เฒ่าจังไร
04-21-2008, 05:47 PM
ไก่ (ฉวีวรรณ) คือผู้หญิงคนแรกที่เรารักเธอมาก ไก่กับเราเรียนด้วยกันตอนอยู่ ม.4 เธอย้ายจาก อ.ไทรโยค
จ.กาญจนบุรี ไปเรียนต่อที่ โรงเรียนคอนสวรรค์ จ.ชัยภูมิ และพักอยู่กับอาของเธอ นอกนั้นก็เป็นเพื่อนที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่อยู่ ม.1
ม.4 ถึง ม.6 ไก่กับเราจะสนิทสนมกันมาก พูดกันภาษาพ่อขุนตบหัว เตะก้นกันได้เสมอ จนกระทั่งไก่อยู่ ม.6 ไก่มีแฟนอยู่ชั้น ม.5 ไก่กับแฟนสนิทกันมากจนเกินกว่าแฟนธรรมดา ถึงขนาดที่จะเรียกว่าคู่รักกันได้เลยทีเดียว
ไก่เป็นคนมีเสน่ห์ ยิ้มหวาน หน้าตาสดใส ไม่มีสิวบนใบหน้าสักเม็ด เพื่อน ๆ ในห้องจะยุให้เรากับไก่เป็นแฟนกัน ตามที่เคยยุให้เพื่อน 2 คู่ในห้องรักกันและแต่งงานกันหลังจาก จบ ม.6 มาแล้ว ความเป็นเพื่อนระหว่างเรากับไก่เริ่มมีช่องว่างห่าง ออกไปมากขึ้น เพราะต่างคนต่างอายซึ่งกันและกัน และเราก็บอกว่าชอบไก่ก่อนการปิดเทอมกลางภาค
ช่วงปิดเทอมกลางภาค เราเขียนจดหมายมาหาไก่ บอกความรู้สึกที่มีต่อไก่ มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก หล่อนตอบจดหมายด้วยความโกรธ และตัดขาดจากความเป็นเพื่อนกับเราทันที พอเปิดเทอมหล่อนไม่พูดกับเราแม้แต่คำเดียว
วันหนึ่งช่วงพักเที่ยง หล่อนอยู่ในห้องเรียนคนเดียว เราเดินไปพูดกับเธอ “เราขอโทษนะไก่ เราคิดมากไปเอง ต่อไปเราจะกลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมจะได้หรือเป ล่า” หล่อนยิ้มและเข้ามากุมมือเรา “ไม่เป็นไรเพื่อน” หล่อนพูด หัวใจของเราสั่นระทึก อยากจะดึงเธอเข้าสู่อ้อมกอดเหมือนในหนังไทย แต่ก็ทำไม่ได้ ความรู้สึกตอนนั้น เราหลงรักไก่เต็มประตู
วันอำลาอาลัยที่หอประชุมโรงเรียนคอนสวรรค์ ในเย็นวันนั้น เราได้ถูกเรียกขึ้นไปร้องเพลงบนเวที เพลงที่เราร้องในวันนั้น คือ เพลงของสายัณห์ สัญญา ชื่อเพลงว่า “ไก่จ๋า” ซึ่งปิยะ ตระกูลราษฎร์ แต่งให้ สายัณห์ สัญญา ขับร้อง เราร้องเพลงนี้ใส่อารมณ์อย่างเต็มที่ น้ำตาของเราไหลออกเต็มแก้ม เพื่อนของเราต้องวิ่งขึ้นไปบนเวที เอาแว่นตาดำขึ้นไปใส่ให้เรา
เรามองจากบนเวที กวาดสายตาไปรอบ ๆ เห็นไก่กับแฟนหนุ่มชั้น ม.5 กำลังนั่งชิดกันอยู่ อารมณ์เพลงของเรายิ่งเพิ่มทวีคูณ สะกดครูอาจารย์และเพื่อน ๆ ให้นั่งอึ้งสักพักใหญ่ ก่อนที่จะปรบมือให้เราดังสนั่นห้องประชุมในวันนั้น
