ยิ้มเหงาๆ.
12-07-2006, 01:16 PM
เรื่อง: สัญญาณบอกเหตุเมื่อรักจืดจาง
ที่มา: นสพ. ไทยโพสต์ แทบลอยด์
คบกันมานานแล้ว ก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเรายังรักกันอยู่ไหม
ครั้นจะถามไปตรงๆ ก็ไม่กล้า กลัวเขาจะหาว่าเราไม่มั่นใจในตัวเขาเสียอีก
แล้วจะทำยังไง ถึงจะรู้ได้ว่าความรักระหว่างเราแปรเปลี่ยนเป็นอื่นไ ปหรือยัง
หันมาลองสังเกตพฤติกรรมเล็กน้อยๆ เหล่านี้ ที่คุณและเขาทำร่วมกัน
ดูซิว่ามันต่างไปจากเดิมหรือไม่ และมีสัญญาณใดที่จะเป็นตัวบ่งชี้
หรือเป็นลางบอกเหตุให้คุณรับรู้ได้ว่า ความรักหวานชื่นที่เคยมีให้กันกำลังจืดชืด
และจืดจางไม่หวานเหมือนเก่า
สำรวจตรวจตราอาการที่เขาคนนั้นปฏิบัติต่อคุณในขณะนี้ แล้วกันว่า
เขาเข้าข่ายคนรักที่กำลังเบื่อหน่ายแฟนตัวเองอยู่รึเ ปล่า
1. การไปทานอาหาร
เริ่มต้นจากว่า เดิมทีคุณไปทานอาหารด้วยกันก็เพราะอยากเจอหน้าค่าตาแ ฟนจะได้เจริญอาหาร
เรียกว่ากินไป สบตากันไป อย่างนี้เรียกว่าได้ สองทาง ทั้งอิ่มท้อง และอิ่มอกอิ่มใจ
แต่หากวันใดที่การไปทานข้าวด้วยกัน เกิดขึ้นจากความรู้สึกที่ว่าทำไปตามหน้าที่
หรือเป็นสิ่งที่ต้องทำเป็นประจำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได ้
นั่นแหละคือจุดกำเนิดของการปฏิบัติต่อกันแบบขอไปที
2. ไม่สนใจใคร่รู้เรื่องราวส่วนตัวของอีกฝ่าย
เมื่อใดที่คุณเริ่มไม่รู้สึกว่าอยากจะรู้หรือใส่ใจเร ื่องราวความเป็นไปที่เป็นส่วนตัวของอีกฝ่ายหนึ่งเลย
ไม่ว่าจะเป็นชีวิตความเคลื่อนไหวในเรื่องต่างๆ ทั้งด้านการทำงาน ครอบครัว ญาติพี่น้อง
ไม่มีการถามไถ่ถึงสารทุกข์สุขดิบกันเลยทั้งๆ ที่เป็นคู่รัก เป็นแฟนกัน
3. ตั้งเงื่อนไขวางข้อแม้สารพัด
พวกที่ชอบตั้งกฎกติกา เวลาจะทำอะไรให้กันทั้งทีก็ต้องมีข้อแม้ต่างๆ นานาสารพัด
เพื่อมาแลกเปลี่ยนกันไม่ให้เสียผลประโยชน์ หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเกิดการเสียเปรียบกัน
อย่างนี้ถือว่าจุกจิกเกินไปเพราะประสาคนรักกันเขาไม่ หยุมหยิมคิดมากกันละเอียดยิบ
ชนิดที่ฉันให้เธอเท่านั้น เธอก็ต้องให้ฉันกลับมาเท่ากับที่ฉันให้ไป
4. ละเลยวันพิเศษ หรือเทศกาลวันสำคัญ
