ดูเวอร์ชั่นเต็ม : ลองไปเวปนี่ติเต็มเลย
duidui27
03-18-2008, 01:40 PM
http://urlax.org/muanyaai-youtube-metacafe-google-izlesene-video-videoları-indir-izle-seyret-download-yukle-2t.aspx
ถ้าลิงค์ไปซือ ๆ สิผิดบ่น้อคูบา
บ่าวคนเดิม
03-18-2008, 02:21 PM
ตามหลักแล้วผิดครับ หลักการเดี่ยวกับฟอร์เวิร์ดต่ออีเมล์
duidui27
03-18-2008, 02:41 PM
พรบ.ดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 18 ก.ค. ที่ผ่านมามีเหตุผลในการบัญญัติกฎหมายนี้ ว่า
เนื่องจากในปัจจุบันระบบคอมพิวเตอร์ได้เป็นส่วนสำคั ญของการประกอบกิจการและการดำรงชีวิตของมนุษย์ หากมีผู้กระทำด้วยประการใดๆ ให้ระบบคอมพิวเตอร์ไม่สามารถทำงานตามคำสั่งที่กำหนดไ ว้หรือทำให้การทำงานผิดพลาดไปจากคำสั่งที่กำหนดไว้ หรือใช้วิธีการใด ๆ เข้าล่วงรู้ข้อมูล แก้ไข หรือทำลายข้อมูลของบุคคลอื่นในระบบคอมพิวเตอร์โดยมิช อบ หรือใช้ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลคอมพิวเตอร ์อันเป็นเท็จหรือมีลักษณะอันลามกอนาจาร ย่อมก่อให้เกิดความเสียหาย กระทบกระเทือนต่อเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของรัฐ รวมทั้งความสงบสุขและศีลธรรมอันดีของประชาชน สมควรกำหนดมาตรการเพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำดั งกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ระบบคอมพิวเตอร์ หมายความว่า อุปกรณ์หรือชุดอุปกรณ์ของคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมการทำง านเข้าด้วยกัน โดยได้มีการกำหนดคำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือสิ่งอื่นใด และแนวทางปฏิบัติงานให้อุปกรณ์หรือชุดอุปกรณ์ทำหน้าท ี่ประมวลผลข้อมูลโดยอัตโนมัติ
ข้อมูลคอมพิวเตอร์ หมายความว่า ข้อมูล ข้อความ คำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่อยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ในสภาพท ี่ระบบคอมพิวเตอร์อาจประมวลผลได้ และให้หมายความรวมถึงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว ่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วย
ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสารของระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งแสดงถึงแหล่งกำเนิด ต้นทาง ปลายทาง เส้นทาง เวลา วันที่ ปริมาณ ระยะเวลาชนิดของบริการ หรืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการติดต่อสื่อสารของระบบคอมพิวเตอร์ นั้น
ผู้ให้บริการ หมายความว่า
(1) ผู้ให้บริการแก่บุคคลในการเข้าสู่อินเทอร์เน็ต หรือให้สามารถติดต่อถึงกัน โดยประการอื่นโดยผ่านทางระบบคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการในนามของตนเอง หรือในนามหรือเพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น
(2) ผู้ให้บริการเก็บรักษาข้อมูลคอมพิวเตอร์เพื่อประโยชน ์ของบุคคลอื่น
ผู้ใช้บริการ หมายความว่า ผู้ใช้บริการของผู้ให้บริการไม่ว่าต้องเสียค่าใช้บริ การหรือไม่ก็ตาม
ฐานความผิดที่ 1 (มาตรา 5, มาตรา 7)
การเจาะระบบ (hacking or cracking) หรือการบุกรุกทางคอมพิวเตอร์ (computer trespass) ซึ่งการกระทำเช่นว่านี้เป็นการขัดขวางการใช้ระบบคอมพ ิวเตอร์โดยชอบของบุคคลอื่นอันอาจทำให้เกิดการเปลี่ยน แปลงแก้ไข หรือการทำงานระบบคอมพิวเตอร์ ได้โดยปกติ (มาตรา 5)
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
รวมถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลนั้นเป็นการเก็บหรือส่งด้วยวิธีการทางคอมพ ิวเตอร์หรือวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (มาตรา 7)
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื ่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ฐานความผิดที่ 2 (มาตรา 6)