เราเดินเข้าไปหลังเวทีหยิบกระดาษทิชชูเช็ดน้ำตา และเตรียมตัวเตรียมใจ เพื่อจะเดินออกไปพบเพื่อน ๆ ที่อยู่ข้างล่าง ดอกกุหลาบสีแดงยื่นมาให้เรา เจ้าของดอกกุหลาบดอกนั้นก็คือไก่นั่นเอง หล่อนพูดว่า “ขอบใจสำหรับความรู้สึกดี ๆ ที่มีให้ตลอดเวลา ขอบใจนะเพื่อนรัก มันเป็นไปไม่ได้หรอก เราเป็นเพื่อนกัน และจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป” เราพูด “ขอบใจมากไก่ เราจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป” หล่อนจูงมือเราไปพบเพื่อน ๆ และเพื่อน ๆ ก็ปรบมือให้เรา แฟน ม.5 ของไก่ มาจับมือเรา “โอ้..พี่ร้องเพลงได้อารมณ์จริง ๆ ครับพี่” ขอบใจมากนะ เราพูด
หลังจาก จบ ม.6 ปี พ.ศ.2527 เราไม่เคยเห็นไก่อีกเลย จนกระทั่ง ปี 2533 เราเจอไก่ที่ตลาดกาญจนบุรี ต่างคนต่างตกใจไม่คิดว่าจะมาเจอกันได้ หล่อนถามว่ามาทำอะไรที่นี่ เราบอกว่า เรามาเป็นทหารที่ค่ายสุรสีห์ ลาดหญ้า “เราขอตัวก่อนนะ แฟนรอ” หล่อนบอก พร้อมเดินไปจูงมือแฟน เดินฝ่าผู้คน เรายืนมองตามเธอจนลับตา ทำให้คิดถึงภาพเก่า ๆ ที่ยังอยู่ในความทรงจำเราตลอดเวลา นี่หรือ...คือรักครั้งแรก มันลืมยากจริง ๆ
แต่....ผู้ชายที่เดินจูงมือเดินไปกับเธอนั้น ไม่ใช่แฟนที่เรียนอยู่ ม.5 สมัยนั้นนี่นา.....
จ.กาญจนบุรี ไปเรียนต่อที่ โรงเรียนคอนสวรรค์ จ.ชัยภูมิ และพักอยู่กับอาของเธอ นอกนั้นก็เป็นเพื่อนที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่อยู่ ม.1
ม.4 ถึง ม.6 ไก่กับเราจะสนิทสนมกันมาก พูดกันภาษาพ่อขุนตบหัว เตะก้นกันได้เสมอ จนกระทั่งไก่อยู่ ม.6 ไก่มีแฟนอยู่ชั้น ม.5 ไก่กับแฟนสนิทกันมากจนเกินกว่าแฟนธรรมดา ถึงขนาดที่จะเรียกว่าคู่รักกันได้เลยทีเดียว
ไก่เป็นคนมีเสน่ห์ ยิ้มหวาน หน้าตาสดใส ไม่มีสิวบนใบหน้าสักเม็ด เพื่อน ๆ ในห้องจะยุให้เรากับไก่เป็นแฟนกัน ตามที่เคยยุให้เพื่อน 2 คู่ในห้องรักกันและแต่งงานกันหลังจาก จบ ม.6 มาแล้ว ความเป็นเพื่อนระหว่างเรากับไก่เริ่มมีช่องว่างห่าง ออกไปมากขึ้น เพราะต่างคนต่างอายซึ่งกันและกัน และเราก็บอกว่าชอบไก่ก่อนการปิดเทอมกลางภาค
ช่วงปิดเทอมกลางภาค เราเขียนจดหมายมาหาไก่ บอกความรู้สึกที่มีต่อไก่ มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก หล่อนตอบจดหมายด้วยความโกรธ และตัดขาดจากความเป็นเพื่อนกับเราทันที พอเปิดเทอมหล่อนไม่พูดกับเราแม้แต่คำเดียว
