บ่าวสายฟ้า
09-09-2006, 04:30 AM
"เพลงกล่อมลูก" บทลำนำข้างเปลที่กลั่นจากหัวใจแม่
http://www.uploadsave.com/photo/img/6857c10e9a587635487999e43cdcac7a/life_09_copy.jpg (http://www.uploadsave.com)
...นอนสาหล่า หลับตาแม่สิกล่อม เจ้าบ่นอนบ่ให้กินกล้วย แม่ไปห่วยไปส่อนปลาซิว เก็บผักติ้วมาใส่แกงเห็ด ไปใส่เบ็ดได้ปลาค้อใหญ่ อย่าฮ้องไห้แมวโพลงสิจกตา...
บทกล่อมลูกเพลงนี้ถ้าล่องลอยไปเข้าหูลูกอีสานทั้งหลา ย น้ำตาอาจรื้นกันได้ง่ายๆ คนไกลบ้านห่างแม่ฟังเพลงแล้วก็เห็นภาพออกอาการซาบซึ้ งคิดถึงแม่ขึ้นมาแทบขาดใจได้เลยทีเดียว ด้วยรูปรสกลิ่นเสียงทุกประสาทสัมผัสที่สื่อออกมาจากแ ม่นั้น คือสิ่งบำรุงจิตใจของลูก และไม่น่าเชื่อว่าจนลูกเติบใหญ่ไปแล้ว สิ่งเหล่านี้ก็ยังเด่นชัดอยู่ในความทรงจำ หากแต่จะด้วยกาลเวลาหรืออาจเพราะความเร่งรีบของ ชีวิต บทลำนำกล่อมลูกน้อยจึงถูกพรากหายไปจากวิถีชีวิตคุณแม ่ยุคสมัยใหม่ ด้วยเหตุนี้ สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยมหิดล จึงจัดงานประกวดขับร้องเพลงกล่อมลูก 4 ภาค ด้วยตระหนักถึงความสำคัญของเพลงกล่อมลูกซึ่งเป็นวัฒน ธรรมพื้นบ้านที่มีคุณค่าสมควรได้รับการอนุรักษ์ ฟื้นฟู โดยเริ่มจัดการประกวดเมื่อปี 2531 และได้จัดการประกวดมาอย่างต่อเนื่อง ในงาน "มหิดล-วันแม่" เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา
ในปีนี้มีผู้ส่งเข้าประกวดประเภทประชาชน รวม 32 คน ประเภทนักเรียน นักศึกษา 64 คน โดยมีผู้ผ่านการคัดเลือกเพื่อเข้าชิงชนะเลิศ 4 ภาค รวม 40 คน โดยผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศจะได้เข้ารับประทานรางวัลจ าก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ในงาน "มหิดล-วันแม่" วันที่ 11 สิงหาคมนี้ ที่สำนักงานอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา จ.นครปฐม ท่วงทำนอนเห่กล่อมเนิบช้า ฟังแล้วรู้สึกเย็นสบาย ช่วยทำให้เด็กนอนหลับอย่างเป็นสุข ผู้คว้ารางวัลชนะเลิศประเภทประชาชนทั่วไป (ภาคใต้) ณัฐพร ทองเพิ่ม วัย 57 ปี คุณแม่อาชีพรับราชการครูจาก จ.พัทลุง และตอนนี้ก็ได้เป็นคุณยายไปอีกตำแหน่ง ไม่น่าเชื่อเลยว่าสำเนียงภาษาใต้ที่แข็งเข้มจะเอื้อน บทเพลงเห่กล่อมลูกได้ไพเราะนุ่มนวลจับใจเช่นนี้ "แม่ครูณัฐพร" บอกเล่าถึงบทเพลงร้องประกวดว่า ชื่อเพลง 'ไปคอน' ซึ่งก็คือ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อนมัสการพระบรมสารีริกธาตุที่วัดมหาธาตุ จ.นครศรีธรรมราช คนในภาคใต้ถือว่าวัดแห่งนี้คือที่สุดแห่งความงามและก ารสักการบูชา
