Jong714
03-22-2008, 03:43 PM
"ชีวิตเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะเป็นได้ แต่สำหรับพวกเราแล้ว โอกาสได้เลือกยังยากเลย" น้ำเสียงท้อแท้เต็มกลืนที่ "ชัชชนก ศรีเจริญสุข" สาวโรงงาน วัย 37 ปี สะท้อนความขมขื่นที่เธอเผชิญอยู่ ซึ่งจะมีกี่คนที่รู้ว่าพวกเธอต้องตรากตรำทำงานกันแค่ ไหน กว่าจะสู้ชีวิตให้ผ่านพ้นได้ในแต่ละวัน
"ชัชชนก" เป็นอีกภาพของคนที่ต้องจากบ้านเข้ามาแสวงโชคในเมืองก รุง ด้วยความหวังว่า สักวันอาจมีสภาพชีวิตที่ดีขึ้น จริงอยู่การมีงานทำในโรงงานทอผ้า ย่านแจ้งวัฒนะ อาจเป็นรายได้ที่พอกพูนได้จากความขยันที่เป็นทุนเดิม แต่ทว่าการที่ต้องยืนทำงานเป็นคนงานรีดผ้า วันละกว่า 15 ชั่วโมง ตั้งแต่เป็นสาวรุ่น ไม่มีใครคาดคิดว่าวันหนึ่งเธอต้องกลายเป็นผู้ป่วยโรค หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทและกล้ามเนื้อหลังอักเสบอ ย่างรุนแรง เพียงเพื่อให้มีรายได้วันละไม่ถึงสามร้อยบาท
"เป็นเวลานานเกือบ 10 ปี ที่ต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำ ตื่นตี 5 ไปเข้างาน 8 โมง แต่กว่าจะกลับถึงบ้านก็ปาเข้าไปเที่ยงคืนทุกวัน วันไหนไม่ได้ไปทำงานก็ไม่ได้เงินหรือถ้าไปเข้างานสาย ก็จะถูกหักเบี้ยขยันครั้งละ 200 บาท ทั้งที่ใน 15 วันนายจ้างจะจ่ายเบี้ยขยันให้แค่ 400 บาท เมื่อต้องถูกหักครั้งละ 200 บาท เงินพิเศษที่ได้มาก็ไม่เหลืออะไรแล้ว"
ชัชชนกเล่าว่าสิ่งที่เราเรียกร้องมาตลอดคือ อยากให้กองทุนเงินทดแทนมีหมอ ด้านเวชศาสตร์ เพื่อวินิจฉัยโรคที่เกิดจากการทำงาน เพื่อจะได้ช่วยเรื่องค่ารักษาพยาบาล เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นวันนี้พวกเราทำงานแทบตาย เมื่อเจ็บป่วยไปใช้สิทธิรักษากับประกันสังคม แต่พอตรวจแล้ว หมอกลับบอกว่าเป็นโรคกล้ามเนื้ออักเสบรุนแรงที่ไม่เก ี่ยวกับงาน ทำให้สิทธิที่ควรได้ เช่น ค่ายา ครั้งละ 35,000 บาท รวมถึงเงินชดเชย 60% ของค่าจ้างรายเดือน เนื่องจากต้องหยุดงานกลับไม่ได้เลย
"นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเราต้อง ออกมาชุมนุมประท้วงขอความเป็นธรรม เพราะถ้าไม่พูด ปัญหาก็หมักหมม วันนี้มีชีวิตอยู่มันจึงต้องทนลำบาก ถ้าไม่ทำก็อดตาย"
เฉกเช่น "วราภรณ์ ลาวัลย์วิวัฒน์" อีกสาวโรงงานในแผนกแพ็กกิ้ง ด้วยชั่วโมงบินในการทำงานนานถึง 15 ปี วันนี้สิ่งที่ได้รับจากความขยันทำงาน คือ เส้นเลือดฝอยขาซ้ายแตกเพราะต้องยืนบรรจุสิ่งของทั้งว ันไม่มีวันหยุด
แต่ที่หนักหนากว่านั้นเห็นจะเป็นกรณีของ "จุฑามาศ พัดทอง" ฉันทนาที่ประสบกับโรคข้อเข่าเสื่อม กล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง ถึงขั้นที่เธอได้ผ่านประสบการณ์ผ่าตัดเข่ามาแล้ว เพราะความจริงที่ไม่อาจหลีกพ้นจากผลของการถีบจักรทำง านหามรุ่งหามค่ำเป็นสิบปี ขนาดคุณหมอโรงพยาบาลภูมิพลขอร้องให้เลิกอาชีพนี้ มาแล้ว แต่เธอก็ยังทนทำ วันนี้ถ้าชีวิตเลือกได้จุฑามาศคงไม่เดินในเส้นทางสาย นี้เป็นแน่
ทั้งหมดนี้ยังเป็นคำถามเดิม ๆ ทำไมฉันทนาไทยยังคงมีคุณภาพชีวิตย่ำแย่ และคงทนทำงานในสภาพที่ขาดการเหลียวแลเต็มที??.