แม้จะไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด แต่เรื่องแบบนี้คงต้องมีบ้าง ยิ่งวันพิเศษเล็กๆ น้อยๆ
หรือช่วงเทศกาลสำคัญทั้งทีก็ควรจะมีหวานให้กันสักหน่ อยไม่ใช่มาออกตัวว่าลืมหรือจำไม่ได้
เอาเป็นว่าไม่จำเป็นถึงกับต้องหาของขวัญล้ำค่าให้ก็แ ต่ขอแค่ไม่ลืมกัน และจำวันเกิด
หรือเอ่ยปากพูดคำหวานให้เขารู้ว่าไม่ลืมวัน สำคัญของหวานใจ แค่นี้ก็ปลื้มแล้ว
5. ไม่ค่อยโทรศัพท์ถึงกันเหมือนเก่า
ทำไมมือไม้มันอ่อนไปหมดก็ไม่รู้ จะหยิบโทรศัพท์มากดหาหวานใจทั้งทีก็จำเบอร์ไม่ค่อยได ้
ไม่มีอารมณ์อยากที่จะโทรหา เมื่อใดที่อาการโทรศัพท์ลิซึ่มจืดจาง
ปริมาณความถี่ที่กริ๊งกร๊างหากันลดน้อยลงจนน่าใจหายห รือแค่โทรมาอย่างเสียไม่ได
้เพราะกลัวจะถูกต่อว่าที่ไม่ยอมโทรถึงกัน อาการเช่นนี้ถือว่าส่อแววเซ็งแล้วแหละ
6. เฉยชา หากปฏิกริยาอาการเมินเฉย เฉยชา ไม่กระตือรือล้นใส่ใจกันเหมือนเก่า
ประเภทที่แต่ก่อนตอนทะเลาะกันก็จะเถียงกันคอเป็นเอ็น เพื่อเอาชนะกันให้ได้
แต่ตอนนี้เริ่มเงียบเฉยชา และปล่อยให้อีกฝ่ายกลายเป็นบ้าเป็นหลังอยู่เพียงคนเด ียว
นั่นแหละใช่เลยที่เขาเริ่มถอดใจไปกับความรัก
7. นัดเดทน้อยครั้ง นานๆ เจอกันที คนรักกันชอบกันก็มีแต่ต้องอยากเจอหน้า
วันหยุดเมื่อไหร่ก็ต้องนัดออกมาเจอกัน หรือไปเที่ยว ดูหนัง ฟังเพลงกันทั้งนั้น
แต่ถ้าเกิดถึงวันหยุดแล้วเขากลับมีความรู้สึกว่าอยาก อยู่กับบ้านมากกว่าที่จะออกไปเจอหน้าหวานใจ
บ่นพิรี้พิไรว่าขี้เกียจออกจากบ้านเพราะรถติด อ้างเหตุสารพัดเพื่อตัดบทที่จะไม่ต้องออกไปพบเจอกัน
สัญญาณรักอันตรายกำลังเข้าใกล้คุณแล้วจริงๆ
อาการเหล่านี้ อาจเริ่มเกิดเป็นพักๆ เท่านั้น ถ้าคุณเริ่มมีอาการที่ว่ามาบ้างแล้วแม้แต่ข้อเดียว
ขอให้รีบเปลี่ยนแปลงมันซะ ถ้าคุณยังอยากที่จะรักษาสัมพันธ์รักครั้งนี้ของคุณอย ู่
แต่ถ้าคุณเริ่มเบื่อของเก่า อยากลองรสชาติใหม่ๆ ดูบ้าง
ก็คงต้องเปิดอกพูดคุยกันให้รู้ถึงความรู้สึกว่ายังอย ากจะคบหาดูใจกันต่อไปอีกหรือไม่
หรือ ต่างฝ่ายต่างอยากเปิดโอกาสให้ได้มีโอกาสพบเจอคนใหม่ๆ ดูบ้าง
เอาเป็นว่า ถ้ารักจืดก็อย่าลังเลที่จะพูดออกไปเพราะถ้าปล่อยปัญห ารักร้าวไปมากกว่านี้
คุณเองอาจจะเป็นฝ่ายที่รู้สึกผิดที่ยังรั้งตัวเขาไว้ ทั้งๆ ที่ความรักมันไม่เหมือนเก่าอีกต่อไปแล้ว
