ต้นข้าว
03-18-2008, 07:27 AM
http://ads.dailynews.co.th/column/images/2008/politic/3/11/54125_51020.jpg
เป็นเรื่องวิพากษ์วิจารณ์วงการสงฆ์เมืองไทยบ่อยขึ้นเ รื่อย ๆ และนับวันดูจะยิ่งครึกโครม กับกรณี ไฮเทค ต่าง ๆ ที่หลัง ๆ มีข่าวบ่อยครั้งว่าผู้ที่อยู่ในสถานะ พระภิกษุ-สามเณร มีและใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์-อินเทอร์เน็ต-เว็บไซต์ โทรศัพท์มือถือ หรืออื่น ๆ
ชาวพุทธไทยเริ่มตั้งคำถามในเรื่องนี้กันหนาหูขึ้นเรื ่อย ๆ
และกับคำถามเรื่องของพระกรณีนี้...ก็ควรจะถามพระ ??
ทั้งนี้ พระเทพวิสุทธิกวี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชาธิวาส รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาล ัย (มมร.) ตอบโจทย์กรณีสงฆ์ใช้สื่อไฮเทค โดยระบุว่า...อย่างการใช้อินเทอร์เน็ตนั้น ปัจจุบัน เมืองไทยในภาพรวมก็มีการใช้กันอย่างกว้างขวาง และมีการใช้ในทางที่ผิดวัตถุประสงค์ทางเทคโนโลยีสารส นเทศที่ควรจะเป็น มีการใช้ไปในทางที่จะเป็นปัญหาของสังคม หรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพจิต แต่ถ้าจะพูดถึงพระกับเทคโนโลยี ก็ต้องบอกว่าไม่มีข้อห้ามในการใช้ และไม่มีกติกาในการควบคุมไม่ให้ใช้
พระเทพวิสุทธิกวีมองว่า...สิ่งสื่อสารนั้นพระสามารถใ ช้ได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ วอล์กกี้ทอล์กกี้ ซึ่งพระสงฆ์ใช้ทำงานในวัด ไม่ต้องตามกันไปมา อย่างเวลาในวัดมีงานแล้วพระอยู่กันคนละมุม ในการสั่งงานหรือมีปัญหาติดขัดเรื่องงานตรงไหน ก็ใช้เพื่อความสะดวก ไม่ต้องเสียเวลา หรือบางครั้งญาติโยมมีปัญหาก็สามารถโทรฯ มาสอบถามพระสงฆ์ได้ พระสงฆ์คือผู้บริการประชาชน ไม่ต้องเสียเงินในการเดินทางมาพบพระ
อาตมาว่า ที่จริงพระสงฆ์ควรจะมีสิ่งสื่อสารและเทคโนโลยีที่ทัน สมัยมากกว่าประชาชน เพราะเป็นหน้าที่ในการเผยแผ่ธรรมะ ขณะเดียวกันพระสงฆ์ก็จะต้องเป็นผู้ใฝ่รู้ ใฝ่ศึกษา
รองอธิการบดี มมร. ระบุอีกว่า...เครื่องมือสื่อสารและอินเทอร์เน็ตก็เป็ นสิ่งจำเป็นในการเผยแผ่ธรรมะ เช่น คนอยู่ต่างประเทศอยากฟังธรรมะก็สามารถเข้าอินเทอร์เน ็ตฟังได้ เพียงแต่หากใช้ในทางที่ผิดวัตถุประสงค์ก็จะทำให้เกิ ดความเสียหาย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับจิตสำนึกและความรับผิดชอบของคนแ ต่ละคน ซึ่งถ้าใช้ให้เกิดประโยชน์มันก็จะเป็นประโยชน์ กับตัวเองและส่วนรวม ของแบบนี้เหมือนกับเหรียญ 2 ด้าน อย่างกัม มันตรังสีถ้านำไปใช้ทำประโยชน์ก็จะเกิดประโยชน์ แต่ถ้านำไปใช้ทำระเบิด มันก็ผิด หรือแม้แต่เงินที่ถูกกฎหมายหากนำไปใช้ในเรื่องผิดกฎห มายมันก็ผิด เช่น จ้างฆ่าคน แต่ถ้านำไปซื้อเครื่องดำรงชีพ มันก็ถูก
อาตมาอยากบอกว่าทุกสังคมย่อมมีทั้งคนดีและคนไม่ดี พระ-เณรวัยรุ่นยังไม่แก่วัดออกนอกลู่นอกทางตามนิสัยเดิมก ็มี ทุกอย่างขึ้นอยู่กับจิตสำนึกและความรับผิดชอบของบุคค ลนั้น ๆ ซึ่งหนทางแก้ไขที่ทำได้คือทุกคนต้องช่วยกันเฝ้าระวัง ดูแล อย่าให้เกิดสิ่งไม่ดีไม่งามขึ้น...พระเทพวิสุทธิกวี กล่าว
ขณะที่ พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี พระสงฆ์นักเผยแผ่ธรรมะ เจ้าของนามปากกา ว.วชิรเมธี ก็ระบุว่า... ปัจจุบันพระภิกษุสามเณรมีความสนใจเว็บไซต์ธรรมะ พระไตรปิฎก และคัมภีร์พุทธศาสนาต่าง ๆ แล้วมีการเสิร์ช หรือค้นหาข้อมูลในการศึกษาค้นคว้าจากเว็บไซต์ นอกจากนี้ก็ยังมีการโหลดเสียงการบรรยายธรรมะของครูอา จารย์ดัง ๆ มาฟัง รวมทั้งคลิปรายการทีวีของพระสงฆ์ชั้นนำ เช่น ท่านพุทธทาส, พระพรหมคุณากร ฯลฯ แล้วส่งต่อกันเป็นทอด ๆ ในพระเณรคนรุ่นใหม่ รวมถึงมีการติดต่อสื่อสารกันทางมือถือและอีเมลด้วย
การที่พระภิกษุใช้อินเทอร์เน็ตในการหาความรู้ และเพื่อเผยแผ่ธรรมะ ส่งข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ รวมถึงการประชาสัมพันธ์กิจกรรมที่เป็นสาธารณประโยชน์ ก็ไม่ใช่เรื่องไม่ดี แต่ถ้าใช้เพื่อการแชตเกี้ยวพาราสีผู้หญิง หรือท่องเว็บลามก ติดต่อสื่อสารในทางที่ไม่เกี่ยวกับพระธรรมวินัย ก็เป็นสิ่งไม่สมควร ซึ่งโลกปัจจุบันไม่ควรห้ามใช้อินเทอร์เน็ต เพราะเป็นการปิดกั้นการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร แต่สิ่งสำคัญคือการต้องถวายคำแนะนำให้พระสงฆ์รู้จักใ ช้อินเทอร์เน็ตให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งสื่ออินเทอร์เน็ตจะมีคุณหรือโทษไม่ได้ด้วยตัวมัน เอง สำคัญที่ผู้ใช้
ถ้าใช้เป็น...อินเทอร์เน็ตก็จะเป็นมหาวิทยาลัยเปิดท ี่กว้างใหญ่ที่สุดในโลก เป็นตลาดวิชาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ในทางกลับกันถ้าใช้ไม่เป็น...ก็จะกลายเป็นแหล่งอบายม ุข แหล่งอันตราย เพราะมีคลิปโป๊, เว็บไซต์ลามก, คำแนะนำการฆ่าตัวตาย, ช่องทางการซื้อขายอาวุธ แม้แต่กระทั่งวิธีการบรรลุนิพพานก็มีเช่นกัน ดังนั้น อินเทอร์เน็ตสำหรับผู้มีปัญญา คือสวรรค์ของการแสวงปัญญา แต่คนที่ด้อยปัญญาก็พลิกเป็นนรกได้เช่นกัน...พระมหา วุฒิชัย หรือท่าน ว.วชิรเมธีกล่าว
ด้าน พระมหาจิรพงศ์ จิรวัณธโณ พระเลขาฯ พระมหาสมปอง พระนักเทศน์ชื่อดังแห่งวัดสร้อยทอง เจ้าของแนวคิดธรรมะเดลิเวอรี่ บอกว่า... ในเรื่องสื่อเทคโนโลยี อันที่จริงเขาให้ยึดที่ตัวคน และให้บังคับภายในไม่ใช่บังคับจากภายนอก ถ้าคิดให้ดี คนที่นำสื่อเทคโนโลยีไปใช้ในทางที่ดี ก็จะมีประโยชน์ ในทางกลับกันถ้านำไปใช้ในทางที่ไม่ดี ไม่ว่าจะเป็นพระ หรือฆราวาส ก็จะไม่ดี อย่างไรก็ตาม สำหรับพระนั้นหากไม่รู้ข้อมูลในปัจจุบันก็นำมาสอนใคร ไม่ได้ เช่นถ้าห้ามพระใช้คอมพิวเตอร์ พระก็ไม่รู้เรื่องคอมพิวเตอร์
การเป็นครูต้องให้รู้ก่อนจึงสามารถสอนได้ เรื่องการใช้เทคโน โลยีทุกสิ่งอยู่ที่ใจและเจตนา เรื่องไม่ดีที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการกระทำของคนไม่กี่ คน แต่พอทำเสียสังคมก็พากันวิพากษ์วิจารณ์เสียหาย ส่วนพระที่ใช้เทคโนโลยีทำประโยชน์ได้มากไม่ค่อยมีการ กล่าวถึงกัน...พระมหาจิรพงศ์กล่าว
เรื่องของพระ...ก็ลองถามพระท่านดู
พระท่านก็ตอบมา...ดังนี้แล !!!!!.
ขออนุโมทนาสาระประโยชน์จากhttp://www.dailynews.co.th/web/html/...e=2&Template=1
เป็นเรื่องวิพากษ์วิจารณ์วงการสงฆ์เมืองไทยบ่อยขึ้นเ รื่อย ๆ และนับวันดูจะยิ่งครึกโครม กับกรณี ไฮเทค ต่าง ๆ ที่หลัง ๆ มีข่าวบ่อยครั้งว่าผู้ที่อยู่ในสถานะ พระภิกษุ-สามเณร มีและใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์-อินเทอร์เน็ต-เว็บไซต์ โทรศัพท์มือถือ หรืออื่น ๆ
ชาวพุทธไทยเริ่มตั้งคำถามในเรื่องนี้กันหนาหูขึ้นเรื ่อย ๆ
และกับคำถามเรื่องของพระกรณีนี้...ก็ควรจะถามพระ ??
ทั้งนี้ พระเทพวิสุทธิกวี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชาธิวาส รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาล ัย (มมร.) ตอบโจทย์กรณีสงฆ์ใช้สื่อไฮเทค โดยระบุว่า...อย่างการใช้อินเทอร์เน็ตนั้น ปัจจุบัน เมืองไทยในภาพรวมก็มีการใช้กันอย่างกว้างขวาง และมีการใช้ในทางที่ผิดวัตถุประสงค์ทางเทคโนโลยีสารส นเทศที่ควรจะเป็น มีการใช้ไปในทางที่จะเป็นปัญหาของสังคม หรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพจิต แต่ถ้าจะพูดถึงพระกับเทคโนโลยี ก็ต้องบอกว่าไม่มีข้อห้ามในการใช้ และไม่มีกติกาในการควบคุมไม่ให้ใช้
พระเทพวิสุทธิกวีมองว่า...สิ่งสื่อสารนั้นพระสามารถใ ช้ได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ วอล์กกี้ทอล์กกี้ ซึ่งพระสงฆ์ใช้ทำงานในวัด ไม่ต้องตามกันไปมา อย่างเวลาในวัดมีงานแล้วพระอยู่กันคนละมุม ในการสั่งงานหรือมีปัญหาติดขัดเรื่องงานตรงไหน ก็ใช้เพื่อความสะดวก ไม่ต้องเสียเวลา หรือบางครั้งญาติโยมมีปัญหาก็สามารถโทรฯ มาสอบถามพระสงฆ์ได้ พระสงฆ์คือผู้บริการประชาชน ไม่ต้องเสียเงินในการเดินทางมาพบพระ
อาตมาว่า ที่จริงพระสงฆ์ควรจะมีสิ่งสื่อสารและเทคโนโลยีที่ทัน สมัยมากกว่าประชาชน เพราะเป็นหน้าที่ในการเผยแผ่ธรรมะ ขณะเดียวกันพระสงฆ์ก็จะต้องเป็นผู้ใฝ่รู้ ใฝ่ศึกษา
รองอธิการบดี มมร. ระบุอีกว่า...เครื่องมือสื่อสารและอินเทอร์เน็ตก็เป็ นสิ่งจำเป็นในการเผยแผ่ธรรมะ เช่น คนอยู่ต่างประเทศอยากฟังธรรมะก็สามารถเข้าอินเทอร์เน ็ตฟังได้ เพียงแต่หากใช้ในทางที่ผิดวัตถุประสงค์ก็จะทำให้เกิ ดความเสียหาย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับจิตสำนึกและความรับผิดชอบของคนแ ต่ละคน ซึ่งถ้าใช้ให้เกิดประโยชน์มันก็จะเป็นประโยชน์ กับตัวเองและส่วนรวม ของแบบนี้เหมือนกับเหรียญ 2 ด้าน อย่างกัม มันตรังสีถ้านำไปใช้ทำประโยชน์ก็จะเกิดประโยชน์ แต่ถ้านำไปใช้ทำระเบิด มันก็ผิด หรือแม้แต่เงินที่ถูกกฎหมายหากนำไปใช้ในเรื่องผิดกฎห มายมันก็ผิด เช่น จ้างฆ่าคน แต่ถ้านำไปซื้อเครื่องดำรงชีพ มันก็ถูก
อาตมาอยากบอกว่าทุกสังคมย่อมมีทั้งคนดีและคนไม่ดี พระ-เณรวัยรุ่นยังไม่แก่วัดออกนอกลู่นอกทางตามนิสัยเดิมก ็มี ทุกอย่างขึ้นอยู่กับจิตสำนึกและความรับผิดชอบของบุคค ลนั้น ๆ ซึ่งหนทางแก้ไขที่ทำได้คือทุกคนต้องช่วยกันเฝ้าระวัง ดูแล อย่าให้เกิดสิ่งไม่ดีไม่งามขึ้น...พระเทพวิสุทธิกวี กล่าว
ขณะที่ พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี พระสงฆ์นักเผยแผ่ธรรมะ เจ้าของนามปากกา ว.วชิรเมธี ก็ระบุว่า... ปัจจุบันพระภิกษุสามเณรมีความสนใจเว็บไซต์ธรรมะ พระไตรปิฎก และคัมภีร์พุทธศาสนาต่าง ๆ แล้วมีการเสิร์ช หรือค้นหาข้อมูลในการศึกษาค้นคว้าจากเว็บไซต์ นอกจากนี้ก็ยังมีการโหลดเสียงการบรรยายธรรมะของครูอา จารย์ดัง ๆ มาฟัง รวมทั้งคลิปรายการทีวีของพระสงฆ์ชั้นนำ เช่น ท่านพุทธทาส, พระพรหมคุณากร ฯลฯ แล้วส่งต่อกันเป็นทอด ๆ ในพระเณรคนรุ่นใหม่ รวมถึงมีการติดต่อสื่อสารกันทางมือถือและอีเมลด้วย
