Way of life > ห้องสมุดบ้านมหา > คลังความรู้ > ประวัติศาสตร์

 
คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
07-15-2009, 06:57 AM   #16 (permalink)
ดูแลตรวจสอบเนื้อหา
 
 
วันนี้ในอดีต 15 กรกฎาคม

วันนี้ในอดีต /15 กรกฎาคม
เหตุการณ์ในประเทศไทย






15 กรกฎาคม พ.ศ. 2410
ไทยเสียเขมรและเกาะใกล้เคียงแก่ฝรั่งเศส


2410 (ค.ศ. 1867) -ไทยยอมลงนามในสนธิสัญญากับฝรั่งเศส รับรองให้เขมรส่วนนอกด้านติดกับโคชินไชนารวมเกาะอีก 6 เกาะ เป็นรัฐในอารักขาของฝรั่ง ด้วยเห็นว่าการดำเนินนโยบายประนีประนอมกับฝรั่งเศสเป็นหนทางที่จะรักษาเอกราชของชาติไว้ได้ หลังจากฝรั่งเศสบังคับ กษัตริย์นโรดมแห่งกัมพูชาให้ยอมยกดินแดนดังกล่าวไปอยู่ใต้การปกครองของตนในปี พ.ศ. 2406

การเสียดินแดนไทยให้แก่ฝรั่งเศส ๕ ครั้ง ครั้งที่ ปี พ.ศ. เสียดินแดน ประมาณเนื้อที่
ครั้งที่ ๑ พ.ศ. ๒๔๑๐ เสียส่วนใหญ่ของประเทศเขมรและเกาะ ๖ เกาะ ๑๒๔,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร
ครั้งที่ ๒ พ.ศ. ๒๔๓๑ เสียแคว้นสิบสองจุไทย ๘๗,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร
ครั้งที่ ๓ พ.ศ. ๒๔๓๖ เสียฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ๒๔๓,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร
ครั้งที่ ๔ พ.ศ. ๒๔๔๖ เสียฝั่งขวาแม่น้ำโขง ๖๒,๕๐๐ ตารางกิโลเมตร
ครั้งที่ ๕ พ.ศ. ๒๔๔๙ เสียจังหวัดพระตะบอง เสียมราฐ และศรีโสภณ ๕๑,๐๐๐
ตารางกิโลเมตร





15 กรกฎาคม พ.ศ. 2427
วันเกิด พระยามโนปกรณ์นิติธาดา นายกรัฐมนตรีคนแรกของไทย


พระยามโนปกรณ์นิติธาดาชื่อเดิมคือ ก้อน หุตะสิงห์ เป็นบุตตของนายฮวด กับแนางแก้ว หุตะสิงห์ เกิดที่กรุงเทพฯ เรียนมัธยมที่โรงเรียนอัสสัมชัญวิทยาลัย ต่อโรงเรียนกฏหมายกระทรวงยุติธรรม(เนติบัณฑิตสยาม) และศึกษาต่อที่โรเรียนมิดเดิล เทมเปิล (เนติบัณฑิต) ที่ประเทศอังกฤษ หลังจากการปฏิวัติสยามเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2475 คณะราษฎรได้มีมติแต่งตั้งพระยามโนปกรณ์นิติธาดาเป็น ประธานคณะกรรมการราษฎร ซึ่งเป็นตำแหน่งสูงสุดในการบริหาร เทียบเท่ากับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปัจจุบัน เข้าดำรงตำในวันที่ 28 มิถุนายน 2475 พร้อมกับเสนอรายชื่อ คณะกรรมการราษฎร หรือ คณะรัฐมนตรี ชุดแรกของไทย ภายหลังจากการประชุมสภาผู้แทนคณะราษฎรครั้งแรก ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม ต่อมาวันที่ 10 ธันวาคม ปีเดียวกัน พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ได้พระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับถาวร จึงเปลี่ยนจาก "ประธานคณะกรรมการราษฎร" มาเป็น "นายกรัฐมนตรี" วันที่ 1 เมษายน 2476 พระยานโนปกรณ์ฯ ได้กราบบังคมทูลรัชกาลที่ 7 ขอให้ทรงประกาศพระราชกฤษฎีกาปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร พร้อมงดใช้รัฐธรรมนูญบางมาตรา ด้วยเหตุผลว่าคณะรัฐมนตรีมีความแตกแยก ในกรณี ?โครงการเศรษฐกิจแห่งชาติ" ซึ่งร่างโดย นายปรีดี พนมยงค์ ซึ่งมีลักษณะเป็นสหกรณ์เต็มรูปแบบ แต่ไม่ทำลาย กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินของ เอกชน โดยให้รัฐซื้อที่ดินจากเจ้าของเดิมด้วยพัทธบัตร มีดอกเบี้ยประจำปี และให้การประกันแก่ราษฎรตั้งแต่เกิดจนตาย แต่พระยามโนปกรณ์ฯ และขุนนางบางส่วนที่ไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจ ได้กล่าวหานายปรีดีว่าเป็นคอมมิวนิสต์ และเนรเทศออกไปอยู่ฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2476 ความขัดแย้งระหว่างคณะรัฐมนตรีกับคณะราษฎรรุนแรงมากขึ้นเรื่อย จนในที่สุด พระยาพหลพลพยุหเสนา และ หลวงพิบูลสงคราม (จอมพล ป. พิบูลสงคราม) ทำรัฐประหารเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2476 (ซึ่งเป็นรัฐประหารครั้งแรกของไทย) ปลดพระยามโนปกรณ์ฯ ออกจากตำแหน่งแล้วเนรเทศไปยังปีนัง ประเทศมาเลเซีย พำนักอยู่ที่นั่นจนถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2491




