ดูเวอร์ชั่นเต็ม : การผูกเสี่ยว(เพื่อนแท้)
บ่าวเต็งคนโก้
05-25-2006, 05:58 PM
ประเพณี ?ผูกเสี่ยว? (เป็นเพื่อนตาย) ของคนอีสานนั้น มีการคบกันอยู่ 2 ระดับ คือการคบกันเป็นเพื่อนฝูงในระดับธรรมดาทั่ว ๆ ไป ซึ่งจะเรียกกันว่า ?เป็นหมู่กัน? (เป็นเพื่อนกัน) และการคบกันแบบในระดับเพื่อนสนิทเป็นพิเศษ มีความรักผูกพันกันถึงขนาดพึ่งพาอาศัยกัน สามารถเป็นตายแทนกันได้ ลักษณะเช่นนี้เรียกว่า ?เป็นเสี่ยว? กัน (เป็นเพื่อนตายหรือมิตรแท้) การที่จะเป็นเพื่อนตายหรือเป็นเสี่ยวกันนั้น จะต้องผ่านขั้นตอนการทำพิธีผูกเสี่ยวกันก่อน จึงจะถือได้ว่า ?เป็นเสี่ยวแท้? (เป็นเพื่อนแท้) เป็นได้ทั้งชายและหญิง ที่มีความสมัครใจทั้งสองฝ่าย โดยมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน หรือมีรูปร่างหน้าตาคล้ายคลึงกัน การผูกเสี่ยวเป็นวิธีการหนึ่งที่เป็นการส่งเสริมการข ยายสังคม เพื่อนฝูงให้กว้างขวางออกไป ซึ่งมี คู่เสี่ยวมากเท่าใดยิ่งทำให้สังคมเกิดความรัก ความ ผูกพัน เปรียบเสมือนหนึ่งเป็นพี่น้องร่วมสายญาติเดียวกัน
สำหรับขั้นตอนของการผูกเสี่ยวนั้นมี 3 ขั้นตอน คือ การหาคู่เสี่ยว พิธีผูกเสี่ยวและการปฏิบัติตนต่อกันของคู่เสี่ยว ส่วนขั้นตอนการหาคู่เสี่ยวนั้น มีอยู่ด้วยกัน 2 วิธี คือ คู่เสี่ยวหากันเอง กรณีนี้ เมื่อชายหรือหญิงที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกันมีความ สนิทสนมกัน รักกันถูกนิสัยกัน พร้อมใจตกลงจะเป็นเสี่ยวกันด้วยความสมัครใจทั้งสองฝ่ าย จึงได้มีการจัดพิธีผูกเสี่ยวขึ้น เพื่อเป็นการประกาศให้ญาติพี่น้องเพื่อนฝูงทั้งสองฝ่ ายมาร่วมกันเป็นสักขีพยาน
ส่วนอีกวิธี คือพ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่หามาให้โดยไปพบบุคคลที่อยู่ ต่างถิ่น มีรูปร่างหน้าตาคล้ายกับลูกหลานของตนจึงเกิดการทาบทา มขอผูกเสี่ยวให้กับลูกหลานไว้ก่อน ซึ่งตอนนี้จะเรียกว่า ?แฮก เสี่ยว? หลังจากนั้นจึงหาโอกาสพาคู่เสี่ยวมาพบคบค้ากันจัดให้ มีพิธีผูกเสี่ยวให้โดยจะมี ?หมอสูดขวัญ? (หมอพราหมณ์) มา ?เฮียกขวัญ? (เรียกขวัญ) ให้ โดยพิธีจะเริ่มตั้งแต่ให้คู่เสี่ยวจุดเทียนที่ปักไว้ ยอดพาขวัญ จากนั้นพราหมณ์จะนำไหว้พระเสร็จแล้วกล่าวเชิญเทวดาพร ้อมกับสวดคำสู่ขวัญ เอาข้าวเหนียวใส่มือคู่เสี่ยวคนละหนึ่งปั้น ไข่ต้มคนละฟอง กล้วยน้ำว้าสุกคนละใบแล้วใช้ด้ายหรือฝ้ายผูก ข้อมือให้แก่เสี่ยวเป็นครั้งแรกเรียกว่า ?การผูกเสี่ยว? หลังจากนั้น ญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงของแต่ละฝ่ายจะมาผูกแขนให้ คู่เสี่ยวพร้อมกล่าวอวยพรแก่คู่เสี่ยว
บ่าวคนเดิม
05-25-2006, 11:26 PM
มักหลายบ่าวเต็ง....ผู้ข้ากะมี พ่อเสี่ยว แม่เสี่ยว คือการผูกเสี่ยวแบบครอบครัวเลยครับ
บ้านมหาหม่องนี้กะซิพอได้ผูกอยู่ดอกติ...แม้นบ่อาวเซ ียง
ปลัดโตคนเดิม
06-05-2006, 06:54 PM
เสี่ยวศู่มือ้นี้หายาก คนเฮาเห็นแก่โตกัน
บ่าวคนเดิม
