เฒ่าจังไร
03-17-2008, 09:03 PM
กระโดน เป็นพืชที่ชาวอีสานนิยมรับประทานเป็นผักจากคำบอกกล่า วของชาวบ้านกระโดนน้ำและกระโดนบก กระโดนน้ำมีต้นเตี้ยกว่ากระโดนบกและกระโดนน้ำชอบขึ้น ตามที่ราบลุ่มมีน้ำท่วมถึงในฤดูน้ำหลาก(ชาวอีสานเรีย กว่าที่ลุ่มดินทาม) ส่วนกระโดนบกภาคกลางเรียกต้นจิกมักขึ้นทั่วไปตามป่าเ บญจพรรณป่าทุ่งในชีวิตประจำวัน
ชาวบ้านได้อาศัยประโยชน์จากไม้ของกระโดนน้ำและกระโดน บกเนื้อไม้ของกระโดนบกมีประโยชน์หลายอย่างเช่นใช้ในก ารสร้างบ้านเรือนและทำเครื่องเรือนทำเรือและพายทำครก สากทำเกวียนและเพลาได้เป็นไม้เนื้อแข็งใช้ทำเป็นหมอน รองรถไฟได้ดีส่วนกระโดนน้ำมักใช้ทำเครื่องใช้และเครื ่องเรือนไม้นวดข้าวสากกระเดื่อง
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
กระโดนบกเป็นไม้ต้นขนาดกลางความสูงประมาณ10-30เมตรลำต้นมักเตี้ยและมีกิ่งก้านสาขามาก เรือนยอดเป็นพุ่มกลมแน่นทึบเปลือกต้นเป็นสีเทาหนาและ แตกล่อนเป็นแผ่นๆบางทีอาจถูกไฟป่าเผาทำให้เปลือกออกเ ป็นสีดำคล้ำจะทิ้งใบหมดและผลิใบใหม่พร้อมออกดอกเต็มต ้นใบเป็นใบเดี่ยวรูปไข่กลีบออกเรียงเวียนกันตามปลายก ิ่งขนาดใบกว้าง12-15ซม.ยาวประมาณ25-30 ซม.
ขอบใบหยิกออกแบบสลับก้านใบยาวราว2-3ซม.ดอกออกเป็นเดี่ยวหรือเป็นช่อๆละ2-3ดอกกลีบดอกและกลีบรองดอกอย่างละ4กลีบกลีบดอกมีสีขาว หรือสีขาวนวลร่วงง่าย กลีบดอกเชื่อมกันเป็นรูประฆังเกสรตัวผู้ยาวและเป็นเส ้นฝอยสีแดงจำนวนมากผลโตกลมกว้างประมาณ 5 ซม.ยาว 6.5 ซม.ภายในมีเมล็ดเป็นจำนวนมาก กระโดนน้ำเป็นไม้ที่พบตามป่าเบญจพรรณป่าหญ้าในที่ลุ่ มพบมากตามริมฝั่งแม่น้ำลำคลองหนองบึง หรือที่ลุ่มน้ำท่วมถึงกระโดนเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางสู งปรมาณ8-17เมตรผลัดใบแต่ผลิใบใหม่เร็ว
ทรงพุ่มแผ่กว้างเปลือกสีน้ำตาลเข้มน้ำตาลแดงหนาและหย าบปลายกิ่งมักจะลู่ลงใบเป็นใบเดี่ยวออกสลับเห็นเป็นก ลุ่มอยู่ตอนใกล้ปลายกิ่งใบรูปรูปหอกกลีบหรือรูปไข่กล ีบกว้าง2.5-8.5ซม.ยาว5-16ซม.ปลายใบมนทู่เว้าเล็กน้อยหรือเป็นกิ่งสีแดงสดหรื อแดงเรื่อ ๆ
ช่อดอกอาจยาวได้ถึง40ซม.มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ กลีบเลี้ยง โคนเชื่อมติดกันปลายแยกเป็น4กลีบสีชมพูเกสรตัวผู้มีจ ำนวนมากส่วนก้านเกสรยาวสีแดงสดเห็นเด่นชัดเรียงเป็นช ั้นๆ3ชั้นโดยมีโคนเชื่อมติดกันและเชื่อมติดกับกลีบดอ กเกสรตัวผู้ร่วงง่ายผลเป็นรูปสี่เหลี่ยมมีสันเหลี่ยม เมล็ดเป็นรูปไข่ผิวเป็นร่อง1ผลมี1เมล็ด
การปลูก
เป็นพรรณไม้ที่ทนความแห้งแล้งและแสงแดดได้ดีการขยายพ ันธุ์ด้วยวิธีเมล็ดในช่วงฤดูฝนหรือการตอนกิ่ง
