ต้นข้าว
05-08-2008, 04:33 PM
http://wiki.d-addicts.com/static/images/4/4e/Rose.jpg
กระทรวงการพัฒนาสังคมฯเร่งกำหนดคำนิยาม "สามีและภรรยานอกใจ-มีชู้-มีกิ๊ก" ลักษณะใดเข้าข่ายทำร้ายจิตใจตามพ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูก กระทำความรุนแรงในครอบครัวบ้างหลังกฎหมายมีผลบังคับใ ช้เมื่อเดือนพ.ย.ปีที่แล้วระบุการกระทำผิดลักษณะดังก ล่าวมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนปรับไม่เกิน 6 พันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับด้านเอ็นจีโอจี้พม.เผยแพร่ก ฎหมายดังกล่าวแจกคู่มือคนทำงาน-ประชาชน
เมื่อวันที่ 29 เม.ย. นางจิตราภาสุนทรพิพิธรองผอ.สำนักงานกิจการสตรีและสถา บันครอบครัวกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุ ษย์ (พม.) เปิดเผยว่าพ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงใ นครอบครัวพ.ศ.2550 ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมาระบุว่าความรุนแรงในครอบครัวหมายถึงการ กระทำใดๆโดยมุ่งประสงค์ให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายจิตใ จหรือสุขภาพหรือกระทำโดยเจตนาในลักษณะที่น่าจะก่อให้ เกิดอันตรายแก่ร่างกายจิตใจหรือสุขภาพของบุคคลในครอบ ครัวหรือบังคับหรือใช้อำนาจครอบงำผิดทำนองคลองธรรมให ้บุคคลในครอบครัวต้องกระทำการไม่กระทำการหรือยอมรับก ารกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดโดยมิชอบ
"ดังนั้นกรณีที่ผู้หญิงและผู้ชายถูกสามีหรือภรรยาตัวเ องนอกใจโดยไม่เต็มใจย่อมถือเป็นการทำร้ายจิตใจด้วยสา มารถใช้สิทธิ์ฟ้องดำเนินคดีตามกฎหมายนี้ได้โดยโทษสูง สุดคือจำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 6 พันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับโดยสำนักงานกิจการสตรีฯจะเร ่งหารือกับผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเพื่อกำหนดนิยามของ ความรุนแรงด้านจิตใจให้ชัดเจนว่าต้องมีระดับความรุนแ รงอย่างไรหรือส่งผลกระทบกับผู้ถูกกระทำมากน้อยเพียงใ ดจึงจะเข้าข่ายตามกฎหมายนี้" รองผอ.สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวกล่าว
ด้านน.ส.สุเพ็ญศรีพึ่งโคกสูงหัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธ ิสตรีมูลนิธิเพื่อนหญิงเปิดเผยว่าระหว่างปี 2548-2550 พบว่ามีผู้หญิงปรึกษาปัญหาความรุนแรงในครอบครัว 3,496 กรณีส่วนใหญ่ประสบปัญหามากกว่า 1 กรณีและมักเก็บเงียบบางรายกลายเป็นผู้ต้องหาพยายามฆ่ าหรือฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาในที่สุดโดยแอลกอฮอล์เป็นตัว กระตุ้นให้เกิดความรุนแรงในครอบครัวมากที่สุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมามูลนิธิเพื่อนหญิงและมูลนิธิหญิงไทยได ้จัดเสวนาเรื่อง "ไม่ทุกข์ซ้ำฟื้นเร็วด้วยกระบวนการที่เป็นมิตร" โดยเชิญผู้แทนกลไกสหวิชาชีพด้านกระบวนการยุติธรรมสัง คมสงเคราะห์และสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการใช้พ.ร.บ.คุ ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวพ.ศ.2550 โดยทุกฝ่ายยอมรับว่ายังมีความสับสนไม่ชัดเจนในการใช้ กฎหมายโดยเฉพาะกรณีที่เป็นการทำร้ายจิตใจลักษณะใดจึง จะเป็นความผิดตามกฎหมายนี้จึงเรียกร้องให้กระทรวงพม. เร่งกำหนดกรอบให้ชัดเจนและจัดทำคู่มือการใช้กฎหมายแจ กจ่ายให้กับผู้มีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมายเช่นพนักงาน สอบสวนจิตแพทย์นักสังคมสงเคราะห์ผู้พิพากษาและประชาช น
