ยิ้มเหงาๆ.
12-17-2006, 11:52 AM
ปลายประสาทอักเสบ...โรคฮิตของคนทำงาน
มีเพื่อนรุ่นน้อง(ผู้หญิง)คนหนึ่งทำงานด้านบัญชี และ งานของเธอก็ใช้คอมพิวเตอร์มานานประมาณ 7 ปี
เมื่อหลายเดือนก่อนเธอเกิดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้ออ ย่างมาก แต่ก็ไม่เอะใจเพราะคิดว่าคงนั่งทำงานอยู่หน้าคอมมากเ กินไป
เธอก็ไปนวด(แผนโบราณค่ะ) เพื่อให้เส้นสายมันคลายความตึงเครียด นวดทีก็สบายที
ผ่านไป 3 เดือน อาการปวดเมื่อยก็ยังเป็นๆหายๆและปวดเมื่อยมากขึ้น ชาตามปลายนิ้ว และแขน
ย่างเข้าเดือนที่ 4 ปรากฏว่าเริ่มชามากขึ้น นานขึ้น และแล้วคืนวันหนึ่งขณะที่กำลังลุกขึ้นจากเตียง ปรากฏว่าทรงตัวไม่ได้ มันอ่อนปวกเปียกไปหมด ปวดหัวอยากอาเจียน อ่านอะไรกว่าจะสะกดตัวหนังสือได ้ก็นาน บวกเลขก็ช้าลง
จึงกลับไปพบหมออีก คุณหมอสงสัยจึงซักประวัติชีวิตประจำวันอย่างละเอียด แล้วขอทำสแกน MRI (ไม่แน่ใจว่าจำถูกหรือเปล่า) พบว่าปลายประสาทอักเสบอย่างรุนแรง เลือดไม่ไปเลี้ยงสมอง, น้ำในไขสันหลัง ข้อที่ 4 และ 5 ไม่มี
คุณหมอให้ยามาทานผ่านไป 2 อาทิตย์ อาการชาหายไป แต่ยังปวดเมื่อยกล้ามเนื้ออยู่มาก จึงไปพบหมอกระดูที่ รพ.ศิริราช คุณหมอกระดูก ตรวจและซักประวัติ ก็บอกว่าไม่ต้องทำอะไรนอกจากออกกำลังกายด้วยการเดินว ันละครึ่งชั่วโมงเป็นอย่างน้อย เพราะมันอักเสบอย่างรุนแรงไปแล้วคงไม่กลับมาดีดังเดิ มแน่ ถ้ามาช้า มันจะชาไปทั้งแขนขา ปัสสาวะไม่ได้เลยทีเดียว
สาเหตุมีเยอะแยะ เช่น ทำงานหนัก เครียด สาวออฟฟิซเป็นกันมากแต่ไม่ใช่จากการเครียดแต่เป็นเพร าะนั่งทำงานในท่าทีไม่ถูกต้องเป็นเวลานานๆในแต่ละวัน
ปัญหาผิวพรรณของสาวออฟฟิศ
ท่ามกลางความสะดวกสบายในสำนักงาน
สาวออฟฟิศหลายคนอาจมองข้ามปัญหาผิวพรรณที่มากับอุปกร ณ์สำนักงาน
เช่น เครื่องปรับอากาศ เครื่องถ่ายเอกสาร หลอดไฟ
ซึ่งมีผลกระทบต่อผิวพรรณความสวยความงามได้เหมือนกัน
โดยทั่วไปเครื่องใช้ในสำนักงานจะได้รับการออกแบบ
โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภคในระดับหนึ่ง
อย่างไรก็ดีเครื่องใช้บางชนิดสามารถปลดปล่อยรังสี UVA ออกมาได้
ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดกระ-ฝ้าที่เราคาดไม่ถึง
เราจึงควรป้องกันตัวเองและใช้งานเครื่องใช้เหล่านี้อ ย่างระมัดระวัง
รังสีจากเครื่องถ่ายเอกสาร
พนักงานที่ทำงานใกล้ชิดกับเครื่องถ่ายเอกสารตลอดทั้ง วัน
อาจได้รับแสงยูวีที่ปล่อยออกมาจากหลอดไฟพลังงานสูงผน วกกับความร้อน
