<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>

<rss version="2.0" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/">
	<channel>
		<title>บ้านมหา การศึกษา ศิลปะวัฒนธรรม บันเทิงออนไลน์</title>
		<link>http://www.baanmaha.com/community/</link>
		<description>ฟังเพลงลูกทุ่งบ้านมหา คลังความรู้ ศิลปะวัฒนธรรม ความบันเทิงออนไลน์</description>
		<language>th</language>
		<lastBuildDate>Tue, 09 Feb 2010 15:08:44 GMT</lastBuildDate>
		<generator>vBulletin</generator>
		<ttl>60</ttl>
		<image>
			<url>http://www.baanmaha.com/community/images/misc/rss.jpg</url>
			<title>บ้านมหา การศึกษา ศิลปะวัฒนธรรม บันเทิงออนไลน์</title>
			<link>http://www.baanmaha.com/community/</link>
		</image>
		<item>
			<title>ชีวิตคนเราสั้นนัก...</title>
			<link>http://www.baanmaha.com/community/ชีวิตคนเราสั้นนัก-30938/</link>
			<pubDate>Tue, 09 Feb 2010 14:22:28 GMT</pubDate>
			<description>*ชีวิตคนเราสั้นนัก...* 
*ชีวิตคนเราสั้นนัก...* 
 
 
Image: http://img695.imageshack.us/img695/3950/pod09.jpg  
 
Image:...</description>
			<content:encoded><![CDATA[<div><div style="min-height:281px"><div style="width:"><div align="center"><b><font size="5">ชีวิตคนเราสั้นนัก...</font></b><br />
<b><font size="4"><font color="Gray">ชีวิตคนเราสั้นนัก...</font></font></b><br />
<br />
<br />
<img src="http://img695.imageshack.us/img695/3950/pod09.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
<img src="http://img687.imageshack.us/img687/9955/pod090210.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
<br />
<font color="Black"><font size="3">เกือบแปด โมงเช้า วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2553 <br />
มื้อนี้ สายหลาย ลูกหินทันอาบน้ำไปทำงานเลยฟ้าวววแฮง...<br />
ออกมาจากห้องน้ำ เบิ่งโทรศัพท์มีสายไม่ได้รับ 1 สาย <br />
สายจากพี่เรียมน้องเฟิร์น...เอ... มีเรื่องหยังน๊อ.....<br />
ใจก็คิดไปว่า วันนี้วันอะไร วันที่ 9 กุมภา...เอ้า...กะ ยังไม่ใช่วันเกิดเนตรน้อย..ป๊อดนี่นา.<br />
มีอะไรไหมน๊อ เดี๋ยวค่อยโทรกลับหละกัน... ด้วยความรีบร้อน ต้องไปเจาะเลือด <br />
เมื่อคืนงดอาหาร งดน้ำตั้งแต่ 2 ทุ่ม... มื้อนี้ <br />
หมอนัดตรวจสุขภาพ ประจำปี สายแล้วจะ 2 โมงครึ่ง ทันออกจากบ้านเลย<br />
.<br />
.<br />
.<br />
<br />
<br />
ขณะที่ปิดบ้าน...จะออกไปทำงาน  พี่แอ๋ม..พี่สาวคนรองของป๊อด ก็โทรศัพท์ มาหา...<br />
พลอย พี่แอ๋มนะ พลอยรู้เรื่อง ป๊อดหรือยัง ...ยังจ้า..มีอะไรหรือพี่..(ใจก็ไม่ค่อยดีนะ) <br />
ป๊อด เสียชีวิตแล้วนะ เมื่อคืน ตอนตี 5 ที่ภูเก็ต <br />
ขับรถแหกโค้งหัวกระแทกเลือดออกไม่หยุด คอหัก เสียชีวิต <br />
ตอนนี้ศพอยู่โรงพยาบาลป่าตอง..กำลังนำมาบ้านที่สกล....<br />
น่าจะมาถึง วัน ที่ 10 ไม่ก็ 11 เช้า ไง พี่จะแจ้งข่าวอีกที....<br />
<br />
ลูกหิน..ได้แต่อึ้ง เพราะเมื่อวานตอนเย็นเพื่อน ที่สุรินทร์ ยังบอกว่า...<br />
ไอ้ป๊อดมันโทรศัพท์มาบอก..ตะกี้ว่า..ซำบายดี  กูยังไม่ตายง่ายดอก...เมื่อวาน ตอนเย็น<br />
เย็นวันที่ 8 กุมภาพันธ์....แต่ พอตี  5 เช้าวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ..ป๊อดก็เสียชีวิต....<br />
ป๊อดชอบดื่มเหล้า  ขับรถเร็ว..และนี่ คงเป็น สาเหตุ หลัก<br />
ที่ทำให้ ป๊อด ต้องจบชีวิต ..ห่างไกลบ้าน ....ห่างญาติพี่น้อง<br />
.<br />
.<br />
.<br />
<br />
<br />
<br />
ชีวิตคนเราสั้นนัก...ใจหาย  ใจหาย ...ครั้งสุดท้ายที่ป๊อด โทรศัพท์ มาหาลูกหิน <br />
ถามว่า..ลูกหิน..อยู่ไหน..คือเสียงเพลงดังแท้..ลูกหินกำลังจัดรายการ แต่<br />
ลูกหิน..กะไปตอบกวน ว่าบ่บอกดอก ทำไม..ลูกหินต้องบอกด้วย...แค่นั้นหละ ป๊อดก็งอน <br />
ถามแค่นี้ไม่ได้ บ่ โทรมาหาแล้ว ..แต่ป๊อด ก็โทรมาถามไถ่ กับเพื่อน ๆ ทางสุรินทร์<br />
อยู่เรื่อย ๆ .....ตอนนี้ ป๊อดไปดีแล้ว...จากไปไม่หวนกลับ<br />
.<br />
.<br />
.<br />
.<br />
<br />
<br />
ลูกบอล (ชื่อที่เราตั้งให้คล้ายกัน..ป๊อดชอบเล่นบอล เล่นบอลเก่ง <br />
ป๊อดเป็นลูกบอลหละกัน...พลอยเป็นลูกหิน..<br />
คือๆ ชื่อนี้หละ อย่าเตะมาทางหินเด้อ หิน สิกลิ้งทับเด้..)<br />
หลับให้สบายนะจ๊ะ  กลิ้ง กลิ้ง ไป ใน ที่ ที่ มี ความสุข สมหวัง นะจ๊ะ <br />
บ่ต้องกังวล บ่ ต้องห่วงหยังอีก ..ไปสู่สุขคติภพนะจ๊ะ....<br />
.<br />
.<br />
<br />
<br />
ลูกหิน...ไง..</font></font></div></div></div></div>

]]></content:encoded>
			<category domain="http://www.baanmaha.com/community/บ้านมหา-ไดอารี่/">บ้านมหา-ไดอารี่</category>
			<dc:creator>lukhin_inter</dc:creator>
			<guid isPermaLink="true">http://www.baanmaha.com/community/ชีวิตคนเราสั้นนัก-30938/</guid>
		</item>
		<item>
			<title>แม่น้ำโขงและศาลากู่แก้ว จังหวัดหนองคาย</title>
			<link>http://www.baanmaha.com/community/แม่น้ำโขงและศาลากู่แก้ว-จังหวัดหนองคาย-30937/</link>
			<pubDate>Tue, 09 Feb 2010 13:47:20 GMT</pubDate>
			<description>*แม่น้ำโขงและศาลากู่แก้ว จังหวัดหนองคาย* 
 
 
 
มีโอกาสไปหนองคายกับเขาค่ะ 
เลยได้ภาพแบบไม่มีกล้องถ่ายรูป ใช้มือถือราคาไม่แพงถ่าย 
แบบว่าดูแม่น้ำโขง...</description>
			<content:encoded><![CDATA[<div><div style="min-height:281px"><div style="width:"><font size="3"><font color="Red"><font size="5"><b>แม่น้ำโขงและศาลากู่แก้ว จังหวัดหนองคาย</b></font></font><br />
<br />
<br />
<br />
มีโอกาสไปหนองคายกับเขาค่ะ<br />
เลยได้ภาพแบบไม่มีกล้องถ่ายรูป ใช้มือถือราคาไม่แพงถ่าย<br />
แบบว่าดูแม่น้ำโขง กับศิลปะของศาลาแก้วกู่ อันเลื่องลือชื่อ<br />
ของจังหวัดหนองคายมาฝากเด้อจ้า คงไม่ว่ากันว่าภาพไม่ชัดนะคะ<br />
คนถ่ายก็ถ่ายลูกเดียวไม่เกี่ยวกับกล้องจ้า เลยแบบชัดบ้างไม่ชัดบ้างนะคะ<br />
แบบมือถ่ายประถมน่ะจ้า อย่าว่ากันเด้อ กล้องก็ไม่ได้เอาไปด้วยค่ะ<br />
<br />
<br />
<br />
แม่น้ำโขง ถ่ายตรงท่าเสด็จ ไปพักแวะทานข้าวที่ตลาดท่าเสด็จ<br />
ตรงข้างกับฝั่งโขง ได้แม่น้ำโขงมาฝากจ้า สวยดีเลย เหมือนแม่น้ำ<br />
เจ้าพระยาเลย เพราะกว้างมากเน๊าะจ้า ที่เห็นข้างหน้าคือฝั่งลาวจ้า<br />
<br />
<br />
<br />
<img src="http://images.torrentmove.com/iz/75j01.gif" border="0" alt="" /><br />
<br />
<img src="http://images.torrentmove.com/io/msx02.gif" border="0" alt="" /><br />
<br />
<br />
<br />
<img src="http://images.torrentmove.com/if/jd703.gif" border="0" alt="" /><br />
<br />
<br />
<img src="http://images.torrentmove.com/ic/fgs04.gif" border="0" alt="" /><br />
<br />
<br />
<img src="http://images.torrentmove.com/iq/6z005.gif" border="0" alt="" /><br />
<br />
<br />
<img src="http://images.torrentmove.com/ic/hbb06.gif" border="0" alt="" /><br />
<br />
<br />
<br />
<br />
<br />
คราวนี้มาดูศาลากู่แก้ว ศิลปะที่สวยงามมาก เข้าไปแล้วไม่อยากออกมาเลยค่ะ<br />
ชนิดหลงไหลเลยจ้า  <br />
<br />
<br />
<br />
<img src="http://images.torrentmove.com/ic/16h10.gif" border="0" alt="" /><br />
<br />
<br />
<img src="http://images.torrentmove.com/io/8fh01.gif" border="0" alt="" /><br />
<br />
<br />
<img src="http://images.torrentmove.com/it/yf402.gif" border="0" alt="" /><br />
<br />
<br />
<img src="http://images.torrentmove.com/ip/t7n04.gif" border="0" alt="" /><br />
<br />
<br />
<img src="http://images.torrentmove.com/ir/nft05.gif" border="0" alt="" /><br />
<br />
<br />
<img src="http://images.torrentmove.com/iz/eey06.gif" border="0" alt="" /><br />
<br />
<br />
<img src="http://images.torrentmove.com/ix/tnz07.gif" border="0" alt="" /><br />
<br />
<br />
<img src="http://images.torrentmove.com/ip/fek09.gif" border="0" alt="" /><br />
<br />
<br />
<img src="http://images.torrentmove.com/iy/z6011.gif" border="0" alt="" /><br />
<br />
<br />
<br />
</font></div></div></div>

]]></content:encoded>
			<category domain="http://www.baanmaha.com/community/สถานที่ท่องเที่ยวภาคอีสาน/">สถานที่ท่องเที่ยวภาคอีสาน</category>
			<dc:creator>khonsurin</dc:creator>
			<guid isPermaLink="true">http://www.baanmaha.com/community/แม่น้ำโขงและศาลากู่แก้ว-จังหวัดหนองคาย-30937/</guid>
		</item>
		<item>
			<title>ลูกแม่น้ำโขง อยู่แบบพอเพียง ไปยามมองก่อนเด้อพี่น้อง ยามปลายามกุ้ง</title>
			<link>http://www.baanmaha.com/community/ลูกแม่น้ำโขง-อยู่แบบพอเพียง-ไปยามมองก่อนเด้อพี่น้อง-ยามปลายามกุ้ง-30936/</link>
			<pubDate>Tue, 09 Feb 2010 11:15:46 GMT</pubDate>
			<description>พอดีช่วงว่างๆ ได้กลับบ้านที่ อำเภอปากชม จังหวัดเลย กะเลยได้ไปยามมอง กับยามตุ้มกุ้งนำอิพ่อ นำมาพี่น้องสิพาไปเล่นน้ำโขงขี่เรือ 
goog2e(9: 
Image:...</description>
			<content:encoded><![CDATA[<div><div style="min-height:281px"><div style="width:">พอดีช่วงว่างๆ ได้กลับบ้านที่ อำเภอปากชม จังหวัดเลย กะเลยได้ไปยามมอง กับยามตุ้มกุ้งนำอิพ่อ นำมาพี่น้องสิพาไปเล่นน้ำโขงขี่เรือ<br />
goog2e(9:<br />
<img src="http://upic.me/i/gj/0djj1.jpg" border="0" alt="" /><br />
น้ำโขงยามเดือนกุมภาพันธ์ น้ำสิแห้ง เป็นหาด เป็นเกาะแก่ง เหมาะแก่การใส่มอง (ตาข่าย)<br />
<img src="http://upic.me/i/6n/9mud2.jpg" border="0" alt="" /><br />
เลาะหว่านแหนำโขดหินกะคักเด้อเพิ่นว่า อิอิอิ<br />
<img src="http://upic.me/i/nz/6rtn3.jpg" border="0" alt="" />.<br />
ว่าแล้วกะลงสถานี จอดเรือ ท่าใหญ่ คู่แข่งท่าเรือคลองเตย พะนะว่า อิอิ<br />
<img src="http://upic.me/i/fl/a7s44.jpg" border="0" alt="" /><br />
tim::1-<br />
<br />
Bump: อากาศอึมคึมเพราะว่าเป็นเวลา ใกล้สิค่ำ <br />
<img src="http://upic.me/i/hu/nyrs5.jpg" border="0" alt="" /><br />
อันนี้เป็นประเทศเพื่อนบ้าน (ลาว) ขับเรือไปยามมองกะสิเห็นผุสาวใส่ผ้าถุงมาอาบน้ำ :-*<br />
<img src="http://upic.me/i/dd/c7mc6.jpg" border="0" alt="" /><br />
พาหนะของทางเพิ่นกะสิมี "จักร" เป็นพาหนะหลัก <br />
<img src="http://upic.me/i/op/h1ht7.jpg" border="0" alt="" /><br />
มาฮอดแล้วหม่องสิยามมอง สังเกตุขวดน้ำขาวๆๆหมายไว้ ย่านหลงหม่อง อิอิอิ<br />
<img src="http://upic.me/i/90/fnet8.jpg" border="0" alt="" /><br />
:p)<br />
<br />
Bump: ก่อนสิยามมองกะสิพาเลาะเที่ยวเบิ่งโขงกันก่อน อิอิอิ<br />
<img src="http://upic.me/i/23/ky959.jpg" border="0" alt="" /><br />
<img src="http://upic.me/i/1q/ugf10.jpg" border="0" alt="" /><br />
<img src="http://upic.me/i/xh/mel11.jpg" border="0" alt="" /><br />
<img src="http://upic.me/i/n4/xuw12.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
Bump: เที่ยวพอหอมปากหอมคอละกะมายามมองกันต่อ ลูกเทวดา 55 ให้อิพ่อพายเรือเสย อิลูกพายซ่อยอยู่ดอก ถ่ายรูปนำ 55 <br />
<img src="http://upic.me/i/0k/j1a25.jpg" border="0" alt="" /><br />
ฮอดแล้วกะดึงขึ้นเบิ่งมาแนวหยังมาถืกบ่ <br />
<img src="http://upic.me/i/f8/nhh26.jpg" border="0" alt="" /><br />
เอ๋าคือเงียบๆๆแทะ ไปไสเบิดปู ปลา นิแหม<br />
<img src="http://upic.me/i/6e/om627.jpg" border="0" alt="" /><br />
นี่ๆๆเห็นแล้ว บอกแล้วมานำอิพ่อ หากินหมานกะยังว่า เอิ๊กๆๆๆ<br />
<img src="http://upic.me/i/9u/xkw28.jpg" border="0" alt="" /><br />
tim:<br />
<br />
Bump:<br />
<br />
Bump: โอ๊ะๆๆๆ อะดิ้นหลายหนาาา  เกือบหลุดมือเดะนิ จับปลา2มือละจั่งอยู่ดี บีบคอลัดโลด 555<br />
<img src="http://upic.me/i/on/4nv29.jpg" border="0" alt="" /><br />
นี่ อีกโตละ ถืกดีเนาะมื้อนิ 5555<br />
<img src="http://upic.me/i/72/qg830.jpg" border="0" alt="" /><br />
ถืกอีกจักโตบ่น้อ เก๋าเอ้ย โหมะๆๆๆๆๆๆ<br />
<img src="http://upic.me/i/yt/53q31.jpg" border="0" alt="" /><br />
อ๋อยมาถืกหน่อยแทะ สิพอลาบแลงแน่บ่ละนิ<br />
<img src="http://upic.me/i/r5/7le32.jpg" border="0" alt="" /><br />
:p)<br />
<br />
Bump: นับเบิ่งดีๆๆก่อนดอกนา  คือสิมาได้หน่อยแทะ <br />
<img src="http://upic.me/i/js/hlp33.jpg" border="0" alt="" /><br />
น่านนับไปนับมาได้หลายขึ้นเดะนั่น นับอีกจักสามรอบก่อนดอกส่าน อิอิอิ<br />
<img src="http://upic.me/i/np/v134..jpg" border="0" alt="" /><br />
ยามมองแล้วกะไปยามตุ้มกุ้งต่อบาดนิ ไวๆๆมานสิค่ำสิมืดก่อน ติดเครื่องไปเลย จ๊วดดดดดดด<br />
<img src="http://upic.me/i/vr/4e735.jpg" border="0" alt="" /><br />
ฮอดแล้วเบาๆๆเด้อ ค้างโคกเด้ อิอิอิ <br />
<img src="http://upic.me/i/yn/58836.jpg" border="0" alt="" /><br />
:D-<br />
<br />
Bump: ลงๆๆ ยามเอากุ้งไปเต้นมื้อแลง จึ๋ยยยย หวานๆๆๆ หาแนวแก้คาวไว้ถ่าโลดผุอยู่เฮือน อิอิอิ <br />
<img src="http://upic.me/i/6d/1jd37.jpg" border="0" alt="" /><br />
พอก้อยแน่บ่น้อ กุ้งนิ แล้วแลงแน่บ่น้อ <br />
<img src="http://upic.me/i/9o/b7738.jpg" border="0" alt="" /><br />
ลูกเทวดาอีกแล้ว 55 นั่งถ่าเทิงเรือ ย่านน้ำ พะนะว่า เอิ๊กๆๆๆ ให้กำลังใจยุดอก เห็นว่ากะดาย <br />
<img src="http://upic.me/i/7p/thv39.jpg" border="0" alt="" /><br />
เมือบ้านละ ผุเพิ่นยามแล้วแล่วแหม ฟ่าวๆๆมานสิมืดก่อน ขับเรือตำก้อนหินละยุ่งเดะ<br />
<img src="http://upic.me/i/gd/f4z40.jpg" border="0" alt="" /><br />
em5:<br />
<br />
Bump: เห็นโตแล้ว ใสๆๆ เต้นโด่งเด่งอยู่ เป็นตาหวานแท้ๆๆ .<br />
<img src="http://upic.me/i/yh/hci41.jpg" border="0" alt="" /><br />
โตใหญ่กะมีตั๊วะนิ แช่น้ำปลากะคือสิดี อิอิอิ <br />
<img src="http://upic.me/i/z6/fz842.jpg" border="0" alt="" /><br />
เล่นกล้ามมาติหือ กุ้งโตนิ คือกล้ามใหญ่แทะ สิกินมันได้บ่ละ เป็นตาย่านแทะ อิอิอิ <br />
<img src="http://upic.me/i/zf/vma43.jpg" border="0" alt="" /><br />
:D-<br />
<br />
Bump: ค่ำแล้วขะน้อย เมือบ้านเด้อบาดนิ ไวๆๆๆ<br />
<img src="http://upic.me/i/6t/hfd44.jpg" border="0" alt="" /><br />
ตะเวน สิตกดินแล้ว มืดคักๆๆละบาดนิ <br />
<img src="http://upic.me/i/gc/j8p45.jpg" border="0" alt="" /><br />
นี่ละกองบัญชาการ อยู่เฮือนแล้วกินบ่แซบต้องสร้างบรรยากาศแน่จักหน่อย <br />
<img src="http://upic.me/i/07/d5046.jpg" border="0" alt="" /><br />
อันขวดนี้กะสร้างบรรยากาศ 55 แก้คาวนำเดะนิพี่น้อง 555 สิฟ่าวไปอาบน้ำก่อนเด้อบาดนิ บ่ทันได้ก้อยกุ้ง กุ้งเต้นยุ 55 เฮ็ดแล้วละสิเอามาสู่กินดอกพี่น้อง ฮิ้ววว ไป อาบน้ำก่อนเด้อ มื้อหน้าสิพาไปหว่านแหดอก น้ำโขงนี่ละ <br />
<img src="http://upic.me/i/v0/3ru47.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
tim::1-:em01)</div></div></div>