ที่มา: นสพ. ไทยโพสต์ แทบลอยด์
คบกันมานานแล้ว ก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเรายังรักกันอยู่ไหม
ครั้นจะถามไปตรงๆ ก็ไม่กล้า กลัวเขาจะหาว่าเราไม่มั่นใจในตัวเขาเสียอีก
แล้วจะทำยังไง ถึงจะรู้ได้ว่าความรักระหว่างเราแปรเปลี่ยนเป็นอื่นไ ปหรือยัง
หันมาลองสังเกตพฤติกรรมเล็กน้อยๆ เหล่านี้ ที่คุณและเขาทำร่วมกัน
ดูซิว่ามันต่างไปจากเดิมหรือไม่ และมีสัญญาณใดที่จะเป็นตัวบ่งชี้
หรือเป็นลางบอกเหตุให้คุณรับรู้ได้ว่า ความรักหวานชื่นที่เคยมีให้กันกำลังจืดชืด
และจืดจางไม่หวานเหมือนเก่า
สำรวจตรวจตราอาการที่เขาคนนั้นปฏิบัติต่อคุณในขณะนี้ แล้วกันว่า
เขาเข้าข่ายคนรักที่กำลังเบื่อหน่ายแฟนตัวเองอยู่รึเ ปล่า
1. การไปทานอาหาร
เริ่มต้นจากว่า เดิมทีคุณไปทานอาหารด้วยกันก็เพราะอยากเจอหน้าค่าตาแ ฟนจะได้เจริญอาหาร
เรียกว่ากินไป สบตากันไป อย่างนี้เรียกว่าได้ สองทาง ทั้งอิ่มท้อง และอิ่มอกอิ่มใจ
แต่หากวันใดที่การไปทานข้าวด้วยกัน เกิดขึ้นจากความรู้สึกที่ว่าทำไปตามหน้าที่
หรือเป็นสิ่งที่ต้องทำเป็นประจำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได ้
นั่นแหละคือจุดกำเนิดของการปฏิบัติต่อกันแบบขอไปที
2. ไม่สนใจใคร่รู้เรื่องราวส่วนตัวของอีกฝ่าย
เมื่อใดที่คุณเริ่มไม่รู้สึกว่าอยากจะรู้หรือใส่ใจเร ื่องราวความเป็นไปที่เป็นส่วนตัวของอีกฝ่ายหนึ่งเลย
ไม่ว่าจะเป็นชีวิตความเคลื่อนไหวในเรื่องต่างๆ ทั้งด้านการทำงาน ครอบครัว ญาติพี่น้อง
ไม่มีการถามไถ่ถึงสารทุกข์สุขดิบกันเลยทั้งๆ ที่เป็นคู่รัก เป็นแฟนกัน
3. ตั้งเงื่อนไขวางข้อแม้สารพัด
พวกที่ชอบตั้งกฎกติกา เวลาจะทำอะไรให้กันทั้งทีก็ต้องมีข้อแม้ต่างๆ นานาสารพัด
เพื่อมาแลกเปลี่ยนกันไม่ให้เสียผลประโยชน์ หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเกิดการเสียเปรียบกัน
อย่างนี้ถือว่าจุกจิกเกินไปเพราะประสาคนรักกันเขาไม่ หยุมหยิมคิดมากกันละเอียดยิบ
ชนิดที่ฉันให้เธอเท่านั้น เธอก็ต้องให้ฉันกลับมาเท่ากับที่ฉันให้ไป
4. ละเลยวันพิเศษ หรือเทศกาลวันสำคัญ
แม้จะไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด แต่เรื่องแบบนี้คงต้องมีบ้าง ยิ่งวันพิเศษเล็กๆ น้อยๆ
