pui.lab
12-30-2006, 07:10 AM
เคยไหมที่เพื่อนๆ ซึ่งอาจหายหน้าหายตาไปนาน หรือนานๆ ครั้งจะโทรศัพท์มาเซย์ฮัลโหลคุณซะที จู่ๆ ก็โทรฯ มาชนิดว่าคิดถึงสุดๆ แถมเลือกเวลาตอนเงินเดือนออกหมาดๆ ซะด้วย นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนชนิดหนึ่งว่า คุณอาจกำลังตกเป็นเป้าหมายในการขอหยิบขอยืมเงินจากเพ ื่อนหนุ่ม หรือเพื่อนสาวของคุณก็ได้ ซึ่งหากเป็นคนที่คุณสนิทสนม และไว้เนื้อเชื่อใจ ก็คงไม่เป็นไร เพราะคุณอาจจะพร้อมสำหรับการเอื้ออาทรต่อเพื่อนรัก
แต่หากเขาหรือเธอคนนั้นที่โทรฯ มาหาคุณ เป็นคนที่คุณไม่ปรารถนาจะให้ยืมเงิน หรือถ้าเขาหยิบยืมไปแล้วไม่คืน คุณจะทำอย่างไรดี วันนี้เรามีเทคนิคการปฏิเสธหรือการทวงหนี้จากเพื่อนท ี่หยิบยืมเงินคุณไป ให้ลองนำไปปฏิบัติกันดู ดังนี้
อย่ารีบถามจำนวนเงิน
เมื่อเพื่อนของคุณเอ่ยปากถามว่า พอมีเงินให้หยิบยืมหรือไม่ อย่าเพิ่งรีบร้อนถามไปว่า เธอต้องการเงินจำนวนเท่าไร เพราะนั่นอาจเป็นการเปิดช่องให้เพื่อนรู้ว่า คุณพอมีเงินให้เขาหยิบยืมได้ ดังนั้น จึงควรให้เขาพูดจำนวนเงินที่จะขอหยิบขอยืมออกมาก่อนท ี่จะตอบรับหรือปฏิเสธ ซึ่งจะทำให้คุณมาเวลาคิดคำนวณถึงความเหมาะสมในการที่ จะให้เพื่อนยืม เช่น หากเพื่อนต้องการยืมเงิน 5,000 บาท แต่คุณมองว่าเป็น จำนวนเงินที่มากเกินไป คุณก็อาจบอกเพื่อนไปว่า คุณมีเงินอยู่แค่ 2,000-3,000 บาท ที่สามารถจะให้หยิบยืมได้
ความจำเป็นในการใช้เงิน
แม้คุณจะยินดีให้เพื่อนหยิบยืม แต่ควรสอบถามถึงความจำเป็นสักนิด ว่าเพื่อนต้องการนำเงินไปใช้อะไร อย่าหยิบเงินออกจากกระเป๋าสตางค์ให้เพื่อนไปง่ายๆ โดยไม่คิดหน้าคิดหลัง เพราะนอกจากจะสร้างนิสัยไม่รอบคอบให้ตัวคุณเองแล้ว ยังเป็นการสร้างวินัยการใช้เงินที่ไม่ดีให้กับเพื่อน ของคุณอีกด้วย ซึ่งเมื่อคุณให้เพื่อนยืมได้ง่ายๆ ครั้งต่อไป มีโอกาสตามมาอีกแน่ๆ จึงควรตัดไฟเสียแต่ต้นลม ให้เพื่อนรู้สึกเกรงอกเกรงใจไว้บ้าง และหากลูกหนี้รายนี้ของคุณปั้นเรื่องโกหกให้จับผิดแล ้วละก็ พยายามทำให้เขารู้ว่า จะไม่มีครั้งต่อไปอีกแล้ว
กำหนดระยะเวลาคืนให้แน่นอน
การให้ใครก็ตามยืมเงิน ต้องถามถึงกำหนดระยะเวลาชำระคืนให้แน่นอน และคุณจะต้องเฉียบขาดกล้าที่จะทวงถามเมื่อครบกำหนดด้ วย ไม่ควรทำหน้าบาง หรือกลัวว่าเพื่อนจะโกรธ หรือแม้ว่าจะไม่จำเป็นต้องใช้เงินก้อนดังกล่าวนั้น เพราะการปล่อยให้ระยะเวลาเนิ่นนาน จะทำให้ลูกหนี้ของคุณนอนใจว่าคุณไม่ใส่ใจกับเงินก้อน นั้น เขาจะนำมาคืนให้คุณเมื่อไรก็ได้ ซึ่งอาจทำให้เขาใช้เงินก้อนนั้นอย่างเพลิดเพลิน จนก่อหนี้เพิ่มขึ้นเป็นดินพอกหางหมู สุดท้ายอาจจะไม่มีเงินมาจ่ายคืนคุณก็เป็นไป