ประโยชน์ทางยา
กระโดนบกใบมีสารแทนนิน19เปอร์เซ็นต์ทำให้มีรสฝาดใช้ป รุงเป็นน้ำมันสมานแผลและใบใช้เป็นยาเบื่อปลาได้,เปลื อกและผลใช้เป็นยาฝาดสมาน,ดอกและน้ำจากเปลือกใช้ผสมกั บน้ำผึ้งใช้ทานเป็นยาแก้หวัด แก้ไอทำให้ชุ่มคอและเป็นยาบำรุงสำหรับสตรีหลังคลอดบุ ตร,ผลเป็นยาช่วยย่อยอาหาร,เมล็ดเป็นยาแก้ พิษ,รากและใบใช้เป็นยาเบื่อปลากระโดนน้ำเปลือกมีรสผา ดใช้ชะล้างบาดแผลสมานแผลเรื้อรังและใช้เบื่อปลาได้ ,ใบแก้ท้องร่วง,รากใช้เป็นยาระบาย,ผลเป็นยาแก้หวัด,เ มล็ดเป็นยารสร้อนแก้ลมแน่นใช้ในการคลอดบุตรทำให้อาเจ ียนระงับความเย้นแก้อาการไอของเด็ก
ประโยชน์ทางอาหาร
ส่วนที่เป็นผัก/ฤดูกาลยอดอ่อนใบอ่อนและดอกอ่อนสำหรับความนิยมของกระโ ดน้ำและกระโดนบกนับว่าชาวอีสานนิยมกระโดนน้ำมากกว่าก ระโดนบก และมีรสชาติอร่อยกว่าฝาดน้อยกว่าส่วนกระโดนบกชาวบ้าน ก็จะเลือกต้นที่มียอดสีเขียวอ่อนมากกว่าต้นที่มียอดอ ่อนสีแดงความนิยมในการรับแระทานผักกระโดนของชาวอีสาน ลดน้อยลงบ้างเพราะเชื่อว่าผักกระโดนทำให้เป็นนื่วได้ แต่ทว่าวงจรของอาหารธรรมชาติจะช่วยสร้างความสมดุลเรา สังเกตได้ว่ากระโดนบก และกระโดนน้ำจะผลิยอดอ่อนคนละฤดูกาลกระโดนน้ำจะออก
ยอดอ่อนกลางฤดูฝน(เดือนกรกฎาคม-เดือนสิงหาคม)และจะออกยอดให้เก็บได้บ่อยๆส่วนกระโดนบ กจะออกยอดอ่อนปลายฤดูแล้ง(เดือนมีนาคม-เดือนเมษายน)ต่อต้นฤดูฝนหรือในช่วงเริ่มลงนาซึ่งในระ ยะนี้อาหารโปรตีนในธรรมชาติจะมีปริมาณสูงขึ้น เช่น กบ ปลาแมงกี่นูน แมงกุดจี่ ไข่มดแดง เป็นต้น เช่นกัน
จากการวิจัยพบว่าถ้าร่างกายได้ปริมาณสารออกซาเลทหรือ กรดออกซาลิคในปริมาณสูงและได้รับสารโปรตีนในปริมาณต่ ำอาจเป็นสาเหตุเบื้องต้นของการเกิดนิ่วในกระเพาะปัสส าวะโอกาสที่จะขาดสารโปรตีนจะน้อยลง
นอกจากนี้ในผักกระโดน(สด)100 กรัม ประกอบด้วยปริมาณออกซาเลท 59 มิลลิกรัม(น้อยกว่าผักโขม16 เท่าและน้อยกว่าผักชะพลู 12 เท่า)อาจกล่าวได้ว่าเป็นปริมาณต่ำเมื่อเปรียบเทียบกั บผักชนิดอื่นการปรุง อาหารชาวอีสานชาวใต้และชาวเหนือรับประทานผักกระโดนโด ยรับประทานเป็นผักสดกับน้ำพริกชาวอีสานดูจะนิยมผักกร ะโดนมากกว่ากระโดนบกเพราะนอกจากรับประทานกับสัมตำร่ว มกับลาบก้อยยอดกระโดนบกมักจะนำมารับประทานกับยำมดแดง ชาวบ้านมักเก็บตามป่าธรรมชาติหรือหาซื้อได้ตามตลาดสด ในท้องถิ่น
รสและประโยชน์ต่อสุขภาพ
ยอดอ่อนและดอกอ่อนรสฝาดอมมันผักระโดน100กรัมให้พลังง านต่อร่างกาย83กิโลแคลอรี่มีเส้นใย1.9 กรัม,แคลเซียม13มิลลิกรัม,ฟอสฟอรัส18มิลลิกรัม,เหล็ก 1.7มิลลิกรัม,วิตามินเอ3958iu,วิตามินบีหนึ่ง 0.10 มิลลิกรัม,วิตามินบีสอง 0.88มิลลิกรัม,ไนอาซิน1.8 มิลลิกรัม,วิตามินซี 126 มิลลิกรัม
