PDA

ดูเวอร์ชั่นเต็ม : เฒ่าจังไร....พาไปวัดช้างให้ จ.ปัตตานี


เฒ่าจังไร
03-24-2008, 11:33 AM
เฒ่าจังไร ได้มีโอกาสไปนมัสการเจ้าอาวาสวัดช้างให้ ตอนที่ไปราชการที่ปัตตานีเมื่อปีก่อน (ชื่อไม่น่าจะเข้าวัดได้ อิ อิ) ท่านเล่าให้ฟังว่า ก่อนยังไม่เกิดเหตุการณ์มีทัวร์มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาลงเต็มไปหมด แต่พอเกิดเหตุการณ์ แทบจะเป็นวัดร้าง ชาวบ้านอพยพหนีหมด ไม่มีใครมาวัด สามเณรต้องหุงข้าวฉันเอง เราฟังดูก็รู้สึกหดหู่
</O:p
เรากวาดสายตาไปรอบ ๆ บริเวณวัด โอ้...เราเห็นร่องรอยของความเจริญอย่างแท้จริง หลวงพ่อกล่าวต่อว่า นักท่องเที่ยวจะมาไหว้ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว และมาไหว้พระที่นี่ เพราะที่นี่เป็นแหล่งกำเนิดของหลวงปู่ทวดที่แท้จริง เรายกมือไหว้รูปปั้นหลวงปู่ทวดที่อยู่ด้านหลังเจ้าอา วาส <O:p</O:p

เราถามว่าทำไมจึงได้ชื่อว่าวัดช้างให้... ช้างร้องไห้หรือครับ... เปล่า ช้างยกที่ให้ เจ้าอาวาสบอก หลังจากนั้นก็พูดคุยถึงเหตุการณ์ที่ประสบอยู่และแนวท างแก้ปัญหา ขณะนั้นเราเห็นคนแก่ชาวไทยพุทธหิ้วอาหารไปถวายเพลพระ ประมาณ 5 คน เรามานั่งคุยด้วย ท่านเหล่านั้นเล่าถึงความทุกข์ระทมให้ฟัง ด้วยใบหน้าเศร้าหมอง เราก็ได้แต่ปลอบว่า สักวันเหตุการณ์คงดีขึ้นครับ ทางการก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ทุกคนทั่วประเทศเข้าใจและรู้สึกเห็นใจครับ ท่านบอกให้เรารอทานข้าวด้วยกัน เราบอกจะต้องรีบไปธุระ เราถวายจตุปัจจัย และเดินออกมาเช่าวัตถุมงคลที่ตู้ข้างหน้ากุฏิ และเดินทางกลับเข้าที่ตั้งหน่วย<O:p</O:p
<O:p</O:p

วันนี้ขอนำประวัติคร่าว ๆ ของ “วัดช้างให้” มาให้พวกเราอ่านกัน
<O:p</O:p
<O:p</O:p

สมัยนั้น พระยาแก้มดำ เจ้าเมืองไทรบุรี ปรารถนาจะหาที่ชัยภูมิที่ดีสร้างเมืองให้เจ๊ะสิตี (ผู้ซึ่งเป็น)น้องสาวครอบครองเมื่อโหรหาฤกษ์ยามได้เว ลาท่านเจ้าเมืองก็เสี่ยงสัตย์อธิษฐานปล่อยช้างตัวสำค ัญคู่บ้านคู่เมืองออกเดินป่าหรือเรียกว่าช้างอุปการ เพื่อหาชัยภูมิดีสร้างเมืองท่านเจ้าเมืองก็ยกพลบริวา รเดินตามหลังช้างนั้นไปเป็นเวลาหลายวันวันหนึ่งช้างไ ด้เดินไปหยุดอยู่ ณ ที่ป่าแห่งหนึ่ง (ที่วัดช้างให้เวลานี้)แล้วเดินวนเวียนร้องขึ้น ๓ ครั้ง พระยาแก้มดำ ถือเป็นนิมิตที่ดีที่จะสร้างเมือง ณที่ตรงนี้ แต่น้องสาวตรวจดูแล้วไม่พอใจ พี่ชายก็อธิษฐานให้ช้างเดินหาที่ใหม่ต่อไปช้างได้เดิ นรอนแรมอีกหลายวัน เวลาตกเย็นวันหนึ่ง ก็หยุดพักพลบริวารทางน้องสาวถือโอกาสออกจากที่พักเดิ นเล่นบังเอิญขณะนั้นมีกระจงสีขาวผ่องตัวหนึ่งวิ่งผ่า นหน้านางไปนางอยากได้กระจงตัวขาวตัวนั้น จึงชวนพวกพี่เลี้ยงวิ่งไล่ล้อมจับกระจงกระจงได้วิ่งว กไปวนมาบนเนินทรายขาวสะอาดริมทะเล (ที่ตำบลกรือเซะเวลานี้) ทันใดนั้นกระจงก็หายไป นางเจ๊ะสิตีรู้สึกชอบที่ตรงนี้มากจึงขอให้พี่ชายสร้า งเมืองให้เมื่อพระยาแก้มดำปลูกสร้างเมืองให้น้องสาวแ ละมอบพลบริวารให้ไว้พอสมควรเรียบร้อยแล้วก็ให้ชื่อเม ืองนี้ว่าเมืองปะตานี (ปัตตานี)ขณะนั้นพระยาแก้มดำเดินทางกลับมาถึงภูมิประ เทศที่ช้างบอกให้ครั้งแรกก็รู้สึกเสียดายสถานที่จึงต กลงใจหยุดพักแรมทำการแผ้วถางป่า และปลูกสร้างขึ้นเป็นวัดให้ชื่อว่า “วัดช้างให้”มาจนบัดนี้


ว่าง ๆ อย่าลืมพาตัวเองเข้าวัดบ้างนะครับ ดีกว่าไปเที่ยวห้างเป็นไหน ๆ เชื่อผม ๆ <O:p</O:p

ศรีสะท้าน
03-24-2008, 12:23 PM
ผู้ข้ากะเคยไปอยู่เทื่อหนึ่งแต่ดนแล้วหล่ะ เพิ่นส่งไปเฮียนเฮ็ดผ้าบาติก (ศูนย์ศิลปาชีพวัดช้างไห้) แต่หากบ่ได้มีโอกาสได้เข้าไปในวัดเป็นทางการอย่างแท้ จริง เสียดายอยู่

sompoi
03-24-2008, 01:28 PM
ผู่ได๋ได่มีโอกาสไปวัดกะไปเผื่อแน๋ะเด้อ..อณุโมทนาสา ธุนำเด้อค่ะ..โตนซาดหลวงพ่อกับเณรน้อน่อ สิพากันอยู่จังได๋ สินอนหลับอยู่บ้อ แต่ละมื้อนิ ..คาหลบแต่บักเขียบกะบ่ไหวเด่ะเนาะอ้ายศรีเนาะ..

ปล.ยายหนูกะดาย พาน้องไก่น้อยไปแน่ะเด้อวัดน่ะ ..บ่แม่นวัดอันนั่นเด่ะจ้า..หึยยย..