จากเครื่องถ่ายเอกสาร เสี่ยงต่อการเกิดกระฝ้าได้
รวมทั้งแสงวาบที่เข้าตาก็อาจทำให้ปวดตาและปวดศีรษะได ้
ดังนั้นจึงควรปิดฝาครอบเครื่องถ่ายเอกสารให้สนิททุกค รั้งที่ถ่ายเอกสาร
นอกจากนี้ไอน้ำหมึกที่ระเหยออกมาก็ทำให้เกิดอาการเวี ยนหัวได้
ดังนั้นจึงไม่ควรตั้งเครื่องถ่ายเอกสารไว้ในที่ๆ ไม่มีอากาศถ่ายเท
วิธีแก้ไขคือควรแยกห้องเฉพาะซึ่งมีการระบายอากาศที่เ หมาะสม
หรือติดตั้งพัดลมดูดอากาศ
แสงจากหลอดไฟอ่านหนังสือ
หลอดไส้ (หลอดทังสเตน) เป็นหลอดไฟที่ปลอดภัยจากรังสียูวี
แต่จะให้ความร้อนสูงพอควร เราไม่ควรอยู่ใกล้หลอดไฟเกินไปเวลาใช้งาน
เพราะหลอดไฟทำให้เกิดความร้อนกับหน้าได้มาก
ต้นเหตุของความร้อนคือรังสีอินฟราเรด
ซึ่งมีส่วนในการกระตุ้นให้เกิดการสร้างเมลานินและอา จทำให้หน้าเกิดกระได้
หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ก็ถือว่าเป็นหลอดไฟที่ปลอดภัย
เพราะปลดปล่อยรังสียูวีเอซึ่งเป็นสาเหตุของกระฝ้าออก มาในระดับที่ปลอดภัย
แต่ไม่ควรเข้าไปใกล้มากกว่า 100 ซม.
และไม่ควรอยู่ในบริเวณที่มีหลอดไฟเหล่านี้หลายๆ หลอดเป็นเวลานาน
อย่างเช่นบริเวณหน้าตู้โฆษณา ตู้โชว์สินค้า โต๊ะเขียนแบบ
วิธีการใช้หลอดไฟเพื่อให้ความสว่างอย่างปลอดภัยในการ อ่านหนังสือหรือทำงานดึกคือ
ให้ส่องไฟไปที่ผนังสีขาว แล้วให้แสงไฟสะท้อนกลับมาเป็นแสงทุติยภูมิ
แสงจะนวลตาและช่วยถนอมสายตา รวมถึงลดความร้อนจากการสัมผัสผิวหน้า
ทำให้ลดความเสี่ยงต่อการเกิดกระได้
นอกจากนี้ควรปรับความเข้มแสงให้เหมาะสมกับงาน เช่น
งานเขียนหนังสือควรติดตั้งให้แสงมีความสว่างประมาณ 100-200 ลักซ์
สำนักงานควรมีความสว่างประมาณ 500-1000 ลักซ์
แสงจากหลอดไฟเมทัลเฮไลด์ (Metal Halide Lamp)
หลอดไฟส่องสินค้า ไฟประดับ ไฟเวที รวมไปถึงหลอดไฟในอุปกรณ์ไฮเทค
อย่างเช่น เครื่องฉายแผ่นใส เครื่องฉายแอลซีดี
ส่วนใหญ่ทำมาจากหลอดไฟฮาโลเจนหรือหลอดไฟ
Metal Halide สำหรับหลอดฮาโลเจน
การปลดปล่อยรังสียูวีจะอยู่ในระดับที่ปลอดภัย
แต่สำหรับหลอดแบบเมทัลเฮไลด์ การปล่อยรังสียูวีเอจะค่อนข้างเข้มข้น
การทำงานที่อยู่ในแนวของแสงที่มาจากหลอดไฟชนิดนี้
เป็นเวลานานมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดกระฝ้าได้
ถ้าไม่แน่ใจว่าตัวอุปกรณ์ต่างๆ ใช้หลอดไฟแบบไหน กฎง่ายๆ
คือสาวออฟฟิศควรหลีกเลี่ยงการทำงานใกล้กับแหล่งกำเนิ ดแสง
ที่มีความสว่างมากๆ เป็นเวลานาน
การแผ่รังสีจากคอมพิวเตอร์
โดยทั่วไปผู้ผลิตสินค้าจะควบคุมคุณภาพสินค้า