ล่วงรู้มาตรการป้องกันการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ผ ู้อื่นจัดทำขึ้นเป็นการเฉพาะ เช่นมีการลงทะเบียน username และ password หรือมีวิธีการอื่นใดที่จัดขึ้นเป็นการเฉพาะ แล้วนำไปเปิดเผยแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือหลายคน แล้วน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นได้
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ฐานความผิดที่ 3 (มาตรา 8)
การดักรับโดยวิธีการทางเทคนิค (technical means) เพื่อลักลอบดักฟัง (listen) ตรวจสอบ (monitoring) หรือติดตามเนื้อหาสาระของข่าวสาร (surveillance) ที่สื่อสารถึงกันระหว่างบุคคล หรือเป็นการกระทำเพื่อให้ได้มาซึ่งเนื้อหาของข้อมูลโ ดยตรงหรือโดยการเข้าถึงและใช้ระบบคอมพิวเตอร์ หรือการทำให้ได้มาซึ่งเนื้อหาของข้อมูลโดยทางอ้อมด้ว ยการแอบบันทึกข้อมูลสื่อสารถึงกันด้วยอุปกรณ์อิเล็กท รอนิกส์ โดยไม่คำนึงว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้บันทึกข้อ มูลดังกล่าวจะต้องเชื่อมต่อเข้ากับสายสัญญาณสำหรับส่ งผ่านข้อมูลหรือไม่เพราะบางกรณีอาจใช้อุปกรณ์เช่นว่า นั้นเพื่อบันทึกการสื่อสารข้อมูลที่ได้ส่งผ่านด้วยวิ ธีการแบบไร้สายก็ได้ เช่นการติดต่อผ่านทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ การติดต่อโดยใช้เทคโนโลยีไร้สายประเภท wireless LAN เป็นต้น ซึ่งนอกจาการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อบันทึกข้อ มูลที่มีการส่งผ่านกันแล้ว ยังรวมถึงกรณีการใช้ซอฟต์แวร์ หรือรหัสผ่านต่างๆ เพื่อทำการแอบบันทึกข้อมูลที่ส่งผ่านถึงกันด้วย
ทั้งนี้ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นที่อยู่ระหว่างการส่งในร ะบบคอมพิวเตอร์มิได้มีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือเพ ื่อให้บุคคลทั่วไปใช้ประโยชน์ได้
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ฐานความผิดที่ 4 (มาตรา 9)
กระทำการอันเป็นการทำให้เสียหาย ทำลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง เพิ่มเติมข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น โดยมิชอบ เว้นแต่ การเปลี่ยนแปลงข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ (traffic data) เพื่อประโยชน์ในการสื่อสารแบบไม่ระบุชื่อ ตัวอย่างเช่น การสื่อสารผ่านระบบ anonymous remailer system หรือการเปลี่ยนแปลงข้อมูลเพื่อการรักษาความลับและควา มปลอดภัยของการสื่อสาร อาทิ การเข้ารหัสข้อมูล (encryption) เป็นต้น
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ฐานความผิดที่ 5 (มาตรา 10, มาตรา 12)
กระทำด้วยประการใดโดยมิชอบ เพื่อให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกระง ับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวน จนไม่สามารถทำงานตามปกติได้ หากผู้กระทำได้กระทำไปโดยมีอำนาจหรือสิทธิโดยชอบย่อม ไม่เป็นความผิดเพราะไม่เข้าองค์ประกอบความผิดที่ว่า โดยมิชอบ ดังเช่น การทดสอบหรือรักษาความมั่นคงเพื่อความปลอดภัยของระบบ คอมพิวเตอร์โดยบุคคลผู้ได้รับมอบอำนาจจากผู้เป็นเจ้า ของระบบคอมพิวเตอร์ (owner) หรือผู้ปฏิบัติการ (operator) หรือการปรับแก้ระบบปฏิบัติการ (operating system) ของคอมพิวเตอร์โดยผู้ปฏิบัติการ (operator) ก่อนติดตั้งซอฟต์แวร์ใหม่ๆ ตัวอย่างเช่น การติดตั้งซอฟต์แวร์เพื่อการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตซึ ่งจะมีผลให้ระบบคอมพิวเตอร์ทำงานไม่เป็นปกติทั้งก่อน และหลังการติดตั้งโปรแกรม
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ถ้าเกิดความเสียหายแก่ประชาชนในทันที หรือภายหลัง ไม่ว่าจะเกิดขึ้นพร้อมกันของมาตรา 9 และ มาตรา 10 หรือไม่ (มาตรา 12(1))
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท (โทษหนักขึ้น)
การกระทำโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อข้อมูลค อมพิวเตอร์ (มาตรา 9) หรือระบบคอมพิวเตอร์ (มาตรา 10) ที่เกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือการบริการสาธารณะ หรือเป็นการกระทำต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิว เตอร์ที่มีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะ (มาตรา 12(2))
ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสามแสนบาท (โทษหนักขึ้นอีก)
ถ้ามีใครตาย (มาตรา 12 วรรคท้าย) ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปี (หนักที่สุด)
ฐานความผิดที่ 6 (มาตรา 11)
การทำให้เกิดการรบกวนการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของบุคคลอ ื่นโดยปกติสุข เช่นส่ง e-mail มากจนล้นระบบคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่นจนทำให้เกิดความ ยุ่งยากในการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของเขา ภาษาอังกฤษเรียกว่า spamming โดยปกปิดหรือปลอมแปลงแหล่งที่มาของการส่งข้อมูล
ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท
แต่ การปกปิดหรือปลอมแปลงนี้ต้องเป็นเรื่องของ แหล่งที่มาของการส่งข้อมูล ซึ่งตรวจสอบได้โดย ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ ได้แก่การปกปิดหรือปลอมแปลง IP address และหมายถึงการกระทำที่ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบถึงแหล่ง ที่มาของการส่งข้อมูลและส่งผลให้ไม่อาจตรวจสอบได้ทาง ระบบข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ เป็นต้น จึงไม่ใช่เรื่องการปกปิดหรือปลอมแปลงโดยการไม่ใช้ชื่ อจริง หรือการเปลี่ยนแปลงใช้ชื่อหรือใช้นามแฝง หรือใช้ email-address ที่ผิดไปหรือเปลี่ยนแปลงไปซึ่งยังตรวจสอบแหล่งที่มาข องการส่งข้อมูลได้อยู่
ฐานความผิดที่ 7 (มาตรา 13)
จำหน่าย เผยแพร่ ชุดคำสั่งเพื่อนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการทำความผิด ฐานความผิดที่ 1 6
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ฐานความผิดที่ 8 (มาตรา 14)
การนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์
(1) ปลอม ไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน ที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือประชาชน
(2) เท็จ ที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตระหนกแก่ประชาชน
(3) ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอา ญา
(4) ใดๆ ที่มีลักษณะอันลามก และประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้
(5) เผยแพร่ ส่งต่อ โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลฯ ตาม (1) (2) (3) หรือ (4)
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือ ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ฐานความผิดที่ 9 (มาตรา 15)
ผู้ให้บริการใดจงใจสนับสนุน หรือ ยินยอมให้มีการกระทำตามมาตรา 14 ในระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในความควบคุมของตน
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือ ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ผิดเหมือนกับเป็นผู้กระทำเอง)
ฐานความผิดที่ 10 (มาตรา 16)
นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึง ได้ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ปรากฏเป็นภาพของผู้อื่น และภาพนั้นเป็นภาพที่เกิดจากการสร้างขึ้น ตัดต่อ เติมหรือดัดแปลงด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธ ีการอื่นใด ทั้งนี้ โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือ ปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (แต่ยอมความกันได้) และไม่มีความผิด ถ้ากระทำโดยสุจริต
อ้างอิง
1.พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพ ิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐
2.คำอธิบาย พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิว เตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐
(พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 4)
vBulletin v3.7.2, สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2008, Jelsoft Enterprises Ltd.