]]></content:encoded>
			<category domain="http://www.baanmaha.com/community/การดำรงชีพ-หาแนวอยู่แนวกิน/">การดำรงชีพ หาแนวอยู่แนวกิน</category>
			<dc:creator>GROOPPY</dc:creator>
			<guid isPermaLink="true">http://www.baanmaha.com/community/ลูกแม่น้ำโขง-อยู่แบบพอเพียง-ไปยามมองก่อนเด้อพี่น้อง-ยามปลายามกุ้ง-30936/</guid>
		</item>
		<item>
			<title>ผาแดง-นางไอ่ ฉบับอิงประวัติศาสตร์ เรื่องจริง</title>
			<link>http://www.baanmaha.com/community/ผาแดง-นางไอ่-ฉบับอิงประวัติศาสตร์-เรื่องจริง-30935/</link>
			<pubDate>Tue, 09 Feb 2010 09:46:43 GMT</pubDate>
			<description>ประวัติศาสตร์...เมื่อถูกถ่ายทอดผ่านไปเป็นเวลานานเข้า มีการต่อเติมเรื่องราวให้เร้าใจ 
สนุกสนานชวนติดตาม...</description>
			<content:encoded><![CDATA[<div><div style="min-height:281px"><div style="width:">ประวัติศาสตร์...เมื่อถูกถ่ายทอดผ่านไปเป็นเวลานานเข้า มีการต่อเติมเรื่องราวให้เร้าใจ<br />
สนุกสนานชวนติดตาม ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องอิทธิฤทธิ์ปาฏิหารย์เหลือเชื่อเพิ่มเข้าไป<br />
ประวัติศาสตร์ก็จะถูกเปลี่ยนสถานะเป็นตำนาน ตำนานพอตำกันไปนานๆเข้าอีก ก็จะเปลี่ยน<br />
สถานะไปเป็นเทพนิยาย อย่างที่ฝรั่งเขาเขียนไว้ว่า history became legend and<br />
the legend became myth นั่นแหละ<br />
<br />
ทีนี้ พอประวัติศาสตร์กลายเป็นเทพนิยาย โลกสมัยใหม่อันเป็นโลกของวิทยาศาสตร์<br />
อะไรๆก็พิสูจน์ได้ด้วยข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุเป็นผล คนทั่วไปจึงไม่เชื่อว่า ในเทพนิยายนั้น<br />
ลึกๆหลายเรื่องก็อาจจะเป็นเรื่งจริง ขึ้นอยู่กับว่าจะแยกเรื่องจริงออกจากเรื่องที่ประสประสาน<br />
เข้าไปอย่างไร และจะเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ใหม่นั้นว่าอย่างไร ซึ่งในปัจจุบันเทพนิยาย<br />
หลายเรื่องก็ได้รับการนำมิติการศึกษาค้นคว้าทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี รวมทั้งการ<br />
พิสูจน์หลายๆชนิดของวิทยาศาสตร์และการแพทย์เพิ่มเติมเข้าไป ทำให้เทพนิยายหลาย<br />
เรื่องที่คนเคยคิดว่าไม่น่าจะเป็นเรื่องจริง ชักจะกลายเป็นเรื่องจริงเข้าไปทุกทีแล้วในวันนี้<br />
<br />
อย่างมหากาพย์ iliod ของกรีกนั้น ถึงวันนี้ก็คงไม่มีใครเถียงแล้วว่ามีความจริง<br />
อยู่ในเรื่องเป็นอันมาก เรื่องพระเจ้าอาร์เธอร์ พ่อมดเมอร์ลิน เซอร์ลานสล็อต และพระนาง<br />
กวินนิเวียร์ของอังกฤษ ทุกวันนี้ถูกอธิบายเชื่อมโยงกับการเข้ายึดครองอังกฤษของโรมัน<br />
จนเทพนิยายอังกฤษชักจะเป็นเรื่องจริงเข้าไปอีกเรื่อง<br />
<br />
และในคราวนี้ เราจึงขอนำเสนอเรื่องราวความรักแบบไทยๆ เป็นเรื่องเล่าที่เป็นนิยาย<br />
พื้นบ้านอันแพร่หลายของชาวอิสาน และเรื่องราวของชาวอิสานมากมายก็มีเรื่องนี้แทรก<br />
เป็นยาดำอยู่เสมอ<br />
<br />
เอาล่ะครับ เชิญล้อมวงกันเข้ามา มาฟังเรื่องเล่า นิยายรักสุดซาบซึ้ง <font color="Red">ผาแดง นางไอ่</font><br />
ของชาวที่ราบสูงดั้งเดิมที่เพิ่มเติมด้วยมิติการศึกษาค้นคว้าทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี<br />
จนจะเป็นเรื่องจริงได้แล้วอีกเรื่อง ณ บัดนี้ครับ<br />
<br />
"ความรัก" เป็นสัญชาตญาณตามธรรมชาติอันสุดซึ้งตรึงใจและเป็นความทรงจำอันยิ่งใหญ่<br />
ของมวลมนุษย์ทุกผู้คน ความรักที่รังสรรค์ทุกสรรพสิ่ง และความรักที่ผิดทางก็ทำลาย<br />
ทุกอย่างที่ขวางหน้า เป็นคำจำกัดความหนึ่งของความรัก ที่แทบจะเป็นเช่นเดียวกันในมวลมนุษย์<br />
ทุกเผ่าพันธ์ทั่วโลก<br />
<br />
ความรักเหมือนโรคา......บันดาลตาให้มืดมล<br />
ไม่ยินและไม่ยล..........อุปรสัคคะไดๆ<br />
ความรักเหมือนโคถึก....กำลังคึกผิขังไว้<br />
ก็โลดจากคอกไป........บ่ย่อมอยู่ ณ ที่ขัง<br />
ถึงหากจะผูกไว้...........ก็ดึงไปด้วยกำลัง<br />
ยิ่งห้ามก็ยิ่งคลั่ง..........บ่หวลคิดถึงเจ็บกาย<br />
(พระราชนิพนธ์ ร.6 จากเรื่องมัทนะพาธา)<br />
<br />
ในเรื่องราวของกรีกและโรมัน ต้นเค้าแห่งอารยธรรมตะวันตก ความรัก ด้านหนึ่งอยู่ใน<br />
ตำแหน่งผู้กำเนิดโลก...โลกถือกำเนิดขึ้นในความมืดมิด เมื่อมีความรัก จึงมีแสงสว่าง<br />
และเพราแสงสว่างนั้น ความงดงามของโลกจึงปรากฏแก่สายตามนุษย์ แต่ในอีกด้านหนึ่ง<br />
เพราะความรักอันมืดมัวของมนุษย์อย่างเจ้าชายปารีสและเฮเลน จึงก่อกำเนิดมหากาพย์<br />
การสู้รบอันเกรียงไกร อีเลียดและกลศึกม้าไม้เเห่งเมืองทรอย วีรบุรุษเก่งกล้ามากมาย<br />
อย่างอาร์คีลิส เฮกเตอร์ และอาร์แจ็ก ฯลฯ ต้องมาจบชีวิตในมหาสงครามอันโหดร้ายนี้<br />
<br />
ข้ามมาทางเอเชีย ในศาสนาฮินดูแห่งชมูทวีป แม้ในด้านหนึ่งฮินดูจะยกพระพรหมเป็นผู้สร้าง<br />
แต่ในอีกด้านหนึ่ง แท่นศิวลึงค์ที่มีฐานเป็นโยนีรองรับอยู่เบื้องล่าง ก็คือต้นกำเนิดของทุก<br />
สรรพสิ่ง ที่แฝงนัยยะว่า เพราะความรักของหญิงชายนั่นเอง ที่เป็นจุดเริ่มต้นของทุกสรรพสิ่ง<br />
เป็นนัยยะแบบเรื่องจริงชัดเจน ตรงไปตรงมา แทบไม่อ้อมค้อมเลย แต่เพราะความรักอัน<br />
มืดมัวของราวัณณะ หรือทศกัณฑ์ในภาคไทย จึงทำให้เกิดมหากาพย์การสงครามอันยิ่งใหญ่<br />
ของชมพูทวีปอย่างรามายณะ ที่ผู้คนและสรรพสัตว์มากมายต้องมาพลอยล้มตายไปเพราะ<br />
ความรักอีกครั้ง เลยต่อมาในอีกโลกหนึ่ง บนดินแดนหลังกำแพงใหญ่ หรืออาณาจักรจีน<br />
อันเกรียงไกรของชาวฮั่น โฉมสคราญล่มเมืองอย่างไซซี เตียวเสี้ยน หวางเจาจวิน และ<br />
หยางกุ้ยเฟย ก่อกำเนิดขึ้นแทบทุกยุคทุกสมัย ยั่วยวนใจให้วีรบุรุษคลั่งรักส่งกองทัพ<br />
หาญเข้าสู่สงคราม ทำให้ผู้คนล้มตายระส่ำระสายนับแสนนับล้าน<br />
<br />
นี่คืออาณุภาพแห่งความรัก ความสุขอันเป็นสุดยอดและความทุกข์แสนทรมาณที่เกิดขึ้น<br />
ในทุกหย่อมหญ้า ตั้งแต่ในมหาอาณาจักร จากพระราชวัง ไปจนถึงกระท่อมซอมซ่อในหัวเมือง<br />
ชายแดนอันเปลี่ยวร้าง แม้ในดินแดนเร้นลับอย่างสุวรรณภูมิ ที่ผู้คนต่างเชื่อมั่นกันว่ามั่งคั่ง<br />
ด้วยทรัพย์สมบัติพืชพรรณธัญญาหาร และมากมายด้วยผู้คนเผ่าพันธุ์ลี้ลับน้อยใหญ่ต่างๆ<br />
ดินแดนที่พระโสณะและพระอุตตระเพิ่งได้รับมอบหมายจากชุมนุมสงฆ์แห่งชมพูทวีป<br />
ให้ออกเรือเดินทางไกลไปเผยแผ่คำสอนของพระพุทธเจ้าแก่หมู่ชนไร้ความเจริญเหล่านั้น<br />
และ ณ ที่นั้น เรื่องราวความรักอันยิ่งใหญ่เรื่องหนึ่งก็กำลังบังเกิดขึ้นที่นั่น<br />
<br />
ณ ดินแดนหนึ่ง นอกแนวภูเขาที่มีสัณฐานเรียวยาวดั่งไม้คาน ที่เขาเรียกขานกันในภาษา<br />
ท้องถิ่นว่าพนมดงรัก ชนเผ่าพันธ์เขมร หรือขอม ที่มีความเจริญมาก่อนชนเผ่าอื่นๆ และมี<br />
หลักฐานมั่นคงอยู่ภายในแวดล้อมของพนมดงรัก ได้ใช้เวลาหลายร้อยปีค่อยๆเสริมสร้าง<br />
แนวป้องกันตนด้วยการแผ่ขยายอิทธิพลและอาณาเขตเผ่าพันธุ์ทะลุลอดแนวพนมดงรัก<br />
ออกสู่ดินแดนภายนอก ด้วยการค่อยๆเข้ายึดครองเมืองเล็กเมืองน้อยต่างๆ ในบริเวณลุ่ม<br />
แม่น้ำมูล สร้างแนวป้องกันตนใหม่เป็นแนวแม่น้ำมูล แล้วค่อยขยับขึ้นไปเป็นแนวแม่น้ำชี<br />
ทั้งหมดนี้ด้วยวิธีการที่ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกล ทั้งการเมืองและการทหาร และในที่สุด<br />
เมืองใหญ่น้อยมากมายหลายแห่งในพื้นที่ที่ราบสูงนี้ก็ตกอยู่ใต้อิทธิพลขอมไปแล้วเป็น<br />
จำนวนมาก ยังคงเหลือเมืองของชาวพื้นเมืองแห่งที่ราบสูงที่เป็นเจ้าของแผ่นดินดั้งเดิม<br />
ที่เป็นอิสระอยู่เพียงไม่กี่แห่ง<br />
<br />
พวกขอมได้ค่อยๆกระทำการยึดครองดังนี้เป็นเวลาเนิ่นนานหลายร้อยปี จนสามารถสร้าง<br />
เป็นเมืองใหม่หลายแห่งอันเป็นเครือญาติกัน ตั้งแต่ศรีสิขเรศวร วนัมรุงปุระ วิมายะปุระ<br />
ลักษณะของเมืองเช่นนี้ก็คือ การมีชนชั้นปกครอง ขุนนาง นายทหาร นักปราชญ์ราชบัณฑิต<br />
เป็นชาวขอม และมีชาวพื้นเมืองแห่งที่ราบสูงเป็นไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน จนมาถึงดินแดนใหม่<br />
ในแนวเหนือสุด ที่ขอมได้ขึ้นเหนือมาใกลจากแนวพนมดงรัก จนข้ามเทือกเขาภูพานมาได้<br />
และสร้างเป็นเมืองป้อมปราการแห่งใหม่ขึ้นอีกแห่ง ใช้ชื่อเมืองตามภาษาถิ่นเดิมว่า <font color="Red">เอกชะทีตา</font><br />
ณ ที่นั้น ตรงหนองน้ำธรรมชาติอันจะได้นามในกาลต่อมาว่าหนองหาน ชาวขอมได้จัดสร้าง<br />
ระบบชลประทานขึ้นใหม่ด้วยวิทยาการการระบายน้ำอันก้าวหน้าของเผ่าพันธุ์ตน จนหนองน้ำ<br />
ได้กลายเป็นบารายขนาดใหญ่ อำนวยประโยชน์แก่การเกษตรกรรมของชาวเมืองอย่างใหญ่หลวง<br />
จนอาจกล่าวได้ว่า เมืองไม่อาจอยู่ได้ หากปราศจากบารายใหญ่แห่งนี้<br />
<br />
ในพระราชวังหลวงแห่ง เอกชะทีตา เจ้าเมืองขอมมีพระราชธิดานามนาม<font color="red">ไอ่คำ หรือนางไอ่</font><br />
เป็นหญิงสาวที่มีความงดงามเป็นยิ่งนัก เหล่าไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินของเอกชะทีตาต่างสรรเสริญ<br />
ในความงามของพระนาง เหล่าบัญฑิตและราชกวีมีชื่อต่างได้แต่งโศลกบทกวีของตนพรรณนา<br />
ความงามของนางไอ่คำ จนกิตติศัพย์ความงามของพระนางเลื่องลือขจรขจายไปในดินแดนต่างๆโดยรอบ<br />
<br />
ใกลจากเมืองเอกชะทีตา ณ เมืองเล็กๆอีกแห่งหนึ่งชื่อ <font color="red">เมืองผาโพง</font><br />
เป็นเมืองของชาวพื้นเมืองแห่งทีราบสูงดั้งเดิมที่ยังมิได้ตกอยู่ใต้อำนาจขอม เจ้าเมืองผาโพง<br />
ที่เชื่อกันว่าอยู่ในเขตจังหวัดเลยในปัจจุบัน ชื่อว่า <font color="red">ท้าวผาแดง</font>เป็นเจ้าเมืองวัยหนุ่มฉกรรฉ์<br />
ครั้นได้ยินกิตติศัพย์ความงามของนางไอ่คำ ราชธิดาแห่งเมืองเอกชะทีตา ก็มีความปารถนา<br />
จะได้ยลโฉมพระนางเป็นยิ่งนัก<br />
<br />
และในที่สุดด้วยแรงปราถนาอันร้อนรุ่มของชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าเมืองน้อย ท้าวผาแดงก็ได้มี<br />
โอกาสได้ลักลอบเข้าไปในเมืองเอกชะทีตา และบุญวาสนาก็นำพาพระองค์ไปจนถึงพระราชวังฝ่ายใน<br />
ของนครเอกชะทีตา เจ้าเมืองหนุ่มท้าวผาแดงได้พบกับราชธิดาไอ่คำ แล้วทั้งสอง ชายหนุ่มและหญิงสาว<br />
ก็รักกันเมื่อแรกพบ และความรักก็เป็นทั้งโรคาและทั้งโคถึก ทั้งสองผูกพันรักใคร่ต่อกัน<br />
อย่างลึกซึ้งเมื่อได้อยู่กันเพียงลำพังสองต่อสอง ความสุขใดใหนเลยจะเท่าสุขแห่งความรัก<br />
ในล้านนาไทยมีรักแรกพบอันยิ่งใหญ่ร้อนแรงของพระลอและพระเพื่อน-พระแพงฉันใด<br />
ความรักของท้าวผาแดงนางไอ่ก็ย่อมเป็นเช่นเดียวกันฉันนั้น ก่อนจากกัน ทั้งสองให้สัญญา<br />
ว่าจะครองคู่กันชั่วดินฟ้า ท้าวผาแดงสัญญาว่าจะกลับมาเมืองเอกชะทีตาอีกครั้งพร้อมกับ<br />
ขบวนขันหมากเพื่อสู่ขอราชธิดาขอมแต่งงานตามประเภณี<br />
<br />
แม้ชาวเผ่าพันธ์ขอมจะได้เมืองหลายแห่งในดินแดนนอกแนวพนมดงรักนี้แล้ว แต่จริงๆ<br />
สถานการณ์ก็ไม่ได้มั่นคงนัก ทางตะวันตก ชาวศรีรามเทพนครอโยธยากำลังหล้าแข็งขึ้น<br />
ทุกขณะ ทางตะวันตกเฉียงเหนือสุโขทัยศรีสัชนาลัยก็เข้มแข็งไม่น้อยทางตะวันออกเฉียงเหนือ<br />
นครศรีสัตตนาคก็เติบโตขึ้นเป็นปึกแผ่น สามารถรวมเอาศรีโคตรบูรไว้ในอำนาจได้ ทั้งยัง<br />
แผ่ขยายอาณาเขตข้ามแม่น้ำโขงเข้ามาแล้ว อีกทั้งบนแผ่นดินที่ราบสูง หอกข้างแคร่ก็คือ<br />
ชาวพื้นเมืองแห่งที่ราบสูงดั้งเดิม เมืองเล็กๆอีกหลายเมืองที่เข้มแข็ง ยากจะหักด้ามพร้า<br />
ด้วยเข่า ยึดเอาเมืองเหล่านั้นมาอยู่ใต้อำนาจขอมได้ จำเป็นที่เมืองขอมทั้งหลายจะต้อง<br />
ดำเนินการทางการเมืองและการทหารที่เหมาะสมกับบรรดาเจ้าเมืองเล็กๆเหล่านี้ ให้อยู่<br />
ร่วมกันต่อไปอย่างสันติ<br />
<br />
ดังนั้น ในโอกาสหนึ่งซึ่งเป็นเทศกาลต้นฤดูฝน ที่บรรดาชาวเมืองน้อยที่นับถือพญาแถน<br />
เหล่านี้จะพากันทำบั้งไฟจุดยิงขึ้นฟ้าเพื่อขอฝนจากพญาแถน เจ้าเมืองขอมเอกชะทีตา<br />
จึงให้ป่าวประกาศไปยังเมืองน้อยต่างๆทีเก่งกล้าสามารถ นำบั้งไฟมาประกวดประขันกัน<br />
อนึ่ง นางไอ่คำราชธิดาเจริญวัยสมควรแก่การครองคู่ ในวาระนี้ก็จะได้ให้นางไอ่คำได้พบปะ<br />
รู้จักกับเจ้าเมืองใหญ่น้อยทั้งหลาย เผื่อจะเป็นหนทางให้นางได้ทำการเสกสมรสต่อไปในภายหน้า<br />
<br />
การดังนั้น บรรดาเจ้าเมืองน้อยต่างๆโดยรอบ ครั้นได้รับสาส์นเชิญชวน ทางหนึ่งด้วยความ<br />
เป็นไมตรีบ้านพี่เมืองน้องอีกทางหนึ่งเจ้าเมืองทั้งหลายก็ปราถนาใคร่ได้ยลโฉมและได้<br />
เสนอตัวขึ้นเป็นทองแผ่นเดียวกับเจ้าเมืองใหญ่ จึงต่างพากันนำบั้งไฟ นายช่าง ตลอดจน<br />
ขบวนแห่แหนและทหารหาญใหญ่น้อยเข้ามาร่วมประกวดประชันบั้งไฟในเมืองเอกชะทีตา<br />
กันเป็นการใหญ่ ทางฝ่ายท้าวผาแดงกับเจ้าเมืองน้อยอื่นๆใกล้เคียงก็เตรียมการยกกองทัพ<br />
เข้าร่วมการแข่งขันจุดบั้งไฟในเมืองเอกชะทีตากับเขาด้วย<br />
<br />
ทางฝ่ายเมืองศรีสัตตนาค หรือในกาลต่อมาก็คือกรุงศรีสัตตนาคนหุตอุตตมะล้านช้างร่มขาวนครเวียงจันทร์<br />
ที่ชาวเมืองส่วนใหญ่เป็นชาวลาวหรือไทลาว ในคราวนั้นชายแดนของเมืองได้ข้ามน้ำโขง<br />
เข้ามาประชิดกับแดนเมืองเอกชะทีตาแล้ว การแผ่อิทธพล ขยายดินแดน และสร้างพันธมิตร<br />
ระหว่างคนสองเผ่าพันธุ์ ลาวและขอม จึงเป็นการแข่งขันกันอย่างดุเดือดและเข้มข้นจนใกล้<br />
จะเป็นสงครามระหว่างสองดินแดนอันเข้มแข็ง ไม่แพ้การแข่งขันกันของขอมและชาวอโยธยา<br />
ศรีรามเทพนครทางตะวันตก<br />
<br />
ในที่สุดการจุดบั้งไฟประชันก็เริ่มขึ้น ท้าวผาแดงและนางไอ่คำได้แสดงออกให้เจ้าเมืองทั้งหลาย<br />
และพระราชบิดามารดาเห็นถึงความเป็นคนรักกันอย่างซาบซึ้งของทั้งสอง ทำให้เจ้าเมือง<br />
เอกชะทีตาและเจ้าเมืองน้อยใหญ่จำนวนมากที่มาเข้าร่วมประชันบั้งไฟเกิดความไม่พอใจ<br />
เกิดการแบ่งขั้วเลือกข้าง ความยุติธรรมในการตัดสินผู้แพ้ชนะของการประชันบั้งไฟจึงกลาย<br />
เป็นกระบวนการที่ขาดความยุติธรรม สร้างความไม่พอใจให้กับอีกฝ่ายหนึ่ง เมื่อเป็นดังนี้<br />
บ้านเมืองอันเป็นปรกติสุขของเอกชะทีตาก็เริ่มเข้าสู่ความระส่ำระสาย ใครกันแน่ที่จะได้เป็น<br />
ลูกเขยของเจ้าเมือง และใครจะเป็นผู้ชนะการประกวดประชันบั้งไฟ ชาวเมืองเอกชะทีตาเอง<br />
ถึงตอนนี้ก็แบ่งขั้วเลือกข้าง ความยุติธรรมและการปกครองที่แบ่งขั้วเลือกข้างกลายเป็นสิ่ง<br />
กัดกร่อนทำลายความมั่นคงของเมืองใหญ่นี้อย่างเห็นได้ชัด<br />
<br />
และในท้ายที่สุด เมื่อเมืองที่เข้ามาร่วมการประชันบั้งไฟทุกเมืองต่างก็มีทหารและผู้ติดตามเข้ามา<br />
เมืองละมิใช่น้อย เมื่อเกิดความระส่ำระสายเช่นนี้ ทางฟากฝ่ายเมืองศรีสัตตนาค ศัตรูของ<br />
เอกชะทีตา จึงสบโอกาส กองทัพใหญ่ถูกระดมขึ้นฉับพลันที่ชายแดน และไส้ศึกก็ถูกส่ง<br />
เข้าไปก่อกวนให้ความขัดแย้งเรื่องบั้งไฟและนางไอ่คำที่เกิดขึ้นกลายเป็นแผลใหญ่ขึ้นทุกขณะ<br />
ก่อกวนจนกลายเป็นการต่อสู้ระหว่างเมืองน้อยที่แพ้ชนะได้เปรียบเสียเปรียบกันในการประชันบั้งไฟนั้น<br />
<br />
และในที่สุดความโกลาหลวุ่นวายภายในก็เป็นช่องทางให้กองทัพใหญ่ของศรีสัตตนาคได้<br />
โอกาสจุดอ่อนคือระบบชลประทานของเมือง การทำลายชลประทานจะทำให้เมืองเสียหาย<br />
ยาวนานและไม่อาจฟื้นตัวได้อีกต่อไป และแล้วกองทัพศรีสัตตนาคก็บุกเข้ามาใจเขตแดน<br />
เอกชะทีตาอย่างรวดเร็วดังสายน้ำ ไม่มีผู้ต่อต้าน เพราะในเมืองยังทะเลาะกันอยู่อย่างไม่<br />
เลิกรา ไม่ช้านัก ระบบชลประทานของเมืองเอกชะทีตาก็พังทลาย น้ำท่วมเข้าเมืองพร้อม<br />
กับการเข้าถึงของกองทัพใหญ่ศรีสัตตนาค เมืองที่กำลังระส่ำระสายจึงถูกทำลายลงด้วย<br />
กองทัพที่เป็นกลุ่มก้อน มีระเบียบวินัยและมุ่งมั่น<br />
<br />
ท้าวผาแดงใช้เวลาทั้งวันขี่ม้าบักสามตามหาราชธิดาไอ่คำในความวุ่นวายของสงคราม<br />
กลางกองทัพศรีสัตตนาค กว่าจะได้พบ ราชธิดาแห่งเอกชะทีตาก็ตกอยู่ในเงื้อมมือทหาร<br />
ข้าศึกไปแล้ว ท้าวผาแดงและม้าบักสามกับพันธมิตรทุ่มตัวและหัวใจเข้าต่อสู้กับทหารกอง<br />
ทัพศรีสัตตนาคทั้งกองทัพอย่างเต็มที่ แต่น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ นางไอ่คำถูกจับตัวกลับไป<br />
นครเวียงจันทร์พร้อมกองทัพใหญ่ศรีสัตตนาค<br />
<br />
แต่ด้วยหัวใจที่เปี่ยมล้นด้วยความรักและความไม่ยอมพ่ายแพ้ต่ออุปสรรค ท้าวผาแดงกลับ<br />
ไปยังเมืองผาโพงได้ไม่นาน ก็จัดตั้งกองโจรเล็กๆขึ้น และลักลอบข้ามโขง เดินทางเข้าไป<br />
ถึงใจกลางเมืองศรีสัตตนาค และในที่สุดก็สามารถเล็ดลอดเข้าไปจนถึงที่คุมขังราชธิดาไอ่คำได้<br />
ท้าวผาแดงช่วยนางไอ่คำได้สำเร็จ เมื่อคู่รักทั้งสองได้พบกันอีกครั้ง ดอกไม้แห่งความรักก็<br />
ผลิบาน และเมื่อสิ้นทั้งเมืองเอกชะทีตา สิ้นวงศาคณาญาติแล้ว นับแต่นี้ไปก็ไม่มีอะไรจะ<br />
ยิ่งใหญ่เท่ากับความรักของคนทั้งสองอีก ท้าวผาแดงและนางไอ่คำจึงเคลียคลอครองคู่กัน<br />
ควบม้าบักสามหายไปกับความงดงาม ไม่กลับคืนไปยังเมืองผาโพง และไม่กลับคืนสู่เอกชะทีตาอีกต่อไป<br />
<br />
ปี พ.ศ.1369 พระเจ้าอู่ทองแห่งอยุธยาศรีรามเทพนคร ดำรัสสั่งให้พระราเมศวรราชโอรส<br />
ยกกองทัพเข้าโจมตีเมืองศรียโสธรปุระ หรือเมืองพระนครธม ศูนย์กลางแห่งอำนาจของขอม<br />
โดยยกกองทัพผ่านไปทางด้านปราจีนบุรี พระราเมศวรทำสงครามไม่ได้ชัยชนะ พระเจ้าอู่ทอง<br />
จึงให้พระอนุชา ขุนหลวงพะงั่ว เจ้าเมืองสุพรรณบุรี ยกกองทัพตามไปสมทบ การศึกติดพัน<br />
นานเข้า พวกขอมนอกแนวพนมดงรักต่างต้องยกทัพกลับเข้าไปช่วยที่ศูนย์กลาง แต่ไม่ทัน<br />
กองทัพกรุงศรีอยุธยาได้ยึดนครหลวงศรียโสธรปุระ พวกขอมก็กระจายกันออกไป ต้องรวม<br />
กำลังกันเข้ามาแล้วถอยร่นไปสร้างราชธานีใหม่ที่เมืองอุดงและเมืองละแวกในเวลาต่อมา<br />
<br />
และต่อจากนั้นอีกไม่ช้านาน ชาวพื้นเมืองแห่งที่ราบสูงหลายๆเมืองที่เคยตกอยู่ใต้อำนาจขอม<br />
ก็พากันลุกฮือขึ้นโค่นล้มอำนาจการปกครอง ทำให้การปกครองของขอมในดินแดนที่ราบสูง<br />
ค่อยๆล่มสลาย ในขณะเดียวกัน อำนาจของทางด้านนครศรีสัตตนาคกองทัพลาวก็ค่อยๆ<br />
สยายปีกข้ามโขงเข้าสู่ดินแดนที่ว่างเปล่าจากอำนาจการปกครองเดิม จากนั้นชาวลาวจาก<br />
ฝั่งซ้ายจึงพากันเคลื่อนย้ายข้ามแม่น้ำโขงเข้ามายังดินแดนฝั่งขวาของชาวพื้นเมืองแห่งที่<br />
ราบสูงอีกหลายครั้งหลายครา ต่างกรรมต่างวาระ สร้างบ้านแปงเมืองขึ้นมาใหม่ และเข้าอยู่<br />
ร่วมกับชาวพื้นเมืองแห่งที่ราบสูงและชาวขอมในดินแดนแห่งที่ราบสูงนี้ต่อมาอย่างสันติสุข<br />
<br />
เอวัง<br />
(ต่อไปจะเป็นฉบับนวนิยายพื้นบ้านที่เล่าต่อกันมาครับ)</div></div></div>

