PDA

ดูเวอร์ชั่นเต็ม : พระโคกินข้าว - ข้าวโพด -หญ้า พยากรณ์น้ำท่าพอดี มังสาหาร ผลาหาร ภักษาหาร ธัญญาหาร


บ่าวคนเดิม
05-10-2007, 12:58 PM
พระโคกินข้าว - ข้าวโพด -หญ้า พยากรณ์น้ำท่าพอดี มังสาหาร ผลาหาร ภักษาหาร ธัญญาหารบริบูรณ์ดี

พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปี 2550 พยากรณ์ว่า น้ำท่าในปีนี้จะมีปริมาณพอดี ข้าวกล้า ในนาจะได้ผลบริบูรณ์ ธัญญาหาร ผลาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี


เมื่อเวลาประมาณ 08.30 น. วันนี้(10 พ.ค.) สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เป็นผู้แทนพระองค์เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่น ั่ง มายังพลับพลาที่ประทับ บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง เพื่อเป็นองค์ประธานในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขว ัญ พร้อมด้วยพระเจ้า วรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์

พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นพระราชพิธี 2 พิธีรวมกัน คือ พระราชพิธีพืชมงคล อันเป็นพิธีสงฆ์ ซึ่งประกอบพระราชพิธีวันแรกที่พระอุโบสถวัดพระศรีรัต นศาสดาราม ในวันพุธที่ 9 พฤษภาคม 2550 และพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ (วันไถหว่าน) อันเป็นพิธีพราหมณ์ โดยประกอบพระราชพิธี ในวันพฤหัสบดีที่ 10 พฤษภาคม 2550 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นพิธีการซึ่งกระทำขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคลและส่ งเสริมบำรุงขวัญเกษตรกร เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการเพาะปลูก กำหนดจัดขึ้นในเดือนหกของทุกปี อันถือเป็นเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มต้นฤดูกาลแห่งการ ทำนา

การจัดพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในปีนี ้ ฤกษ์การไถหว่านอยู่ในระหว่างช่วงเวลา 08.19 - 08.59 น. ผู้ทำหน้าที่ เป็นพระยาแรกนา คือ นายบรรพต หงษ์ทอง ปลัดกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ เทพีคู่หาบทอง ได้แก่ นางสาวรัตน์ติยา แจ้งจร เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน 6ว สำนักแผนงานและโครงการพิเศษ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางสาวคมจันทร์ สรงจันทร์ นักวิชาการเกษตร 6ว สำนักวิจัยและพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรร ูปผลิตผลเกษตร กรมวิชาการเกษตร เทพีคู่หาบเงิน ได้แก่ นางสาวพันธ์ทิพย์ จารุเสน นักวิชาการตรวจสอบบัญชี 6ว สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์กรุงเทพมหานคร กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และนางสาวนุชจรี วัชรวงษ์ไพบูลย์ นักวิชาการเกษตร 5 สำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตรส่วนพระโคแรกนาขวัญ ได้แก่ พระโคเทิด และพระโคทูน

ในวันประกอบพระราชพิธีครั้งนี้ ได้มีการพยากรณ์ถึงความสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญาหารข องประเทศ ในปี พ.ศ.2550 โดยพระยาแรกนาได้เสี่ยงทายหยิบผ้านุ่งแต่งกาย หยิบได้ผ้า 5 คืบ พยากรณ์ว่า น้ำในปีนี้จะมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนาจะได้ผลบริบูรณ์ และผลาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี นอกจากนี้พราหมณ์ได้เสี่ยงทายของกิน 7 สิ่ง ที่ตั้งเลี้ยงพระโค ซึ่งผลเสี่ยงทาย พระโคกินข้าวและข้าวโพด พยากรณ์ว่า ธัญญาหาร ผลาหาร จะบริบูรณ์ดี นอกจากนี้พระโคยังกินหญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี



ประวัติพระราชพิธีพืชมงคลจรดรพระนังคัลแรกนาขวัญ


พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญเป็นพระราชพิ ธี 2 พิธีรวมกัน คือ พระราชพิธีพืชมงคลอันเป็นพิธีสงฆ์ อย่างหนึ่ง ซึ่งจะประกอบพระราชพิธีวันแรกในพระอุโบสถวัดพระศรีรั ตนศาสดาราม กับ พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญอันเป็นพิธีพราหมณ์ อย่างหนึ่ง ซึ่งจะประกอบพระราชพิธีในวันรุ่งขึ้น ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ หรือเรียกสั้นๆ ว่า พิธีแรกนา เป็นพระราชพิธีที่มีมาแต่โบราณตั้งแต่ครั้งกรุงสุโขท ัยเป็นราชธานี ซึ่งในสมัยกรุงสุโขทัยนั้น พระมหากษัตริย์ไม่ได้ลงมือไถนาเอง เป็นแต่เพียงเสด็จไปเป็นองค์ประธานในพระราชพิธีเท่าน ั้น

ครั้นถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา พระมหากษัตริย์ไม่ได้เสด็จไปเป็นองค์ประธานเหมือนกับ สมัยกรุงสุโขทัย แต่จะมอบอาญาสิทธิ์ให้โดยทรงทำเหมือนอย่างออกอำนาจจา กกษัตริย์ และจะทรงจำศีลเงียบ 3 วัน ซึ่งวิธีนี้ได้ใช้ตลอดมาถึงปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา

สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ได้มีการประกอบพระราชพิธีนี้มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 แต่ผู้ทำการแรกนาเปลี่ยนเป็นเจ้าพระยาพหลเทพคู่กันกั บการยืนชิงช้า แต่พอถึงรัชกาลที่ 3 ให้ถือว่าผู้ใดยืนชิงช้าผู้นั้นเป็นผู้แรกนาด้วย ในสมัยรัชกาลที่ 4 ได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดมีพิธีสงฆ์เพิ่มขึ้นในพระราชพิธีต่างๆ ทุกพิธี ดังนั้น พระราชพิธีพืชมงคลจึงได้เริ่มมีขึ้นแต่บัดนั้นมา โดยได้จัดรวมกับพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ และมีชื่อเรียกรวมกันว่า พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ

ความมุ่งหมายอันเป็นมูลเหตุให้เกิดมีพระราชพิธีนี้ขึ ้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระบรมราชาธิบายไว้ในพระราชนิพนธ์เรื่อง พระราชพิธีสิบสองเดือน ว่า

"การแรกนาที่ต้องเป็นธุระของผู้ซึ่งเป็นใหญ่ในแผ่นดิน เป็นธรรมเนียมนิยมมีมาแต่โบราณ เช่น ในเมืองจีนสี่พันปีล่วงมาแล้วพระเจ้าแผ่นดินก็ทรงลงไ ถนาเองเป็นคราวแรก พระมเหสีเลี้ยงตัวไหม ส่วนจดหมายเรื่องราวอันใดในประเทศสยามที่มีปรากฏอยู่ ในการแรกนานี้ก็มีอยู่เสมอเป็นนิจไม่มีเวลาว่างเว้น ด้วยการซึ่งผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดินลงมือทำเองเช่นนี้ ก็เพื่อจะให้เป็นตัวอย่างแก่ราษฎร ชักนำให้มีใจหมั่นในการที่จะทำนา เพราะเป็นสิ่งสำคัญที่จะได้อาศัยเลี้ยงชีวิตทั่วหน้า เป็นต้นเหตุของความตั้งมั่น และความเจริญไพบูลย์แห่งพระนครทั้งปวง แต่การซึ่งมีพิธีเจือปนต่างๆ ไม่เป็นแต่ลงมือไถนาเป็นตัวอย่างเหมือนอย่างชาวนาทั้ งปวงลงมือไถนาของตนตามปกติก็ด้วยความหวาดหวั่นต่ออัน ตราย คือ น้ำฝนน้ำท่ามากไปน้อยไปด้วงเพลี้ยและสัตว์ต่าง ๆ จะบังเกิดเป็นอันตรายไม่ให้ได้ประโยชน์เต็มภาคภูมิแล ะมีความปรารถนาที่จะให้ได้ประโยชน์เต็มภาคภูมิเป็นกำ ลังจึงต้องหาทางที่จะแก้ไขและทางที่จะอุดหนุนและที่จ ะเสี่ยงทายให้รู้ล่วงหน้าจะได้เป็นที่มั่นอกมั่นใจโด ยอาศัยคำอธิษฐานเอาความสัตย์เป็นที่ตั้งบ้าง ทำการซึ่งไม่มีโทษนับว่าเป็นการ สวัสดิมงคลตามซึ่งมาในพระพุทธศาสนาบ้าง บูชาเซ่นสรวงตามที่มาทางไสยศาสตร์บ้างให้เป็นการช่วย แรงและเป็นที่มั่นใจตามความปรารถนาของมนุษย์ซึ่งคิดไ ม่มีที่สิ้นสุด"

ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ความมุ่งหมายของพิธีแรกนาอยู่ที่จะทำให้เป็นตัวอย่าง แก่ราษฎรเพื่อชักนำให้มีความมั่นใจในการทำนา แม้จะเป็นความจำเป็นสำหรับบ้านเมืองในสมัยโบราณอย่าง ไรถึงในปัจจุบันนี้ก็คงเป็นอยู่อย่างนั้น เพราะการเกษตรซึ่งมีการทำนาเป็นหลักนั้นเป็นสิ่งสำคั ญแก่ชีวิตความเป็นอยู่และการเศรษฐกิจของประเทศทุกสมั ยส่วนพิธีกรรมนอกเหนือจากการทำให้เป็นตัวอย่างตามที่ ทรงจำแนกไว้ 3 อย่าง โดย 2 อย่างแรกที่ว่า "อาศัยคำอธิษฐานเอาความสัตย์เป็นที่ตั้งบ้าง ทำการซึ่งไม่มีโทษนับว่าเป็นการสวัสดิ มงคลตามซึ่งมาในพระพุทธศาสนาบ้าง" นั้น ทรงหมายถึง พิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญอันเป็นพิธีพราหมณ์

พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญเป็นพิธีการเ พื่อความเป็นสิริมงคลและบำรุงขวัญเกษตรกร กำหนดจัดขึ้นในเดือนหกของทุกปี ซึ่งระยะนี้เป็นระยะเหมาะสมที่จะเริ่มต้นการทำนาอันเ ป็นอาชีพหลักของประชาชนคนไทย แต่ไม่ได้กำหนดวันที่แน่นอนไว้เหมือนกับวันพระราชพิธ ีอื่น ๆ ส่วนจะเป็นวันใดในเดือนหกหรือเดือนพฤษภาคมที่มีฤกษ์ย ามที่เหมาะสมต้องตามประเพณีก็ให้จัดขึ้นในวันนั้น

การจัดงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ได้กระทำเต็มรูปบูรพประเพณีครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2479 แล้วก็ว่างเว้นไปจนกระทั่งในปี พ.ศ. 2503 คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ฟื้นฟูพระราชประเพณีนี้ขึ้นให ม่และได้กระทำติดต่อกันมาทุกปีจนถึงปัจจุบันด้วยเห็น ว่าเป็นการรักษาพระราชประเพณีอันดีงาม มีผลในการบำรุงขวัญและจิตใจของคนไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวองค์พระประมุขปัจจุบันทรง มีพระราชกระแสให้ปรับปรุงพิธีการบางอย่างให้เหมาะสมก ับยุคสมัย และเสด็จพระราชดำเนินมาเป็นองค์ประธานในพระราชพิธีนี ้ทุกปีสืบมามิได้ขาด

เมื่อได้มีการฟื้นฟูพระราชประเพณีจรดพระนังคัลแรกนาข วัญขึ้นมาในระยะแรกนั้น

พระยาแรกนา ได้แก่ อธิบดีกรมการข้าวโดยตำแหน่ง สำหรับเทพีทั้งสี่พิจารณาคัดเลือกจากภริยาข้าราชการช ั้นผู้ใหญ่ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ [ปี พ.ศ. 2503 นั้น อธิบดีกรมการข้าว คือ หม่อมเจ้าจักรพันธ์เพ็ญสิริ จักรพันธุ์ (พ.ศ.2496-2504) เป็นพระยาแรกนา ซึ่งพระราชพิธีดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2503 ที่บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง]

ภายหลังพระยาแรกนา ได้แก่ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยตำแหน่ง ส่วนผู้ที่มาทำหน้าที่เป็นเทพีคู่หาบทองและคู่หาบเงิ นนั้น ได้ทำการพิจารณาคัดเลือกจากข้าราชการหญิงโสดในสังกัด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มีตำแหน่งตั้งแต่ข้าราชการพ ลเรือนสามัญชั้นโทขึ้นไป