"สมัยก่อนถนนหนทางรถราก็ไม่สะดวกสบายเหมือนสมัยน ี้ คนไม่ย่อท้อ 'คนเมืองลุง' หรือ จ.พัทลุง เกิดมาครั้งหนึ่งก็อยากไปไหว้พระธาตุ เพราะได้บุญเยอะ เป็นเพลงเก่าที่เราไปสืบค้นมาจากคนแก่ๆ ให้ท่านร้องให้ฟัง"
เหตุเพราะเพลงกล่อมลูกนั้นไม่มีหลักฐานปรากฏ ว่าเริ่มร้องกันเมื่อไร จัดเป็นวรรณกรรมมุขปาฐะ หรือเรื่องราวที่สืบทอดด้วยปาก บอกเล่าต่อกันมาหลายชั่วอายุคน และไม่มีผู้ใดบันทึกเอาไว้เป็นลายลักษณ์อักษร อ.ณัฐพร อธิบายว่า ร้องแล้วก็ให้นึกถึงความงามของวัดเก่าแก่แห่งนี้ที่ม ีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ภาพเจดีย์ โบสถ์ ที่มีเสาต้นใหญ่โต หลังคามุงกระเบื้อง เป็นบทบันทึกยุคสมัยก็บอกเล่าจากปากแม่ไปสู่ลูก ที่กำลังหลับพริ้มอยู่ในเปลนอน คือความสวยงามและเพลิดเพลินโดยแท้จริง
"...อ้า เห้อ เหอ ไปคอน ไปแลพระนอนและพระนั่ง พระพิงเ***ั้งหลังคามุงเบื้อง เข้าไปในห้องไปแลพระทองเขาทรงเครื่อง หลังคามุงเบื้อง ทรงเครื่องดอกไม้..."
ท่วงทำนองใต้ไพเราะลึกซึ้งถ่ายทอดจากปากแม่ครูอีกครั ้ง เพลงกล่อมลูกยังเป็นเครื่องมือที่แม่บอกสอนลูกได้อีก ด้วย "ลูกในเปลยังเล็ก ไม่รู้เรื่องแต่พี่สาวที่เล่นอยู่ใกล้ๆ เปลน้องได้ยินเสียงกล่อม ก็จะเป็นการบอก สอนลูกได้หมดทุกคน เป็นกลวิธีการเลี้ยงแบบเก่าที่อบอุ่น สิ่งเหล่านี้แม่อย่าบอกนะว่า ไม่มีเวลา เพลงหนึ่งไม่เกิน 1-2 นาที เดี๋ยวลูกก็หลับ แล้วแม่ร้องๆ ไป แม่ก็คลายเหงา เนื้อเพลงยังสอนใจให้ข้อคิดกับคนร้องได้อีกด้วย นะ" อ.ณัฐพร กล่าวทิ้งท้าย
ถ้าเนื้อหาบทกล่อมภาคใต้บอกเล่าถึงความอุดมสมบูรณ์ขอ งธรรมชาติ แม่จากแดนอีสานก็จะบอกต่างกันว่า แม่ต้องไปหากล้วยมาสู่ลูกกิน ไปเสาะหาปลาหาผักตามห้วยหนองมาให้ลูกอิ่มท้อง ท่วงทำนองภาษาพื้นบ้านแท้ๆ ฟังเพลงกลอมลูกภาคใต้แล้วก็มาฟังเพลงกล่อมของภาคอีสา น ใจก็โหยให้คิดถึงอกอุ่นๆ ของแม่ได้ไม่แพ้กัน
คุณแม่บุญจันทร์ ยอดอ่อน ผู้คว้ารางวัลชนะเลิศประเภทประชาชนทั่วไป (ภาคอีสาน) บอกว่าเพลงกล่อมลูกภาคอีสานเรียกว่า "เพลงนอนสาหล่า" เนื้อเพลงนั้นบอกว่าลูกนอนเถอะนะ แม่จะได้ไปทำไร่ดำนา ลูกทั้งสามคนได้ฟังเพลงกล่อมลูกทุกคน จนตอนนี้เติบโตให้แม่บุญจันทร์ได้สะใภ้ได้เขยกันทั้ง สามคนแล้ว
