View RSS Feed

khonsurin


ลิเบียนองเลือด 27 กุมภาพันธ์ 2554

Rating: 2 votes, 5.00 average.

ลิเบียนองเลือด 27 กุมภาพันธ์ 2554





ลิขสิทธิ์บน YouTube Credit By : https://www.youtube.com/watch?v=zToWrSty788




ลิขสิทธิ์บน YouTube Credit By : https://www.youtube.com/watch?v=_2q-sZec8o8




ลิขสิทธิ์บน YouTube Credit By : https://www.youtube.com/watch?v=FHcKqYqT2fY



........................................................




ยูเอ็นลงมติคว่ำบาตรกัดดาฟี
















คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือ UNSC ลงมติเป็นเอกฉันท์คว่ำบาตรระบอบโมอัมมาร์ กัดดาฟี่ และเตรียมสอบสวนระบอบกัดดาฟี่ เกี่ยวกับการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ที่เชื่อว่าการใช้กำลังกวาดล้างประชาชนในลิเบีย ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วกว่า 1,000 คน



ก่อนการลงมติของคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็น 15 ชาติ ซึ่งมีขึ้นเมื่อคืนวานนี้ นายบัน คีมุน เลขาธิการยูเอ็น เรียกร้องให้ประเทศสมาชิกมีมาตรการขั้นเด็ดขาดต่อวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นในลิเบีย


ซึ่งในที่สุดสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คว่ำบาตรระบอบกัดดาฟี่ ตั้งแต่ห้ามการเดินทาง อายัดทรัพย์สิน และห้ามการค้าอาวุธต่อลิเบียโดยทันทีต่อพันเอกกัดดาฟี่ ลูกชายทั้ง 7 คน และลูกสาว รวมทั้งสมาชิกในครอบครัวกัดดาฟี่คนอื่นๆ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านข่าวกรองและกลาโหมของลิเบียที่มีส่วนต่อเหตุนองเลือดในขณะนี้ ซึ่งมีทั้งสิ้นรวม 16 คน คณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นยังเรียกร้องครั้งใหม่ให้ผู้นำลิเบียยุติการกวาดล้างผู้ชุมนุมประท้วง ซึ่งเชื่อว่า มีผู้เสียชีวิตไปกว่า 1,000 คนแล้ว ตลอดจนเปิดทางให้การจัดส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าไปยังลิเบีย ปล่อยให้มีการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชน และให้ความคุ้มครองชาวต่างชาติ


มาตรการคว่ำบาตรนี้เป็นการส่งสัญญานชัดเจนว่า ประชาคมโลกอย่างยูเอ็นมีจุดยืนที่แน่วแน่ในการสนับสนุนชาวลิเบียในการกำหนดอนาคตตัวเอง มติในครั้งนี้ยังระบุถึง เหตุนองเลือดในลิเบียจะถูกนำขึ้นสู่ศาลอาชญากรรมสากล ที่จะต้องมีการสอบสวนกันต่อไปด้วย






ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ผู้นำสหรัฐฯกล่าวว่า ผู้นำลิเบียคือ กัดดาฟี่ต้องลาออกและออกนอกประเทศทันที ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีโอบามาได้ลงนามในคำสั่งผู้บริหารอายัดทรัพย์สินของกัดดาฟี่และลูกชายอีก 4 คนในสหรัฐฯแล้ว



ขณะที่ความเคลื่อนไหวในลิเบียในการจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกาล เริ่มดำเนินการกันแล้ว โดยนายมุสตาฟา อับเดล จาลิล รัฐมนตรียุติธรรมลิเบีย ที่ประท้วงการใช้กำลังปราบปราบผู้ประท้วงด้วยการลาออกจากตำแหน่งเปิดเผยว่า ตอนนี้กำลังมีการจัดตั้งคณะทำงานที่ประกอบด้วยบุคคลสำคัญทางการทหารและพลเรือน เพื่อเตรียมการสำหรับการเลือกตั้งภายใน 3 เดือน ซึ่งทูตลิเบียประจำสหประชาชาติก็ให้การสนับสนุนแผนการนี้ ที่กำลังหารือกันในเมืองเบงกาซี ทางตะวันออกของลิเบีย ที่ตอนนี้อยู่ในความควบคุมของกลุ่มต่อต้านกัดดาฟี่






