น้องนางคนโก้
04-04-2007, 09:26 PM
ความโกรธทำให้ใจเราไม่สบาย เราอย่าโกรธกันเลยน๊า
มารักกัน รักกัน รักกันดีกว่า นะ นะ นะ :D
ความปรุงใจเป็นสิ่งสำคัญ ทำความรู้ความเข้าใจในเรื่องความปรุงของใจเสียก่อน
ให้เห็นแน่ชัดเสียก่อนว่า ความโกรธหรือไม่โกรธ ไม่ได้เกิดจากเสียงภายนอกที่มากระทบประสาทหู
แต่ความโกรธหรือไม่โกรธ ชอบหรือไม่ชอบ เกิดจากความปรุงคิดแท้ๆ ความปรุงคิดของในเรานี้แหละ
ที่ทำให้เกิดความชอบหรือไม่ชอบ ความโกรธหรือไม่โกรธ
เมื่อความชอบหรือไม่ชอบ โกรธหรือไม่โกรธเกิดได้เพราะความปรุงคิด
จึงมิได้เพราะบุคคลภายนอกแต่เกิดจากตัวเองเท่านั้น
ตัวเองนี้แหละเป็นเหตุให้ชอบหรือไม่ชอบ โกรธหรือไม่โกรธ
เวลาเกิดความไม่ชอบหรือความชอบ ความโกรธก็เกิดขึ้นจึงควรมีสติรู้ว่าตนเองเป็นผู้ทำใ ห้เกิด ไม่มีผู้อื่นมาทำ
เมื่อใจไม่ส่งออกไปโทษผู้อื่นว่าเป็นเหตุ ใจรับความจริงว่าตนเองเป็นเหตุ ความโกรธก็จะลดน้อยถึงหยุดลงได้
สำคัญต้องมีสติรู้ว่าความโลภ ความโกรธ ความหลง เกิดขึ้นเพราะความปรุงในจิตใจของเราเอง
มิได้เกิดขึ้นเพราะบุคคลหรือวัตถุภายนอก
นี่พูดถึงเมื่อความโกรธเกิดขึ้นแล้ว ให้ดับด้วยการมีสติรู้ความจริงว่าตนเองเป็นผู้ทำ
แต่ถ้าพูดถึงการป้องกันมิให้ความโกรธเกิด จะต้องฝึกให้สติเกิดเร็วขึ้นอีก
และดังกล่าวแล้วในตอนต้น ๆ จะต้องฝึกให้เกิดเหตุผลและปัญญา รวมทั้งเมตตากรุณาด้วย
http://img66.imageshack.us/img66/2711/1175612542eq1.jpg (http://imageshack.us)
การฝึกในเรื่องเหล่านั้นจำเป็นต้องทำเมื่อความโกรธยั งไม่เกิดขึ้นในจิตใจ หรือเมื่อเกิดแล้วแต่ดับแล้ว
เมตตากรุณาเป็นความรู้สึกตรงกันข้ามกับความโกรธ ผู้ที่มีเมตตากรุณาในผู้ใดอยู่ ความโกรธในผู้นั้นจะเกิดไม่ได้
เพราะเมตตาหมายถึงความปรารถนาให้เป็นสุข กรุณาปรารถนาจะช่วยให้พ้นทุกข์
เมื่อมีความรู้สึกดังกล่าวอยู่ในใจ ความโกรธย่อมเกิดไม่ได้เป็นธรรมดา
การเจริญเมตตาจึงเป็นการแก้ความโกรธที่ได้ผล
ผู้เจริญเมตตาอยู่เสมอ เป็นผู้ไม่โกรธง่าย ทั้งยังมีจิตใจเยือกเย็นเป็นสุข ด้วยอำนาจของเมตตาอีกด้วย
ผู้ใดรู้สึกว่าจิตใจเร่าร้อนนัก เมื่อเจริญเมตตาจะได้รู้สึกว่าเมตตามีคุณแก่ตนเองเพี ยงไร
แม้เมื่อเจริญเมตตาจะปรารถนาให้ผู้อื่นเป็นสุข แต่ผู้จะได้รับผลแห่งความสุขก่อนใครทั้งหมด
คือตัวผู้เจริญเมตตาเองเช่นเดียวกันการคิดดีพูดดีทำด ีทุกอย่าง
ผู้ที่ได้รับผลของความดีก่อนใครทั้งหมดคือตัวผู้ทำเอ ง
และได้รับผลของความดีมากกว่าใครทั้งหมดก็คือตัวผู้ทำ เอง
จึงควรคิดดูน่าจะคิดดีพูดดีทำดีกันเพียงใดหรือไม่
...
