอเอามาให้ แก้วแรก เราซดไปหมดแก้วเพื่อจะวิ่งให้ทันคนที่มาก่อน พอแก้วที่ 2 หล่อนคงหมั่นไส้ เปลี่ยนเป็นเหล้ามาให้เรา ดูซิว่าจะซดหมดอีกมั้ย...หล่อนนึก
เราชนแก้วกับพี่บ่าวคนเดิม แล้วซดโฮกตามไปอีกแก้ว พี่บ่าวชวนเราไปรำหน้าเวที หึ หึ ...เราปฏิเสธ เรานั่งดูพี่บ่าวคนเดิมฉายเดี่ยว เราก็อยากจะออกไป แต่เหมือนมีอะไรมาดึงขาไว้ สงสัยดีกรีคงยังไม่ถึงองศาเดือดละมั้ง::)
แก้วที่ 3 กลับมาเป็นเหล้าอีกครั้ง โดยคนเสริฟคนใหม่ คนตระการบอกให้ไปเปลี่ยนแก้วมาใหม่ เราบอกไม่เป็นไรครับ ผมทานได้ หมดแก้วนี้รู้สึกลมออกหูอิ๊ง ๆ ชอบกล:-[
เสียงดนตรีหมอลำบรรเลงไปเรื่อย ๆ การพูดคุยเริ่มสนุกสนานแบบเป็นกันเอง สังเกตใบหน้าแต่ละคนเริ่มมีเลือดลมสูบฉีดมากขึ้น หน้าเวทีพี่นานากับอ้ายบ่าวคนเดิม กำลังวาดลวดลายลีลาแบบออกรส แต่เก้าอี้ด้านขวาของเรากลับว่างเปล่า เพราะหล่อนกำลังถ่าย ๆ ๆ ๆ อย่างเดียว โดยที่ไม่ยอมกินอะไรเข้าไปเลย:-\
มีหลายคนเริ่มเข้ามาทักทายเรา วันนั้นเราใส่เสื้อม่อฮ่อมแบบคนแก่อีสานบ้านเฮา ยิ่งเพิ่มสีสันให้ดูแก่มากขึ้นไปอีก แทนที่จะหนุ่มลงมา..อิ อิ บางคนเรียกลุง บางคนเรียกน้า บางคนเรียกพี่ พวกหลังนี้รู้สึกจะพูดเข้าหูหน่อย...ก็เลยคุยกันนาน อิ อิ::)
คุณครูตุ๊กตา และอ้ายบ่าวคนเดิม รวมทั้งหมูหวาน และหล่อน (คนนั้นแหละ) ตลอดถึงพี่ที่มาจากแดนไกล (สปอนเซอร์หญ่าย) ไปพูดถึงความประทับใจที่มางานนี้ ต่างคนต่างพูดไม่ออกด้วยความปรื้ออก ปรื้อใจ เราเองเราก็ตื้นตันใจเหมือนกัน:'(
ประมาณ 3 ทุ่ม คาราโอเกะ เริ่มออกมาตั้งเพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วม เราสังเกตสีหน้าช่างเทคนิค ชักไม่เข้าท่า เรากระซิบอ้ายบ่าวคนเดิมให้ไปดู อ้ายบ่าวบอกแย่เลยเล่นไม่ได้ หัวใจเราหล่นมาอยู่ที่ตาตุ่ม เราเดินไปหาเจ้าของร้านบอกว่าสายไม่ถึง สายไม่มี ช่างเอาไป ฉอด ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ สุดท้ายสรุปคือ ไม่ได้ โอ้..ก็แค่นี้แหละที่เราอยากรู้ อิ อิ;D
สามีเจ้าของร้านที่เป็นฝรั่ง พูดฝรั่งกับเรา เราก็ตอบได้แต่ เยส โน โอเค แต่เราแปลเป็นภาษาใบ้ได้ว่าถ้าอยากจะร้องจะเอาใส่จอโ ปรเจ็กเตอร์ให้ สุดท้ายบอกว่าสายไม่ถึงอีก โอ้...ถ้าอยากจะร้องต้องย้ายพวกเราที่นั่งเข้าไปในร้ าน จะฉายใส่ฝาผนังให้ร้อง โอ้...แม่เจ้า อะปี๊ด ๆ ..... พูดง่ายแต่ทำยากยิ่งนัก>:D
