บ่าวคนเดิม
03-21-2008, 11:17 PM
...สืบเนื่องจากตอนที่แล้ว เมื่อน้องชายคนถัดจากผม(น้องสาม) เริ่มโตแล้ว
แม่จึงตัดสินใจอุ้มท้องอีกครั้ง.. เพื่อหวังว่าครอบครัวของเราจะได้ลูกสาวกะเขาบ้าง
เพราะแม่คงคิดในใจแล้วว่าลำพังสามชาย ที่กำลังจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในวันข้างหน้า
และหนึ่งในนั้นอาจจะได้เป็น วมต. อะไรวะ..งง
...เก้าเดือนที่แม่เฝ้าถนุถนอมอุ้มท้อง..หวังเพื่อจะ ได้
เจ้าหญิงตัวน้อยๆ(ของอ้าย) อย่างที่แม่ และเราทั้งสามคนเฝ้ารอคอย แต่ฝันของพวกเราก็ไม่เป็นจริง
เมื่อน้องคนที่สี่ของผมก็เป็นบักเถิ่ก(ผู้ชาย)อีกแล้ ว...แม่พูดกับผมและน้องชาย
แบบหมดหวังว่า..ถ้าอยากได้น้องสาวอีก คงไม่ได้แล้วลูกเอ้ย...เพราะแม่ทำหมันแล้ว
ณ เวลานั้นผมก็ยังไม่เข้าใจว่าทำหมันหมายถึงอะไร(แบบว่ าไร้เดียงสาเอาซะมากๆ)
แต่ผมก็ไม่ได้ต้องการเข้าใจในเวลานั้น
ลึกๆ ในใจแม่คงคิดว่าที่อยากได้ลูกสาวบ้างคงเพราะ เนื่องจากถ้าครอบครัวนั้น
มีแต่ลูกชาย จะขาดดุลทางการค้า(น่ะคิดรอบคอบซ่ะด้วยแม่เรา) สาเหตุก็คงเป็นเพราะ
หากในวันข้างหน้าลูกชายอยากแต่งงาน...แม่ก็ต้องหาเงิ นค่าดองมาแต่งเมียใหู้ลูกชาย
ทั้งสี่คน แม่ยังพูดเล่นกับพวกเราเลยว่า....ถ้าอยากได้เมียก็ให ้วิ่งตามเขาเอาน่ะลูกเอ้ย
(แล่นนำผู้สาว นั้นนา) แม่ไม่มีปัญญาแต่งเมียให้แล้วละ เมื่อให้กำเนิดครบสี่ยอดกุมาร
(ไม่ใช่กุมารทองน่ะครับ) ครอบครัวของเราก็ต้องหน้าตั้งตา ทำนา ทำไร่ รับจ้างไปตามประสา
ครอบครัวที่ยากจน...
ผมเองได้แยกตัวออกมาจากครอบครัวด้วยวัยเพียง 13 ขวบ
ด้วยสถานภาพทางครอบครัวเลี้ยงดูไม่ไหว ผมต้องมาอาศัยอยู่กับยาย ...
เรื่องการศึกษาของผมคงไม่ต้องพูดถึง....ก็เพียงแต่ได ้อาศัยไปเรียนตามวััดตามวา
เพราะยายจะชอบไปทำบุญทุกวัน ด้วยไม่มีเงินซื้อหนังสือมาอ่าน ผมก็อาศัยหาอ่านตัวหนังสือที่เขาเขียนไว้ตาม ข้างกำแพงวัดบ้าง ตามโบสถ์บ้าง ฯ
ส่วนมากก็จะมีคำซ้ำๆกัน เช่น นายดำ ขาวดี ชาตะ 11 21 มรณะ เมื่อ 22 74
จนผมเดินผ่านก็จำได้แทบทุกที่.....
โปรดติดตามตอนต่อไป...ที่นี่เร็วๆนี้
แม่จึงตัดสินใจอุ้มท้องอีกครั้ง.. เพื่อหวังว่าครอบครัวของเราจะได้ลูกสาวกะเขาบ้าง
เพราะแม่คงคิดในใจแล้วว่าลำพังสามชาย ที่กำลังจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในวันข้างหน้า
และหนึ่งในนั้นอาจจะได้เป็น วมต. อะไรวะ..งง
...เก้าเดือนที่แม่เฝ้าถนุถนอมอุ้มท้อง..หวังเพื่อจะ ได้
เจ้าหญิงตัวน้อยๆ(ของอ้าย) อย่างที่แม่ และเราทั้งสามคนเฝ้ารอคอย แต่ฝันของพวกเราก็ไม่เป็นจริง
เมื่อน้องคนที่สี่ของผมก็เป็นบักเถิ่ก(ผู้ชาย)อีกแล้ ว...แม่พูดกับผมและน้องชาย
แบบหมดหวังว่า..ถ้าอยากได้น้องสาวอีก คงไม่ได้แล้วลูกเอ้ย...เพราะแม่ทำหมันแล้ว
ณ เวลานั้นผมก็ยังไม่เข้าใจว่าทำหมันหมายถึงอะไร(แบบว่ าไร้เดียงสาเอาซะมากๆ)
แต่ผมก็ไม่ได้ต้องการเข้าใจในเวลานั้น
ลึกๆ ในใจแม่คงคิดว่าที่อยากได้ลูกสาวบ้างคงเพราะ เนื่องจากถ้าครอบครัวนั้น
มีแต่ลูกชาย จะขาดดุลทางการค้า(น่ะคิดรอบคอบซ่ะด้วยแม่เรา) สาเหตุก็คงเป็นเพราะ
หากในวันข้างหน้าลูกชายอยากแต่งงาน...แม่ก็ต้องหาเงิ นค่าดองมาแต่งเมียใหู้ลูกชาย
ทั้งสี่คน แม่ยังพูดเล่นกับพวกเราเลยว่า....ถ้าอยากได้เมียก็ให ้วิ่งตามเขาเอาน่ะลูกเอ้ย
(แล่นนำผู้สาว นั้นนา) แม่ไม่มีปัญญาแต่งเมียให้แล้วละ เมื่อให้กำเนิดครบสี่ยอดกุมาร
(ไม่ใช่กุมารทองน่ะครับ) ครอบครัวของเราก็ต้องหน้าตั้งตา ทำนา ทำไร่ รับจ้างไปตามประสา
ครอบครัวที่ยากจน...
ผมเองได้แยกตัวออกมาจากครอบครัวด้วยวัยเพียง 13 ขวบ
ด้วยสถานภาพทางครอบครัวเลี้ยงดูไม่ไหว ผมต้องมาอาศัยอยู่กับยาย ...
เรื่องการศึกษาของผมคงไม่ต้องพูดถึง....ก็เพียงแต่ได ้อาศัยไปเรียนตามวััดตามวา
เพราะยายจะชอบไปทำบุญทุกวัน ด้วยไม่มีเงินซื้อหนังสือมาอ่าน ผมก็อาศัยหาอ่านตัวหนังสือที่เขาเขียนไว้ตาม ข้างกำแพงวัดบ้าง ตามโบสถ์บ้าง ฯ
ส่วนมากก็จะมีคำซ้ำๆกัน เช่น นายดำ ขาวดี ชาตะ 11 21 มรณะ เมื่อ 22 74
จนผมเดินผ่านก็จำได้แทบทุกที่.....
โปรดติดตามตอนต่อไป...ที่นี่เร็วๆนี้