PDA

ดูเวอร์ชั่นเต็ม : คุยมือถือ 10 นาที มีโอกาสสมองผิดปกติ


nu_meaw
05-19-2008, 05:08 AM
นักวิทยาศาสตร์อิสราเอลชี้ การคุยโทรศัพท์มือถือต่อเนื่องนานเพียง 10 นาทีก็เพียงพอต่อการก่อตัวของเซลล์เนื้องอกในสมอง ย้ำว่าคลื่นความถื่ในโทรศัพท์มือถือล้วนมีผลรบกวนกระ บวนการแบ่งเซลล์สมองไม่ว่าจะเป็นคลื่นความถี่สูงหรือ ต่ำ โดยกระบวนการแบ่งเซลล์สมองที่ผิดปกตินี้เองที่จะนำไป สู่การเกิดก้อนเนื้อร้ายในอนาคต

ผลการศึกษาชิ้นนี้เป็นของกลุ่มนักวิจัยในสถาบันวิทยา ศาสตร์ไวส์แมนน์ (Weizmann Institute of Science) ของอิสราเอล โดยแม้ทีมวิจัยจะไม่ได้แถลงว่าคลื่นสัญญาณโทรศัพท์เค ลื่อนที่มีอันตรายอย่างชัดเจน แต่การศึกษาพบว่ามีโอกาสเป็นไปได้ สวนทางกับผลวิจัยของหลายสถาบันที่ยืนยันว่าการใช้งาน โทรศัพท์มือถือไม่มีผลเกี่ยวข้องกับสาเหตุการเกิดก้อ นเนื้องอกหรือมะเร็งในสมองแต่อย่างใด

สถาบันเหล่านี้ระบุว่าโทรศัพท์มือถือเป็นอุปกรณ์ที่ไ ม่มีความเสี่ยง เนื่องจากปริมาณคลื่นความถี่ที่โทรศัพท์มือถือส่งออก มานั้นอยู่ในระดับต่ำมาก ซึ่งไม่เข้มข้นพอจะทำให้เกิดการผิดปกติในสมอง แต่การศึกษาของทีมนักวิทยาศาสตร์ชาวอิสราเอลพบว่าคลื ่นความถี่เพียงน้อยนิดก็สามารถเกิดความเสี่ยงได้ โดยทำการทดลองนำเซลล์สมองของมนุษย์และหนูมาวิจัยร่วม กับคลื่นรังสีระดับ 875 เมกะเฮิร์ตซ์ ซึ่งเป็นความถี่ย่านเดียวกับที่ใช้ในโทรศัพท์มือถือห ลายๆรุ่น

จากการทดลองใช้คลื่นความถี่ระดับอ่อนกว่าคลื่นความถี ่ในโทรศัพท์มือถือรุ่นทั่วไป คลื่นเหล่านี้เริ่มมีปฏิกิริยาเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็น สัญญาณเคมีในเซลล์สมองโดยใช้เวลาเพียง 10 นาทีเท่านั้น ทีมวิจัยระบุว่าสัญญาณเคมีที่ตรวจจับได้ส่งผลโดยตรงต ่อการแบ่งตัวของเซลล์สมอง

ผลการศึกษาเรื่องนี้โดยละเอียดถูกตีพิมพ์เป็นรายงานใ นนิตยสารเคมีชีวภาพ Biochemical Journal โดยระบุว่าความร้อนไม่มีผลต่อปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น และย้ำว่าการค้นพบครั้งนี้คือการประกาศความเสี่ยงต่อ สุขภาพมนุษย์จากการใช้โทรศัพท์มือถือที่แตกต่างจากกา รวิจัยอื่นๆในอดีต

"การทดลองนี้ทำให้เห็นปฏิกิริยาของสมองที่เกิดขึ้นกับ คลื่นความถี่โดยไม่มีการนำประเด็นความร้อนเข้ามาเกี่ ยวข้อง" ดร.รอนนี่ ซีเกอร์ (Rony Seger) หนึ่งในสองผู้เขียนรายงานการวิจัยครั้งนี้ให้สัมภาษณ ์

ไม่เป็นเอกฉันท์

ผลการวิจัยล่าสุดนี้กลับสวนทางกับความเห็นของนักวิทย าศาสตร์รายอื่นแม้แต่ในอิสราเอลเอง เช่น ดร.ไซมอน อาเธอร์ (Simon Arthur) ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพของมหาวิทยาลัย Dundee University ระบุว่าผลการศึกษาที่เกิดขึ้นนั้นแตกต่างจากมูลเหตุก ารเกิดโรคมะเร็งโดยสิ้นเชิง เช่นเดียวกับดร.ดาเรียส เลสซินสกี้ (Dariusz Leszczynski) จากสำนักงานดูแลความปลอดภัยด้านนิวเคลียร์และคลื่นคว ามถี่ในเฮลซิงกิ ที่มองว่าตราบใดที่คลื่นความถี่โทรศัพท์มือถือไม่ก่อ ให้เกิดผลข้างเคียงด้านชีววิทยา เมื่อนั้นคลื่นความถี่โทรศัพท์มือถือก็จะไม่มีทางเป็ นอันตรายต่อมนุษย์

"เมื่อไรก็ตามที่มีใครสามารถแสดงผลข้างเคียงด้านชีววิ ทยา เมื่อนั้นถึงจะเป็นเรื่องที่แตกต่างอย่างแท้จริง"

สำนักข่าวเดลีเมลของอังกฤษรายงานว่า รายงานการศึกษาความปลอดภัยจากการใช้โทรศัพท์มือถือหล ากหลายชิ้นจะถูกตีพิมพ์เผยแพร่โดยสำนักอนามัยหรือ Health Protection Agency ของอังกฤษในเดือนกันยายน โดยเป็นรายงานต่อเนื่องจากรายงานที่ตีพิมพ์ตั้งแต่ปี 2004 เพื่อให้ประชาชนวางใจการใช้โทรศัพท์มือถืออย่างเต็มท ี่ ซึ่งการตีพิมพ์ในครั้งนั้นมีการแนะนำให้ระวังการใช้ง านในเด็กเป็นพิเศษ