]]></content:encoded>
			<category domain="http://www.baanmaha.com/community/นิทาน-พื้นบ้าน-อีสาน/">นิทาน-พื้นบ้าน-อีสาน</category>
			<dc:creator>เจ้าซายน้อย</dc:creator>
			<guid isPermaLink="true">http://www.baanmaha.com/community/ผาแดง-นางไอ่-ฉบับอิงประวัติศาสตร์-เรื่องจริง-30935/</guid>
		</item>
		<item>
			<title>ประเพณีแห่ต้นดอกไม้อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย</title>
			<link>http://www.baanmaha.com/community/ประเพณีแห่ต้นดอกไม้อำเภอนาแห้ว-จังหวัดเลย-30934/</link>
			<pubDate>Tue, 09 Feb 2010 09:25:15 GMT</pubDate>
			<description>การแห่ต้นดอกไม้มีมาแล้ว 100 ปีที่ผ่านมาที่ วัดศรีโพธิ์ชัย ตำบลแสงภา อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย เป็นการบูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ในวันขึ้นปีใหม่ของไทย...</description>
			<content:encoded><![CDATA[<div><div style="min-height:281px"><div style="width:">การแห่ต้นดอกไม้มีมาแล้ว 100 ปีที่ผ่านมาที่ วัดศรีโพธิ์ชัย ตำบลแสงภา อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย เป็นการบูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ในวันขึ้นปีใหม่ของไทย ครับ <br />
<img src="http://upic.me/i/k4/255w1.jpg" border="0" alt="" /><br />
เริ่มจาก 14 เมษายน - 16 เมษายน ของทุกปี <br />
<img src="http://upic.me/i/rr/msr72.jpg" border="0" alt="" /><br />
การแห่ต้นดอกไม้จะแห่ตอนกลางคืน เวลาเริ่มประมาณ 1 ทุ่ม (แต่ในภาพเป็นงานแห่เพื่อเปิดที่ว่าการอำเภอหลังใหม่ จึงต้องแห่เวลากลางวัน)<br />
<img src="http://upic.me/i/js/vsqd3.jpg" border="0" alt="" /><br />
การแห่จะแห่ภายในวัด รอบพระอุโบสถ โดยแห่3รอบ บูชา พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ <br />
<img src="http://upic.me/i/0e/17rn4.jpg" border="0" alt="" /><br />
องค์ประกอบต้นดอกไม้จะเป็นโครงสร้างไม้ไผ่ ประดับด้วยดอกไม้สดที่มีตามฤดูกาล เวลาแห่ต้องใช้คนที่แข็งแรง อย่างน้อย 8 คน หาม <br />
<img src="http://upic.me/i/ec/axc65.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
c06:<br />
<br />
Bump: เวลาแห่ คนหามต้นดอกไม้จะโยกย้านส่ายเอวตามจังหวัะกลอง ฆ้อง ฉิ่งฉาบ <br />
tim::1-<br />
<img src="http://upic.me/i/jo/rl8w6.jpg" border="0" alt="" /><br />
ต้นดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุด มีความกว้าง 3 เมตร สูง 25 เมตร จำนวนต้นดอกไม้ที่ใช้แห่แต่ละคืน มีจำนวนตั้งแต่ 3 ต้น ถึง 20 ต้น <br />
<img src="http://upic.me/i/34/3yqm7.jpg" border="0" alt="" /><br />
tim:<br />
<br />
Bump: <img src="http://upic.me/i/vj/mlkv8.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
<img src="http://upic.me/i/ll/ymdg9.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
<img src="http://upic.me/i/lz/ziq10.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
<img src="http://upic.me/i/jh/ix511.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
tim::1-<br />
<br />
Bump:<br />
<br />
Bump: <img src="http://upic.me/i/am/urq12.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
<img src="http://upic.me/i/sc/19613.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
เมื่อแห่ครบ 3 รอบแล้วจะตั้งต้นดอกไม้ไว้ในวัดเพื่อเป็นการบูชาต่อไป <br />
<img src="http://upic.me/i/2l/8rq14.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
<img src="http://upic.me/i/t5/lvp15.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
:em01)c06:</div></div></div>

