บ่าวโจ่โล่
02-08-2007, 07:48 PM
การเขียนกลอนแบบ อิสาน อีกแบบเรียกว่า "ทบเอก หรือ เทียมเอก "
ลักษณะการเขียน มีสระคั่นกลาง 1 คำ และอยู่ตอนปลายวรรค จะเป็นการก่ายด้วยเสียง " โทนค ู่"
ตัวอย่างจากตำรา
อันว่าภูธรท้าว ทรงกระสันอกสั่น สรรพะควงดอกไม้คงซ้างป่าซาง
พระก็พานางขึ้นเขางอนเมืองง่อน ตามไต่ก้อนผาล้านส่ำฮาน
คอยไปหน้าดงหนายาวย่าน สองก็อุ้มออ่นน้อยพาผ่ายเพิงผาย
หอมควงไม้ทรงสะออนอกออ่น สัพพะพิชโภชน์พร้อมในด้าวดั่งดาว
ภูธรท้าวเหลียวคอยเดินค่อย น้อยหนึ่งม้มดงส้านป่าสาน
ทดลองแต่งขึ้นใหม่ จึงจำเป็นต้องขอคำแนะนำ จากผู้รู้ด้วย หากผิดพลาดประการได ก็ช่วยแนะนำด้วยเด้อ
เห็นแสงยาวจากฟ้า เบิ่งสีสันใจสั่น อัศจรรย์แท้ ๆ ได้แวเลี้ยวส่องเหลียว
ทั้งสีเขียวเหลืองพร้อม ยามฝนซาคนซ่า ว่างามรุ้งกินน้ำ ซ่างโงโค้งคดโคง
ลมวอย ๆ ยามบ่ายคล้อย ใจลอยใจล่อง คิดฮอดเจ้าอยู่ล่องค้อง ซ่างมาข้องเจ้าของ
ฝนกะซาลมดึงฟ้า ให้แสงคำค้อยค่ำ แสงมืดดำมิดขอบฟ้า คือนางหล่าสั่งลา
คันแม่นเจ้าเห็นรุ้ง ให้น้องจ้อใจจ่อ เจ้าสิได้พบพ้อ คือมองอ้ายอย่าอาย
หากไกลกันทางกั้น บ่มีวันไหวหวั่น ใจยังพันเกี่ยวฟั้น แลงเซ้าบ่เซา
คันหากแม่นว่าเจ้า ได้เซาหวงเซาห่วง คือแสงสรวงล่วงจากฟ้าให้แสงจ้าค่อยจาง
คันแม่นฝนสั่งฟ้า คือนางลาหน้าหล่า เหมิดปัญญาเอิ้นเจ้า ได้เถิงหม่องหม่นหมอง.....ซั่นแหลว
............................... อ่านแล้วเป็นจั่งได๋ กะซ่อยพิจารณานำแน่เด้อครับ .................................................. .....
ลักษณะการเขียน มีสระคั่นกลาง 1 คำ และอยู่ตอนปลายวรรค จะเป็นการก่ายด้วยเสียง " โทนค ู่"
ตัวอย่างจากตำรา
อันว่าภูธรท้าว ทรงกระสันอกสั่น สรรพะควงดอกไม้คงซ้างป่าซาง
พระก็พานางขึ้นเขางอนเมืองง่อน ตามไต่ก้อนผาล้านส่ำฮาน
คอยไปหน้าดงหนายาวย่าน สองก็อุ้มออ่นน้อยพาผ่ายเพิงผาย
หอมควงไม้ทรงสะออนอกออ่น สัพพะพิชโภชน์พร้อมในด้าวดั่งดาว
ภูธรท้าวเหลียวคอยเดินค่อย น้อยหนึ่งม้มดงส้านป่าสาน
ทดลองแต่งขึ้นใหม่ จึงจำเป็นต้องขอคำแนะนำ จากผู้รู้ด้วย หากผิดพลาดประการได ก็ช่วยแนะนำด้วยเด้อ
เห็นแสงยาวจากฟ้า เบิ่งสีสันใจสั่น อัศจรรย์แท้ ๆ ได้แวเลี้ยวส่องเหลียว
ทั้งสีเขียวเหลืองพร้อม ยามฝนซาคนซ่า ว่างามรุ้งกินน้ำ ซ่างโงโค้งคดโคง
ลมวอย ๆ ยามบ่ายคล้อย ใจลอยใจล่อง คิดฮอดเจ้าอยู่ล่องค้อง ซ่างมาข้องเจ้าของ
ฝนกะซาลมดึงฟ้า ให้แสงคำค้อยค่ำ แสงมืดดำมิดขอบฟ้า คือนางหล่าสั่งลา
คันแม่นเจ้าเห็นรุ้ง ให้น้องจ้อใจจ่อ เจ้าสิได้พบพ้อ คือมองอ้ายอย่าอาย
หากไกลกันทางกั้น บ่มีวันไหวหวั่น ใจยังพันเกี่ยวฟั้น แลงเซ้าบ่เซา
คันหากแม่นว่าเจ้า ได้เซาหวงเซาห่วง คือแสงสรวงล่วงจากฟ้าให้แสงจ้าค่อยจาง
คันแม่นฝนสั่งฟ้า คือนางลาหน้าหล่า เหมิดปัญญาเอิ้นเจ้า ได้เถิงหม่องหม่นหมอง.....ซั่นแหลว
............................... อ่านแล้วเป็นจั่งได๋ กะซ่อยพิจารณานำแน่เด้อครับ .................................................. .....