"ลูกชายคนโตไม่สบายเป็นไทรอยด์มาตั้งแต่น้อยๆ สองวันสามวันแม่ก็ต้องพาลูกไปหาหมอแล้ว เลี้ยงยาก ทั้งทุกข์ใจเวลาเห็นเขาเจ็บป่วย แม่ก็ร้องเพลงกล่อมนี่แหละช่วยลูกให้นอนหลับง่า ยขึ้น ตอนนี้ได้เป็นยายใช้เพลงกล่อมหลานแล้วก็ถือว่าเป็นกา รอนุรักษ์ไปรุ่นต่อรุ่น" แม่บุญจันทร์ ว่า
แม้ว่าเพลงกล่อมเด็กของไทยที่มีแพร่หลายทุกภาคจะเรีย กแตกต่างกันไป ภาคเหนือเรียกว่า "เพลงอื่อลูก" และภาคใต้เรียกว่า "เพลงชาน้องหรือช้าน้อง" ส่วนภาคกลางเรียกว่า "เพลงกล่อมลูก" แต่ละภาคก็มีเนื้อหาท่วงทำนองที่แตกต่างกันไป แต่มีสิ่งหนึ่งที่คล้ายคลึงกัน นั่นก็คือจังหวะที่ช้าเนิบ เพื่อให้ลูกเคลิ้มหลับไป เป็นจังหวะและอารมณ์ของผู้เป็นแม่ที่มุ่งหวังจะให้ลู กของตัวรู้สึกอบอุ่น เพราะเด็กแรกเกิดนั้นมีสัญชาตญานของการระแวงภัย และรู้สึกว่าตัวเองต้องอยู่คนเดียว การที่แม่ร้องเพลงกล่อมทุกคืน ก็เพื่อให้เด็กเกิดความรู้สึกมั่นใจว่าอย่างไรเ สีย เขายังมีแม่อยู่เคียงข้างตลอดเวลาที่เขาหลับ ทุกวันนี้คุณแม่หลายคนเลือกใช้สื่ออื่นๆ กล่อมลูกน้อยให้นอนหลับ ไม่ว่าจะเป็นเสียงเพลงจากเครื่องเล่น หรือเทปนิทานก่อนนอน แต่ลำนำเพลงกล่อมที่แสนไพเราะงดงามซึ่งเป็นศิลปะที่ส ัมผัสได้ด้วยหัวใจเช่นนี้ ด้วยรสนิยมคนไทยรุ่นใหม่ก็ไม่น่าเก็บไว้ให้เป็นเรื่อ งอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้านอีกต่อไป
http://wcs.hopto.org/up/file/Catporng.wma
ที่มา : คมชัดลึก
http://www.uploadsave.com/photo/img/6857c10e9a587635487999e43cdcac7a/life_09_copy.jpg (http://www.uploadsave.com)
...นอนสาหล่า หลับตาแม่สิกล่อม เจ้าบ่นอนบ่ให้กินกล้วย แม่ไปห่วยไปส่อนปลาซิว เก็บผักติ้วมาใส่แกงเห็ด ไปใส่เบ็ดได้ปลาค้อใหญ่ อย่าฮ้องไห้แมวโพลงสิจกตา...
บทกล่อมลูกเพลงนี้ถ้าล่องลอยไปเข้าหูลูกอีสานทั้งหลา ย น้ำตาอาจรื้นกันได้ง่ายๆ คนไกลบ้านห่างแม่ฟังเพลงแล้วก็เห็นภาพออกอาการซาบซึ้ งคิดถึงแม่ขึ้นมาแทบขาดใจได้เลยทีเดียว ด้วยรูปรสกลิ่นเสียงทุกประสาทสัมผัสที่สื่อออกมาจากแ ม่นั้น คือสิ่งบำรุงจิตใจของลูก และไม่น่าเชื่อว่าจนลูกเติบใหญ่ไปแล้ว สิ่งเหล่านี้ก็ยังเด่นชัดอยู่ในความทรงจำ หากแต่จะด้วยกาลเวลาหรืออาจเพราะความเร่งรีบของ ชีวิต บทลำนำกล่อมลูกน้อยจึงถูกพรากหายไปจากวิถีชีวิตคุณแม ่ยุคสมัยใหม่ ด้วยเหตุนี้ สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยมหิดล จึงจัดงานประกวดขับร้องเพลงกล่อมลูก 4 ภาค ด้วยตระหนักถึงความสำคัญของเพลงกล่อมลูกซึ่งเป็นวัฒน ธรรมพื้นบ้านที่มีคุณค่าสมควรได้รับการอนุรักษ์ ฟื้นฟู โดยเริ่มจัดการประกวดเมื่อปี 2531 และได้จัดการประกวดมาอย่างต่อเนื่อง ในงาน "มหิดล-วันแม่" เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา
ในปีนี้มีผู้ส่งเข้าประกวดประเภทประชาชน รวม 32 คน ประเภทนักเรียน นักศึกษา 64 คน โดยมีผู้ผ่านการคัดเลือกเพื่อเข้าชิงชนะเลิศ 4 ภาค รวม 40 คน โดยผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศจะได้เข้ารับประทานรางวัลจ าก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ในงาน "มหิดล-วันแม่" วันที่ 11 สิงหาคมนี้ ที่สำนักงานอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา จ.นครปฐม ท่วงทำนอนเห่กล่อมเนิบช้า ฟังแล้วรู้สึกเย็นสบาย ช่วยทำให้เด็กนอนหลับอย่างเป็นสุข ผู้คว้ารางวัลชนะเลิศประเภทประชาชนทั่วไป (ภาคใต้) ณัฐพร ทองเพิ่ม วัย 57 ปี คุณแม่อาชีพรับราชการครูจาก จ.พัทลุง และตอนนี้ก็ได้เป็นคุณยายไปอีกตำแหน่ง ไม่น่าเชื่อเลยว่าสำเนียงภาษาใต้ที่แข็งเข้มจะเอื้อน บทเพลงเห่กล่อมลูกได้ไพเราะนุ่มนวลจับใจเช่นนี้ "แม่ครูณัฐพร" บอกเล่าถึงบทเพลงร้องประกวดว่า ชื่อเพลง 'ไปคอน' ซึ่งก็คือ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อนมัสการพระบรมสารีริกธาตุที่วัดมหาธาตุ จ.นครศรีธรรมราช คนในภาคใต้ถือว่าวัดแห่งนี้คือที่สุดแห่งความงามและก ารสักการบูชา
"สมัยก่อนถนนหนทางรถราก็ไม่สะดวกสบายเหมือนสมัยน ี้ คนไม่ย่อท้อ 'คนเมืองลุง' หรือ จ.พัทลุง เกิดมาครั้งหนึ่งก็อยากไปไหว้พระธาตุ เพราะได้บุญเยอะ เป็นเพลงเก่าที่เราไปสืบค้นมาจากคนแก่ๆ ให้ท่านร้องให้ฟัง"
เหตุเพราะเพลงกล่อมลูกนั้นไม่มีหลักฐานปรากฏ ว่าเริ่มร้องกันเมื่อไร จัดเป็นวรรณกรรมมุขปาฐะ หรือเรื่องราวที่สืบทอดด้วยปาก บอกเล่าต่อกันมาหลายชั่วอายุคน และไม่มีผู้ใดบันทึกเอาไว้เป็นลายลักษณ์อักษร อ.ณัฐพร อธิบายว่า ร้องแล้วก็ให้นึกถึงความงามของวัดเก่าแก่แห่งนี้ที่ม ีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ภาพเจดีย์ โบสถ์ ที่มีเสาต้นใหญ่โต หลังคามุงกระเบื้อง เป็นบทบันทึกยุคสมัยก็บอกเล่าจากปากแม่ไปสู่ลูก ที่กำลังหลับพริ้มอยู่ในเปลนอน คือความสวยงามและเพลิดเพลินโดยแท้จริง
"...อ้า เห้อ เหอ ไปคอน ไปแลพระนอนและพระนั่ง พระพิงเ***ั้งหลังคามุงเบื้อง เข้าไปในห้องไปแลพระทองเขาทรงเครื่อง หลังคามุงเบื้อง ทรงเครื่องดอกไม้..."