"ชัชชนก" เป็นอีกภาพของคนที่ต้องจากบ้านเข้ามาแสวงโชคในเมืองก รุง ด้วยความหวังว่า สักวันอาจมีสภาพชีวิตที่ดีขึ้น จริงอยู่การมีงานทำในโรงงานทอผ้า ย่านแจ้งวัฒนะ อาจเป็นรายได้ที่พอกพูนได้จากความขยันที่เป็นทุนเดิม แต่ทว่าการที่ต้องยืนทำงานเป็นคนงานรีดผ้า วันละกว่า 15 ชั่วโมง ตั้งแต่เป็นสาวรุ่น ไม่มีใครคาดคิดว่าวันหนึ่งเธอต้องกลายเป็นผู้ป่วยโรค หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทและกล้ามเนื้อหลังอักเสบอ ย่างรุนแรง เพียงเพื่อให้มีรายได้วันละไม่ถึงสามร้อยบาท
"เป็นเวลานานเกือบ 10 ปี ที่ต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำ ตื่นตี 5 ไปเข้างาน 8 โมง แต่กว่าจะกลับถึงบ้านก็ปาเข้าไปเที่ยงคืนทุกวัน วันไหนไม่ได้ไปทำงานก็ไม่ได้เงินหรือถ้าไปเข้างานสาย ก็จะถูกหักเบี้ยขยันครั้งละ 200 บาท ทั้งที่ใน 15 วันนายจ้างจะจ่ายเบี้ยขยันให้แค่ 400 บาท เมื่อต้องถูกหักครั้งละ 200 บาท เงินพิเศษที่ได้มาก็ไม่เหลืออะไรแล้ว"
ชัชชนกเล่าว่าสิ่งที่เราเรียกร้องมาตลอดคือ อยากให้กองทุนเงินทดแทนมีหมอ ด้านเวชศาสตร์ เพื่อวินิจฉัยโรคที่เกิดจากการทำงาน เพื่อจะได้ช่วยเรื่องค่ารักษาพยาบาล เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นวันนี้พวกเราทำงานแทบตาย เมื่อเจ็บป่วยไปใช้สิทธิรักษากับประกันสังคม แต่พอตรวจแล้ว หมอกลับบอกว่าเป็นโรคกล้ามเนื้ออักเสบรุนแรงที่ไม่เก ี่ยวกับงาน ทำให้สิทธิที่ควรได้ เช่น ค่ายา ครั้งละ 35,000 บาท รวมถึงเงินชดเชย 60% ของค่าจ้างรายเดือน เนื่องจากต้องหยุดงานกลับไม่ได้เลย
"นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเราต้อง ออกมาชุมนุมประท้วงขอความเป็นธรรม เพราะถ้าไม่พูด ปัญหาก็หมักหมม วันนี้มีชีวิตอยู่มันจึงต้องทนลำบาก ถ้าไม่ทำก็อดตาย"
เฉกเช่น "วราภรณ์ ลาวัลย์วิวัฒน์" อีกสาวโรงงานในแผนกแพ็กกิ้ง ด้วยชั่วโมงบินในการทำงานนานถึง 15 ปี วันนี้สิ่งที่ได้รับจากความขยันทำงาน คือ เส้นเลือดฝอยขาซ้ายแตกเพราะต้องยืนบรรจุสิ่งของทั้งว ันไม่มีวันหยุด
แต่ที่หนักหนากว่านั้นเห็นจะเป็นกรณีของ "จุฑามาศ พัดทอง" ฉันทนาที่ประสบกับโรคข้อเข่าเสื่อม กล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง ถึงขั้นที่เธอได้ผ่านประสบการณ์ผ่าตัดเข่ามาแล้ว เพราะความจริงที่ไม่อาจหลีกพ้นจากผลของการถีบจักรทำง านหามรุ่งหามค่ำเป็นสิบปี ขนาดคุณหมอโรงพยาบาลภูมิพลขอร้องให้เลิกอาชีพนี้ มาแล้ว แต่เธอก็ยังทนทำ วันนี้ถ้าชีวิตเลือกได้จุฑามาศคงไม่เดินในเส้นทางสาย นี้เป็นแน่
ทั้งหมดนี้ยังเป็นคำถามเดิม ๆ ทำไมฉันทนาไทยยังคงมีคุณภาพชีวิตย่ำแย่ และคงทนทำงานในสภาพที่ขาดการเหลียวแลเต็มที??.