]]></content:encoded>
			<category domain="http://www.baanmaha.com/community/ประเพณีไทย/">ประเพณีไทย</category>
			<dc:creator>GROOPPY</dc:creator>
			<guid isPermaLink="true">http://www.baanmaha.com/community/ประเพณีแห่ต้นดอกไม้อำเภอนาแห้ว-จังหวัดเลย-30934/</guid>
		</item>
		<item>
			<title>งานพับกระดาษรูปกระรอก และรูปไก่แจ้</title>
			<link>http://www.baanmaha.com/community/งานพับกระดาษรูปกระรอก-และรูปไก่แจ้-30933/</link>
			<pubDate>Tue, 09 Feb 2010 07:59:00 GMT</pubDate>
			<description>*งานพับกระดาษรูปกระรอก และรูปไก่แจ้* 
 
 
 
ใช้ในการสอนเสริมคณิตศาสตร์ค่ะ 
เพราะเป็นการประดิษฐ์รูปทรงทางเรขาคณิต  
ที่ประยุกต์เข้ากับงานศิลปะ ...</description>
			<content:encoded><![CDATA[<div><div style="min-height:281px"><div style="width:"><font size="4"><font color="red"><font size="6"><b>งานพับกระดาษรูปกระรอก และรูปไก่แจ้</b></font></font><br />
<br />
<br />
<br />
<font color="Blue">ใช้ในการสอนเสริมคณิตศาสตร์ค่ะ<br />
เพราะเป็นการประดิษฐ์รูปทรงทางเรขาคณิต <br />
ที่ประยุกต์เข้ากับงานศิลปะ  จะค่อยๆๆ นำเสนอต่อไปค่ะ</font><br />
<br />
<br />
<br />
<font color="Red">รูปกระรอก </font><br />
<br />
<img src="http://images.torrentmove.com/ie/m53ue.gif" border="0" alt="" /><br />
<br />
<br />
<br />
<br />
<font color="red">รูปไก่แจ้ </font><br />
<br />
<img src="http://images.torrentmove.com/il/pn079.gif" border="0" alt="" /><br />
<br />
<br />
<br />
<br />
</font></div></div></div>

]]></content:encoded>
			<category domain="http://www.baanmaha.com/community/คณิตศาสตร์/">คณิตศาสตร์</category>
			<dc:creator>khonsurin</dc:creator>
			<guid isPermaLink="true">http://www.baanmaha.com/community/งานพับกระดาษรูปกระรอก-และรูปไก่แจ้-30933/</guid>
		</item>
		<item>
			<title>วิธีดูแลโลก</title>
			<link>http://www.baanmaha.com/community/วิธีดูแลโลก-30932/</link>
			<pubDate>Tue, 09 Feb 2010 07:54:31 GMT</pubDate>
			<description>*วิธีดูแลโลก* 
 
 
 
เมื่อโลกเริ่มร้อน คุณก็คงทราบว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่ว่าน้ำท่วม การเปลี่ยนแปลงของกระแสน้ำ การเกิดคลื่นยักษ์...</description>
			<content:encoded><![CDATA[<div><div style="min-height:281px"><div style="width:"><font size="3"><div align="center"><b><font size="5"><font color="Red">วิธีดูแลโลก</font></font></b></div><br />
<br />
<br />
เมื่อโลกเริ่มร้อน คุณก็คงทราบว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่ว่าน้ำท่วม การเปลี่ยนแปลงของกระแสน้ำ การเกิดคลื่นยักษ์ การปรับเปลี่ยนระบบนิเวศวิทยา การระเบิดของภูเขาไฟ เป็นต้น ดังนั้น ถ้าเราสามารถช่วยลดสภาวะโลกร้อนได้ ก็ควรช่วยกันคะละมือ<br />
การช่วยกันคนละมือ ทำได้ดังนี้ค่ะ<br />
<br />
<br />
1.ปิดคอมพิวเตอร์หรือหน้าจอตอนพักกลางวัน (หรือไม่ได้ใช้) <br />
ส่วนใหญ่คิดว่าเดี๋ยวจะกลับมาใช้คอมพิวเตอร์อีก เสียเวลาเปิด ปล่อยแช่ไว้อย่างนี้ดีกว่า มาฟังทางนี้ก่อนค่ะ  <br />
การเปิดคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้ ไม่เพียงแต่จะเปลืองไฟ แต่ยังก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม การปิดคอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ โดยใช้ปุ่มสแตนด์บาย พาวเวอร์ กินไฟในบ้านแบบไม่รู้ตัวถึง 75% การกดปุ่มปิดหรือ Off เท่านั้นที่ไม่กินพลังงาน นะคะ แล้วคุณจะอยากเสียค่าไฟฟรีๆ หรือคะ<br />
<br />
<br />
2.ปิดไฟทุกครั้งที่เสร็จงาน <br />
<br />
เพราะว่าการปิดไฟทุกครั้งที่เสร็จงาน ถือเป็นวิธีที่ช่วยประหยัดพลังงานได้ดีที่สุดอีกหนึ่งวิธี ช่วยประหยัดพลังงานชาติ ประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้<br />
<br />
<br />
3.ลดการใช้พลังงานที่ใช้ภายในบ้านเรือนที่อยู่อาศัย<br />
<br />
เรามาช่วยกันลดการใช้พลังงานที่ใช้ภายในบ้านเรือนที่อยู่อาศัย<br />
<br />
บางบ้านเปิดแอร์ทั้งที่อากาศเย็น บางบ้านใช้เทคโนยีหลากหลายชนิด คิดไหมคะ ว่าพลังลังที่ใช้ภายในครัวเรือน จะเป็นตัวการทำให้เกิดความร้อนขึ้นได้ เพราะอะไรหรือคะ ก็เพราะว่า<br />
<br />
<br />
 พลังงานที่ใช้ภายในบ้านเรือนที่อยู่อาศัยเป็นตัวการก่อให้เกิดความร้อน เป็นต้นว่าแอร์ จะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ กระจายภายในอากาศจากบ้านสู่ภายนอกตลอดเวลา<br />
<br />
เราควรที่จะหาเวลาว่างจัดบ้านหรือทำงานให้สอดคล้องกับหลักธรรมชาติ และทิศทางลม แทนที่จะพึ่งแอร์หรือเทคโนโลยีไฮเทคตลอดเวลา แถมยังช่วยเซฟพลังงานได้ถึง 40% หรือ เปิดหน้าต่างรับลมแทนการเปิดแอร์ วิธีนี้ง่ายและคนไทยคุ้นเคยกันดี <br />
<br />
จากผลการศึกษาของอเมริกาบ่งชี้ว่า 22.7 ตัน ของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่แพร่กระจายอยู่ในอากาศมาจากบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ลองลดการใช้พลังงานและทำลายสิ่งแวดล้อมด้วยการเปิดหน้าต่างภายในบ้านเพื่อรับลม แทนที่จะเปิดแอร์ทั้งวันทั้งคืน เพราะลมธรรมชาติจากภายนอกจะทำให้อากาศภายในบ้านเย็นสบายขึ้นในช่วงฤดูร้อน และอุ่นขึ้นในช่วงฤดูหนาว<br />
<br />
<br />
 <br />
 4. ใช้ถุงผ้าแทนการใช้ถุงพลาสติก <br />
<br />
เราควรใช้ถุงผ้าแทนการใช้ถุงพลาสติก เพราะทุกปีมีถุงพลาสติกถูกผลิตออกสู่ตลาดมากกว่า 50,000 ล้านถุง และมีเพียง 3% ของถุงพลาสติกที่นำไปรีไซเคิลกลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง ถุงพลาสติกแต่ละใบต้องใช้เวลาถึงพันปีกว่าจะย่อยสลายหมดไปจากโลก!! <br />
<br />
<br />
 <br />
 5.เปลี่ยนอาหารให้เป็นเชื้อเพลิง<br />
<br />
ควรเปลี่ยนอาหารให้เป็นเชื้อเพลิง เพราะในระยะหลายปีมานี้ นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกทุ่มเทเวลาอย่างจริงจังให้กับการคิดค้น หาวิธีผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพจากพืชพันธุ์ธรรมชาติ ไล่ตั้งแต่ ข้าวโพด, ถั่วเหลือง, น้ำมันหุงต้ม ไปจนถึงเศษขยะ เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ทดแทนพลังงานจากน้ำมัน ซึ่งนับวันมีแต่จะร่อยหรอลงเรื่อยๆ!! เห็นได้ชัดจากความเคลื่อนไหวของกระทรวงพลังงานสหรัฐอเมริกา ที่เพิ่มงบประมาณเป็นสองเท่า สำหรับการทำวิจัยคิดค้นเชื้อเพลิงชีวภาพโดยเฉพาะ และดูเหมือนว่าเชื้อเพลิงที่ผลิตจากข้าวโพดเป็นก๊าซอีธานอลจะมาแรงแซงทางโค้ง กว่าใครเพื่อน เพราะ ทั้งเซฟเงินในกระเป๋า และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในอนาคต<br />
<br />
<br />
 <br />
 6.เปลี่ยนหลอดไฟใหม่เป็นแบบประหยัด <br />
<br />
คุณเปลี่ยนแปลงการใช้หลอดไฟฟ้าภายในบ้านหรือยังคะ  เพราะนอกจากจะเซฟค่าไฟในบ้านที่ฮิตฮอตที่สุดของที่สุด แม้รูปร่างหน้าตาของหลอดไฟซีเอฟแอล ที่เรียกกันติดปากในบ้านเราว่า หลอดไฟตะเกียบ ออกจะแปลกตาสักหน่อย แต่ประสิทธิภาพไฮโซมาก!! เพราะช่วยประหยัดไฟได้มากกว่าหลอดไฟธรรมดาๆถึง 3-5 เท่า แถมยังมีอายุการใช้งานนานกว่าหลายเท่าตัว ปัจจุบันมีให้เลือกใช้มากมายหลายขนาด ทั้งหลอดไฟขนาด 26 วัตต์, 40 วัตต์ ไปจนถึง 100 วัตต์ <br />
<br />
 <br />
 7.จัดระเบียบการซักผ้าใหม่ <br />
<br />
เพราะผลจากการศึกษาล่าสุดของสถาบันอุตสาหกรรมการผลิต มหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ ค้นพบว่าขั้นตอนการซักผ้าและอบผ้าให้แห้ง กินพลังงานถึง 60% ของการผลิตเสื้อผ้าทั้งหมด และเสื้อยืดธรรมดาๆ ตัวหนึ่ง ก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เกือบ 4 กิโลกรัม!! คงไม่ถึงกับขอร้องคุณๆ ให้หยุดการซักผ้ารีดผ้าหรอกนะคะ!! แต่ถ้าอยากช่วยพิทักษ์โลกสีเขียวก็สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยการจัดระเบียบการซักผ้ารีดผ้าใหม่ เช่น เปลี่ยนจากการซักผ้าด้วยน้ำอุ่นเป็นน้ำเย็น หรือไม่ก็รวบรวมเสื้อผ้าให้ได้กองโตพอสมควรก่อน ค่อยนำไปซักทีเดียว อย่างบ้านเรา แดดเปรี้ยงแรงดีอยู่แล้ว แค่นำเสื้อผ้าตากแดดตากลมให้แห้งตามธรรมชาติ ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องอบผ้าให้กินไฟและทำลายสิ่งแวดล้อม <br />
<br />
<br />
 <br />
 8.ใส่เสื้อผ้ามือสองพิทักษ์โลก <br />
<br />
การใส่เสื้อผ้ามือสอง นอกจากจะไม่สูญเสียค่าใช้จ่ายแล้วยังลดการผลิตเสื้อผ้าได้ เพราะเสื้อผ้ามือสองเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มากกว่าเสื้อผ้าใหม่ เพราะการซื้อเสื้อผ้ามือสองช่วยหลีกเลี่ยงการใช้พลังงานอย่างสิ้นเปลือง จากการผลิต และขนส่ง อันเป็นสาเหตุให้เกิดการแพร่กระจายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ ช่วยกันคนละนิดนะคะ ทั้งอินเทรนด์ แถมยังลดวิกฤติโลกร้อน!! แต่ต้องต้มและซักให้แน่ใจว่าปลอดโรคที่ตามมานะคะ<br />
 <br />
<br />
 9. ปลูกต้นไม้ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้โลก ที่สำคัญต้นไม่จะเพิ่มอากาศบริสุทธิ์ได้<br />
 <br />
<br />
 10.ลดปริมาณการใช้รถยนต์ ช่วยประหยัดพลังงาน ลดการใช้น้ำมัน ลดการปล่อยควันพิษสู่อากาศ<br />
<br />
<br />
<br />
 </font><br />
<br />
ที่มา : Team Content www.thaihealth.or.th</div></div></div>