การที่พระภิกษุใช้อินเทอร์เน็ตในการหาความรู้ และเพื่อเผยแผ่ธรรมะ ส่งข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ รวมถึงการประชาสัมพันธ์กิจกรรมที่เป็นสาธารณประโยชน์ ก็ไม่ใช่เรื่องไม่ดี แต่ถ้าใช้เพื่อการแชตเกี้ยวพาราสีผู้หญิง หรือท่องเว็บลามก ติดต่อสื่อสารในทางที่ไม่เกี่ยวกับพระธรรมวินัย ก็เป็นสิ่งไม่สมควร ซึ่งโลกปัจจุบันไม่ควรห้ามใช้อินเทอร์เน็ต เพราะเป็นการปิดกั้นการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร แต่สิ่งสำคัญคือการต้องถวายคำแนะนำให้พระสงฆ์รู้จักใ ช้อินเทอร์เน็ตให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งสื่ออินเทอร์เน็ตจะมีคุณหรือโทษไม่ได้ด้วยตัวมัน เอง สำคัญที่ผู้ใช้
ถ้าใช้เป็น...อินเทอร์เน็ตก็จะเป็นมหาวิทยาลัยเปิดท ี่กว้างใหญ่ที่สุดในโลก เป็นตลาดวิชาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ในทางกลับกันถ้าใช้ไม่เป็น...ก็จะกลายเป็นแหล่งอบายม ุข แหล่งอันตราย เพราะมีคลิปโป๊, เว็บไซต์ลามก, คำแนะนำการฆ่าตัวตาย, ช่องทางการซื้อขายอาวุธ แม้แต่กระทั่งวิธีการบรรลุนิพพานก็มีเช่นกัน ดังนั้น อินเทอร์เน็ตสำหรับผู้มีปัญญา คือสวรรค์ของการแสวงปัญญา แต่คนที่ด้อยปัญญาก็พลิกเป็นนรกได้เช่นกัน...พระมหา วุฒิชัย หรือท่าน ว.วชิรเมธีกล่าว
ด้าน พระมหาจิรพงศ์ จิรวัณธโณ พระเลขาฯ พระมหาสมปอง พระนักเทศน์ชื่อดังแห่งวัดสร้อยทอง เจ้าของแนวคิดธรรมะเดลิเวอรี่ บอกว่า... ในเรื่องสื่อเทคโนโลยี อันที่จริงเขาให้ยึดที่ตัวคน และให้บังคับภายในไม่ใช่บังคับจากภายนอก ถ้าคิดให้ดี คนที่นำสื่อเทคโนโลยีไปใช้ในทางที่ดี ก็จะมีประโยชน์ ในทางกลับกันถ้านำไปใช้ในทางที่ไม่ดี ไม่ว่าจะเป็นพระ หรือฆราวาส ก็จะไม่ดี อย่างไรก็ตาม สำหรับพระนั้นหากไม่รู้ข้อมูลในปัจจุบันก็นำมาสอนใคร ไม่ได้ เช่นถ้าห้ามพระใช้คอมพิวเตอร์ พระก็ไม่รู้เรื่องคอมพิวเตอร์
การเป็นครูต้องให้รู้ก่อนจึงสามารถสอนได้ เรื่องการใช้เทคโน โลยีทุกสิ่งอยู่ที่ใจและเจตนา เรื่องไม่ดีที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการกระทำของคนไม่กี่ คน แต่พอทำเสียสังคมก็พากันวิพากษ์วิจารณ์เสียหาย ส่วนพระที่ใช้เทคโนโลยีทำประโยชน์ได้มากไม่ค่อยมีการ กล่าวถึงกัน...พระมหาจิรพงศ์กล่าว
เรื่องของพระ...ก็ลองถามพระท่านดู
พระท่านก็ตอบมา...ดังนี้แล !!!!!.
ขออนุโมทนาสาระประโยชน์จากhttp://www.dailynews.co.th/web/html/...e=2&Template=1