ให้มีการปลดปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมาในระดับที่ ปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม ทางด้านข้างและด้านหลังจอคอมพิวเตอร์
จะมีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมามากกว่าทางด้านหน้าจอ
ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการนั่งทำงานทางด้านข้างและด ้านหลังจอภาพคอมพิวเตอร์
เพื่อป้องกันคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเข้าไปในร่างกาย
ซึ่งเป็นที่ถกเถียงในวงการวิชาการและการแพทย์ว่าอาจ ก่อให้เกิดอันตรายขึ้นได้
โดยทั่วไปสาวออฟฟิศควรนั่งห่างจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ป ระมาณ 14-24 นิ้ว
และห่างด้านข้างและด้านหลังจอมากกว่า 24 นิ้ว
หรือไม่ก็บอกให้เจ้านายเปลี่ยนมาใช้จอแบนแบบแอลซีดีห รือโน๊ตบุคแทน
ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ
สาวๆ ที่ต้องอยู่ในสำนักงานเย็นฉ่ำเป็นประจำอาจประสบปัญหา ผิวแห้งขาดความชุ่มชื้นได้
สำหรับคนที่ผิวแห้งอยู่แล้วเพราะไขมันใต้ผิวหนังมีน้ อย
จะยิ่งสูญเสียน้ำออกไปมากกว่าคนผิวมันที่มีไขมันใต้ผ ิวหนังช่วยป้องกันการสูญเสียน้ำ
ในภาวะผิวแห้งจะปรากฏลักษณะเป็นเส้นเล็กบนผิวชั้นบนส ุดจากการขาดน้ำ
เป็นริ้วรอยชนิดรอยย่นแบบตื้น มักปรากฏบริเวณผิวอ่อนรอบดวงตาหรือข้างแก้ม
ดังนั้นควรทามอยเจอร์ไรเซอร์หรือดื่มน้ำสะอาดบ่อย ๆ
และควรระวังเชื้อราที่จะเกิดขึ้นและฟุ้งกระจายอยู่ใน ห้องจากเครื่องปรับอากาศ
(ที่ไม่ค่อยได้ทำความสะอาดหรือไม่มีระบบระบายอากาศที ่เหมาะสม) ด้วย
มีเพื่อนรุ่นน้อง(ผู้หญิง)คนหนึ่งทำงานด้านบัญชี และ งานของเธอก็ใช้คอมพิวเตอร์มานานประมาณ 7 ปี
เมื่อหลายเดือนก่อนเธอเกิดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้ออ ย่างมาก แต่ก็ไม่เอะใจเพราะคิดว่าคงนั่งทำงานอยู่หน้าคอมมากเ กินไป
เธอก็ไปนวด(แผนโบราณค่ะ) เพื่อให้เส้นสายมันคลายความตึงเครียด นวดทีก็สบายที
ผ่านไป 3 เดือน อาการปวดเมื่อยก็ยังเป็นๆหายๆและปวดเมื่อยมากขึ้น ชาตามปลายนิ้ว และแขน
ย่างเข้าเดือนที่ 4 ปรากฏว่าเริ่มชามากขึ้น นานขึ้น และแล้วคืนวันหนึ่งขณะที่กำลังลุกขึ้นจากเตียง ปรากฏว่าทรงตัวไม่ได้ มันอ่อนปวกเปียกไปหมด ปวดหัวอยากอาเจียน อ่านอะไรกว่าจะสะกดตัวหนังสือได ้ก็นาน บวกเลขก็ช้าลง
จึงกลับไปพบหมออีก คุณหมอสงสัยจึงซักประวัติชีวิตประจำวันอย่างละเอียด แล้วขอทำสแกน MRI (ไม่แน่ใจว่าจำถูกหรือเปล่า) พบว่าปลายประสาทอักเสบอย่างรุนแรง เลือดไม่ไปเลี้ยงสมอง, น้ำในไขสันหลัง ข้อที่ 4 และ 5 ไม่มี