http://img301.imageshack.us/img301/4447/kradonebu0.jpg
----------------------------------
ขอบพระคุณข้อมูลจากอาหารพื้นบ้านอีสาน
ชาวบ้านได้อาศัยประโยชน์จากไม้ของกระโดนน้ำและกระโดน บกเนื้อไม้ของกระโดนบกมีประโยชน์หลายอย่างเช่นใช้ในก ารสร้างบ้านเรือนและทำเครื่องเรือนทำเรือและพายทำครก สากทำเกวียนและเพลาได้เป็นไม้เนื้อแข็งใช้ทำเป็นหมอน รองรถไฟได้ดีส่วนกระโดนน้ำมักใช้ทำเครื่องใช้และเครื ่องเรือนไม้นวดข้าวสากกระเดื่อง
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
กระโดนบกเป็นไม้ต้นขนาดกลางความสูงประมาณ10-30เมตรลำต้นมักเตี้ยและมีกิ่งก้านสาขามาก เรือนยอดเป็นพุ่มกลมแน่นทึบเปลือกต้นเป็นสีเทาหนาและ แตกล่อนเป็นแผ่นๆบางทีอาจถูกไฟป่าเผาทำให้เปลือกออกเ ป็นสีดำคล้ำจะทิ้งใบหมดและผลิใบใหม่พร้อมออกดอกเต็มต ้นใบเป็นใบเดี่ยวรูปไข่กลีบออกเรียงเวียนกันตามปลายก ิ่งขนาดใบกว้าง12-15ซม.ยาวประมาณ25-30 ซม.
ขอบใบหยิกออกแบบสลับก้านใบยาวราว2-3ซม.ดอกออกเป็นเดี่ยวหรือเป็นช่อๆละ2-3ดอกกลีบดอกและกลีบรองดอกอย่างละ4กลีบกลีบดอกมีสีขาว หรือสีขาวนวลร่วงง่าย กลีบดอกเชื่อมกันเป็นรูประฆังเกสรตัวผู้ยาวและเป็นเส ้นฝอยสีแดงจำนวนมากผลโตกลมกว้างประมาณ 5 ซม.ยาว 6.5 ซม.ภายในมีเมล็ดเป็นจำนวนมาก กระโดนน้ำเป็นไม้ที่พบตามป่าเบญจพรรณป่าหญ้าในที่ลุ่ มพบมากตามริมฝั่งแม่น้ำลำคลองหนองบึง หรือที่ลุ่มน้ำท่วมถึงกระโดนเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางสู งปรมาณ8-17เมตรผลัดใบแต่ผลิใบใหม่เร็ว
ทรงพุ่มแผ่กว้างเปลือกสีน้ำตาลเข้มน้ำตาลแดงหนาและหย าบปลายกิ่งมักจะลู่ลงใบเป็นใบเดี่ยวออกสลับเห็นเป็นก ลุ่มอยู่ตอนใกล้ปลายกิ่งใบรูปรูปหอกกลีบหรือรูปไข่กล ีบกว้าง2.5-8.5ซม.ยาว5-16ซม.ปลายใบมนทู่เว้าเล็กน้อยหรือเป็นกิ่งสีแดงสดหรื อแดงเรื่อ ๆ
ช่อดอกอาจยาวได้ถึง40ซม.มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ กลีบเลี้ยง โคนเชื่อมติดกันปลายแยกเป็น4กลีบสีชมพูเกสรตัวผู้มีจ ำนวนมากส่วนก้านเกสรยาวสีแดงสดเห็นเด่นชัดเรียงเป็นช ั้นๆ3ชั้นโดยมีโคนเชื่อมติดกันและเชื่อมติดกับกลีบดอ กเกสรตัวผู้ร่วงง่ายผลเป็นรูปสี่เหลี่ยมมีสันเหลี่ยม เมล็ดเป็นรูปไข่ผิวเป็นร่อง1ผลมี1เมล็ด
การปลูก
เป็นพรรณไม้ที่ทนความแห้งแล้งและแสงแดดได้ดีการขยายพ ันธุ์ด้วยวิธีเมล็ดในช่วงฤดูฝนหรือการตอนกิ่ง
ประโยชน์ทางยา
