บ่าวคนเดิม
03-18-2008, 10:18 PM
ครอบครัวของข้าพเจ้า....
ด้วยชีวิตความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก พ่อต้องไปรับจ้างทำไร่ กับพี่ชายคนโต
แม่ต้องรับภาระเลี้ยงดูผม และน้องชายอีกหนึ่งคน เสาร์-อาทิตย์
แม่จะชวนผมไปรับจ้างเกี่ยวข้าว ดำนาบ้างตามฤดูกาล ได้ค่าแรงวันละ 20 บาท รวมกับแม่
ก็ยังไม่ถึง 100 บาท...ในขณะที่ผมกับแม่กำลังเกี่ยวข้าวไป แม่พูดลอยๆ
ขึ้นมาว่า...ครอบครัวเราทำไมได้แต่ลูกผู้ชายน่ะ...ที ่แม่เอ่ยเช่นนั้น..
แม่คงเห็นสภาพที่ครอบครัวเรา ไม่มีคนทำหน้าที่แทนแม่ได้ เช่น
นึ่งข้าว ทำกับข้าว ทำงานบ้าน...แต่งานพวกนี้ ถึงแม้ครอบครัวเราจะไม่มี
ลูกสาวแต่ผมก็สามารถ ทดแทนส่วนที่แม่คิดว่ามันขาดหายไปได้ไม่แพ้กันเลย
เวลาผ่านไปน้องชายคนถัดจากผมเริ่มโต พอช่วยงานได้บ้าง แต่เมื่อเทียบวัยเดียวกัน
กับผม น้องคนนี้กับไม่ได้ปฏิบัติกับแม่เหมือน..ที่เราเคยทำ กลับจากโรงเรียน
ก็ไปวิ่งเล่น..ตามประสา หรือน้องคงคิดว่ามีเราทำอยู่แล้วเลยไม่สนใจ...
ด้วยความตั้งใจของแม่ที่อยากจะมีลูกสาว ตัวน้อยๆ ซักคนในครอบครัว แม่จึงตัดสินใจ
อุ้มท้องน้องอีกหนึ่งคน...แต่เนื่องด้วยการแพทย์สมัย นั้นยังไม่ทันสมัยเท่าที่ควร
ทั้งครอบครัวก็ยากจน แม่จึงไม่สามารถทราบได้ว่าน้องผมที่อยู่ในท้องจะเป็น ผู้หญิง
(เจ้าหญิงของข้า) หรือเป็นผู้ชาย(บักเถิ่ก)..แม่เฝ้าถนอมอุ้มท้อง จนครบเก้าเดือน แม่บ่นว่า
เริ่มเจ็บท้อง แม่จึงไปหาหมอ ปล่อยให้ผมอยู่กับน้องเฝ้าบ้าน...
ผ่านไปสองวันแม่กลับโรงพยาบาล พร้อมอุ้มน้องตัวเล็กๆ..อีกคน
ผมยังไม่ได้ถามแม่ผมเลย...ในขณะทีผมวิ่งไปตามทางเพื่ อไปรับแม่....
ได้ยินเสียงแม่ตะโกนมาว่า....โอ้ยได้บักเถิ่กอีกแล้ว ...ลูกเอ้ย. ณ เวลานั้นผมเอง
คิดในใจไว้แล้วว่า...ลำพังน้องคนถัดจากผมนี้ก็ ทะเลาะกันแทบทุกวัน
ถ้ามีน้องผู้ชายเพิ่มมาอีกคน...ผมคิดว่าหน้าที่ผู้หญ ิงในบ้าน คงเป็นเราอีกตามเคย
....โปรดติดตามตอนต่อไป
ด้วยชีวิตความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก พ่อต้องไปรับจ้างทำไร่ กับพี่ชายคนโต
แม่ต้องรับภาระเลี้ยงดูผม และน้องชายอีกหนึ่งคน เสาร์-อาทิตย์
แม่จะชวนผมไปรับจ้างเกี่ยวข้าว ดำนาบ้างตามฤดูกาล ได้ค่าแรงวันละ 20 บาท รวมกับแม่
ก็ยังไม่ถึง 100 บาท...ในขณะที่ผมกับแม่กำลังเกี่ยวข้าวไป แม่พูดลอยๆ
ขึ้นมาว่า...ครอบครัวเราทำไมได้แต่ลูกผู้ชายน่ะ...ที ่แม่เอ่ยเช่นนั้น..
แม่คงเห็นสภาพที่ครอบครัวเรา ไม่มีคนทำหน้าที่แทนแม่ได้ เช่น
นึ่งข้าว ทำกับข้าว ทำงานบ้าน...แต่งานพวกนี้ ถึงแม้ครอบครัวเราจะไม่มี
ลูกสาวแต่ผมก็สามารถ ทดแทนส่วนที่แม่คิดว่ามันขาดหายไปได้ไม่แพ้กันเลย
เวลาผ่านไปน้องชายคนถัดจากผมเริ่มโต พอช่วยงานได้บ้าง แต่เมื่อเทียบวัยเดียวกัน
กับผม น้องคนนี้กับไม่ได้ปฏิบัติกับแม่เหมือน..ที่เราเคยทำ กลับจากโรงเรียน
ก็ไปวิ่งเล่น..ตามประสา หรือน้องคงคิดว่ามีเราทำอยู่แล้วเลยไม่สนใจ...
ด้วยความตั้งใจของแม่ที่อยากจะมีลูกสาว ตัวน้อยๆ ซักคนในครอบครัว แม่จึงตัดสินใจ
อุ้มท้องน้องอีกหนึ่งคน...แต่เนื่องด้วยการแพทย์สมัย นั้นยังไม่ทันสมัยเท่าที่ควร
ทั้งครอบครัวก็ยากจน แม่จึงไม่สามารถทราบได้ว่าน้องผมที่อยู่ในท้องจะเป็น ผู้หญิง
(เจ้าหญิงของข้า) หรือเป็นผู้ชาย(บักเถิ่ก)..แม่เฝ้าถนอมอุ้มท้อง จนครบเก้าเดือน แม่บ่นว่า
เริ่มเจ็บท้อง แม่จึงไปหาหมอ ปล่อยให้ผมอยู่กับน้องเฝ้าบ้าน...
ผ่านไปสองวันแม่กลับโรงพยาบาล พร้อมอุ้มน้องตัวเล็กๆ..อีกคน
ผมยังไม่ได้ถามแม่ผมเลย...ในขณะทีผมวิ่งไปตามทางเพื่ อไปรับแม่....
ได้ยินเสียงแม่ตะโกนมาว่า....โอ้ยได้บักเถิ่กอีกแล้ว ...ลูกเอ้ย. ณ เวลานั้นผมเอง
คิดในใจไว้แล้วว่า...ลำพังน้องคนถัดจากผมนี้ก็ ทะเลาะกันแทบทุกวัน
ถ้ามีน้องผู้ชายเพิ่มมาอีกคน...ผมคิดว่าหน้าที่ผู้หญ ิงในบ้าน คงเป็นเราอีกตามเคย
....โปรดติดตามตอนต่อไป