PDA

ดูเวอร์ชั่นเต็ม : เมื่อปวดท้องรอบเดือน


tuaeng
05-02-2008, 04:15 PM
เมื่อเริ่มเข้าสู่วัยแตกเนื้อสาว สรีระร่างกายในทุกอณูของผู้หญิง ล้วนแต่ถูกกำหนดโดยฮอร์โมนเพศ ที่เห็นได้ชัดที่สุดคือเลือดประจำเดือน ซึ่งเลือดดังกล่าวเกิดจากการกระตุ้นของฮอร์โมนเพศจาก รังไข่ให้สร้างเยื่อบุมดลูกขึ้นภายในผนังมดลูก เพื่อเตรียมรับการฝังตัวของไข่ที่มีการปฎิสนธิกับสเป ิร์มกลายเป็นตัวอ่อน หรือรองรับการตั้งครรภ์ใดๆเกิดขึ้น เยื่อบุมดลูกที่ถูกสร้างเตรียมไว้ก็จะถูกขับให้หลุดล อกผ่านทางช่องคลอดออกมานอกร่างกาย โดยปกติกระบวนการดังกล่าวจะเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบและ เป็นประจำทุกๆ 28 วัน หรือหนึ่งรอบเดือนโดยประมาณ แต่ก็ยังมีผู้หญิงจำนวนไม่น้อยที่มีรอบเดือนมาไม่ปกต ิ หรือเวลาที่มีรอบเดือนมาแต่ละที สภาพร่างกายก็แทบจะรับไม่ได้ มิหนำซ้ำยังเกิดภาวะอารมณ์แปรปรวนซ้ำเติมขึ้นอีก

สุขภาพที่แข็งแรงจะเกิดการแปรปรวนน้อยกว่า
ผู้หญิงที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ และมีภูมิต้านทานโรคสูง ในระยะก่อนหรือช่วงมีรอบเดือนมา จะมีอาการปวดเกร็งมดลูกน้อยกว่าผู้หญิงสภาพร่างกายอ่ อนแอ ขาดสารอาหารหรือขาดการออกกำลังกาย ทั้งนี้ ราว 10 วัน ก่อนหน้าที่ประจำเดือนจะมาปริมาณแร่ธาตุต่างๆในร่างก ายโดยเฉพาะอย่างยิ่งแคลเซียมและสังกะสีในเลือดจะค่อย ๆลดน้อยลง แต่ในขณะเดียวกันแร่ธาตุทองแดงกลับเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการคัดเต้านม ช่องท้องพองตัว ปวดศรีษะ นอนไม่หลับ จิตใจไม่สงบ บางรายมีอาการกระสับกระส่าย ซึมเศร้า หรือในบางครั้งก็ตื่นเต้นอย่างไม่มีเหตุผล น้ำหนักตัวเพิ่ม ภูมิต้านทานต่ำ และง่ายต่อการแพ้และติดเชื้อ

ทางแก้และป้องกัน

เพื่อไม่ให้เกิดอาการต่างๆดังกล่าวในระยะก่อนมีประจำ เดือน จึงควรรับประทานอาหารที่ช่วยปรับให้ร่างกายเกิดความส มดุล นอกจากจะต้องหมั่นรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมและสัง กะสีเพิ่มขึ้นแล้วก็ควรเพิ่มการรับประทานวิตามินซี เหล็ก แมกนีเซียมและวิตามินบีรวม ด้วย

ลดอาการปวดเกร็งท้องด้วยวิตามินและแร่ธาตุ

สำหรับอาการปวดเกร็งท้องเหมือนใครมาบิดไส้เป็นพักๆนั ้นถือว่าเป็นอาการปกติที่ผู้หญิงกว่า 50% มักจะต้องเป็นกัน ซึ่งสาเหตุสำคัญของอาการปวดดังกล่าวเป็นผลมาจากพรอสต าแกลนดิน (Prostaglandin) ฮอร์โมนที่สร้างจากมดลูกสำแดงฤทธิ์เดชทำให้ผนังมดลูก มีการบีบตัวขณะที่มีประจำเดือน อย่างไรก็ดีอาการเช่นนั้นสามารถทำให้ลดลงได้ โดยต้องบำรุงร่างกายด้วยวิตามินบี 6 ไนอาซิน โพแทสเซียม และแมกนีเซียม โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิตามินบี 6 ซึ่งนอกจากจะช่วยลดอาการปวดเกร็งท้องแล้วยังช่วยให้อ าการบวมน้ำลดลงด้วย แล้วถ้าหากรับประทานวิตามินเอ วิตามินบีรวม และโฟเลตเพิ่มเติม ก็จะยิ่งช่วยบรรเทาภาวะอารมณ์กดดันในช่วงเวลานั้นได้ อีกด้วย

ส่วนผู้ที่ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ หรือมาบ้างไม่มาบ้างนั้นก็แก้ไขด้วยการรับประทานวิตา มินบีรวม วิตามินซี และธาตุเหล็กเพิ่มขึ้น แล้วที่สำคัญต้องหมั่นออกกำลังกาย ทำจิตใจให้สดชื่นแจ่มใส และพยายามหลีกเลี่ยงจากความเครียดต่างๆก็จะช่วยปรับใ ห้รอบเดือนมาตรงตามเวลามากขึ้น

นอกจากแร่ธาตุและสารอาหารต่างๆแล้ว เราสามารถลดอาการปวดท้องเนื่องจากประจำเดือนได้โดยวิ ธีการดังนี้

1. งดเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน และไม่รับประทานอาหารมากเกินไป
หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด และอาหารที่อาจทำให้ระบบทางเดินอาหารปั่นป่วน ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมให้อาการปวดท้องประจำเดือนยิ่งปวดห นักขึ้น
2. ออกกำลังกายเป็นประจำ
เพราะการขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวร่างกาย นอกจากจะทำให้สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์แล้ว ยังช่วยทำให้เลือดประจำเดือนไหลออกมาได้สะดวกขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นการออกกำลังกายเป็นประจำจะช่วยให้สมอง หลั่งสารแห่งความสุขหรือฮอร์โมนเอ็นดอร์ฟินเพิ่มขึ้น ซึ่งจะไปช่วยต้านความเจ็บปวดจากการบีบตัวของมดลูกได้ เป็นอย่าง

หากปวดท้องมากผิดปกติไม่ควรนิ่งนอนใจ
ประมาณ 5-10% ของผู้หญิงทั่วไป มีอาการปวดท้องมากเกินปกติในทุกๆครั้งที่มีประจำเดือ น ถึงขนาดที่ต้องรับประทานยาแก้ปวดในระหว่างที่มีรอบเด ือนทุกครั้ง ถ้าเช่นนี้อาจเป็นอาการที่เกิดขึ้นจากการมีประจำเดือ นโดยไม่มีการตกไข่ เรียกเป็นภาษาทางการแพทย์ว่า อันโอวูลาทอรี ไซเคิล (Unovulatory Cycle) ก็เป็นได้ ซึ่งไม่ถือเป็นกรณีที่ร้ายแรงเพราะยังสามารถบรรเทาเย ียวยาได้ด้วยยาแก้ปวดและต้องใส่ใจดูแลรักษาสุขภาพร่า งกายให้แข็งแรงสมบูรณ์ขึ้น

แต่สำหรับสาเหตุอื่นที่ทำให้เกิดอาการปวดท้องมากผิดป กตินอกเหนือจากกรณีดังกล่าวข้างต้น อาจเป็นกรณีที่เกิดจากโรคร้ายแรงบางอย่างซ่อนอยู่อย่ างเช่น โรคเชิงกรานอักเสบ หรือ เอนโดเมทริโอซิส (Endometriosis) ซึ่งเกิดจากการมีเยื่อบุของมดลูกไปก่อตัวขึ้นอยู่ในบ ริเวณอื่น และถ้าหากมีปัญหาเกี่ยวกับการทำงานของต่อไทรอยด์ผิดป กติเข้ามาสมทบด้วย นอกจากจะส่งผลให้เกิดอาการปวดท้องมากแล้ว ก็จะทำให้เกิดมีเลือดประจำเดือนมามากผิดปกติร่วมด้วย ฉะนั้นเพื่อความไม่ประมาทจึงควรรีบปรึกษาแพทย์โดยด่ว น

มีเลือดออกกะปริดกะปรอยแบบไม่มีช่วงเวลาแน่นอน

การมีเลือดออกกะปริดกะปรอย สำหรับผู้หญิงบางคน บางครั้งอาจเป็นเรื่องปกติซึ่งมักจะมีเลือดออกมาทุกค รั้งประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนมีรอบเดือนแบบจริงจัง โดยสาเหตุที่ทำให้เป็นเช่นนั้นอาจเกิดจากการที่มีฮอร ์โมนโปรเจสเตอโรนต่ำเกินไป แต่ถ้าหากการมีเลือดออกกะปริดกะปรอยดังกล่าวเกิดขึ้น แบบไม่มีช่วงเวลาแน่นอนในแต่ละเดือนเช่นนี้อาจไม่ได้ เกี่ยวข้องกับอิทธิพลของฮอร์โมนแต่อาจมีสาเหตุมาจากเ นื้องอก ผังพืด หรือถึงขั้นมะเร็งของมดลูกก็เป็นได้

อาการเจ็บคัดเต้านมก่อนและขณะมีประจำเดือน

ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนซึ่งเพิ่มสูงขึ้นในกระแสเลือด ก่อนที่รอบเดือนจะมามักส่งผลให้เกิดอาการเจ็บคัดเต้า นมได้ และโดยปกติอาการดังกล่าวจะหายไปเมื่อประจำเดือนมา หรือเมื่อหมดไป ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าหากคุณรู้สึกหงุดหงิดกับอาการเช่นนี้ ทางที่ดีก็ควรงดเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีนอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะ 1 สัปดาห์ก่อนจะมีรอบเดือน ไม่ว่าจะเป็น ชา กาแฟ น้ำอัดลมที่ผสมกาเฟอีนและช็อคโกแลต นอกจากนี้การรับประทานวิตามินอี ก็อาจจะช่วยลดอาการดังกล่าวได้ เพราะวิตามินชนิดนี้มีฤทธิ์ที่ช่วยต่อต้านเอสโตรเจน

อย่างไรก็ตามหากาอาการเจ็บคัดเต้านม ไม่ได้มีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเอ สโตรเจน หากแต่เกิดจากสาเหตุอื่น เช่นเป็นซีสต์ เนื้องอกเนื้อร้าย หรือเกิดจากการอักเสบของกระดูกซี่โครง เช่นนี้ควรรับปรึกษาแพทย์ทันที

เรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
สดใสได้แม้เป็นประจำเดือน
สารพันปัญหาเรื่องประจำเดือน
เลือดจะไปลมจะมากับวันนั้นของเดือน
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับประจำเดือน
ประจำเดือนแบบไหนที่น่าตกใจ