ท่วงทำนองใต้ไพเราะลึกซึ้งถ่ายทอดจากปากแม่ครูอีกครั ้ง เพลงกล่อมลูกยังเป็นเครื่องมือที่แม่บอกสอนลูกได้อีก ด้วย "ลูกในเปลยังเล็ก ไม่รู้เรื่องแต่พี่สาวที่เล่นอยู่ใกล้ๆ เปลน้องได้ยินเสียงกล่อม ก็จะเป็นการบอก สอนลูกได้หมดทุกคน เป็นกลวิธีการเลี้ยงแบบเก่าที่อบอุ่น สิ่งเหล่านี้แม่อย่าบอกนะว่า ไม่มีเวลา เพลงหนึ่งไม่เกิน 1-2 นาที เดี๋ยวลูกก็หลับ แล้วแม่ร้องๆ ไป แม่ก็คลายเหงา เนื้อเพลงยังสอนใจให้ข้อคิดกับคนร้องได้อีกด้วย นะ" อ.ณัฐพร กล่าวทิ้งท้าย
ถ้าเนื้อหาบทกล่อมภาคใต้บอกเล่าถึงความอุดมสมบูรณ์ขอ งธรรมชาติ แม่จากแดนอีสานก็จะบอกต่างกันว่า แม่ต้องไปหากล้วยมาสู่ลูกกิน ไปเสาะหาปลาหาผักตามห้วยหนองมาให้ลูกอิ่มท้อง ท่วงทำนองภาษาพื้นบ้านแท้ๆ ฟังเพลงกลอมลูกภาคใต้แล้วก็มาฟังเพลงกล่อมของภาคอีสา น ใจก็โหยให้คิดถึงอกอุ่นๆ ของแม่ได้ไม่แพ้กัน
คุณแม่บุญจันทร์ ยอดอ่อน ผู้คว้ารางวัลชนะเลิศประเภทประชาชนทั่วไป (ภาคอีสาน) บอกว่าเพลงกล่อมลูกภาคอีสานเรียกว่า "เพลงนอนสาหล่า" เนื้อเพลงนั้นบอกว่าลูกนอนเถอะนะ แม่จะได้ไปทำไร่ดำนา ลูกทั้งสามคนได้ฟังเพลงกล่อมลูกทุกคน จนตอนนี้เติบโตให้แม่บุญจันทร์ได้สะใภ้ได้เขยกันทั้ง สามคนแล้ว
"ลูกชายคนโตไม่สบายเป็นไทรอยด์มาตั้งแต่น้อยๆ สองวันสามวันแม่ก็ต้องพาลูกไปหาหมอแล้ว เลี้ยงยาก ทั้งทุกข์ใจเวลาเห็นเขาเจ็บป่วย แม่ก็ร้องเพลงกล่อมนี่แหละช่วยลูกให้นอนหลับง่า ยขึ้น ตอนนี้ได้เป็นยายใช้เพลงกล่อมหลานแล้วก็ถือว่าเป็นกา รอนุรักษ์ไปรุ่นต่อรุ่น" แม่บุญจันทร์ ว่า
แม้ว่าเพลงกล่อมเด็กของไทยที่มีแพร่หลายทุกภาคจะเรีย กแตกต่างกันไป ภาคเหนือเรียกว่า "เพลงอื่อลูก" และภาคใต้เรียกว่า "เพลงชาน้องหรือช้าน้อง" ส่วนภาคกลางเรียกว่า "เพลงกล่อมลูก" แต่ละภาคก็มีเนื้อหาท่วงทำนองที่แตกต่างกันไป แต่มีสิ่งหนึ่งที่คล้ายคลึงกัน นั่นก็คือจังหวะที่ช้าเนิบ เพื่อให้ลูกเคลิ้มหลับไป เป็นจังหวะและอารมณ์ของผู้เป็นแม่ที่มุ่งหวังจะให้ลู กของตัวรู้สึกอบอุ่น เพราะเด็กแรกเกิดนั้นมีสัญชาตญานของการระแวงภัย และรู้สึกว่าตัวเองต้องอยู่คนเดียว การที่แม่ร้องเพลงกล่อมทุกคืน ก็เพื่อให้เด็กเกิดความรู้สึกมั่นใจว่าอย่างไรเ สีย เขายังมีแม่อยู่เคียงข้างตลอดเวลาที่เขาหลับ ทุกวันนี้คุณแม่หลายคนเลือกใช้สื่ออื่นๆ กล่อมลูกน้อยให้นอนหลับ ไม่ว่าจะเป็นเสียงเพลงจากเครื่องเล่น หรือเทปนิทานก่อนนอน แต่ลำนำเพลงกล่อมที่แสนไพเราะงดงามซึ่งเป็นศิลปะที่ส ัมผัสได้ด้วยหัวใจเช่นนี้ ด้วยรสนิยมคนไทยรุ่นใหม่ก็ไม่น่าเก็บไว้ให้เป็นเรื่อ งอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้านอีกต่อไป
http://wcs.hopto.org/up/file/Catporng.wma
ที่มา : คมชัดลึก