วันหนึ่งช่วงพักเที่ยง หล่อนอยู่ในห้องเรียนคนเดียว เราเดินไปพูดกับเธอ “เราขอโทษนะไก่ เราคิดมากไปเอง ต่อไปเราจะกลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมจะได้หรือเป ล่า” หล่อนยิ้มและเข้ามากุมมือเรา “ไม่เป็นไรเพื่อน” หล่อนพูด หัวใจของเราสั่นระทึก อยากจะดึงเธอเข้าสู่อ้อมกอดเหมือนในหนังไทย แต่ก็ทำไม่ได้ ความรู้สึกตอนนั้น เราหลงรักไก่เต็มประตู
วันอำลาอาลัยที่หอประชุมโรงเรียนคอนสวรรค์ ในเย็นวันนั้น เราได้ถูกเรียกขึ้นไปร้องเพลงบนเวที เพลงที่เราร้องในวันนั้น คือ เพลงของสายัณห์ สัญญา ชื่อเพลงว่า “ไก่จ๋า” ซึ่งปิยะ ตระกูลราษฎร์ แต่งให้ สายัณห์ สัญญา ขับร้อง เราร้องเพลงนี้ใส่อารมณ์อย่างเต็มที่ น้ำตาของเราไหลออกเต็มแก้ม เพื่อนของเราต้องวิ่งขึ้นไปบนเวที เอาแว่นตาดำขึ้นไปใส่ให้เรา
เรามองจากบนเวที กวาดสายตาไปรอบ ๆ เห็นไก่กับแฟนหนุ่มชั้น ม.5 กำลังนั่งชิดกันอยู่ อารมณ์เพลงของเรายิ่งเพิ่มทวีคูณ สะกดครูอาจารย์และเพื่อน ๆ ให้นั่งอึ้งสักพักใหญ่ ก่อนที่จะปรบมือให้เราดังสนั่นห้องประชุมในวันนั้น
เราเดินเข้าไปหลังเวทีหยิบกระดาษทิชชูเช็ดน้ำตา และเตรียมตัวเตรียมใจ เพื่อจะเดินออกไปพบเพื่อน ๆ ที่อยู่ข้างล่าง ดอกกุหลาบสีแดงยื่นมาให้เรา เจ้าของดอกกุหลาบดอกนั้นก็คือไก่นั่นเอง หล่อนพูดว่า “ขอบใจสำหรับความรู้สึกดี ๆ ที่มีให้ตลอดเวลา ขอบใจนะเพื่อนรัก มันเป็นไปไม่ได้หรอก เราเป็นเพื่อนกัน และจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป” เราพูด “ขอบใจมากไก่ เราจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป” หล่อนจูงมือเราไปพบเพื่อน ๆ และเพื่อน ๆ ก็ปรบมือให้เรา แฟน ม.5 ของไก่ มาจับมือเรา “โอ้..พี่ร้องเพลงได้อารมณ์จริง ๆ ครับพี่” ขอบใจมากนะ เราพูด
หลังจาก จบ ม.6 ปี พ.ศ.2527 เราไม่เคยเห็นไก่อีกเลย จนกระทั่ง ปี 2533 เราเจอไก่ที่ตลาดกาญจนบุรี ต่างคนต่างตกใจไม่คิดว่าจะมาเจอกันได้ หล่อนถามว่ามาทำอะไรที่นี่ เราบอกว่า เรามาเป็นทหารที่ค่ายสุรสีห์ ลาดหญ้า “เราขอตัวก่อนนะ แฟนรอ” หล่อนบอก พร้อมเดินไปจูงมือแฟน เดินฝ่าผู้คน เรายืนมองตามเธอจนลับตา ทำให้คิดถึงภาพเก่า ๆ ที่ยังอยู่ในความทรงจำเราตลอดเวลา นี่หรือ...คือรักครั้งแรก มันลืมยากจริง ๆ
แต่....ผู้ชายที่เดินจูงมือเดินไปกับเธอนั้น ไม่ใช่แฟนที่เรียนอยู่ ม.5 สมัยนั้นนี่นา.....