พระราชพิธีพืชมงคลเป็นพิธีทำขวัญพืชพันธุ์ธัญญาหาร ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงอธิฐานเพื่อความอุด มสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญาหารแห่งราชอาณาจักรไทย ข้าวนั้นถือว่าเป็นอาหารหลักของประชาชนในภาษาบาลีเรี ยกว่า ปุพพัณณะ หรือ บุพพัณณะ หรือ บุพพัณณชาติ ส่วนพืชอื่น ๆ ที่เป็นอาหารเรียกว่า อปรัณณ หรือ อปรัณชาติ หมายถึง พืชจำพวกถั่ว งา เป็นต้น ถ้าเรียกควบทั้งสองอย่างก็เรียกว่า บุพพัณณปรัณณชาติ ที่หมายถึงพืชที่เป็นอาหารทุกชนิด บุพพัณณปรัณณชาติที่นำเข้าพิธีพืชมงคลนั้นเป็นข้าวเป ลือก มีทั้งข้าวเจ้าและข้าวเหนียว นอกจากนี้มีเมล็ดพืชต่าง ๆ รวม 40 อย่าง แต่ละอย่างบรรจุถุงผ้าขาวกับเผือกมันต่าง ๆ พันธุ์พืช

เหล่านี้เป็นของปลูกงอกได้ทั้งนั้น นอกจากนี้ยังมีข้าวเปลือกที่หว่านในพิธีแรกนาบรรจุกร ะเช้าทองคู่หนึ่งเป็นข้าวพันธุ์ดีที่โปรดให้ปลูกในสว นจิตรลดาและพระราชทานมาเข้าพิธีพืชมงคล พันธุ์ข้าวพระราชทานนี้จะใช้หว่านในพระราชพิธีแรกนาส ่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งที่เหลือทางการจะบรรจุซอง แล้วส่งไปแจกจ่ายแก่ชาวนาและประชาชนในจังหวัดต่าง ๆ ให้เป็นมิ่งขวัญและเป็นสิริมงคลแก่พืชผลที่จะเพาะปลู กในปีนี้

อนึ่ง นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2509 เป็นต้นมา คณะรัฐมนตรีได้ประชุมปรึกษาลงมติให้วันพระราชพิธี พืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญนี้เป็น วันเกษตรกร ประจำปีอีกด้วย ทั้งนี้เพื่อให้ผู้มีอาชีพทางการเกษตรพึงระลึกถึงควา มสำคัญของการเกษตร และร่วมมือกันประกอบพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแร กนาขวัญเพื่อเป็นศิริมงคลแก่อาชีพของตน ทั้งยังก่อให้เกิดประโยชน์แก่เศรษฐกิจของประเทศชาติ จึงได้จัดงานวันเกษตรกรควบคู่ไปกับงานพระราชพิธีพืชม งคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญตลอดมา

ข่าวสด

ติ๋ม เปอร์โย
05-10-2007, 01:23 PM
ฝนตกดีกะดีใจนำอยู่ดอกพี่น้อง แต่อย่าตกเดียวนี้เถาะเนาะ ข้าวนาปลังข่อยหั่นตี้ พอเกี่ยวแล้วกะยากนำแต่ฝน

บ่าวเซียงน้อย
05-10-2007, 02:03 PM
ปีนี้ 8 สองหน โบราณเผิ่นว่าใว้ ปีนี้บ่อแล้งกะท่วมเด้อ พี่น้อง

พอกะเทิน
05-11-2007, 12:31 AM
จังได๋กะขอให้ซุ่มให้เย็นทั่วประเทศเด้อครับ บ้านผมฝนเพิ่งตกตอนต้นเดือนนี่หละครับ ตกแฮง ทั้งกบทั้งอึ่งฮ้องแซวๆยุ

สาวบ้านนา
05-15-2007, 01:51 PM
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ อายุมั่นขวัญยืน


เป็นตาลองลงทุน เฮ๊ดนาอีกแทะครั้นฝนลงแฮงแล่วกะบ่แห้งแล้งจนเกินไป พอดีพองามเนาะ
ปีที่แล้ว หญ้าขึ้นหลายกว่าเข่าอีก ซั่มจ้างคนไปเกี่ยวหญ้าพี่น้องสาวนาขาดทุนปีที่แล้ว
แถมได่ข้าวจ้าวหลายกว่าเข่าเหนียว ผุเถ่าจ่มฮ้าย...