คุณหมอให้ยามาทานผ่านไป 2 อาทิตย์ อาการชาหายไป แต่ยังปวดเมื่อยกล้ามเนื้ออยู่มาก จึงไปพบหมอกระดูที่ รพ.ศิริราช คุณหมอกระดูก ตรวจและซักประวัติ ก็บอกว่าไม่ต้องทำอะไรนอกจากออกกำลังกายด้วยการเดินว ันละครึ่งชั่วโมงเป็นอย่างน้อย เพราะมันอักเสบอย่างรุนแรงไปแล้วคงไม่กลับมาดีดังเดิ มแน่ ถ้ามาช้า มันจะชาไปทั้งแขนขา ปัสสาวะไม่ได้เลยทีเดียว
สาเหตุมีเยอะแยะ เช่น ทำงานหนัก เครียด สาวออฟฟิซเป็นกันมากแต่ไม่ใช่จากการเครียดแต่เป็นเพร าะนั่งทำงานในท่าทีไม่ถูกต้องเป็นเวลานานๆในแต่ละวัน
ปัญหาผิวพรรณของสาวออฟฟิศ
ท่ามกลางความสะดวกสบายในสำนักงาน
สาวออฟฟิศหลายคนอาจมองข้ามปัญหาผิวพรรณที่มากับอุปกร ณ์สำนักงาน
เช่น เครื่องปรับอากาศ เครื่องถ่ายเอกสาร หลอดไฟ
ซึ่งมีผลกระทบต่อผิวพรรณความสวยความงามได้เหมือนกัน
โดยทั่วไปเครื่องใช้ในสำนักงานจะได้รับการออกแบบ
โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภคในระดับหนึ่ง
อย่างไรก็ดีเครื่องใช้บางชนิดสามารถปลดปล่อยรังสี UVA ออกมาได้
ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดกระ-ฝ้าที่เราคาดไม่ถึง
เราจึงควรป้องกันตัวเองและใช้งานเครื่องใช้เหล่านี้อ ย่างระมัดระวัง
รังสีจากเครื่องถ่ายเอกสาร
พนักงานที่ทำงานใกล้ชิดกับเครื่องถ่ายเอกสารตลอดทั้ง วัน
อาจได้รับแสงยูวีที่ปล่อยออกมาจากหลอดไฟพลังงานสูงผน วกกับความร้อน
จากเครื่องถ่ายเอกสาร เสี่ยงต่อการเกิดกระฝ้าได้
รวมทั้งแสงวาบที่เข้าตาก็อาจทำให้ปวดตาและปวดศีรษะได ้
ดังนั้นจึงควรปิดฝาครอบเครื่องถ่ายเอกสารให้สนิททุกค รั้งที่ถ่ายเอกสาร
นอกจากนี้ไอน้ำหมึกที่ระเหยออกมาก็ทำให้เกิดอาการเวี ยนหัวได้
ดังนั้นจึงไม่ควรตั้งเครื่องถ่ายเอกสารไว้ในที่ๆ ไม่มีอากาศถ่ายเท
วิธีแก้ไขคือควรแยกห้องเฉพาะซึ่งมีการระบายอากาศที่เ หมาะสม
หรือติดตั้งพัดลมดูดอากาศ
แสงจากหลอดไฟอ่านหนังสือ
หลอดไส้ (หลอดทังสเตน) เป็นหลอดไฟที่ปลอดภัยจากรังสียูวี
แต่จะให้ความร้อนสูงพอควร เราไม่ควรอยู่ใกล้หลอดไฟเกินไปเวลาใช้งาน
เพราะหลอดไฟทำให้เกิดความร้อนกับหน้าได้มาก
ต้นเหตุของความร้อนคือรังสีอินฟราเรด
ซึ่งมีส่วนในการกระตุ้นให้เกิดการสร้างเมลานินและอา จทำให้หน้าเกิดกระได้
หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ก็ถือว่าเป็นหลอดไฟที่ปลอดภัย
เพราะปลดปล่อยรังสียูวีเอซึ่งเป็นสาเหตุของกระฝ้าออก มาในระดับที่ปลอดภัย
แต่ไม่ควรเข้าไปใกล้มากกว่า 100 ซม.