]]></content:encoded>
			<category domain="http://www.baanmaha.com/community/หยิบยกมาฝาก/">หยิบยกมาฝาก</category>
			<dc:creator>khonsurin</dc:creator>
			<guid isPermaLink="true">http://www.baanmaha.com/community/วิธีดูแลโลก-30932/</guid>
		</item>
		<item>
			<title>ข้าวโพดต้มสุก..ต้านมะเร็ง</title>
			<link>http://www.baanmaha.com/community/ข้าวโพดต้มสุก-ต้านมะเร็ง-30931/</link>
			<pubDate>Tue, 09 Feb 2010 07:50:09 GMT</pubDate>
			<description>เรื่องเล่าจากประสบการณ์ของญาติผู้เป็นโรคมะเร็ง.. 
  
ตอนที่แม่เรากำลังรักษามะเร็งช่วงใกล้ๆหาย เริ่มจะทานอาหารได้ 
เค้าจะกินข้าวโพดต้มทุกวัน ไปเหมาจาก...</description>
			<content:encoded><![CDATA[<div><div style="min-height:281px"><div style="width:">เรื่องเล่าจากประสบการณ์ของญาติผู้เป็นโรคมะเร็ง..<br />
 <br />
ตอนที่แม่เรากำลังรักษามะเร็งช่วงใกล้ๆหาย เริ่มจะทานอาหารได้<br />
เค้าจะกินข้าวโพดต้มทุกวัน ไปเหมาจาก Supermarket ทุก week แล้วเค้าก็<br />
ฟื้นตัวเร็วมาก ช่วงนั้น ลิ้นเค้าจะ Anti เนื้อสัตว์ กลืนไม่ลง<br />
ทานได้แต่ผักกะผลไม้ และจะอยากกินข้าวโพดทุกวัน ข้าวโพดสุก ต้านมะเร็ง<br />
การแทะข้าวโพดหวานต้านโรคมะเร็งมีสารตัวล้างพิษมากกว่าผักผลไม้<br />
 <br />
นักวิจัยของมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์แห่งสหรัฐฯ<br />
รายงานในวารสารสมาคมเคมีแห่งอเมริกาว่าข้าวโพดหวานที่ปรุงสุกแล้วจะออกฤทธิ์ล้างพิษในร่างกายสูงขึ้นได้อย่างเด่นชัด<br />
 <br />
 <br />
เขาเผยว่าผิดกับที่เคยเชื่อกันมาก่อน<br />
ว่าผักและผลไม้หากต้มปรุงสุกแล้วจะเสียคุณค่าทางอาหารลงไป สู้กินดิบๆ ไม่ได้<br />
แต่ข้าวโพดหวานยังคงสามารถเก็บพลังเป็นตัวล้างพิษคงไว้ได้<br />
แม้ว่าจะเสียวิตามินซีไป<br />
 <br />
เขาได้พบในการต้มข้าวโพดหวานด้วยอุณหภูมิสูง 115 องศาเซลเซียส ในเวลานานต่างกัน<br />
10, 25 และ 50 นาที<br />
พบว่ายิ่งต้มนานจะทำให้มันมีสารอันเป็นตัวล้างพิษเพิ่มขึ้นเป็น 22, 44<br />
และ 53 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ<br />
 <br />
นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าสารที่ออกฤทธิ์เป็นตัวล้างพิษช่วยดับพิษของพวกอนุมูลอิสระ<br />
ซึ่งเป็นอันตรายกับเซลล์ของอวัยวะต่างๆ<br />
ทั้งยังมีส่วนเกี่ยวพันกับโรคอันเนื่องมาจากความแก่ชรา ต่างๆ อย่างเช่นต้อกระจก<br />
และโรคสมองเสื่อมอีกด้วย<br />
 <br />
คณะนักวิจัยแจ้งว่าข้าวโพดหวานที่ต้มหรือปิ้งจะปล่อยสารประกอบที่เรียกว่า<br />
กรดเฟรุลิก<br />
อันเป็นคุณกับร่างกายยิ่งมากขึ้นเมื่อถูกความร้อนสูงขึ้นหรือเวลานานขึ้นกรดเฟรุลิกเป็นพวก<br />
 <br />
 <br />
พฤกษเคมีซึ่งในผักและผลไม้มีอยู่ไม่มากนัก<br />
แต่กลับพบมีอยู่อย่างอุดมในข้าวโพดผสมปนเปรวมอยู่กับอย่างอื่น<br />
การทำให้มันสุกจึงช่วยทำให้มันปล่อยกรดเฟรุลิกออกมาได้มากขึ้น<br />
<br />
ที่มา ธรรมะสวัสดีดอมคอม</div></div></div>

]]></content:encoded>
			<category domain="http://www.baanmaha.com/community/อาหารเพื่อสุขภาพ/">อาหารเพื่อสุขภาพ</category>
			<dc:creator>mikaze</dc:creator>
			<guid isPermaLink="true">http://www.baanmaha.com/community/ข้าวโพดต้มสุก-ต้านมะเร็ง-30931/</guid>
		</item>
		<item>
			<title>ชวนเก็บเห็ดระโงกที่เมืองเลยเด้อครับ</title>
			<link>http://www.baanmaha.com/community/ชวนเก็บเห็ดระโงกที่เมืองเลยเด้อครับ-30930/</link>
			<pubDate>Tue, 09 Feb 2010 07:05:58 GMT</pubDate>
			<description>เห็ดระโงกใหญ่ ดอกเดียวแกงได้หม้อบักใหญ่เลยคับ 
 
Image: http://upic.me/i/p3/2lmp1.jpg  
 
:D- 
 
นี่เลย เห็ดในป่า เดินไปเจอ เสร็จโก๋  
Image:...</description>
			<content:encoded><![CDATA[<div><div style="min-height:281px"><div style="width:"><font face="Comic Sans MS"><font size="3"><font color="Purple">เห็ดระโงกใหญ่ ดอกเดียวแกงได้หม้อบักใหญ่เลยคับ</font></font></font><br />
<br />
<img src="http://upic.me/i/p3/2lmp1.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
:D-<br />
<br />
นี่เลย เห็ดในป่า เดินไปเจอ เสร็จโก๋ <br />
<img src="http://upic.me/i/br/yq2f2.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
นี่ขึ้นเป็นจุ้มเลย บ่เหลือ 555<br />
<img src="http://upic.me/i/rd/8h0w3.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
นี่ๆๆ น่ากินจัง <br />
<br />
<img src="http://upic.me/i/r1/3n3s4.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
เบิ่งหม่อ ๆๆ ใกล้ๆๆ อิอิอิ <br />
<br />
<img src="http://upic.me/i/y8/jlk35.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
tim:<br />
<br />
Bump:<br />
<br />
Bump:<br />
<br />
Bump:</div></div></div>

]]></content:encoded>
			<category domain="http://www.baanmaha.com/community/อาหารอีสาน/">อาหารอีสาน</category>
			<dc:creator>GROOPPY</dc:creator>
			<guid isPermaLink="true">http://www.baanmaha.com/community/ชวนเก็บเห็ดระโงกที่เมืองเลยเด้อครับ-30930/</guid>
		</item>
		<item>
			<title>ขี้โม้เว้ากัน</title>
			<link>http://www.baanmaha.com/community/ขี้โม้เว้ากัน-30928/</link>
			<pubDate>Tue, 09 Feb 2010 05:54:57 GMT</pubDate>
			<description>:heart:เรื่องมีอยู่ว่า มีขี้เมาอยู่ผู้นึงซื่อว่าบ่าวจ่อย ๆ เราแหล่วเป็นคนมักเมา แล้วกะออกซิขี้โม้จักหน่อยนี่หละ คนฮู้กันเบิดบ้านหละ...</description>
			<content:encoded><![CDATA[<div><div style="min-height:281px"><div style="width:">:heart:เรื่องมีอยู่ว่า มีขี้เมาอยู่ผู้นึงซื่อว่าบ่าวจ่อย ๆ เราแหล่วเป็นคนมักเมา แล้วกะออกซิขี้โม้จักหน่อยนี่หละ คนฮู้กันเบิดบ้านหละ มื้อนั้นเรากะไปกินเหล้าขาวอยู่บ้านเหนือแถวคุ้มวัดโพ้นหละ เมาแล้วหละมื้อนั้นกะดาย บัดกลับเรากะย่างกลับบ้านซะแหล่วบะนี้ คือเมาแท้น้อมื้อนี้...ว่าซั่นว่า...เรานึกในใจน้า...ย่างมาจักหน่อยเรามาพ้อทิดมีบัดนี้(มักเมาคือกัน)เรากะเลยถามว่า........<br />
บ่าวจ่อย : อ้าย ๆ ...เห็นหมู่ผมเมาเหล้ารีผ่านมาทางนี้บ่...(เมาเหล้าหยังกะอาการคือกันหละเนอะผู้ได๋ซิไปฮู้)<br />
ทิดมี : บ่เห็นติหล่ะท้าว กูนั่งดูดมาโบโร่เบิ๊ดไปสองสามซองแล้วยังบ่เห็นไผผ่านมาจักตัวดิหละ (มือเผิ่นหล่ะพันยาเส้นต้วย ๆ อยู่ดอกว๊า) (ขี้โม้คือกัน)<br />
บ่าวจ่อย : บ่เป็นหยังดอกอ้ายทิด...บ่กวนเจ้าดอกเดี๋ยวมาโบโร่เจ้าไฟซิดับ...ว่าซั่นหว้า...(เราเว้าใส่น่า)<br />
...บัดนี้บ่าวจ่อยเรากะย่างกลับบ้านน้า..ย่างไปได้สี่ห้าก้าวซั่นแหล่ว บัดฮากแตกมีแต่ส้มฝักเซี้ยนบัดนี้....:em01)tim:</div></div></div>

]]></content:encoded>
			<category domain="http://www.baanmaha.com/community/นิทานก้อม-นิยายเรื่องสั้น/">นิทานก้อม-นิยายเรื่องสั้น</category>
			<dc:creator>พี่หาร</dc:creator>
			<guid isPermaLink="true">http://www.baanmaha.com/community/ขี้โม้เว้ากัน-30928/</guid>
		</item>
		<item>
			<title>ของกินยามง่วงเด้อพี่น้อง</title>
			<link>http://www.baanmaha.com/community/ของกินยามง่วงเด้อพี่น้อง-30927/</link>
			<pubDate>Tue, 09 Feb 2010 05:31:09 GMT</pubDate>
			<description><![CDATA[ก่อนอื่นเอาแนวส้มๆๆไปก่อน ตาสิได้หุ่ง ได้แจ้งขึ้นมาแน่ อิอิ  
 
Image: http://img8.imageshack.us/img8/2710/640iz.jpg  
 
 
<a...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div><div style="min-height:281px"><div style="width:"><font face="Comic Sans MS"><font size="3"><font color="Blue">ก่อนอื่นเอาแนวส้มๆๆไปก่อน ตาสิได้หุ่ง ได้แจ้งขึ้นมาแน่ อิอิ </font></font></font><br />
<br />
<img src="http://img8.imageshack.us/img8/2710/640iz.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
<br />
<a href="http://www.baanmaha.com/community/redirector.php?url=http%3A%2F%2Fupic.me%2Fi%2F8y%2Fdsc05224.jpg" target="_blank" rel="nofollow">คลิกดูภาพขนาดใหญ่</a><br />
<br />
tim::1-<br />
<br />
Bump:<br />
<br />
Bump:<br />
<br />
Bump: ตามมาด้วย เมื่ยงคำ แบบ เมืองเลย เมืองเลย มีไรบ้างชิมกันดูคับ<br />
<br />
<img src="http://img52.imageshack.us/img52/6528/6402y.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
<a href="http://www.baanmaha.com/community/redirector.php?url=http%3A%2F%2Fupic.me%2Fi%2Fsi%2Fdsc05226.jpg" target="_blank" rel="nofollow">คลิกเบิ่งภาพนี้แบบเต็มตาครับ อิอิ</a> <br />
<br />
Bump:</div></div></div>

]]></content:encoded>
			<category domain="http://www.baanmaha.com/community/อาหารอีสาน/">อาหารอีสาน</category>
			<dc:creator>GROOPPY</dc:creator>
			<guid isPermaLink="true">http://www.baanmaha.com/community/ของกินยามง่วงเด้อพี่น้อง-30927/</guid>
		</item>
		<item>
			<title>ตัวไกลใจใกล้</title>
			<link>http://www.baanmaha.com/community/ตัวไกลใจใกล้-30926/</link>
			<pubDate>Tue, 09 Feb 2010 05:30:09 GMT</pubDate>
			<description>*:heart::heart::heart::heart::heart: 
 
 
ตัวไกลใจใกล้ 
 
 
 
ที่รักจ๋า...เราอยู่ห่างกันขอบฟ้า 
ขอจงหันมารับฤทัยขวัญ 
ปลายฟ้าแต้มราวแต่งระพีพรรณ</description>
			<content:encoded><![CDATA[<div><div style="min-height:281px"><div style="width:"><div align="center"><font size="4"><b><font color="Blue">:heart::heart::heart::heart::heart:<br />
<br />
<br />
<font size="6"><font color="Red">ตัวไกลใจใกล้</font></font><br />
<br />
<br />
<br />
ที่รักจ๋า...เราอยู่ห่างกันขอบฟ้า<br />
ขอจงหันมารับฤทัยขวัญ<br />
ปลายฟ้าแต้มราวแต่งระพีพรรณ<br />
ละไมฝันพริ้มพราวพร่างไสว<br />
<br />
<br />
<font color="Magenta">ที่รักจ๋า...มองดูโค้งขอบฟ้า<br />
ฝากนภาวอนว่ารักสุดหัวใจ<br />
รุ้งงามสวยแต่งโค้งสีหลากหลาย<br />
ปลายรุ้งจรดกลางใจแด่เธอคนดี</font><br />
<br />
<br />
ที่รักจ๋า...เรามีฟ้าต่างสีสัน<br />
แสงดาวฝันแข่งระวีแต่งแต้มสี<br />
ค่ำคืนเธอคงเดียวดายทุกนาที<br />
มิอาจเสรีที่สร้างสรรค์<br />
<br />
<br />
<font color="Magenta">ที่รักจ๋า...ขอมอบความรักมา<br />
ผ่านปลายฟ้าพารักหมายมั่น<br />
ถึงจะอยู่ต่างแคว้นต่างแดนกัน<br />
ถึงฟ้ากั้นแต่กายใช่กั้นใจ</font><br />
<br />
<br />
<br />
:heart::heart::heart::heart::heart:</font></b></font></div></div></div></div>

