PDA

ดูเวอร์ชั่นเต็ม : วิธีลดความเสี่ยงต่อมะเร็ง


pui.lab
06-16-2008, 08:20 AM
มีวิธีลดความเสี่ยงการเป็นมะเร็งแต่ละชนิดมาฝากกัน.. .

http://img381.imageshack.us/img381/6556/042960027e8910kt3.jpg



มะเร็งรังไข่
สามารถลดความเสี่ยงลงได้ 25% หากไม่ใช้แป้งมี่มีผสมของ TALC หรือ TALCUM มาทาบริเวณจุดซ่อนเร้น เพราะ TALC นี้ อาจจะไปสะสม จนทำให้เกิดเป็นมะเร็งรังไข่ได้

มะเร็งเต้านม
สามารถลดความเสี่ยงลงได้ 20% เมื่อออกกำลังกายวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 4-5 วัน และไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เกินวันละ 2 แก้ว และการมีลูกก็จะช่วยลดความเสี่ยงลงไปได้อีก 7%

มะเร็งผิวหนัง
สามารถลดความเสี่ยงลงได้เกือบเต็ม 100% หากใช้ครีมกันแดดทาผิวเพื่อป้องกันทุกวัน ปกติแล้วครีมกันแดดที่มีอัตราป้องกัน SPF 15 ก็เพียงพอ แต่ในยามหน้าร้อน แดดจ้าควรเพิ่มเป็น SPF 30 แล้วอย่าลืมทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง เพื่อการปกป้องอย่างต่อเนื่อง

มะเร็งศีรษะ, ลำคอ และระบบย่อยส่วนบน
สามารถลดความเสี่ยงลงได้ 50% หากกินส้มเป็นประจำทุกวัน วันละหนึ่งหรือสองผล เพราะส้มมีวิตามินซี และมีสารต้านอนุมูลอิสระ

มะเร็งปากมดลูก
สามารถลดความเสี่ยงลงได้ 90% หากมีการตรวจภายใน ด้วยวิธีการ PAP SMEAR ผู้หญิงที่มีอายุระหว่าง 18-70 ปี ควรจะตรวจภายใน โดยสูตินรีแพทย์เป็นประจำ ปีละหนึ่งครั้ง

มะเร็งลำไส้
สามารถลดความเสี่ยงลงได้ 50% หากรับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำและไม่เป็นโรคอ้วน รวมถึงไม่ดื่มเครื่องดื่มมึนเมาด้วย และยังสามารถลดความเสี่ยงลงได้อีก 30% หากรับประทานอาหารที่มีเส้นใยสูงและผักใบเขียวทุกวัน

มะเร็งปอด
สามารถลดความเสี่ยงลงได้ 90% หากไม่สูบบุหรี่ และไม่อยู่ใกล้ชิดกับคนที่สูบบุหรี่

มะเร็งต่อมลูกหมาก
สามารถลดความเสี่ยงลงได้ 70% หากดื่มชาวันละ 3 แก้วขึ้นไป เพราะการศึกษาในประเทศจีนพบว่า ผู้ชายที่ดื่มชาอย่างต่อเนื่องกว่า 40 ปี จะลดความเสี่ยงต่อมะเร็งต่อมลูกหมากลงได้ถึง 85%

สารต้านอนุมูลอิสระช่วยป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก

จากผลการศึกษาในงานวิจัยขนาดใหญ่อันหนึ่งที่ตีพิมพ์ใ นวารสาร Journal of the National Cancer Institute พบว่าการรับประทานสารอาหารที่มีผลช่วยต้านอนุมูลอิสร ะในปริมาณสูง เช่น วิตามินอี เบต้าแคโรทีน และวิตามินซี ซึ่งในคนที่สูบบุหรี่หากรับประทานวิตามินอีในปริมาณส ูง จะสามารถช่วยให้ความเสี่ยงของโรคมะเร็งต่อมลูกหมากระ ยะลุกลามให้ลดน้อยลงได้ ทั้งนี้หากเหล่าคุณผู้ชายมีโอกาสน้อยที่จะได้รับเบต้ าแคโรทีนจากอาหาร ผลการศึกษายังแนะนำให้รับประทานจากอาหารเสริมซึ่งก็จ ะได้ประโยชน์เช่นกัน

ผลการศึกษาก่อนหน้านี้ยังเป็นที่ถกเถียงกันมาก เกี่ยวกับสารต้านอนุมูลอิสระกับการช่วยป้องกันมะเร็ง ต่อมลูกหมาก จึงเป็นที่มาของการศึกษาขนาดใหญ่ในครั้งนี้ที่ศึกษาโ ดยคุณหมอ Richard B. Hayes และทีมจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติในเมือง Bethesda มลรัฐแมรี่แลนด์ได้ทำการศึกษาในกลุ่มตัวอย่างเกือบ 30,000 คนที่ผ่านการตรวจหาโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก

จากการเฝ้าติดตามผลอาสาสมัครแต่ละคนเฉลี่ยนาน 4.2 ปีอาสาสมัครจำนวนนี้เกิดโรคมะเร็งขึ้นในระหว่างที่ศึ กษาวิจัยจำนวน 1,338 คน ซึ่ง 520 คนอยู่ในขั้นลุกลาม

จากการวิเคราะห์ทั้งหมดพบว่า ไม่พบความสัมพันธ์ของการรับประทานสารต้านอนุมูลอิสระ ทั้ง วิตามินอี วิตามินซี และ เบต้าแคโรทีนกับอัตราการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก หรือการรับประทานสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณสูงไม่ช่ วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก

อย่างไรก็ตามก็ยังพบว่าในรายที่รับประทานเบต้าแคโรที นอย่างน้อย 2000 ไมโครกรัมน่าจะมีส่วนในการช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเ ร็งต่อมลูกหมากลงได้

ในคนที่เคยสูบบุหรี่และเลิกสูบบุหรี่ในช่วง 10 ปีนี้พบว่าการรับประทานวิตามินอีนั้นมีส่วนช่วยลดควา มเสี่ยงของโรคมะเร็งต่อมลูกหมากแบบลุกลามได้ แต่มันก็ไปเพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งชนิดอื่นๆ

โดยสรุปการรับประทานสารต้านอนุมูลอิสระทั้ง วิตามินอี วิตามินซี และเบต้าแคโรทีน ไม่พบว่ามีส่วนช่วยลดมะเร็งต่อมลูกหมาก แต่หากรับประทานเบต้าแคโรทีนอย่างน้อย 2000 ไมโครกรัม จะพบว่ามีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งต่อมลูกหม ากลงได้ ส่วนในคนที่สูบบุหรี่ที่รับประทานวิตามินอี จะทำให้ช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งต่อมลูกหมากแบบล ุกลามได้ แต่มันก็ไปเพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งชนิดอื่นๆ ดังนั้นการที่จะช่วยคนสูบบุหรี่ที่ดีที่สุดคือการพยา ยามให้คนเราเริ่มสูบให้ช้าที่สุดและเลิกให้เร็วที่สุ ดนั่นเอง


ที่มาของข่าวและภาพประกอบ http://www.healthdd.com

คนเบิ่งกัน
06-17-2008, 05:41 PM
มะเร็งรังไข่
สามารถลดความเสี่ยงลงได้ 25% หากไม่ใช้แป้งมี่มีผสมของ Talc หรือ Talcum มาทาบริเวณจุดซ่อนเร้น เพราะ Talc นี้ อาจจะไปสะสม จนทำให้เกิดเป็นมะเร็งรังไข่ได้
พูได๋สิเอาแป้งไปทาบ่อนหั่นน้อ