กระโดนบกใบมีสารแทนนิน19เปอร์เซ็นต์ทำให้มีรสฝาดใช้ป รุงเป็นน้ำมันสมานแผลและใบใช้เป็นยาเบื่อปลาได้,เปลื อกและผลใช้เป็นยาฝาดสมาน,ดอกและน้ำจากเปลือกใช้ผสมกั บน้ำผึ้งใช้ทานเป็นยาแก้หวัด แก้ไอทำให้ชุ่มคอและเป็นยาบำรุงสำหรับสตรีหลังคลอดบุ ตร,ผลเป็นยาช่วยย่อยอาหาร,เมล็ดเป็นยาแก้ พิษ,รากและใบใช้เป็นยาเบื่อปลากระโดนน้ำเปลือกมีรสผา ดใช้ชะล้างบาดแผลสมานแผลเรื้อรังและใช้เบื่อปลาได้ ,ใบแก้ท้องร่วง,รากใช้เป็นยาระบาย,ผลเป็นยาแก้หวัด,เ มล็ดเป็นยารสร้อนแก้ลมแน่นใช้ในการคลอดบุตรทำให้อาเจ ียนระงับความเย้นแก้อาการไอของเด็ก
ประโยชน์ทางอาหาร
ส่วนที่เป็นผัก/ฤดูกาลยอดอ่อนใบอ่อนและดอกอ่อนสำหรับความนิยมของกระโ ดน้ำและกระโดนบกนับว่าชาวอีสานนิยมกระโดนน้ำมากกว่าก ระโดนบก และมีรสชาติอร่อยกว่าฝาดน้อยกว่าส่วนกระโดนบกชาวบ้าน ก็จะเลือกต้นที่มียอดสีเขียวอ่อนมากกว่าต้นที่มียอดอ ่อนสีแดงความนิยมในการรับแระทานผักกระโดนของชาวอีสาน ลดน้อยลงบ้างเพราะเชื่อว่าผักกระโดนทำให้เป็นนื่วได้ แต่ทว่าวงจรของอาหารธรรมชาติจะช่วยสร้างความสมดุลเรา สังเกตได้ว่ากระโดนบก และกระโดนน้ำจะผลิยอดอ่อนคนละฤดูกาลกระโดนน้ำจะออก
ยอดอ่อนกลางฤดูฝน(เดือนกรกฎาคม-เดือนสิงหาคม)และจะออกยอดให้เก็บได้บ่อยๆส่วนกระโดนบ กจะออกยอดอ่อนปลายฤดูแล้ง(เดือนมีนาคม-เดือนเมษายน)ต่อต้นฤดูฝนหรือในช่วงเริ่มลงนาซึ่งในระ ยะนี้อาหารโปรตีนในธรรมชาติจะมีปริมาณสูงขึ้น เช่น กบ ปลาแมงกี่นูน แมงกุดจี่ ไข่มดแดง เป็นต้น เช่นกัน
จากการวิจัยพบว่าถ้าร่างกายได้ปริมาณสารออกซาเลทหรือ กรดออกซาลิคในปริมาณสูงและได้รับสารโปรตีนในปริมาณต่ ำอาจเป็นสาเหตุเบื้องต้นของการเกิดนิ่วในกระเพาะปัสส าวะโอกาสที่จะขาดสารโปรตีนจะน้อยลง
นอกจากนี้ในผักกระโดน(สด)100 กรัม ประกอบด้วยปริมาณออกซาเลท 59 มิลลิกรัม(น้อยกว่าผักโขม16 เท่าและน้อยกว่าผักชะพลู 12 เท่า)อาจกล่าวได้ว่าเป็นปริมาณต่ำเมื่อเปรียบเทียบกั บผักชนิดอื่นการปรุง อาหารชาวอีสานชาวใต้และชาวเหนือรับประทานผักกระโดนโด ยรับประทานเป็นผักสดกับน้ำพริกชาวอีสานดูจะนิยมผักกร ะโดนมากกว่ากระโดนบกเพราะนอกจากรับประทานกับสัมตำร่ว มกับลาบก้อยยอดกระโดนบกมักจะนำมารับประทานกับยำมดแดง ชาวบ้านมักเก็บตามป่าธรรมชาติหรือหาซื้อได้ตามตลาดสด ในท้องถิ่น
รสและประโยชน์ต่อสุขภาพ
ยอดอ่อนและดอกอ่อนรสฝาดอมมันผักระโดน100กรัมให้พลังง านต่อร่างกาย83กิโลแคลอรี่มีเส้นใย1.9 กรัม,แคลเซียม13มิลลิกรัม,ฟอสฟอรัส18มิลลิกรัม,เหล็ก 1.7มิลลิกรัม,วิตามินเอ3958iu,วิตามินบีหนึ่ง 0.10 มิลลิกรัม,วิตามินบีสอง 0.88มิลลิกรัม,ไนอาซิน1.8 มิลลิกรัม,วิตามินซี 126 มิลลิกรัม
http://img301.imageshack.us/img301/4447/kradonebu0.jpg
----------------------------------
ขอบพระคุณข้อมูลจากอาหารพื้นบ้านอีสาน