]]></content:encoded>
			<category domain="http://www.baanmaha.com/community/วรรณกรรม-บทกวี-นวนิยายเรื่องสั้น-poetry/">วรรณกรรม-บทกวี-นวนิยายเรื่องสั้น-Poetry</category>
			<dc:creator>khonsurin</dc:creator>
			<guid isPermaLink="true">http://www.baanmaha.com/community/ตัวไกลใจใกล้-30926/</guid>
		</item>
		<item>
			<title>ดอกไม้บานในใจคุณ</title>
			<link>http://www.baanmaha.com/community/ดอกไม้บานในใจคุณ-30925/</link>
			<pubDate>Tue, 09 Feb 2010 05:08:32 GMT</pubDate>
			<description>*Image: http://img220.imageshack.us/img220/8146/6f91e45a6ab730ff167b9a9.jpg  
 
 
 
ดอกไม้บานในใจคุณ 
 
 
ขอมอบดอกไม้ 
กล่อมใจทุกความเหงา...</description>
			<content:encoded><![CDATA[<div><div style="min-height:281px"><div style="width:"><div align="center"><b><font size="4"><font color="Blue"><img src="http://img220.imageshack.us/img220/8146/6f91e45a6ab730ff167b9a9.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
<br />
<br />
<font color="Red">ดอกไม้บานในใจคุณ</font><br />
<br />
<br />
ขอมอบดอกไม้<br />
กล่อมใจทุกความเหงา<br />
คลายทุกข์พอบรรเทา<br />
ความเศร้าซึมคงคลาย<br />
<br />
<br />
<font color="Magenta">ความเหงาทุกชั้นชน<br />
บันดลชีวิตท้อ<br />
บทเพลงนี้เคลียคลอ<br />
คลายท้อและทุกข์คลาย</font><br />
<br />
<br />
เคยร้องเพลงเศร้า<br />
เพลงหวานประโลมใจ<br />
ขอเป็นเพื่อนคล้าย<br />
ปลอบใจยามเหงา<br />
<br />
<br />
<font color="magenta">ทุกข์เคล้าสุขระคน<br />
ต่างมีชีวิตคละเคล้า<br />
โลกนี้เป็นของเรา<br />
อิสระบรรเทาเยือน</font><br />
<br />
<br />
เพลงดอกไม้บานผลิ<br />
เสรีความคิดเป็นเพื่อน<br />
กล่อมฤทัยมาเยือน<br />
สื่อรักร้อยอิสระใจ<br />
<br />
<br />
<font color="magenta">โซ่ตรวนไม่อาจกั้น<br />
เสรีไม่มีวันสลาย<br />
ความคิดฝันไม่คลาย<br />
มาลัยแห่งดอกไม้บาน</font><br />
<br />
<br />
ฝันจงอย่ามีท้อ<br />
สานก่อร้อยผสาน<br />
ความคิดจะเบ่งบาน<br />
อิสระถักร้อยเสรี<br />
<br />
<font color="magenta">สวรรค์แสนแดนฟ้า<br />
นรกฝ่าหมื่นพันลี้<br />
ความคิดที่เสรี<br />
คือดอกไม้ที่บานกลางใจ</font><br />
<br />
<br />
<br />
<img src="http://img220.imageshack.us/img220/8146/6f91e45a6ab730ff167b9a9.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
<br />
<br />
<object classid="clsid:6BF52A52-394A-11d3-B153-00C04F79FAA6" id="player" width="1" height="1" codebase="http://activex.microsoft.com/activex/controls/mplayer/en/nsmp2inf.cab#Version=6,0,0,0" standby="Loading Microsoft Windows Media Player components..." type="application/x-oleobject">
<param name="url"	                    value="http://www.ijigg.com/jiggPlay er.swf?songID=V2B0CFDPAD&amp;Autoplay=1" />
<param name="rate" 	value="1" />
<param name="balance" 	value="0" />
<param name="currentposition" value="0" />
<param name="defaultframe"     value="" />
<param name="playcount" 	value="10" />
<param name="autostart" 	value="1" />
<param name="loop" 	value="-0" />
<param name="currentmarker" value="0" />
<param name="invokeurls" 	value="-1" />
<param name="baseurl" 	value="" />
<param name="volume" 	value="100" />
<param name="mute" 	value="0" />
<param name="uimode" 	value="full" />
<param name="stretchtofit" 	value="0" />
<param name="windowlessvideo" value="0" />
<param name="enabled" 	value="-1" />
<param name="enablecontextmenu" value="0" />
<param name="fullscreen" 	value="0" />
<param name="SAMIStyle" 	value="" />
<param name="SAMILang" 	value="" />
<param name="SAMIFilename" value="" />
<param name="captioningid" 	value="" />
<param name="enableErrorDialogs" value="0" />
<param name="_cx" 		value="7938" />
<param name="_cy" 		value="6482" />
<embed type="application/x-mplayer2" pluginspage="http://www.microsoft.com/windows95/downloads/contents/wurecommended/s_wufeatured/mediaplayer/default.asp" 
src="http://www.ijigg.com/jiggPlay er.swf?songID=V2B0CFDPAD&amp;Autoplay=1"
rate="1"
balance="0"
currentPosition="0"
playcount="10"
autostart="1"
loop="-0"
currentmarker="0"
invokeurls="-1"
volume="100"
mute="0"
uimode="full"
stretchtofit="0"
windowlessvideo="0"
enabled="-1"
enablecontextmenu="0"
fullscreen="0"
SAMIStyle
SAMILang
SAMIFilename
captioningID
enableErrorDialogs="0"
_cx="7938"
_cy="6482"
width="1"
height="1">
</embed>
</object><br />
<br />
<br />
</font></font></b></div></div></div></div>

]]></content:encoded>
			<category domain="http://www.baanmaha.com/community/วรรณกรรม-บทกวี-นวนิยายเรื่องสั้น-poetry/">วรรณกรรม-บทกวี-นวนิยายเรื่องสั้น-Poetry</category>
			<dc:creator>khonsurin</dc:creator>
			<guid isPermaLink="true">http://www.baanmaha.com/community/ดอกไม้บานในใจคุณ-30925/</guid>
		</item>
		<item>
			<title>รู้สึกดีที่อยู่บ้านมหา</title>
			<link>http://www.baanmaha.com/community/รู้สึกดีที่อยู่บ้านมหา-30924/</link>
			<pubDate>Tue, 09 Feb 2010 02:58:26 GMT</pubDate>
			<description>ดีจัยแฮงหลายที่ได้เป็นสมาชิกบ้านมหา ขอบคุณทางทีมงานดีเจที่เปิดโอกาสให้ผมได้เป็นส่วนหนึ่งในบ้านมหา ขอบคุณหลายเด้อเอื้อยอ้ายบ้านมหาทุกคน:1-:-):p)</description>
			<content:encoded><![CDATA[<div><div style="min-height:281px"><div style="width:">ดีจัยแฮงหลายที่ได้เป็นสมาชิกบ้านมหา ขอบคุณทางทีมงานดีเจที่เปิดโอกาสให้ผมได้เป็นส่วนหนึ่งในบ้านมหา ขอบคุณหลายเด้อเอื้อยอ้ายบ้านมหาทุกคน:1-:-):p)</div></div></div>

]]></content:encoded>
			<category domain="http://www.baanmaha.com/community/สมาชิกใหม่รายงานตัวที่นี่ค่ะ/">สมาชิกใหม่รายงานตัวที่นี่ค่ะ</category>
			<dc:creator>วารินบอย</dc:creator>
			<guid isPermaLink="true">http://www.baanmaha.com/community/รู้สึกดีที่อยู่บ้านมหา-30924/</guid>
		</item>
		<item>
			<title>ทำให้ Windows Xp เป็นของแท้</title>
			<link>http://www.baanmaha.com/community/ทำให้-windows-xp-เป็นของแท้-30923/</link>
			<pubDate>Tue, 09 Feb 2010 01:50:49 GMT</pubDate>
			<description><![CDATA[How To Register Windows XP GAV [ Genuine Advantage Validation ] Only XP 
 
Click This Link For Update >>> <a...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div><div style="min-height:281px"><div style="width:">How To Register Windows XP GAV [ Genuine Advantage Validation ] Only XP<br />
<br />
Click This Link For Update >>> <a href="http://www.baanmaha.com/community/redirector.php?url=http%3A%2F%2Fupdate.microsoft.com" target="_blank" rel="nofollow">http://update.microsoft.com</a><br />
<br />
<br />
<br />
How To Register<br />
<br />
1. เปิดโปรแกรม Notepad<br />
<br />
2.ก็อบปี้พวกนี้ลงทั้งหมด<br />
<br />
<br />
<br />
Windows Registry Editor Version 5.00<br />
Editor By : Toniiz , Luv nOo`MiNd 4Ev3R , OmpUJunG`~ , S.T.A.R.S<br />
<br />
[HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Microsoft\Windows NT\CurrentVersion]<br />
"CurrentBuild"="1.511.1 () (Obsolete data - do not use)"<br />
"ProductId"="55274-640-1011873-23081"<br />
"DigitalProductId"=hex:a4,00,00,00,03,00,00,00,35,35,32,37,34,2d,36,34,30,2d,\<br />
31,30,31,31,38,37,33,2d,32,33,30,38,31,00,2e,00,00,00,41,32,32,2d,30,30,30,\<br />
30,31,00,00,00,00,00,00,00,86,56,4e,4c,21,1b,2b,6a,a3,78,8e,8f,98,5c,00,00,\<br />
00,00,00,00,dd,da,47,41,cc,6b,06,00,00,00,00,00,00,00,00,00,00,00,00,00,00,\<br />
00,00,00,00,00,00,00,00,00,00,00,38,31,30,32,36,00,00,00,00,00,00,00,b5,16,\<br />
00,00,83,83,1f,38,f8,01,00,00,f5,1c,00,00,00,00,00,00,00,00,00,00,00,00,00,\<br />
00,00,00,00,00,00,00,00,00,00,00,00,00,00,00,00,00,66,e5,70,f3<br />
"LicenseInfo"=hex:33,b7,21,c1,e5,e7,cd,4b,fd,7c,c6,35,51,fd,52,57,17,86,3e,18,\<br />
d3,f4,8c,8e,35,32,7b,d1,43,8d,61,38,60,a4,ca,55,c9,9a,35,17,46,7a,4f,91,fc,\<br />
4a,d9,db,64,5c,c4,e2,0f,34,f3,ea<br />
<br />
[HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Microsoft\Windows NT\CurrentVersion\WPAEvents]<br />
"OOBETimer"=hex:ff,d5,71,d6,8b,6a,8d,6f,d5,33,93,fd<br />
<br />
<br />
<br />
3. ทำการเซฟ ตรง Save as type เลือกเป็น All File  แล้วเซฟเป็นชื่ออะไรก้ได้ให้นามสกุลว่า .reg<br />
<br />
4. เส็ดแล้วคลิก ไฟล์ที่เซฟเลือก Yes<br />
<br />
เท่านี้เป็นอันเสร็จ ไม่ต้องรีเครื่องให้เสียเวลา สามารถอัพเดท  จาก Microsoft ได้ ลง WMP11 ได้คับ<br />
<br />
เครดิต   <a href="http://www.baanmaha.com/community/redirector.php?url=http%3A%2F%2Fnumning.info%2Fforum%2Findex.php%3Ftopic%3D110873.0" target="_blank" rel="nofollow">http://numning.info/forum/index.php?topic=110873.0</a> <br />
<br />
<font size="5"><font color="Red">ลองดูนะครับ ผมทดลองดูแล้วได้ผลครับ</font></font></div></div></div>

]]></content:encoded>
			<category domain="http://www.baanmaha.com/community/การใช้งานโปรแกรมต่างๆ-tutorials/">การใช้งานโปรแกรมต่างๆ Tutorials</category>
			<dc:creator>ต่วง</dc:creator>
			<guid isPermaLink="true">http://www.baanmaha.com/community/ทำให้-windows-xp-เป็นของแท้-30923/</guid>
		</item>
		<item>
			<title>แพนเค้ก Pancake</title>
			<link>http://www.baanmaha.com/community/แพนเค้ก-pancake-30922/</link>
			<pubDate>Mon, 08 Feb 2010 21:53:51 GMT</pubDate>
			<description>มื้อนี่ได้หยุดพักผ่อน1วันจ้า หลังจากทำงานยาวนานมาหลายมื้อ บ่เฮ็ดหยังหลาย พักผ่อน นอนเว็น 
เฮ็ดกับข้าว,ขนม ทำความสะอาดบ้าน ซักผ้า...</description>
			<content:encoded><![CDATA[<div><div style="min-height:281px"><div style="width:">มื้อนี่ได้หยุดพักผ่อน1วันจ้า หลังจากทำงานยาวนานมาหลายมื้อ บ่เฮ็ดหยังหลาย พักผ่อน นอนเว็น<br />
เฮ็ดกับข้าว,ขนม ทำความสะอาดบ้าน ซักผ้า ไปฟิตเนสช่วงแลง1ชั่วโมง เลี้ยงหมาเลี้ยงแมวไปตามประสาเนาะจ้า<br />
<br />
<img src="http://img502.imageshack.us/img502/1517/014wn.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
ขนมที่เฮ็ดมื้อนี่ง่ายๆจ้า บ่ต้องใช้เตาอบ...นั่นคือ แพนเค้กแบบเดนิชเนาะจ้า สิแตกต่างจากสูตรทางอเมริกาเพิ่นแหน่จักหน่อย<br />
<br />
<img src="http://img695.imageshack.us/img695/8461/001svh.jpg" border="0" alt="" /><br />
เอาสูตรมาฝากตามเคยเนาะ<br />
ไข่ไก่4ฟอง<br />
แป้งเอนกประสงค์250กรัม<br />
น้ำตาลทราย1ช้อนโต๊ะ<br />
นมสดรสจืดครึ่งลิตร<br />
เนยสดสำหรับทากระทะนิดหน่อยจ้า<br />
เตรียมอ่างผสมมา ใส่น้ำตาล+ไข่ไก่ ปั่นให้ฟู แล้วใส่แป้งปั่นสลับกับใส่นม ปั่นไปเรื่อยๆจนเบิดแป้ง+นม<br />
นำเข้าไปพักไว้ในตู้เย็น30นาที..<br />
<br />
<img src="http://img525.imageshack.us/img525/131/005mcq.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
เคิ่งชั่วโมงผ่านไปกะเอาออกมากวนด้วยพายไม้ พายยางกะได้ <br />
กระทะตั้งไฟ ใส่เนยทากระทะนิดเดียวจ้า พอกระทะฮ้อนกะตักแป้งลงใส่ ทอดแบบกลับด้านจ้า<br />
เฝ้าเบิ่งเอาสีเหลืองๆกะสุกแล้วจ้า ง่ายๆ<br />
<br />
<img src="http://img5.imageshack.us/img5/1952/007lx.jpg" border="0" alt="" /><br />
 <br />
เวลาเสริ์ฟกะแล้วแต่ผู้ใด๋สิมีไอเดียร์ดีๆหละจ้า ตามใจ ติ๋มกะเอาของที่มีติดบ้านอยู่แล้วหละมาใส่<br />
อย่างเช่น ไอติม,แยม,น้ำผึ้ง,น้ำตาลไอซิ่ง...เอาไปเฮ็ดแบบเครปเค้กงามๆกะได้จ้า<br />
ขอให้สนุกกับการได้ทำในสิ่งที่ชอบทุกๆท่านจ้า...สำหรับติ๋มคั่นหยุดอยู่บ้านได้เฮ็ดในสิ่งที่มัก ทอนี่กะมีความสุขแล้วจ้า<br />
การที่เฮาบ่อยู่ว่างๆกะซ่อยให้ลืมปัญหาไปได้แหน่ พอบ่เหงา บ่เศร้าใจจนเกินไปเนาะจ้า<br />
ฮัก ห่วงคนอื่นมากๆแล้วกะอย่าลืมฮัก ห่วงโตเจ้าของให้มากๆคือกันเด้อจ้า...<br />
อย่าไปหวังว่าคนที่เฮาฮัก...เขาสิมาฮักมาห่วงเฮาคือจังเฮาไปฮักเขา...คึดมากอีกแล้ว เซาเขียนดีกว่า....</div></div></div>