อ้ายบ่าวคนเดิมบอกไม่เป็นไร ๆ บรรยากาศก็ดำเนินไปเรื่อย ๆ เราคิด... หากทุกคนได้มีส่วนร่วมด้วยการออกไปร้องเพลงโชว์น้ำเส ียง มีการคล้องมาลัย ดอกไม้ (ฟรี..เวียนเทียน) ให้กันและกัน และออกไปเต้นกัน คงจะสนุกไม่น้อย เราคิดเองคนเดียว
สิ่งที่อยากตั้งข้อสังเกต (ซอม) ก็คือ ร้านอาหารอยู่ลึกเกินไป ขาไปค่อยยังชั่ว (ใครแหน่)ขากลับ รถเมล์ รถแท็กซี่ไม่ผ่าน ต้องอาศัยรถพ่วงอย่างเดียว (ขอพ่วงไปด้วยคน) และร้านอาหารบรรยากาศให้ก็จริง แต่เป็นระบบเปิดซึ่งมีบ้านเรือนอยู่รอบข้าง ไม่เหมาะที่จะเล่นดึกมากไปกว่านี้ (หากมีการติดลม)
และเวลาควรจะเลิกประมาณตี 2 วันเสาร์ ถือว่าไม่น่าเกลียด เพราะดีกรีจะพุ่งก็ประมาณ 2ชั่วโมงสุดท้าย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องดูงบประมาณเป็นหลักอย่าให้บาย ปาน เอ้ย..บานปลาย
แต่อย่างไรก็ตาม ทางทีมงานเว็บมาสเตอร์ ทำให้งานในครั้งนี้เกิดขึ้นได้ ก็ถือว่าสุดยอดแล้ว และคนที่สุดยอดที่สุดก็คือ .......พวกเราสมาชิกบ้านมหาทั้งหลาย.....ที่มี พันธสัญญาต่อตัวเอง ต่อทีมงานบ้านมหา ..... ที่อุตส่าห์ไป อันนี้เป็นสิ่งที่น่าซาบซึ้งใจยิ่งนัก ไม่รู้จะพูดว่าอย่างไรดี:'(:'(:'
คนที่มีพันธสัญญาต่อตัวเองและจริงใจต่อคนอื่น ย่อมเป็นที่รัก และจะประสบความสำเร็จในชีวิตทุก ๆ คน ขอปรบมือให้กับทุก ๆ ท่าน ด้วยความจริงใจ:g:g
โดยภาพรวมแล้วถือว่าดีและประทับใจ ส่วนใครจะไปต่อยอด มีการนัดทานข้าว สังสรรค์กลุ่มย่อย หรืออะไรต่อมิอะไรต่าง ๆ อันนี้อยู่นอกเหนือการควบคุม เราไม่อาจที่จะล้วงได้ เพราะขืนล้วงไปต้องติดคุกแน่ ๆ :g::)
แต่ขอย้ำว่า..... เว็บบ้านมหาแห่งนี้ มีจุดประสงค์ตั้งขึ้นมาด้วยการที่อยากจะอนุรักษ์ศิลป ะพื้นบ้านอีสาน และการสร้างสังคมแห่งมิตรภาพที่ดีต่อกัน เพื่อต่อเติมให้เป็นสังคมใหญ่ ๆ ต่อไป โดยไม่มุ่งหวังกำไร หรือผลประโยชน์ หรือสิ่งตอบแทนอื่นใดทั้งสิ้น
ก่อนกลับ อ้ายบ่าวคนเดิม.....(โปรดติดตามตอนที่ 5) ::)::):g:g
ท่านเชิญเราไปตักอาหารมารับประทาน เราเดินไปตักอาหาร หล่อน (คนเดิมนั่นแหละ) ตามไปติด ๆ แล้วถ่ายรูป เก็บไว้ 1 ช็อต 2 ช็อต และหลาย ๆ ช็อต ทุกซอกทุกมุมยังกะนักข่าวอาชญากรรม ยังไงยังงั้น