อย่างไรก็ตาม นายซาอิฟ อัล อิสลาม หนึ่งในลูกชายของกัดดาฟี่ ออกมาเตือนว่า สถาการณ์ในลิเบียขณะนี้กำลังนำไปสู่สงครามกลางเมือง และการแทรกแซงของต่างชาติ นายซาอิฟ ยืนยันว่าพื้นที่ 3 ใน 4 ของประเทศยังอยู่ในภาวะปกติ โดยเฉพาะที่กรุงทริโปลี ไม่มีการล้มตายและบาดเจ็บ เมืองหลวงอยู่ในความสงบ และสันติภาพกำลังกลับคืนมาสู่ประเทศของเรา ซึ่งต่างกับกลุ่มต่อต้านกัดดาฟี่ที่บอกว่า สามารถควบคุมพื้นที่ต่างๆในลิเบียได้ 80 เปอร์เซ็นต์แล้ว



แต่ทว่ากัดดาฟี่ยังเดินหน้าปราบปรามกลุ่มต่อต้านรุนแรงมากขึ้น ล่าสุดกัดดาฟี่บอกว่า เตรียมเปิดคลังแสงให้ชาวลิเบีย และชนเผ่าทุกคนที่ยังภักดีกับตน และให้มาช่วยกันป้องกันประเทศ


ด้านรองผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษลิเบีย ซึ่งขณะนี้ร่วมเคลื่อนไหวกับกลุ่มต่อต้านกัดดาฟี่บอกว่า ชาวลิเบียจากเมืองซาวิย่า, จาบัล กาห์บี,มิสราต้า,เบน วาลิด และทาร์ฮูน่า กำลังรวมตัวกัน และมุ่งหน้าสู่กรุงทริโปลี






ขณะที่ปฏิกริยาของนายกรัฐมนตรีซิลวิโอ้ แบลุสโคนี่ ผู้นำอิตาลีที่เป็นพันธมิตรยุโรปที่ใกล้ชิดกับกัดดาฟี่ กล่าวเมื่อวานนี้ว่า กัดดาฟี่ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ในลิเบียได้อีกต่อไป และว่าการปฏิวัติโดยประชาชนที่เกิดขึ้นในแอฟริกาเหนือที่จะนำมาซึ่งประชาธิปไตยและเสรีภาพ ก็จะนำมาซึ่งศูนย์รวมแห่งภยันตรายของมุสลิมเคร่งศาสนา ที่จุดที่เกิดปรากฏการณ์ทางการเมืองที่ว่านี้ก็อยู่ห่างจากชายฝั่งอิตาลีเพียงไม่กี่กิโลเมตร อันจะนำมาซึ่งการไหลทะลักของคลื่นผู้อพยพจำนวนมาก


อย่างไรก็ตามยังมีผู้นำที่ให้การสนับสนุนกัดดาฟี่ โดยคนแรกคือ ประธานาธิบดีฮูโก้ ชาเบซ ผู้นำเวเนซูเอลาที่ออกมาให้การสนับสนุนกัดดาฟี่ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงการปกป้องกัดดาฟี่ที่ใช้กำลังกวาดล้างผู้ประท้วง ขณะที่ประธานาธิบดีดาเนียล ออเตก้า ผู้นำนิคารากัว บอกว่า ยังให้การสนับสนุนกัดดาฟี่ นอกจากนี้ยังสงสัยด้วยว่า สหรัฐฯกำลังพยายามที่จะเข้าควบคุมแหล่งน้ำมันในลิเบีย







ขอบคุณ
ครอบครัวข่าว







.............................................................




Updated 02-03-2011 at 15:31 by khonsurin

Categories
Uncategorized

Comments