สนับสนุนข้อคิดนานาสาระโดย: ฝึกใจไม่ให้โกรธ
: สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
มารักกัน รักกัน รักกันดีกว่า นะ นะ นะ :D
ความปรุงใจเป็นสิ่งสำคัญ ทำความรู้ความเข้าใจในเรื่องความปรุงของใจเสียก่อน
ให้เห็นแน่ชัดเสียก่อนว่า ความโกรธหรือไม่โกรธ ไม่ได้เกิดจากเสียงภายนอกที่มากระทบประสาทหู
แต่ความโกรธหรือไม่โกรธ ชอบหรือไม่ชอบ เกิดจากความปรุงคิดแท้ๆ ความปรุงคิดของในเรานี้แหละ
ที่ทำให้เกิดความชอบหรือไม่ชอบ ความโกรธหรือไม่โกรธ
เมื่อความชอบหรือไม่ชอบ โกรธหรือไม่โกรธเกิดได้เพราะความปรุงคิด
จึงมิได้เพราะบุคคลภายนอกแต่เกิดจากตัวเองเท่านั้น
ตัวเองนี้แหละเป็นเหตุให้ชอบหรือไม่ชอบ โกรธหรือไม่โกรธ
เวลาเกิดความไม่ชอบหรือความชอบ ความโกรธก็เกิดขึ้นจึงควรมีสติรู้ว่าตนเองเป็นผู้ทำใ ห้เกิด ไม่มีผู้อื่นมาทำ
เมื่อใจไม่ส่งออกไปโทษผู้อื่นว่าเป็นเหตุ ใจรับความจริงว่าตนเองเป็นเหตุ ความโกรธก็จะลดน้อยถึงหยุดลงได้
สำคัญต้องมีสติรู้ว่าความโลภ ความโกรธ ความหลง เกิดขึ้นเพราะความปรุงในจิตใจของเราเอง
มิได้เกิดขึ้นเพราะบุคคลหรือวัตถุภายนอก
นี่พูดถึงเมื่อความโกรธเกิดขึ้นแล้ว ให้ดับด้วยการมีสติรู้ความจริงว่าตนเองเป็นผู้ทำ
แต่ถ้าพูดถึงการป้องกันมิให้ความโกรธเกิด จะต้องฝึกให้สติเกิดเร็วขึ้นอีก
และดังกล่าวแล้วในตอนต้น ๆ จะต้องฝึกให้เกิดเหตุผลและปัญญา รวมทั้งเมตตากรุณาด้วย
http://img66.imageshack.us/img66/2711/1175612542eq1.jpg (http://imageshack.us)
การฝึกในเรื่องเหล่านั้นจำเป็นต้องทำเมื่อความโกรธยั งไม่เกิดขึ้นในจิตใจ หรือเมื่อเกิดแล้วแต่ดับแล้ว
เมตตากรุณาเป็นความรู้สึกตรงกันข้ามกับความโกรธ ผู้ที่มีเมตตากรุณาในผู้ใดอยู่ ความโกรธในผู้นั้นจะเกิดไม่ได้
เพราะเมตตาหมายถึงความปรารถนาให้เป็นสุข กรุณาปรารถนาจะช่วยให้พ้นทุกข์
เมื่อมีความรู้สึกดังกล่าวอยู่ในใจ ความโกรธย่อมเกิดไม่ได้เป็นธรรมดา
การเจริญเมตตาจึงเป็นการแก้ความโกรธที่ได้ผล
ผู้เจริญเมตตาอยู่เสมอ เป็นผู้ไม่โกรธง่าย ทั้งยังมีจิตใจเยือกเย็นเป็นสุข ด้วยอำนาจของเมตตาอีกด้วย
ผู้ใดรู้สึกว่าจิตใจเร่าร้อนนัก เมื่อเจริญเมตตาจะได้รู้สึกว่าเมตตามีคุณแก่ตนเองเพี ยงไร
แม้เมื่อเจริญเมตตาจะปรารถนาให้ผู้อื่นเป็นสุข แต่ผู้จะได้รับผลแห่งความสุขก่อนใครทั้งหมด
คือตัวผู้เจริญเมตตาเองเช่นเดียวกันการคิดดีพูดดีทำด ีทุกอย่าง
ผู้ที่ได้รับผลของความดีก่อนใครทั้งหมดคือตัวผู้ทำเอ ง
และได้รับผลของความดีมากกว่าใครทั้งหมดก็คือตัวผู้ทำ เอง
จึงควรคิดดูน่าจะคิดดีพูดดีทำดีกันเพียงใดหรือไม่
...
สนับสนุนข้อคิดนานาสาระโดย: ฝึกใจไม่ให้โกรธ
: สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก