ดูเวอร์ชั่นเต็ม : พรีเซนต์ "บักก่อ"
บ่าวอุบลมิวสิค
06-27-2006, 10:33 AM
บักก่อ เป็นไม้ยืนต้น เปลืองแข็ง ตอนดิบกินได้หรือบ่อ บ่อแน่ใจ แต่ว่าตอนกินต้องเอามาต้มสาก่อน เปลือกบักก่อสิแข็งเป็นพิเศษ
เวลากินต้องเอาค้อนทุบเอา แต่เนื้อข้างในกะแซบสมเสียเวลาทุบนั่นหล่ะครับ
ใบไม้สีชมพู
06-27-2006, 10:57 AM
เอามาชิมนำแหน่
ปลัดโตคนเดิม
06-27-2006, 02:06 PM
กลับมาแล้ว
เรียนหนักบ่มีเวลาเข้ามาแวะทักทายเลย
เข้ามาเปิดเพลงฟังอยู่บ่ได้ล็อกอินเข้า
ซำบายดีสู่คนบ่นอครับ
บักก่อแซบอะหลีได๋เนาะมันอยู่ป่าเห็ดไปเก็บเห็ดแล้วเ ก็บบักก่อมาพร้อม เนื่อมันๆๆ
บ่าวคนเดิม
07-04-2006, 06:43 AM
คั่วจักหน่อยเด้อ....ทุกเอาแต่ในมันโอ้มันดีคัก
บ่าวอุบลมิวสิค
08-02-2006, 01:26 PM
จักว่าภาษาไทยกลางเขาเอิ้นหยังบุ บ่ฮู้จักคือกัน
บ่าวสายฟ้า
08-04-2006, 04:40 AM
บักก่อ อีกประเภทหนึ่งครับ คือ เรียกว่า บักก่อหนาม รสชาด และกลิ่นเหมือนกับบ่าวอุบลว่ามา แน่เปลือบางครับบ่แข็ง แซบครับ Confirm ได่
มันเป็นจั่งได๋น้อคับบาดนี่ บ่เคยเห็นจักเทื่อ ..แซบอยู่บ่อคับ
สาวสกลคนโก้
09-02-2006, 11:47 PM
แม่นคือ เกาลัด บ่ หื้อออ....
chief2548
09-13-2006, 01:40 PM
อันที่คือเกาลัดนั้นหมากก่อหนาม หรืออีกชื่อหนึ่ง หมากก่อข้าว อีกชนิดที่เปลื้อกแข็ง ๆ แถวบ้านเอิ้นหมากก่อหัวโหล่นตั่ว
รวงข้าว
10-12-2006, 02:38 PM
ข่อยเพิ่งกลับบ้านมาได้หมากก่อมาตั้งหลายโล ตอนนี้ยังกินบ่ทันเมิดอยู่
เฮ็ดจั่งได่ซิส่งไปให้หมู่เจ้ากินได้ล่ะหึ
ตอนมันดินกะกินคือกัน มันซิมันมันดอก เค้าเอิ้นว่า เกาลัดอิสานตั๋ว อิอิ
สาวบ้านนา
10-12-2006, 11:27 PM
บักก่อ กะบ่ฮู้จั่ก เกาลัดกะบ่ฮู้จั่กคือกัน ฮ่าๆๆๆๆๆๆ ฮ่วย โหลแทะหว๋า มีรูปบ่คาฮู้จั่กถ้าเหนรูป อยากซิมเบิ่งเด้
อ้ายคำอ้าส
10-13-2006, 06:51 PM
มีหลายคนแข่วสิหล่อน ย่อนขบบ่เป็นนี่แหล๋ว
บ่แม่นคนบ้านป่า บ้านดงคือทาง ยโสธร - อุบล - อำนาจเจริญ กะหากินหมากก่อยากอยู่นั่นแล๋ว
ดอกหญ้า
01-09-2007, 12:53 PM
มักกินคักบักก่อแหม ตาเดี๋ยวนี่หากินยากหลายเนาะ
เอาค้อนทับกินข้างในมัน ต้มก่อนแนล่ะ
คำเตือน อย่าเอาแข่วขบ แข่วสิหัก
เอิ๊กกกกกกกกกก
บ่าวพล
01-09-2007, 12:57 PM
o.k บักเขียบ
บ่าวพันธ์คนเดิม
01-10-2007, 03:49 PM
บ่เคยเห็นเลย
bandit
01-14-2007, 10:20 PM
ก่อหิน (ก่อเบนป้อ, ก่อแบนหมา) มีขนาดเล็กกว่าก่อใหญ่ เปลือกหุ้มมีความแข็งมาก จำเป็นต้องทุบหรือคั่วให้สุกเสียก่อน ชาวบ้านจึงไม่นิยมเพราะมีขั้นตอนเยอะ
ก่อขี้หมู ผลกลมมีขนาดโตกว่าก่อใหญ่ ก่อเข็ม และก่อหิน ผู้คนไม่นิยมรับประทาน แต่หมูป่าชอบเป็นพิเศษ ที่ป่าใดมีก่อขี้หมูขึ้นมากแสดงว่าป่านั้นมีหมูป่าชุ กชุม
ก่อเข็ม มีขนาดเล็กกว่าก่อชนิดอื่น พบมากทั้งในป่าดงกระแสนและป่าดงคำเฮือ แต่ชาวบ้านไม่นิยมรับประทานเหมือนก่อใหญ่
ก่อใหญ่ (ก่อหนาม,ก่อข้าว) เป็นพันธุ์ไม้ที่ให้ผลผลิตทุกปี ช่วงหลังฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าว ผลก่อจะเริ่มสุกและแห้ง ร่วงลงพื้น ผู้คนจะทยอยไปเก็บผลที่อยู่ตามพื้น บางครั้งอาจใช้ไม้ยาวๆ ฟาดที่พวงก่อเพื่อให้ผลก่อร่วงหล่นลง ผลที่แก่จัดเปลือกหุ้มที่เป็นหนามก็จะแตกบานออก เพื่อให้เมล็ดออกมา แต่ละพวงอาจแก่และแห้งไม่พร้อมกัน หากเก็บมาสดๆ ต้องนำไปตากให้แห้งก่อน จึงจะทุบเอาเมล็ดในได้
วิธีการรับประทานเมล็ดในของก่อนั้น ชาวบ้านจะนำไปคั่ว นึ่ง หรือต้มก่อน ก่อใหญ่สามารถรับประทานแทนข้าว หรือทำขนมหวานได้
ถ้าปีใดฝนตกดีความชุ่มชื้นในดินมีมาก ปีนั้นก่อจะออกดอกออกผลดก ผู้คนก็ชื่นชมยินดีมีรายได้เพิ่มแน่ โดยจะมีผู้มารับซื้อถึงหัวกระไดบ้านทีเดียว เปลือกหุ้มเมล็ดของก่อนั้น นำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับหุงต้มได้อีก
ส่วน ก่อเข็ม มีขนาดเล็กมาก ชาวบ้านจึงไม่ค่อยสนใจที่เก็บไปขาย หรือรับประทาน นอกจากปีใด
ที่ก่อใหญ่มีจำนวนผลผลิตได้น้อยหรือไม่เป็นหมากเป็นผ ลให้ชาวบ้านเก็บเกี่ยวปีนั้น จึงจะเก็บก่อเข็มไปคั่วรับประทาน
สำหรับ ก่อหิน มีเมล็ดแข็งมาก ถ้าจะนำมารับประทานต้องนำไปนึ่งก่อน เพราะจะทำให้ทุบเปลือกได้ง่ายขึ้น แต่มักนิยมใช้ประโยชน์จากส่วนอื่น เช่น ใบจะนำไปทำปุ๋ยหมักผสมมูลสัตว์ ลำต้นแห้งจะนำไปทำเชื้อเพลิง หรือใช้เป็นยาสมานแผล ห้ามเลือด หรือต้มน้ำดื่มแก้ท้องร่วง อาเจียน แก้ช้ำในได้
ก่อขี้หมู มีผลขนาดโตกว่าก่อหนาม ก่อเข็ม และก่อหิน ชาวบ้านไม่นิยมนำมารับประทาน เพราะ
ก่อขี้หมูเป็นอาหารของสัตว์ป่า โดยเฉพาะหมูป่าจะชอบกิน และชุกชุมในดงก่อขี้หมู คิดว่าล่าหมูป่าดีกว่าเก็บผลก่อขี้หมู แต่ชาวบ้านยังได้ประโยชน์จากไม้แห้ง โดยนำมาทำเป็นเชื้อเพลิงหุงต้ม