เราตักอาหารมาทานที่โต๊ะ เราเห็นโออิชิขนาดบิ๊กลิตรวางให้คนละขวด ป๊าด..ถ้าเราดื่มหมดขวดนี้คนเดียว เขาคงเรียกเราว่าอูฐเป็นแน่เชียว
พนักงานคนที่ 1 ถามว่าจะดื่มเครื่องดื่มอะไรดี เบียร์ลีโอครับ เราบอก เธอเอามาให้ แก้วแรก เราซดไปหมดแก้วเพื่อจะวิ่งให้ทันคนที่มาก่อน พอแก้วที่ 2 หล่อนคงหมั่นไส้ เปลี่ยนเป็นเหล้ามาให้เรา ดูซิว่าจะซดหมดอีกมั้ย...หล่อนนึก
เราชนแก้วกับพี่บ่าวคนเดิม แล้วซดโฮกตามไปอีกแก้ว พี่บ่าวชวนเราไปรำหน้าเวที หึ หึ ...เราปฏิเสธ เรานั่งดูพี่บ่าวคนเดิมฉายเดี่ยว เราก็อยากจะออกไป แต่เหมือนมีอะไรมาดึงขาไว้ สงสัยดีกรีคงยังไม่ถึงองศาเดือดละมั้ง::)
แก้วที่ 3 กลับมาเป็นเหล้าอีกครั้ง โดยคนเสริฟคนใหม่ คนตระการบอกให้ไปเปลี่ยนแก้วมาใหม่ เราบอกไม่เป็นไรครับ ผมทานได้ หมดแก้วนี้รู้สึกลมออกหูอิ๊ง ๆ ชอบกล:-[
เสียงดนตรีหมอลำบรรเลงไปเรื่อย ๆ การพูดคุยเริ่มสนุกสนานแบบเป็นกันเอง สังเกตใบหน้าแต่ละคนเริ่มมีเลือดลมสูบฉีดมากขึ้น หน้าเวทีพี่นานากับอ้ายบ่าวคนเดิม กำลังวาดลวดลายลีลาแบบออกรส แต่เก้าอี้ด้านขวาของเรากลับว่างเปล่า เพราะหล่อนกำลังถ่าย ๆ ๆ ๆ อย่างเดียว โดยที่ไม่ยอมกินอะไรเข้าไปเลย:-\
มีหลายคนเริ่มเข้ามาทักทายเรา วันนั้นเราใส่เสื้อม่อฮ่อมแบบคนแก่อีสานบ้านเฮา ยิ่งเพิ่มสีสันให้ดูแก่มากขึ้นไปอีก แทนที่จะหนุ่มลงมา..อิ อิ บางคนเรียกลุง บางคนเรียกน้า บางคนเรียกพี่ พวกหลังนี้รู้สึกจะพูดเข้าหูหน่อย...ก็เลยคุยกันนาน อิ อิ::)
คุณครูตุ๊กตา และอ้ายบ่าวคนเดิม รวมทั้งหมูหวาน และหล่อน (คนนั้นแหละ) ตลอดถึงพี่ที่มาจากแดนไกล (สปอนเซอร์หญ่าย) ไปพูดถึงความประทับใจที่มางานนี้ ต่างคนต่างพูดไม่ออกด้วยความปรื้ออก ปรื้อใจ เราเองเราก็ตื้นตันใจเหมือนกัน:'(
ประมาณ 3 ทุ่ม คาราโอเกะ เริ่มออกมาตั้งเพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วม เราสังเกตสีหน้าช่างเทคนิค ชักไม่เข้าท่า เรากระซิบอ้ายบ่าวคนเดิมให้ไปดู อ้ายบ่าวบอกแย่เลยเล่นไม่ได้ หัวใจเราหล่นมาอยู่ที่ตาตุ่ม เราเดินไปหาเจ้าของร้านบอกว่าสายไม่ถึง สายไม่มี ช่างเอาไป ฉอด ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ สุดท้ายสรุปคือ ไม่ได้ โอ้..ก็แค่นี้แหละที่เราอยากรู้ อิ อิ;D