08-02-2007, 04:18 PM
รบกวนท่านสมาชิก หรือบ่าวงเต็ง...ได้บ่อครับ....พอดีมีนักศึกษา
ซิมาขอข้อมูลเกี่ยวกับประเพณีการผูกเสี่ยว ซึ่งจะนำไปลงนิตรสาร
ซิพอมีไผสะดวก ให้สัมภาษณ์ ได้บ่อ สอบถามแหน่เด้อ ติดต่อสอบถามน้องนักศึกษา 086-6668238
เนื่องจากผมบ่สะดวกนั้นนา
หากท่านใดสะดวก แจ้งผ่านทาง PM ผมได้ครับ
ไก่น้อย
08-02-2007, 04:26 PM
นักศึกษา ช/ญ น่อ ...แฮะๆ
?ผูกเสี่ยว? ประเพณีรับขวัญชาวอีสาน
?พิธีผูกเสี่ยว? หรือเรียกอย่างเป็นทางการก็คือ ?พิธีบายศรีสู่ขวัญ? เป็นประเพณีของชาวอีสานที่มีความหมายว่า เป็นการผูกมิตรภาพ สำหรับการต้อนรับอาคันตุกะผู้มาเยือน หรือเป็นการรับขวัญ เรียกขวัญของผู้ที่จากบ้านไปไกลด้วยเวลาอันยาวนาน หรือผู้ที่เพิ่งหายป่วยไข้ให้มาอยู่กับเนื้อกับตัว พร้อมกับอวยพรให้อยู่เย็นเป็นสุข มีอายุมั่นขวัญยืนพร้อมกันไป
คำว่า ?ขวัญ? นั้นเชื่อว่า เป็นสิ่งที่ไม่มีตัวตนคล้ายกับจิตวิญญาณแฝงที่อยู่ใน ตัวคนและสัตว์ คนสมัยโบราณจะมีความเชื่อว่า ตั้งแต่เกิดมาทุกคนมีขวัญกันทั้งนั้น และในบางแห่งเรามักแปลว่า กำลังใจ และยังมีความหมายอีกว่าเป็นที่รักที่บูชา เช่น เรียกเมียที่รักว่า เมียขวัญ หรือจอมขวัญ เรียกลูกรักว่าลูกขวัญ เพื่อแสดงถึงความรัก แต่ขวัญก็ยังมีอีกความหมายหนึ่ง คือหมายถึง ขนหรือผมที่ขึ้นเวียนเป็นก้นหอย
การทำพิธีบายศรีสู่ขวัญของชาวอีสาน ส่วนใหญ่จะทำโดยการนิมนต์พระสงฆ์อย่างน้อย 5 รูป มาเจริญพระพุทธมนต์ ตั้งบาตรน้ำมนต์เสร็จแล้วประพรมน้ำมนต์ พระสงฆ์สวดชัยมงคลคาถา ถ้ามีศรัทธาพอจะถวายภัตตาหารเช้า หรือเพลพระสงฆ์ด้วยก็ได้ ส่วนการจัดพานบายศรีนั้นจะขาดไม่ได้ ปกติต้องจัดด้วยพานทองเหลือง และมีสัมฤทธิ์ (ขันลงหิน) หลายๆ ใบซ้อนกัน มีใบตอง ดอกไม้สด ด้ายสำหรับผูกข้อมือ อาจจัดเป็นชั้นๆ เช่น 3 ชั้น 5 ชั้น หรือ 7 ชั้น แล้วแต่ความสามารถ แต่คนเก่าคนแก่จะกล่าวว่า ถ้า 3 ชั้นและ 5 ชั้น จะเป็นของคนธรรมดา
แต่ถ้า 7 ชั้น หรือ 9 ชั้น จะสำหรับเชื้อพระวงศ์และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ชั้นล่างของพานขวัญจะเป็นพานมีบายศรีทำด้วยใบตอง ดอกไม้ ไข่ต้ม ขนม กล้วย อ้อย ปั้นข้าว เงินฮาง มีด ด้ามแก้ว ชั้น 2, 3, 4 จะได้ตกแต่งด้วยใบศรีและดอกไม้ ซึ่งมักจะเป็นดอกฝาง ดอกดาวเรือง ดอกรัก ใบเงิน ใบคำ ใบคูน ใบยอป่า ส่วนชั้นที่ 5 จะมีใบศรีและด้ายผูกข้อมือ เทียนเวียนหัวทำด้วยขี้ผึ้งของเจ้าของขวัญ
นอกจากพานขวัญแล้วจะมีเครื่องบูชาและอื่นๆ เช่น ขันบูชา มีพานขนาดกลางสำหรับวางผ้า 1 ผืน แพร 1 วา หวี กระจกเงา น้ำอบ น้ำหอม สร้อย แหวน ของผู้เป็นเจ้าของขวัญ สำหรับด้ายผูกข้อมือนั้นต้องเป็นด้ายดิบนำมาจับเป็นว งยาวพอที่จะพันรอบข้อมือได้ โบราณถือว่าคนธรรมดา วงละ 3 เส้น ผู้ดีมีศักดิ์ตระกูล 5 เส้น เมื่อวงแล้วให้เด็ดหรือดึงให้ขาดเป็นเส้นๆ ห้ามใช้มีดตัดจะใช้มีดตัดได้เฉพาะด้ายที่มัดศพเท่านั ้น