โดยข่าวสดวันพุธที่ 30 เมษายนพ.ศ. 2551
กระทรวงการพัฒนาสังคมฯเร่งกำหนดคำนิยาม "สามีและภรรยานอกใจ-มีชู้-มีกิ๊ก" ลักษณะใดเข้าข่ายทำร้ายจิตใจตามพ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูก กระทำความรุนแรงในครอบครัวบ้างหลังกฎหมายมีผลบังคับใ ช้เมื่อเดือนพ.ย.ปีที่แล้วระบุการกระทำผิดลักษณะดังก ล่าวมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนปรับไม่เกิน 6 พันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับด้านเอ็นจีโอจี้พม.เผยแพร่ก ฎหมายดังกล่าวแจกคู่มือคนทำงาน-ประชาชน
เมื่อวันที่ 29 เม.ย. นางจิตราภาสุนทรพิพิธรองผอ.สำนักงานกิจการสตรีและสถา บันครอบครัวกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุ ษย์ (พม.) เปิดเผยว่าพ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงใ นครอบครัวพ.ศ.2550 ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมาระบุว่าความรุนแรงในครอบครัวหมายถึงการ กระทำใดๆโดยมุ่งประสงค์ให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายจิตใ จหรือสุขภาพหรือกระทำโดยเจตนาในลักษณะที่น่าจะก่อให้ เกิดอันตรายแก่ร่างกายจิตใจหรือสุขภาพของบุคคลในครอบ ครัวหรือบังคับหรือใช้อำนาจครอบงำผิดทำนองคลองธรรมให ้บุคคลในครอบครัวต้องกระทำการไม่กระทำการหรือยอมรับก ารกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดโดยมิชอบ
"ดังนั้นกรณีที่ผู้หญิงและผู้ชายถูกสามีหรือภรรยาตัวเ องนอกใจโดยไม่เต็มใจย่อมถือเป็นการทำร้ายจิตใจด้วยสา มารถใช้สิทธิ์ฟ้องดำเนินคดีตามกฎหมายนี้ได้โดยโทษสูง สุดคือจำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 6 พันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับโดยสำนักงานกิจการสตรีฯจะเร ่งหารือกับผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเพื่อกำหนดนิยามของ ความรุนแรงด้านจิตใจให้ชัดเจนว่าต้องมีระดับความรุนแ รงอย่างไรหรือส่งผลกระทบกับผู้ถูกกระทำมากน้อยเพียงใ ดจึงจะเข้าข่ายตามกฎหมายนี้" รองผอ.สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวกล่าว
ด้านน.ส.สุเพ็ญศรีพึ่งโคกสูงหัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธ ิสตรีมูลนิธิเพื่อนหญิงเปิดเผยว่าระหว่างปี 2548-2550 พบว่ามีผู้หญิงปรึกษาปัญหาความรุนแรงในครอบครัว 3,496 กรณีส่วนใหญ่ประสบปัญหามากกว่า 1 กรณีและมักเก็บเงียบบางรายกลายเป็นผู้ต้องหาพยายามฆ่ าหรือฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาในที่สุดโดยแอลกอฮอล์เป็นตัว กระตุ้นให้เกิดความรุนแรงในครอบครัวมากที่สุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมามูลนิธิเพื่อนหญิงและมูลนิธิหญิงไทยได ้จัดเสวนาเรื่อง "ไม่ทุกข์ซ้ำฟื้นเร็วด้วยกระบวนการที่เป็นมิตร" โดยเชิญผู้แทนกลไกสหวิชาชีพด้านกระบวนการยุติธรรมสัง คมสงเคราะห์และสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการใช้พ.ร.บ.คุ ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวพ.ศ.2550 โดยทุกฝ่ายยอมรับว่ายังมีความสับสนไม่ชัดเจนในการใช้ กฎหมายโดยเฉพาะกรณีที่เป็นการทำร้ายจิตใจลักษณะใดจึง จะเป็นความผิดตามกฎหมายนี้จึงเรียกร้องให้กระทรวงพม. เร่งกำหนดกรอบให้ชัดเจนและจัดทำคู่มือการใช้กฎหมายแจ กจ่ายให้กับผู้มีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมายเช่นพนักงาน สอบสวนจิตแพทย์นักสังคมสงเคราะห์ผู้พิพากษาและประชาช น
โดยข่าวสดวันพุธที่ 30 เมษายนพ.ศ. 2551