]]></content:encoded>
			<category domain="http://www.baanmaha.com/community/ห้องอาหารหวาน-ขนมต่างๆ/">ห้องอาหารหวาน-ขนมต่างๆ</category>
			<dc:creator>ติ๋ม เปอร์โย</dc:creator>
			<guid isPermaLink="true">http://www.baanmaha.com/community/แพนเค้ก-pancake-30922/</guid>
		</item>
		<item>
			<title>วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร</title>
			<link>http://www.baanmaha.com/community/วัดอรุณราชวราราม-ราชวรมหาวิหาร-30921/</link>
			<pubDate>Mon, 08 Feb 2010 13:43:47 GMT</pubDate>
			<description>อีกหนึ่งสถานที่ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ครับ...วัดอรุณฯ 
 
วัดอรุณราชวราราม เป็นวัดโบราณสร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยา...</description>
			<content:encoded><![CDATA[<div><div style="min-height:281px"><div style="width:">อีกหนึ่งสถานที่ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ครับ...วัดอรุณฯ<br />
<br />
วัดอรุณราชวราราม เป็นวัดโบราณสร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา<br />
<img src="http://upic.me/i/gr/img_9699.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
เดิมเรียกว่า "วัดมะกอก" ตามชื่อตำบลบางมะกอกซึ่งเป็นตำบลที่ตั้งวัด ภายหลังเปลี่ยนเป็น "วัดมะกอกนอก" <br />
เพราะมีวัดสร้างขึ้นใหม่ในตำบลเดียวกัน แต่อยู่ลึกเข้าไปในคลองบางกอกใหญ่ชื่อ "วัดมะกอกใน"<br />
<img src="http://upic.me/i/lc/img_9700.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
ต่อมาใน พ.ศ. ๒๓๑๐ เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชมีพระราชประสงค์จะย้ายราชธานี<br />
มาตั้ง ณ กรุงธนบุรีจึงเสด็จกรีฑาทัพล่องลงมาทางชลมารคถึงหน้าวัดมะกอกนอกนี้เมื่อเวลารุ่งอรุณพอดี <br />
จึงทรงเปลี่ยนชื่อวัดมะกอกนอกเป็น "วัดแจ้ง" เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งนิมิตที่ได้เสด็จมาถึงวัดนี้เมื่อเวลาอรุณรุ่ง<br />
<img src="http://upic.me/i/m1/img_9701.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
เมื่อพระเจ้าตากสินมหาราชโปรดให้ย้ายราชธานีจากกรุงศรีอยุธยามาตั้ง ณ กรุงธนบุรีและได้ทรงสร้างพระราชวังใหม่ <br />
มีการขยายเขตพระราชฐาน  เป็นเหตุให้วัดแจ้งตั้งอยู่กลางพระราชวังจึงไม่โปรดให้มีพระสงฆ์จำพรรษา<br />
<img src="http://upic.me/i/46/img_9705.jpg" border="0" alt="" />  <br />
<br />
นอกจากนั้นในช่วงเวลาที่กรุงธนบุรีเป็นราชธานี ถือกันว่าวัดแจ้งเป็นวัดคู่บ้านคู่เมือง<br />
(ต้นศรีมหาโพธิ์)<br />
<img src="http://upic.me/i/mm/img_9706.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
เนื่องจากเป็นวัดที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตและพระบาง <br />
<img src="http://upic.me/i/97/img_9707.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
ซึ่งสมเด็จพระยามหากษัตริย์ศึก (พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช) <br />
ได้อัญเชิญพระพุทธรูปสำคัญ ๒ องค์นี้มาจากลาวในคราวที่เสด็จตีเมืองเวียงจันทร์ได้ในปี พ.ศ. ๒๓๒๒<br />
<img src="http://upic.me/i/pu/img_9709.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
Bump: โดยโปรดให้อัญเชิญ พระแก้วมรกตและพระบางขึ้นประดิษฐานไว้ในมณฑป  <br />
<img src="http://upic.me/i/m5/img_9712.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
และมีการสมโภชใหญ่ ๗ คืน ๗ วัน(ในปี พ.ศ. ๒๓๒๗ พระแก้วมรกตได้ย้ายมาประดิษฐาน ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม <br />
ในพระบรมหาราชวัง  ส่วนพระบางนั้นสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกได้โปรดพระราชทานคืนไปนครเวียงจันทร์)<br />
<img src="http://upic.me/i/nc/img_9713.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ เสด็จเถลิงถวัลราชสมบัติ <br />
<img src="http://upic.me/i/h8/img_9715.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
ได้โปรดให้สร้างพระนครใหม่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา <br />
<img src="http://upic.me/i/9k/img_9717.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
และรื้อกำแพงพระราชวังกรุงธนบุรีออก วัดแจ้งจึงไม่ได้อยู่ในเขตพระราชวังอีกต่อไป<br />
<img src="http://upic.me/i/xu/img_9718.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
พระองค์จึงโปรดให้วัดแจ้งเป็นวัดที่มีพระสงฆ์จำพรรษาอีกครั้งหนึ่ง<br />
<img src="http://upic.me/i/9v/img_9720.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
Bump: <font size="3"><font color="Red">(กะทู้คือ bump---:confused::D- )</font></font><br />
<br />
นอกจากนั้นพระองค์ทรงมอบหมายให้สมเด็จ พระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร(ร. ๒) เป็นผู้ดำเนินการปฏิสังขรณ์วัดแจ้ง <br />
<img src="http://upic.me/i/6o/img_9722.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
แต่สำเร็จเพียงแค่กุฎีสงฆ์ก็สิ้นรัชกาลที่ ๑ ใน พ.ศ. ๒๓๕๒ เสียก่อน <br />
(วิวที่มองจากข้างบนพระปรางค์ครับ)<br />
<br />
ต่อมาในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ พระองค์ทรงดำเนินการปฏิสังขรณ์ต่อจนเสร็จ <br />
<img src="http://upic.me/i/vl/img_9729.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
ทั้งได้ทรงปั้นหุ่นพระพุทธรูปด้วยฝีพระหัตถ์ และโปรดให้หล่อขึ้นประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถ<br />
<img src="http://upic.me/i/sg/img_9730.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
และโปรดให้มีมหรสพสมโภชฉลองวัดในปี พ.ศ. ๒๓๖๓ แล้วโปรดพระราชทานพระนามวัดว่า "วัดอรุณราชธาราม" <br />
<img src="http://upic.me/i/nf/img_9731.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ ได้ทรงปฏิสังขรณ์วัดอรุณฯ ใหม่หมดทั้งวัด<br />
<img src="http://upic.me/i/ak/img_9732.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
Bump: <font size="3"><font color="Red">เอา bump กะ bump </font></font>:D-<br />
<br />
พร้อมทั้งโปรดให้ลงมือก่อสร้างพระปรางค์ตามแบบที่ทรงคิดขึ้นจนสำเร็จ<br />
เป็นพระเจดีย์สูง ๑ เส้น ๑๓ วา ๑ ศอก ๑ คืบ กับ ๑ นิ้ว <br />
<img src="http://upic.me/i/7x/img_9741.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
ฐานกลมวัดโดยรอบได้ ๕ เส้น ๓๗ วา<br />
<img src="http://upic.me/i/xm/img_9744.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
ซึ่งการก่อสร้างและปฏิสังขรณ์สิ่งต่าง ๆ ภายในวัดอรุณฯ นี้สำเร็จลงแล้ว <br />
 แต่ยังไม่ทันมีงานฉลองก็สิ้นรัชกาลที่ ๓ ในปี พ.ศ. ๒๓๙๔<br />
<img src="http://upic.me/i/zf/img_9746.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ เสด็จเถลิงถวัลราชสมบัติ<br />
<img src="http://upic.me/i/or/img_9748.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
พระองค์ได้โปรดให้สร้างและปฏิสังขรณ์สิ่งต่าง ๆ ในวัดอรุณฯ เพิ่มเติมอีกหลายอย่าง <br />
<img src="http://upic.me/i/6c/img_9750.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
ทั้งยังได้อัญเชิญพระบรมอัฐิของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย<br />
มาบรรจุไว้ที่พระพุทธอาสน์ของพระประธานในพระอุโบสถที่พระองค์ทรงพระราชทานนามว่า <br />
"พระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก"<br />
<img src="http://upic.me/i/dm/img_9751.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
Bump: และเมื่อได้ทรงปฏิสังขรณ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงได้พระราชทานนามวัดเสียใหม่ว่า"วัดอรุณราชวราราม"<br />
 ดังที่เรียกกันมาจนถึงปัจจุบัน<br />
<img src="http://upic.me/i/ir/img_9752.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
ครั้นถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เกิดเพลิงไหม้พระอุโบสถ<br />
<img src="http://upic.me/i/3q/0img_9755.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
จึงโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์พระอุโบสถใหม่เกือบทั้งหมด โดยได้โปรดให้กรมหมื่นปราบปรปักษ์เป็นแม่กองในการบูรณะ<br />
<img src="http://upic.me/i/qy/img_9756.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
และโปรดเกล้าฯให้นำเงินที่เหลือจากการบริจาคของพระบรมวงศานุวงศ์ไปสร้างโรงเรียนตรงบริเวณกุฎีเก่าด้านเหนือ<br />
ซึ่งชำรุดไม่มีพระสงฆ์อยู่เป็นตึกใหญ่แล้วพระราชทานนามว่า "โรงเรียนทวีธาภิเศก"<br />
<img src="http://upic.me/i/7l/img_9758.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
นอกจากนั้นยังได้โปรดให้พระยาราชสงครามเป็นนายงานอำนวยการปฏิสังขรณ์พระปรางค์องค์ใหญ่ <br />
และเมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงโปรดให้มีการฉลองใหญ่รวม ๓ งานพร้อมกันเป็นเวลา ๙ วัน<br />
<img src="http://upic.me/i/cj/img_9759.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
คือ งานฉลองพระไชยนวรัฐ งานบำเพ็ญพระราชกุศลพระชนมายุสมมงคล <br />
<img src="http://upic.me/i/4h/img_9760.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
Bump: คือ มีพระชนมายุเสมอพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย <br />
<img src="http://upic.me/i/6g/img_9761.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
และ งานฉลองพระปรางค์ <br />
<img src="http://upic.me/i/tx/img_9762.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ <br />
<img src="http://upic.me/i/xf/img_9763.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
มีการบูรณะปฏิสังขรณ์หลายอย่าง<br />
<img src="http://upic.me/i/zt/img_9764.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
โดยเฉพาะพระปรางค์วัดอรุณฯ ได้รับการปฏิสังขรณ์เป็นการใหญ่<br />
<img src="http://upic.me/i/76/img_9765.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
มีการประกอบพิธีบวงสรวงก่อนเริ่มการบูรณะพระปรางค์ใน<br />
วันพุธที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๑๐ <br />
<img src="http://upic.me/i/s2/img_9766.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
และการบูรณะก็สำเร็จด้วยดีดังเห็นเป็นสง่างามอยู่จนทุกวันนี้<br />
<img src="http://upic.me/i/hi/img_9768.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
Bump: เพิ่มเติมอีกนิดครับ...ในปี พ.ศ. ๒๓๖๓<br />
<img src="http://upic.me/i/gx/img_9769.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย โปรดเกล้าฯ ให้มีการปฏิสังขรณ์และฉลองวัดและพระราชทานนามใหม่ว่า "วัดอรุณราชธาราม"<br />
<img src="http://upic.me/i/sp/img_9774.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
ครั้นถึงรัชการพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว <br />
<img src="http://upic.me/i/rx/img_9777.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
โปรดเกล้าฯ ให้บูรณะปฏิสังขรณ์เพิ่มเติมอีก<br />
<img src="http://upic.me/i/1p/img_9827.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
แล้วทรงเปลี่ยนชื่อวัดเป็น "วัดอรุณราชวราราม" ดังที่เรียกกันมาจนถึงปัจจุบันครับ<br />
<img src="http://upic.me/i/tv/img_9836.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
...นั่งจิบบรรยากาศเพลินๆฝั่งท่าเตียนครับ เป็นร้านอาหารตามสั่ง แต่รู้สึกว่ามุมตรงร้านนี้ยังไม่โดน<br />
เพราะพระอาทิตย์ตกไกลจากวัดและองค์พระปรางค์เหลือเกิน คงต้องขยับไปอีก<br />
<img src="http://upic.me/i/t9/img_9840.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
Bump: ไม่มีวัดที่ประเทศไดจะสวยมากไปกว่านี้ ไม่มีแล้วครับ<br />
<img src="http://upic.me/i/qc/img_9869.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
<img src="http://upic.me/i/a2/img_9872.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
<img src="http://upic.me/i/6a/img_9873.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
<img src="http://upic.me/i/fk/img_9875.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
<img src="http://upic.me/i/zc/img_9947.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
<img src="http://upic.me/i/p1/img_9950.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
<img src="http://upic.me/i/j3/img_9952.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
<img src="http://upic.me/i/ct/img_9957.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
เสียดายตอนหัวค่ำ-กลางคืนครับ ตั้งขาตั้งไม่ได้เพราะโคลงเคลงจากคลื่นน้ำ<br />
ต้องดันค่า iso ค่อนข้างสูงบางภาพถึง3200เลย สปีดชัตเตอร์อยู่ที่ 4-5 ก็พอเอาอยู่ อิอิ<br />
<br />
อย่าลืมเข้าวัด ไหว้พระเพื่อเป็นศิริมงคลกันบ้างนะครับ...ขอให้ทุกคนมีความสุข<br />
สำหรับวันนี้ สวีดัส สวัสดี</div></div></div>

]]></content:encoded>
			<category domain="http://www.baanmaha.com/community/สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง/">สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง</category>
			<dc:creator>เจ้าซายน้อย</dc:creator>
			<guid isPermaLink="true">http://www.baanmaha.com/community/วัดอรุณราชวราราม-ราชวรมหาวิหาร-30921/</guid>
		</item>
		<item>
			<title>ประวัติ หลวงพ่อรวย ปาสาทิโก วัดตะโก จ.พระนครศรีอยุธยา</title>
			<link>http://www.baanmaha.com/community/ประวัติ-หลวงพ่อรวย-ปาสาทิโก-วัดตะโก-จ-พระนครศรีอยุธยา-30920/</link>
			<pubDate>Mon, 08 Feb 2010 13:09:27 GMT</pubDate>
			<description>ประวัติ หลวงพ่อรวย ปาสาทิโก วัดตะโก จ.พระนครศรีอยุธยา 	 
 