สามีเจ้าของร้านที่เป็นฝรั่ง พูดฝรั่งกับเรา เราก็ตอบได้แต่ เยส โน โอเค แต่เราแปลเป็นภาษาใบ้ได้ว่าถ้าอยากจะร้องจะเอาใส่จอโ ปรเจ็กเตอร์ให้ สุดท้ายบอกว่าสายไม่ถึงอีก โอ้...ถ้าอยากจะร้องต้องย้ายพวกเราที่นั่งเข้าไปในร้ าน จะฉายใส่ฝาผนังให้ร้อง โอ้...แม่เจ้า อะปี๊ด ๆ ..... พูดง่ายแต่ทำยากยิ่งนัก>:D
อ้ายบ่าวคนเดิมบอกไม่เป็นไร ๆ บรรยากาศก็ดำเนินไปเรื่อย ๆ เราคิด... หากทุกคนได้มีส่วนร่วมด้วยการออกไปร้องเพลงโชว์น้ำเส ียง มีการคล้องมาลัย ดอกไม้ (ฟรี..เวียนเทียน) ให้กันและกัน และออกไปเต้นกัน คงจะสนุกไม่น้อย เราคิดเองคนเดียว
สิ่งที่อยากตั้งข้อสังเกต (ซอม) ก็คือ ร้านอาหารอยู่ลึกเกินไป ขาไปค่อยยังชั่ว (ใครแหน่)ขากลับ รถเมล์ รถแท็กซี่ไม่ผ่าน ต้องอาศัยรถพ่วงอย่างเดียว (ขอพ่วงไปด้วยคน) และร้านอาหารบรรยากาศให้ก็จริง แต่เป็นระบบเปิดซึ่งมีบ้านเรือนอยู่รอบข้าง ไม่เหมาะที่จะเล่นดึกมากไปกว่านี้ (หากมีการติดลม)
และเวลาควรจะเลิกประมาณตี 2 วันเสาร์ ถือว่าไม่น่าเกลียด เพราะดีกรีจะพุ่งก็ประมาณ 2ชั่วโมงสุดท้าย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องดูงบประมาณเป็นหลักอย่าให้บาย ปาน เอ้ย..บานปลาย
แต่อย่างไรก็ตาม ทางทีมงานเว็บมาสเตอร์ ทำให้งานในครั้งนี้เกิดขึ้นได้ ก็ถือว่าสุดยอดแล้ว และคนที่สุดยอดที่สุดก็คือ .......พวกเราสมาชิกบ้านมหาทั้งหลาย.....ที่มี พันธสัญญาต่อตัวเอง ต่อทีมงานบ้านมหา ..... ที่อุตส่าห์ไป อันนี้เป็นสิ่งที่น่าซาบซึ้งใจยิ่งนัก ไม่รู้จะพูดว่าอย่างไรดี:'(:'(:'
คนที่มีพันธสัญญาต่อตัวเองและจริงใจต่อคนอื่น ย่อมเป็นที่รัก และจะประสบความสำเร็จในชีวิตทุก ๆ คน ขอปรบมือให้กับทุก ๆ ท่าน ด้วยความจริงใจ:g:g
โดยภาพรวมแล้วถือว่าดีและประทับใจ ส่วนใครจะไปต่อยอด มีการนัดทานข้าว สังสรรค์กลุ่มย่อย หรืออะไรต่อมิอะไรต่าง ๆ อันนี้อยู่นอกเหนือการควบคุม เราไม่อาจที่จะล้วงได้ เพราะขืนล้วงไปต้องติดคุกแน่ ๆ :g::)
แต่ขอย้ำว่า..... เว็บบ้านมหาแห่งนี้ มีจุดประสงค์ตั้งขึ้นมาด้วยการที่อยากจะอนุรักษ์ศิลป ะพื้นบ้านอีสาน และการสร้างสังคมแห่งมิตรภาพที่ดีต่อกัน เพื่อต่อเติมให้เป็นสังคมใหญ่ ๆ ต่อไป โดยไม่มุ่งหวังกำไร หรือผลประโยชน์ หรือสิ่งตอบแทนอื่นใดทั้งสิ้น
ก่อนกลับ อ้ายบ่าวคนเดิม.....(โปรดติดตามตอนที่ 5) ::)::):g:g