และไม่ควรอยู่ในบริเวณที่มีหลอดไฟเหล่านี้หลายๆ หลอดเป็นเวลานาน
อย่างเช่นบริเวณหน้าตู้โฆษณา ตู้โชว์สินค้า โต๊ะเขียนแบบ
วิธีการใช้หลอดไฟเพื่อให้ความสว่างอย่างปลอดภัยในการ อ่านหนังสือหรือทำงานดึกคือ
ให้ส่องไฟไปที่ผนังสีขาว แล้วให้แสงไฟสะท้อนกลับมาเป็นแสงทุติยภูมิ
แสงจะนวลตาและช่วยถนอมสายตา รวมถึงลดความร้อนจากการสัมผัสผิวหน้า
ทำให้ลดความเสี่ยงต่อการเกิดกระได้
นอกจากนี้ควรปรับความเข้มแสงให้เหมาะสมกับงาน เช่น
งานเขียนหนังสือควรติดตั้งให้แสงมีความสว่างประมาณ 100-200 ลักซ์
สำนักงานควรมีความสว่างประมาณ 500-1000 ลักซ์
แสงจากหลอดไฟเมทัลเฮไลด์ (Metal Halide Lamp)
หลอดไฟส่องสินค้า ไฟประดับ ไฟเวที รวมไปถึงหลอดไฟในอุปกรณ์ไฮเทค
อย่างเช่น เครื่องฉายแผ่นใส เครื่องฉายแอลซีดี
ส่วนใหญ่ทำมาจากหลอดไฟฮาโลเจนหรือหลอดไฟ
Metal Halide สำหรับหลอดฮาโลเจน
การปลดปล่อยรังสียูวีจะอยู่ในระดับที่ปลอดภัย
แต่สำหรับหลอดแบบเมทัลเฮไลด์ การปล่อยรังสียูวีเอจะค่อนข้างเข้มข้น
การทำงานที่อยู่ในแนวของแสงที่มาจากหลอดไฟชนิดนี้
เป็นเวลานานมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดกระฝ้าได้
ถ้าไม่แน่ใจว่าตัวอุปกรณ์ต่างๆ ใช้หลอดไฟแบบไหน กฎง่ายๆ
คือสาวออฟฟิศควรหลีกเลี่ยงการทำงานใกล้กับแหล่งกำเนิ ดแสง
ที่มีความสว่างมากๆ เป็นเวลานาน
การแผ่รังสีจากคอมพิวเตอร์
โดยทั่วไปผู้ผลิตสินค้าจะควบคุมคุณภาพสินค้า
ให้มีการปลดปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมาในระดับที่ ปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม ทางด้านข้างและด้านหลังจอคอมพิวเตอร์
จะมีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมามากกว่าทางด้านหน้าจอ
ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการนั่งทำงานทางด้านข้างและด ้านหลังจอภาพคอมพิวเตอร์
เพื่อป้องกันคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเข้าไปในร่างกาย
ซึ่งเป็นที่ถกเถียงในวงการวิชาการและการแพทย์ว่าอาจ ก่อให้เกิดอันตรายขึ้นได้
โดยทั่วไปสาวออฟฟิศควรนั่งห่างจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ป ระมาณ 14-24 นิ้ว
และห่างด้านข้างและด้านหลังจอมากกว่า 24 นิ้ว
หรือไม่ก็บอกให้เจ้านายเปลี่ยนมาใช้จอแบนแบบแอลซีดีห รือโน๊ตบุคแทน
ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ
สาวๆ ที่ต้องอยู่ในสำนักงานเย็นฉ่ำเป็นประจำอาจประสบปัญหา ผิวแห้งขาดความชุ่มชื้นได้
สำหรับคนที่ผิวแห้งอยู่แล้วเพราะไขมันใต้ผิวหนังมีน้ อย
จะยิ่งสูญเสียน้ำออกไปมากกว่าคนผิวมันที่มีไขมันใต้ผ ิวหนังช่วยป้องกันการสูญเสียน้ำ
ในภาวะผิวแห้งจะปรากฏลักษณะเป็นเส้นเล็กบนผิวชั้นบนส ุดจากการขาดน้ำ
เป็นริ้วรอยชนิดรอยย่นแบบตื้น มักปรากฏบริเวณผิวอ่อนรอบดวงตาหรือข้างแก้ม
ดังนั้นควรทามอยเจอร์ไรเซอร์หรือดื่มน้ำสะอาดบ่อย ๆ
และควรระวังเชื้อราที่จะเกิดขึ้นและฟุ้งกระจายอยู่ใน ห้องจากเครื่องปรับอากาศ
(ที่ไม่ค่อยได้ทำความสะอาดหรือไม่มีระบบระบายอากาศที ่เหมาะสม) ด้วย