สมัยก่อนเมื่อจะสร้างบ้านเรือน ชาวบ้านก็ได้พึ่งพิงจากป่าไม้ธรรมชาติ มักจะเข้าไปตัดต้นไม้ในป่า เช่น ไม้ประดู่ ไม้เต็ง ไม้รัง ไม้จิก ไม้แดง เป็นต้น แต่ไม้ก่อเป็นไม้ที่นิยมนำมาทำวงกบประตู หน้าต่างเนื่องจากเป็นไม้เนื้อแข็งมาก พอๆ กับไม้ตะเคียน ไม้ก่อยิ่งมีอายุมากยิ่งมีความแข็งเป็นทวีคูณ ลุงหนูเพียร สานาผา วัยใกล้เจ็ดสิบ ชาวบ้านนาดอกไม้ เล่าให้ฟังว่า "สมัยก่อนผมก็เข้ามาตัดต้นก่อในป่าดงกระแสนนี่แหละไปท ำวงกบประตู หน้าต่าง ที่บ้าน เลื่อยกว่าจะได้...ยากมาก...และตอนตอกตะปู จะต้องใช้ถุงพลาสติคหุ้มตะปูก่อนจึงตอกได้ เดี๋ยวนี้วงกบประตู หน้าต่าง ก็ยังดีๆ อยู่เลย ไม้ส่วนอื่นเริ่มจะชำรุดแล้ว ผมว่าสุดยอดของความแข็ง และทนทานเลยละครับ"
ถึงช่วงเดือนกันยายน ตุลาคม ผลหมากก่อทุกชนิดจะโตเต็มที่ แก่จัด และร่วง พี่น้องหลายชุมชนที่อยู่ใกล้ป่าต้องรีบตื่นแต่เช้าไป เก็บหมากก่อ ถ้าเก็บตอนสายอาจไม่ทันเพื่อนบ้าน ซึ่งต้องแข่งขันกันเก็บ แต่มีข้อควรระวัง เมื่อจะเข้าไปเก็บหมากก่อ ต้องสวมรองเท้า เพราะอาจจะได้รับอันตรายจากผลก่อซึ่งมีหนามแหลมคมได้ บางครอบครัวก็เก็บไว้สำหรับรับประทาน บางครอบครัวก็เอาไว้ขาย วันหนึ่งๆ จะเก็บได้คนละ 2-3 กิโลกรัม แต่ละครัวเรือนจะมีรายได้เพิ่มเดือนละ 2,000-3,000 บาท
ก่อใหญ่ หรือก่อข้าว จะขายดีที่สุด ส่วนใหญ่พ่อค้าคนกลางจะมารับซื้อถึงชุมชน ถ้าเป็นก่อใหญ่ก็มักจะได้ราคาดี คือกิโลกรัมละ 50 บาท หรือตวงขายลิตรละ 10-12 บาท และถ้าเป็นปี๊บก็ราคาปี๊บละ 120 บาท ชาวบ้านจะเก็บตั้งแต่เช้า เพราะจะมีรายได้เฉพาะระยะเวลาสั้นๆ 2-3 เดือน เท่านั้น
บริเวณตลาดนัด งานวัด งานกฐิน หรือเทศกาลงานประจำปีต่างๆ มักจะพบพ่อค้าคั่วเมล็ดก่อวางขาย ก่อที่คั่วสุกแล้วหากขายเป็นกิโลกรัมจะขายในราคา 200-250 บาท แต่ถ้าขายปลีก จะขายห่อละ 5 บาท มีประมาณ 20 เมล็ด
หมากก่อใหญ่ ชาวบ้านนิยมนำมารับประทานมากที่สุด
ในบางท้องถิ่น หรือบางชุมชนนิยมนำมาคั่วผสมดินทราย เนื่องจากจะทำให้เมล็ดก่อสุกทั่วทั้งเมล็ด อาจต้ม หรือนึ่งก็ได้ จะมีรสชาติหวานมัน
นอกจากผลก่อที่มีประโยชน์ด้านอาหารแล้ว ผลพวงจากต้นก่อทุกชนิดยังเกิดเห็ดอีกด้วย พ่อเล็ก กุดวงศ์แก้ว ปราชญ์ท้องถิ่นแห่งบ้านบัว อำเภอกุดบาก จังหวัดสกลนคร ได้เล่าให้ฟังว่า "...บริเวณใต้ต้นก่อขี้หมูจะมีเห็ดชนิดหนึ่งขึ้น เรียกว่า "เห็ดก่อ" มีทั้งเห็ดก่อแดง และเห็ดก่อขาว สาเหตุที่ชื่อเห็ดก่อก็เพราะจะเกิดเฉพาะใต้ต้นก่อ พอใบก่อร่วงหล่นทับถมกันเป็นเวลานาน เมื่อได้รับความชื้นจากฝนที่ตกลงมาเห็ดก็จะงอก เห็ดก่อมีรสชาติดีทัดเทียมกับเห็ดไคเห็ดละโงก ..." ชาวบ้านยังได้เก็บเห็ดมาบริโภค และมีรายได้จากการขายเห็ดอีกต่อหนึ่งด้วย
นอกจากรับประทานผล และนำไปขายเพิ่มรายได้ๆ ก็สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ เช่น
ใบ : นำมาทำเป็นปุ๋ย
ต้นแห้ง : ทำเป็นฟืน, ถ่านสำหรับหุงต้ม นอกจากนั้น ต้นก่อที่ตายแล้วจะเกิดปฏิกิริยาในเนื้อไม้มีลักษณะป รุขึ้นเป็นจุดสีขาว เรียกว่า "ขอนดอก" ชาวบ้านจะนำเนื้อไม้ที่เป็นขอนดอกนี้ไปผสมกับยาต้มกิ นแก้โรคเกี่ยวกับปอด
ยอด : รับประทานเป็นผักกินกับลาบ หรือจิ้มน้ำพริก
ราก : เป็นยาสมุนไพร ต้มดื่ม เป็นยาระบาย
ลำต้น : สมัยก่อนใช้ทำวงกบ ประตู หน้าต่าง จะทนทานมาก
เปลือกหุ้มเมล็ด (ก่อหิน) : ทำเป็น
เปลือกหุ้มเมล็ด ก่อหนาม (ก่อใหญ่) : เป็นเชื้อเพลิง
พ่อเหวียน สอนซ้าย อดีตผู้ใหญ่บ้าน บ้านนาดอกไม้ กล่าวเสริมว่า "...บ้านเราก็อยู่คู่กับหมากก่อมานานแล้ว สมัย ปู่ ย่า ตา ยาย ก็พากิน และเอาไม้มาทำประโยชน์ เดี๋ยวนี้หมากก่อก็ยังให้ประโยชน์มากเหมือนเดิม ยิ่งช่วงหนาวนี้มีพ่อค้ามารับซื้อหมากก่อ คนขยันเก็บก็มีเงินใช้ ลงแต่แรงไม่ต้องลงทุน เพราะป่าเป็นต้นทุนให้แล้ว..."
ต้นก่อขยายพันธุ์โดยการนำเมล็ดมาเพาะ สำหรับพื้นที่ป่าดงกระแสน ตำบลท่าจำปา และป่าดงคำเฮือ ตำบลรามราช หมากก่อขยายพันธุ์เองตามธรรมชาติโดยที่ชาวบ้านไม่ต้อ งไปปลูก พอถึงฤดูผลก่อร่วง ชาวบ้านเก็บไม่หมดทิ้งไว้ประมาณ 1-2 ปี เนื่องจากเปลือกหุ้มเมล็ดแข็งมาก จึงต้องใช้เวลานานเป็นปีจึงงอกเป็นต้นอ่อน จากนั้นก็ปล่อยให้เติบโต ไม่ตัด ไม่ทำลาย
หมากก่อ น่าจะเป็นไม้ท้องถิ่นที่มีอนาคต หากชุมชน หรือ อบต.จะหันมาส่งเสริมเพาะปลูกกันอย่างจริงจัง รวมไปถึงการแปรรูปผลหมากก่อก็น่าจะได้ช่วยกันหาแนวทา ง เพื่อสร้างชีวิตชนบทให้ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรท้องถิ ่น ควรเห็นคุณค่าหมากก่อให้มากกว่าที่เป็นอยู่
kluayjenk
02-18-2007, 04:38 PM
มันเป็นหมากจั่งได๋น้อ อยากเห็นเด้
vBulletin v3.7.3, สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2008, Jelsoft Enterprises Ltd.