เทคนิคการทวงเงิน
แน่นอนว่า เมื่อให้เพื่อนยืมเงินไปแล้ว ยิ่งเป็นเพื่อนสนิทยิ่งไม่กล้าทวงคืน หากว่าเพื่อนยังคงเฉยๆ แม้จะเลยวันเวลาที่สัญญาว่าจะคืน ให้แล้ว คุณต้องมีวิธีทวงคืนแบบละมุนละม่อม เช่น หากเพื่อนคนนั้นจะไปกดเงินจากเอทีเอ็มขณะที่มีคุณอยู ่ด้วย ให้ฉวยโอกาสนี้แหละ ทำเนียนๆ พูดทีเล่นทีจริงประมาณว่า อุ๊ย มีเงินแล้วใช่มั้ย จำได้มั้ย ถึงกำหนดต้องคืนเงินที่ยืมไปแล้วนะอย่าใช้เสียงอันเข ้มแข็งขึงขังเด็ดขาด เพราะจะทำให้เพื่อนรู้สึกไม่ดีแน่ๆ
ต้องทำใจเผื่อไว้เลย
การให้เพื่อนสนิทยืมเงินนั้น จริงๆ แล้ว อันดับแรกก่อนให้ยืมก็ทำใจแทงบัญชีเป็นหนี้สูญไปก่อน เลย ว่าเงินจำนวนนี้อาจไม่ได้คืนหรอกนะ เพื่อความสบายใจในการจะคบหาเพื่อนคนนี้ต่อไป แต่ถ้าคิดว่าทำใจไม่ได้ก็อย่าให้ยืมเด็ดขาด หาข้ออ้างไปเรื่อยเปื่อย แต่ต้องให้สมจริงสมจังสักหน่อย อย่าให้เพื่อนจับได้ว่าโกหก
เคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ อาจทำให้คุณไม่ต้องเสียเพื่อนสนิท ของคุณไปก็ได้นะ ลองนำไปใช้ดูเล่นๆ เพราะในยามที่เศรษฐกิจตกสะเก็ด เงินเดือนขึ้นน้อยกว่าเงินเฟ้อ แบบนี้ คุณคงไม่อยากมีหนี้สูญ พร้อมๆ กับการสูญเสียเพื่อนรักของคุณไปใช่ไหมล่ะคะ
แต่หากเขาหรือเธอคนนั้นที่โทรฯ มาหาคุณ เป็นคนที่คุณไม่ปรารถนาจะให้ยืมเงิน หรือถ้าเขาหยิบยืมไปแล้วไม่คืน คุณจะทำอย่างไรดี วันนี้เรามีเทคนิคการปฏิเสธหรือการทวงหนี้จากเพื่อนท ี่หยิบยืมเงินคุณไป ให้ลองนำไปปฏิบัติกันดู ดังนี้
อย่ารีบถามจำนวนเงิน
เมื่อเพื่อนของคุณเอ่ยปากถามว่า พอมีเงินให้หยิบยืมหรือไม่ อย่าเพิ่งรีบร้อนถามไปว่า เธอต้องการเงินจำนวนเท่าไร เพราะนั่นอาจเป็นการเปิดช่องให้เพื่อนรู้ว่า คุณพอมีเงินให้เขาหยิบยืมได้ ดังนั้น จึงควรให้เขาพูดจำนวนเงินที่จะขอหยิบขอยืมออกมาก่อนท ี่จะตอบรับหรือปฏิเสธ ซึ่งจะทำให้คุณมาเวลาคิดคำนวณถึงความเหมาะสมในการที่ จะให้เพื่อนยืม เช่น หากเพื่อนต้องการยืมเงิน 5,000 บาท แต่คุณมองว่าเป็น จำนวนเงินที่มากเกินไป คุณก็อาจบอกเพื่อนไปว่า คุณมีเงินอยู่แค่ 2,000-3,000 บาท ที่สามารถจะให้หยิบยืมได้
ความจำเป็นในการใช้เงิน