พระครูสุนทรธรรมนิวิฐ (หลวงพ่อรวย ปาสาทิโก) วัดตะโก ต.ดอนหญ้านาง อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา...</description>
			<content:encoded><![CDATA[<div><div style="min-height:281px"><div style="width:">ประวัติ หลวงพ่อรวย ปาสาทิโก วัดตะโก จ.พระนครศรีอยุธยา 	<br />
<br />
พระครูสุนทรธรรมนิวิฐ (หลวงพ่อรวย ปาสาทิโก) วัดตะโก ต.ดอนหญ้านาง อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา<br />
<img src="http://www.vinaip.com/images/sub_1250390983/24.jpg" border="0" alt="" /><br />
หลวงพ่อรวย ปาสาทิโก เป็นหนึ่งพระเกจิอาจารย์แห่งกรุง เก่าเมืองอู่ข้าวอู่น้ำ เมืองร่องรอยประวัติศาสตร์การต่อสู้อันยิ่งใหญ่ อุดมไปด้วยพระเกจิอาจารย์นับตั้งแต่อดีตกาลมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นที่กล่าวขานศรัทธาเลื่อมใสของพุทธศาสนิกชนโดยทั่วไป<br />
<br />
หลวงพ่อรวย ปาสาทิโก หรือในสมณศักดิ์พระราชทินนามที่ พระครูสุนทรธรรมนิวิฐ เจ้า อาวาสวัดตะโก ต.ดอนหญ้านาง อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นพระเกจิอาจารย์แนวหน้าในยุคนี้ที่งดงามด้วยปฏิปทาศีลวัตรสัจคุณ ดำรงสมณเพศอย่างสมถะ เป็นพระนักปฏิบัติมากว่าที่จะเป็นพระธรรมกถึกทั้งเป็นพระนักพัฒนาทำความ เจริญรุ่งเรืองมาสู่วัดตะโก ท่านได้สืบทอดพุทธาคมมาจาก หลวงพ่อชื่น วัดภาชี ผู้เป็นพระอุปัชฌาย์ ซึ่งสืบทอดวิชาพุทธาคมมาจากหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ ผู้เป็นพระบุรพาจารย์ที่โด่งดังเลื่องลือกิติศัพท์ในอดีตจนถึงปัจจุบัน ทั้งสืบสายพุทธาคมโดยตรงจากหลวงพ่อแจ่ม วัดวังแดงเหนือ ที่เชี่ยวชาญวิชาอาคมโดดเด่นในด้านเมตตามหานิยมและคงกระพันชาตรีเป็นหนึ่ง อีกด้วย<br />
<br />
กิติคุณชีวประวัติ ชาติภูมิ<br />
<br />
หลวงพ่อรวย ถือกำเนิดเมื่อ พ.ศ.๒๔๖๔ (ปัจจุบัน ๒๕๕๐ หลวงพ่อรวย เจริญสิริอายุครบ ๘๖ ปี ๗๐ พรรษาร่มกาสาวพัสตร์) เป็นบุตรคนที่ ๖ ในจำนวนพี่น้องร่วมอุทรเดียวกัน ๘ คน (ชาย ๓ หญิง ๕) ของคุณโยมบิดา มี โยมมารดา สินลา ศรฤทธิ์ (บรรพบุรุษของสกุลศรฤทธิ์นี้ เป็นเชื้อสายชาวกรุงศรีสัตนาคนหุต) ณ บ้านตะโก หมู่ที่ ๒ ต.ดอนหญ้านาง อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา<br />
<br />
ปฐมวัยและการศึกษาเบื้องต้น<br />
<br />
ชีวิตในปฐมวัยมีความเป็นอยู่เหมือนๆ กับเด็กในชนบททั่วไป คือได้ช่วยเหลือพ่อแม่ประกอบอาชีพทางด้านเกษตรอันถือได้ว่าเป็นเมืองอู่ข้าว อู่น้ำมาแต่บรรพชน ทั้งช่วยเหลือเลี้ยงดูเลี้ยงสัตว์ เช่น วัว ควาย มาโดยตลอด<br />
<br />
ส่วนการศึกษาเมื่ออายุได้ ๑๒ ปี ได้เข้ารับการศึกษาเบื้องต้นในโรงเรียนวัดตะโก เพราะเด็กๆ ในสมัยนั้นยังไม่มีโรงเรียนประถมศึกษาของทางราชการในละแวกตำบลดอนหญ้านาง ต้องอาศัยพระสงฆ์เป็นครูสอนบนศาลาการเปรียญของวัด จนมีความรู้อ่านออกเขียนได้ มีความรู้เทียบได้ชั้นประถมปีที่ ๔ ก็ออกจากโรงเรียน<br />
<br />
สู่เพศพรหมจรรย์<br />
<br />
เมื่ออายุ ๑๖ ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดตะโกโดยมีพระสมุห์บุญช่วย เจ้าอาวาสเป็นพระอุปัชฌาย์ ในที่ครองเพศพรหมจรรย์ ท่านได้ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัยในด้านพระคันถธุระ (พระปริยัติธรรม) สามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรี<br />
<br />
อายุครบบวช ราว พ.ศ.๒๔๘๔ ก็อุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดตะโก โดยมีพระครูสุนทรธรรมนิวิฐ (หลวงพ่อชื่น) เจ้าอาวาสวัดภาชี เจ้าคณะอำเภอภาชีเป็นพระอุปัชฌาย์ พระปลัดจ้อย เจ้าอาวาสวัดวิมลสุนทร เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระสมุห์บุญช่วย เจ้าอาวาสวัดตะโก(ในสมัยนั้น) เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับสมณฉายาว่า “ปาสาทิโก”” ครั้นอุปสมบทแล้ว อยู่จำพรรษาที่วัดตะโกเรื่อยมาได้ศึกษาด้านคันถธุระพระปริยัติธรรมเพิ่มเติม จนสอบได้นักธรรมชั้นโท ใน พ.ศ.๒๔๘๕ และสอบได้นักธรรมชั้นเอกใน พ.ศ.๒๔๘๗<br />
<br />
สืบทอดพุทธาคม<br />
<br />
หลังจากจบนักธรรมเอกแล้ว ท่านคิดว่าเพียงพอสำหรับด้านคันถธุระแล้ว เพราะพระที่อยู่ตามชนบทบ้านนอกพอที่จะรักษาพระธรรมวินัยเพศพรหมจรรย์ให้ รุ่งเรืองและเป็นนำสอนชาวบ้านบ้านได้แล้ว ท่านก็หันมาสนใจทางด้านวิปัสสนาธุระโดยมองเห็นประโยชน์ในด้านการปฏิบัติ เมื่อเป็นเช่นนั้นก็ออกเดินทางไปฝากตัวเป็นศิษย์ศึกษาเรียนพระกรรมฐานกับครู บาอาจารย์เก่งๆ ในยุคนั้น อาทิเช่น<br />
<br />
๑.หลวงพ่อชื่น วัดภาชี อยุธยา เชี่ยวชาญด้านวิปัสนากรรมฐานที่สืบทอดพุทธาคมมาจากหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ เป็นที่รู้จักกันดีในยุคนั้นซึ่งมีศิษย์ที่ศึกษาวิชาจากหลวงพ่อกลั่นมากมาย อาทิเช่น หลวงพ่อใหญ่ หลวงพ่ออั้น หลวงพ่อเภา หลวงพ่อศรี หลวงปู่ดู่ และหลวงพ่อชื่น ศิษย์หลวงพ่อกลั่นที่กล่าวถึงทั้งหมดนี้ปัจจุบันได้มรณะภาพไปหมดแล้วซึ่งแต่ ละองค์ล้วนมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันอย่างดี<br />
<br />
๒.หลวงพ่อแจ่ม วัดแดงเหนือ เชี่ยวชาญเวทมนต์คาถาอาคม ได้ถ่ายทอดสรรพวิชาให้หลวงพ่อรวยทุกอย่าง อาศัยความขยันหมั่นเพียรและความตั้งใจมุ่งมั่นจึงก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว จนวิชาที่เล่าเรียนปฏิบัติเข้มขลังในพลังแห่งวิทยาคมสูงส่ง<br />
<br />
กิตติคุณ<br />
<br />
เป็นพระเกจิที่เปี่ยมเมตตาธรรมสูง มีความเป็นอยู่อย่างสมถะ เชี่ยวชาญสรรพเวทวิยาคม วัตถุมงคลเข้มขลังเปี่ยมพลังพุทธคุณมากประสบการณ์ แคล้วคลาดนิรันตราย และเมตตา มหานิยม โชคลาภ เป็นหนึ่ง<br />
<br />
คาถามหาลาภ<br />
<br />
สัมพุทธชิตา จะ สัจจานิ เกรัตสะ พระพุทธชิตา สัพพโส คุณะวิภา สัมปัตโต นะรุตตะโม มหาลาภัง ภวันตุ เม.<a href="http://www.baanmaha.com/community/redirector.php?url=http%3A%2F%2Fimages.google.co.th%2Fimages%3Fhl%3Dth%26um%3D1%26sa%3D1%26q%3D%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%259E%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25A2%26btnG%3D%25E0%25B8%2584%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25B2%26aq%3Df%26oq%3D%26start%3D0" target="_blank" rel="nofollow">http://images.google.co.th/images?hl...=f&amp;oq=&amp;start=0</a></div></div></div>

]]></content:encoded>
			<category domain="http://www.baanmaha.com/community/พระเกจิอาจารย์ภาคกลาง/">พระเกจิอาจารย์ภาคกลาง</category>
			<dc:creator>หน่องปลายฟ้า</dc:creator>
			<guid isPermaLink="true">http://www.baanmaha.com/community/ประวัติ-หลวงพ่อรวย-ปาสาทิโก-วัดตะโก-จ-พระนครศรีอยุธยา-30920/</guid>
		</item>
		<item>
			<title>ต้มแซบกระดูกหมูอ่อน</title>
			<link>http://www.baanmaha.com/community/ต้มแซบกระดูกหมูอ่อน-30919/</link>
			<pubDate>Mon, 08 Feb 2010 12:21:45 GMT</pubDate>
			<description>เห็นกระทู้บ่าวต้นบ่มีรูป...อ่านแต่ชื่อหัวข้อกระคึดอยากแล้ว...ประกอบกับเจ้าของมีกระดูกหมุอ่อนอยู่พอดี 
กะเลยเฮ็ดต้มแซบมาฝากพี่น้อง...มีสูตรมาฝากพร้อม...</description>
			<content:encoded><![CDATA[<div><div style="min-height:281px"><div style="width:">เห็นกระทู้บ่าวต้นบ่มีรูป...อ่านแต่ชื่อหัวข้อกระคึดอยากแล้ว...ประกอบกับเจ้าของมีกระดูกหมุอ่อนอยู่พอดี<br />
กะเลยเฮ็ดต้มแซบมาฝากพี่น้อง...มีสูตรมาฝากพร้อม เอาไปเฮ็ดกินลองเบิ่งเด้อจ้า แซบอิหลี...<br />
<img src="http://img9.imageshack.us/img9/9342/009ub.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
<img src="http://img33.imageshack.us/img33/4473/003pn.jpg" border="0" alt="" /><br />
เครื่องปรุง<br />
เริ่มจากกระดูกหมูอ่อนเลยจ้า สับให้เป็นชิ้นพอคำหรือตามชอบเลยจ้า เลาะมันถิ่มไปนำแหน่ หลายโพด<br />
ล้างให้สะอาด แล้วนำไปต้มใส่น้ำกะให้ได้ซดเด้อ พอเดือดใส่เกลือจักช้อน หมั่นตักฟองถิ่ม น้ำแกงสิได้ใสๆ<br />
พอฟองเบิดไปกะเริ่มใส่ซีอิ๊วขาว รากผักชีทุบๆ3-4ราก ผงปรุงรสนิดหน่อยจ้า<br />
ผ่อนไฟ ปิดฝาหม้อ ตุ๋นจัก1ชั่วโมง กระดูกสิได้นุ่มๆเนาะ<br />
<br />
<img src="http://img24.imageshack.us/img24/3179/005ifud.jpg" border="0" alt="" /><br />
ในระหว่างนั่นกะหันมาเตรียมเครื่องปรุงต้มแซบ<br />
หอมแดงปอกเปลือกทุบพอแตก4-5หัว<br />
ตะไคร้ทุบพอแตกหั่นท่อน2ต้น<br />
กระเทียมโทนทุบพอแตก1หัว<br />
ข่าหั่นแว่น5-6แว่น...แล้วนำทั้ง4อย่างนี่ไปคั่วให้หอม<br />
เห็ดฟางถ้ามี(ติ๋มใช้เห็ดกระดุม)+มะเขือเทศ<br />
ใบหมากกรูดฉีก+ผักชีฝรั่งหั่นท่อน2-3ต้น+ผักชีหั่น<br />
ข้าวคั่ว+พริกป่นหน่อยหลายตามชอบจ้า<br />
พริกแห้งทอดกรอบจัก5-6เม็ด+พริกขี้หนูสวนบุบๆพอแตก<br />
น้ำหมากนาว+น้ำพริกเผา<br />
พอกระดูกหมูสุกกะเริ่มเร่งไฟอีกครั้ง...ใส่หอมแดง+ตะไคร้+กระเทียม+ข่า+เห็ด+มะเขือเทศ<br />
น้ำต้มเริ่มหอมแล้ว ให้ใส่น้ำพริกเผา ใบมะกรูด ชิมรสเค็มตามชอบ ใส่ผักชีฝรั่ง+ผักชี ปิดไฟจ้า<br />
<br />
<img src="http://img52.imageshack.us/img52/7820/008uv.jpg" border="0" alt="" /><br />
เตรียมถ้วยใส่แกง ใส่น้ำหมากนาว+พริกขี้หนู+ข้าวคั่ว+พริกป่น แล้วตักต้มแซบใส่ถ้วย<br />
โรยหน้าด้วยผักชีฝรั่ง+ผักชี+พริกทอด<br />
<br />
<img src="http://img525.imageshack.us/img525/8553/021ae.jpg" border="0" alt="" /><br />
มื้อนี่เสริ์ฟกับข้าวสวยจ้า เป็นข้าวซ้อมมือ<br />
วิธีหุงจ้าน้องแพง เอาข้าวสารใส่หม้อหุงข้าว ล้างจัก2น้ำ <br />
แล้วใส่น้ำคือข้าวหุงทั่วไป+น้ำเพิ่มจักครึ่งข้อมือ แช่ถิ่มไว้จัก30นาทีถึง1ชั่วโมง แล้วกะกดหุงปกติจ้า...นุ่มดีบ่แข็ง...<br />
<br />
<img src="http://img3.imageshack.us/img3/1446/016xlz.jpg" border="0" alt="" /><br />
ตักฝากพี่น้องผู้ละถ้วยเนาะจ้า...มาเด้อกินข้าวนำกัน ซดน้ำแกงแก้หนาว....<br />
ตั้งกระทู้แล้วหยอกบักลายไปนำ แล้วกะบ่เป็น อิอิอิ....</div></div></div>

]]></content:encoded>
			<category domain="http://www.baanmaha.com/community/อาหารอีสาน/">อาหารอีสาน</category>
			<dc:creator>ติ๋ม เปอร์โย</dc:creator>
			<guid isPermaLink="true">http://www.baanmaha.com/community/ต้มแซบกระดูกหมูอ่อน-30919/</guid>
		</item>
		<item>
			<title>ความเร็วเน็ตในการส่งสัญญาณวันพาแลง</title>
			<link>http://www.baanmaha.com/community/ความเร็วเน็ตในการส่งสัญญาณวันพาแลง-30918/</link>
			<pubDate>Mon, 08 Feb 2010 10:40:21 GMT</pubDate>
			<description>*Image: http://i155.photobucket.com/albums/s283/kantaphong/1.jpg  
 
 
c06:  บาดนิ กะยังขาดกล้องวีดีโอเด้อจ้า ไผ๋มีกะยกมือขึ้นแหนะ 
 
คือว่าทางทีมงาน...</description>
			<content:encoded><![CDATA[<div><div style="min-height:281px"><div style="width:"><b><font color="Blue"><div align="center"><img src="http://i155.photobucket.com/albums/s283/kantaphong/1.jpg" border="0" alt="" /><br />
<br />
<br />
c06:  บาดนิ กะยังขาดกล้องวีดีโอเด้อจ้า ไผ๋มีกะยกมือขึ้นแหนะ<br />
<br />
คือว่าทางทีมงาน บ่อยากใช้กล้องจาก โน๊ตบุ๊ค คือปีที่แล้ว  :-\<br />
<br />
อยากสิใช้เป็นแบบ กล้องวีดีโอ ที่หันรอบ ทิศทางนั๊นน๊าgoog2<br />
<br />
ไผ๋ มีกะ แจ้งมาทางเว็บบอร์ด นี่แหน่เด้อจ้า :p) <br />
<br />
ถ้าหาบ่ได้อีหลี กะคือสิได้ใช้ กล้องจากโน๊ดบุ๊ค คือปีที่แล้วละหว๋า:confused: </div></font></b></div></div></div>

]]></content:encoded>
			<category domain="http://www.baanmaha.com/community/บ้านมหาพาแลง-ประจำปี-๒๕๕๓/">บ้านมหาพาแลง ประจำปี ๒๕๕๓</category>
			<dc:creator>ติ๊กต็อค</dc:creator>
			<guid isPermaLink="true">http://www.baanmaha.com/community/ความเร็วเน็ตในการส่งสัญญาณวันพาแลง-30918/</guid>
		</item>
	</channel>
</rss>