หรือช่วงเทศกาลสำคัญทั้งทีก็ควรจะมีหวานให้กันสักหน่ อยไม่ใช่มาออกตัวว่าลืมหรือจำไม่ได้
เอาเป็นว่าไม่จำเป็นถึงกับต้องหาของขวัญล้ำค่าให้ก็แ ต่ขอแค่ไม่ลืมกัน และจำวันเกิด
หรือเอ่ยปากพูดคำหวานให้เขารู้ว่าไม่ลืมวัน สำคัญของหวานใจ แค่นี้ก็ปลื้มแล้ว
5. ไม่ค่อยโทรศัพท์ถึงกันเหมือนเก่า
ทำไมมือไม้มันอ่อนไปหมดก็ไม่รู้ จะหยิบโทรศัพท์มากดหาหวานใจทั้งทีก็จำเบอร์ไม่ค่อยได ้
ไม่มีอารมณ์อยากที่จะโทรหา เมื่อใดที่อาการโทรศัพท์ลิซึ่มจืดจาง
ปริมาณความถี่ที่กริ๊งกร๊างหากันลดน้อยลงจนน่าใจหายห รือแค่โทรมาอย่างเสียไม่ได
้เพราะกลัวจะถูกต่อว่าที่ไม่ยอมโทรถึงกัน อาการเช่นนี้ถือว่าส่อแววเซ็งแล้วแหละ
6. เฉยชา หากปฏิกริยาอาการเมินเฉย เฉยชา ไม่กระตือรือล้นใส่ใจกันเหมือนเก่า
ประเภทที่แต่ก่อนตอนทะเลาะกันก็จะเถียงกันคอเป็นเอ็น เพื่อเอาชนะกันให้ได้
แต่ตอนนี้เริ่มเงียบเฉยชา และปล่อยให้อีกฝ่ายกลายเป็นบ้าเป็นหลังอยู่เพียงคนเด ียว
นั่นแหละใช่เลยที่เขาเริ่มถอดใจไปกับความรัก
7. นัดเดทน้อยครั้ง นานๆ เจอกันที คนรักกันชอบกันก็มีแต่ต้องอยากเจอหน้า
วันหยุดเมื่อไหร่ก็ต้องนัดออกมาเจอกัน หรือไปเที่ยว ดูหนัง ฟังเพลงกันทั้งนั้น
แต่ถ้าเกิดถึงวันหยุดแล้วเขากลับมีความรู้สึกว่าอยาก อยู่กับบ้านมากกว่าที่จะออกไปเจอหน้าหวานใจ
บ่นพิรี้พิไรว่าขี้เกียจออกจากบ้านเพราะรถติด อ้างเหตุสารพัดเพื่อตัดบทที่จะไม่ต้องออกไปพบเจอกัน
สัญญาณรักอันตรายกำลังเข้าใกล้คุณแล้วจริงๆ
อาการเหล่านี้ อาจเริ่มเกิดเป็นพักๆ เท่านั้น ถ้าคุณเริ่มมีอาการที่ว่ามาบ้างแล้วแม้แต่ข้อเดียว
ขอให้รีบเปลี่ยนแปลงมันซะ ถ้าคุณยังอยากที่จะรักษาสัมพันธ์รักครั้งนี้ของคุณอย ู่
แต่ถ้าคุณเริ่มเบื่อของเก่า อยากลองรสชาติใหม่ๆ ดูบ้าง
ก็คงต้องเปิดอกพูดคุยกันให้รู้ถึงความรู้สึกว่ายังอย ากจะคบหาดูใจกันต่อไปอีกหรือไม่
หรือ ต่างฝ่ายต่างอยากเปิดโอกาสให้ได้มีโอกาสพบเจอคนใหม่ๆ ดูบ้าง
เอาเป็นว่า ถ้ารักจืดก็อย่าลังเลที่จะพูดออกไปเพราะถ้าปล่อยปัญห ารักร้าวไปมากกว่านี้
คุณเองอาจจะเป็นฝ่ายที่รู้สึกผิดที่ยังรั้งตัวเขาไว้ ทั้งๆ ที่ความรักมันไม่เหมือนเก่าอีกต่อไปแล้ว