การสวดหรือการสูตรขวัญ ผู้จัดพิธีสู่ขวัญจะต้องจัดหาหมดนวดหรือสูตรขวัญซึ่ง มักเรียกว่า พราหมณ์ หรือพ่อพราหมณ์ ไว้ล่วงหน้า และต้องเป็นผู้ที่ทราบประเพณีสู่ขวัญและเป็นที่นับถื อของชาวบ้านด้วย ก่อนลงมือสวดเจ้าภาพต้องเตรียมด้ายผูกแขนพราหมณ์ไว้ เป็นด้ายผูกข้อมือธรรมดาและมัดธนบัตรเป็นค่าบูชาพราห มณ์จำนวนมากหรือน้อยแล้วแต่จะเห็นสมควร และเจ้าภาพจะเป็นคนผูกข้อมือพราหมณ์ด้วยด้ายผูกแขนพิ เศษนี้ พราหมณ์จะจัดให้เจ้าของขวัญนั่งให้หันหน้าไปในทิศทาง ต่างๆตามตำรา เจ้าของขวัญนั่งลงแล้วยกมือไหว้พราหมณ์ เสร็จแล้วใช้มือขวาจับพาขวัญตั้งจิตอธิฐานขอให้เทวดา บันดาลให้เป็นไปดังหมอขวัญ หรือพราหมณ์สูตร ส่วนญาติพี่น้องก็จะนั่งล้อมเป็นวงด้านหลังตั้งจิตอธ ิษฐานให้เจ้าของขวัญมีความสุขความเจริญจงเกิดแก่เจ้า ของขวัญ และอ้อนวอนเทวดาเป็นภาษาบาลีว่า สัค เค กา เม จ รูเป จบแล้วว่านะโม 3 จบ แล้วกล่าวคำบูชาพระรัตนตรัย จบแล้วจะสู่ขวัญอะไรก็ว่าตามความต้องการโดยให้เหมาะก ับงาน
การผูกข้อมือให้แก่เจ้าของขวัญควรประกอบด้วยองค์ 4 คือ ผู้ผูกหรือพราหมณ์ ผู้รับผูกหรือเจ้าของขวัญ ผู้เกี่ยวข้องคือญาติมิตร และคำกล่าวขณะที่ผูก เมื่อสูตรขวัญจบแล้วญาติพี่น้องจะเอาข้าว ไข่ กล้วย ใส่มือเจ้าของขวัญมือซ้ายหรือมือขวาก็ได้ หลังจากนั้นให้พราหมณ์ผูกข้อมือให้ โดยปกติจะผูกมือซ้ายเพราะแขนซ้ายถือเป็นแขนขวัญ ตอนผูกข้อมือทุกคนจะยื่นมือขวาออกไปพยุงแขนของเจ้าขอ งขวัญที่พราหมณ์กำลังทำพิธีอยู่ แล้วตั้งจิตอธิษฐานขอให้เจ้าของขวัญมีความสุขความเจร ิญ เมื่อผูกข้อมือเสร็จแล้วเจ้าของขวัญต้องประนมมือไหว้ ผู้ให้พรเพื่อรับพร เป็นอันเสร็จพิธี ด้ายผูกแขนนี้อย่าพึ่งดึงทิ้งต้องรอให้ผ่านไป 3 วันก่อนแล้วค่อยดึงออก ห้ามทิ้งลงที่สกปรกเพราะถือว่าเป็นของดีของศักดิ์สิท ธิ์ควรเก็บรักษาไว้เพราะเชื่อว่าสามารถป้องกันอันตรา ยได้
ซึ่งจะเห็นได้ว่าพิธีผูกเสี่ยวหรือบายศรีสู่ขวัญนี้เ ป็นขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวอีสานที่ร่างเป็นระเบีย บแบบแผนไว้ และก็เป็นธรรมดาที่ประเพณีนี้อาจมีความแตกต่างกันออก ไปบ้างขึ้นอยู่กับการพัฒนาและความเจริญโดยให้เหมาะสม กับกาลสมัย แต่มูลฐานของประเพณีนี้ก็ยังคงอยู่และคงต้องเป็นหน้า ที่ของลูกหลานที่จะต้องรักษามรดกอันสำคัญนี้ให้ยั่งย ืนสืบไป เพื่อแสดงถึงการมีวัฒนธรรมอันเป็นชาติบ้านเมืองของเร า
ฝ่ายประชาสัมพันธ์
สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม
แหล่งที่มา: สยามรัฐ 21 เม.ย. 2548
ติ๋ม เปอร์โย
08-03-2007, 01:06 PM
ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆมีประโยชน์
ติ๋มกะมีเสี่ยวอยู่2คนจ้า ผูกตั้งแต่ตอนอายุ3ขวบ เดียวนี่กะยังฮักกันหมั่นแก่น โทรหากันดู๋คัก คึดฮอดกันแฮง
vBulletin v3.7.2, สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2008, Jelsoft Enterprises Ltd.