แม้คุณจะยินดีให้เพื่อนหยิบยืม แต่ควรสอบถามถึงความจำเป็นสักนิด ว่าเพื่อนต้องการนำเงินไปใช้อะไร อย่าหยิบเงินออกจากกระเป๋าสตางค์ให้เพื่อนไปง่ายๆ โดยไม่คิดหน้าคิดหลัง เพราะนอกจากจะสร้างนิสัยไม่รอบคอบให้ตัวคุณเองแล้ว ยังเป็นการสร้างวินัยการใช้เงินที่ไม่ดีให้กับเพื่อน ของคุณอีกด้วย ซึ่งเมื่อคุณให้เพื่อนยืมได้ง่ายๆ ครั้งต่อไป มีโอกาสตามมาอีกแน่ๆ จึงควรตัดไฟเสียแต่ต้นลม ให้เพื่อนรู้สึกเกรงอกเกรงใจไว้บ้าง และหากลูกหนี้รายนี้ของคุณปั้นเรื่องโกหกให้จับผิดแล ้วละก็ พยายามทำให้เขารู้ว่า จะไม่มีครั้งต่อไปอีกแล้ว
กำหนดระยะเวลาคืนให้แน่นอน
การให้ใครก็ตามยืมเงิน ต้องถามถึงกำหนดระยะเวลาชำระคืนให้แน่นอน และคุณจะต้องเฉียบขาดกล้าที่จะทวงถามเมื่อครบกำหนดด้ วย ไม่ควรทำหน้าบาง หรือกลัวว่าเพื่อนจะโกรธ หรือแม้ว่าจะไม่จำเป็นต้องใช้เงินก้อนดังกล่าวนั้น เพราะการปล่อยให้ระยะเวลาเนิ่นนาน จะทำให้ลูกหนี้ของคุณนอนใจว่าคุณไม่ใส่ใจกับเงินก้อน นั้น เขาจะนำมาคืนให้คุณเมื่อไรก็ได้ ซึ่งอาจทำให้เขาใช้เงินก้อนนั้นอย่างเพลิดเพลิน จนก่อหนี้เพิ่มขึ้นเป็นดินพอกหางหมู สุดท้ายอาจจะไม่มีเงินมาจ่ายคืนคุณก็เป็นไป
เทคนิคการทวงเงิน
แน่นอนว่า เมื่อให้เพื่อนยืมเงินไปแล้ว ยิ่งเป็นเพื่อนสนิทยิ่งไม่กล้าทวงคืน หากว่าเพื่อนยังคงเฉยๆ แม้จะเลยวันเวลาที่สัญญาว่าจะคืน ให้แล้ว คุณต้องมีวิธีทวงคืนแบบละมุนละม่อม เช่น หากเพื่อนคนนั้นจะไปกดเงินจากเอทีเอ็มขณะที่มีคุณอยู ่ด้วย ให้ฉวยโอกาสนี้แหละ ทำเนียนๆ พูดทีเล่นทีจริงประมาณว่า อุ๊ย มีเงินแล้วใช่มั้ย จำได้มั้ย ถึงกำหนดต้องคืนเงินที่ยืมไปแล้วนะอย่าใช้เสียงอันเข ้มแข็งขึงขังเด็ดขาด เพราะจะทำให้เพื่อนรู้สึกไม่ดีแน่ๆ
ต้องทำใจเผื่อไว้เลย
การให้เพื่อนสนิทยืมเงินนั้น จริงๆ แล้ว อันดับแรกก่อนให้ยืมก็ทำใจแทงบัญชีเป็นหนี้สูญไปก่อน เลย ว่าเงินจำนวนนี้อาจไม่ได้คืนหรอกนะ เพื่อความสบายใจในการจะคบหาเพื่อนคนนี้ต่อไป แต่ถ้าคิดว่าทำใจไม่ได้ก็อย่าให้ยืมเด็ดขาด หาข้ออ้างไปเรื่อยเปื่อย แต่ต้องให้สมจริงสมจังสักหน่อย อย่าให้เพื่อนจับได้ว่าโกหก
เคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ อาจทำให้คุณไม่ต้องเสียเพื่อนสนิท ของคุณไปก็ได้นะ ลองนำไปใช้ดูเล่นๆ เพราะในยามที่เศรษฐกิจตกสะเก็ด เงินเดือนขึ้นน้อยกว่าเงินเฟ้อ แบบนี้ คุณคงไม่อยากมีหนี้สูญ พร้อมๆ กับการสูญเสียเพื่อนรักของคุณไปใช่ไหมล่ะคะ