15 กรกฎาคม 2436
รัฐบาลฝรั่งเศสได้สั่งเรือสงครามคอมเมตและแองคองสตอง เข้ามาถึงสันดอนอ่าวไทย


นายโอกุส ปาวี เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำกรุงเทพ ฯ ได้แจ้งมายังเสนาบดีกระทรวงการต่างประเทศไทยมีใจความว่า รัฐบาลฝรั่งเศสได้สั่งเรือสงครามคอมเมตและแองคองสตอง เข้ามาถึงสันดอนอ่าวไทย เพื่อป้องกันชนชาวฝรั่งเศสเช่นเดียวกับที่อังกฤษคิดจะทำ





15 กรกฎาคม 2477
พิธีเปิดอนุสาวรีย์ คุณหญิงโม (ท้าวสุรนารี)


ท้าวสุรนารี (วีรสตรีแห่งโคราช)

ท้าวสุรนารี นามเดิม คุณหญิงโม เป็นธิดา นายกิ่ม นางบุญมา เกิดเมื่อพ.ศ.๒๓๑๔ สมรสกับพระยาปลัดเมืองนครราชสีมา(ทองคำ) ซึ่งต่อมาได้รับการแต่งตั้งให้มีตำแหน่ง เป็น พระยามหิศราธิบดี ในปี พ.ศ.๒๓๖๙ รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่ง เกล้าเจ้าอยู่หัว เจ้าอนุวงศ์บุตรเจ้าศิริบุญสาร ผู้ครองกรุงศรีสัตนาคนหุต ล้านช้างและเวียงจันทร์ ซึ่งเป็นเมืองขึ้นของไทย ต้องการเป็นเอกราช จึงเป็นกบฏยกทัพจะมาตีกรุงเทพฯ เจ้าอนุวงศ์ใช้อุบายหลอกลวงเจ้าเมืองตามรายทางโดยปลอมท้องตราพระราชสีห์ ว่า ไทยขอให้เจ้าอนุวงศ์ยกทัพมาช่วยรบกับอังกฤษ ซึ่งยกทัพเรือจะมาตีกรุงเทพๆ จึงไม่มีผู้ใดขัดขวาง

วันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๓๖๙ เจ้าอนุวงศ์ยกทัพมาถึงเมืองนครราชสีมา ซึ่งเป็นเมืองหน้าด่านและ มีความอุดมสมบูรณ์
ในขณะที่เจ้าพระยามหานครราชสีมาไม่อยู่ และพระยาปลัดเมืองนครราชสีมาไปราชการเมืองขุขันธ์ กองทัพเจ้าอนุวงศ์มาถึงจึงเข้ายึดเมืองยึดทรัพย์สินและให้เพี้ยรามพิชัย หรือพระยารามพิชัย กวาดต้อนชาวเมืองไปเป็นเชลยศึก เดินทางกลับไปเวียงจันทร์ก่อน ส่วนเจ้าอนุวงศ์เดินทัพต่อไปยังสระบุรี เพื่อเข้ากรุงเทพๆ ในบรรดาเชลยศึกมีคุณหญิงโมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงโม เป็นหญิงที่ฉลาดหลักแหลมรู้ทันว่า เจ้าอนุวงศ์หลอกลวง คุณหญิงโมออก อุบายให้ทหารเวียงจันทร์ ตายใจ โดยให้หญิงไทยที่ถูกต้อนเป็นเชลยยั่วยวน หน่วงเหนี่ยวทหารให้เดินทัพช้าลง วางแผนให้พวกผู้หญิง หลอกขอมีด จอบ เสียม มาใช้ซ่อมเกวียน และทำอาหาร แท้จริงแล้วกลับนำมีด จอบ เสียมนั้นมาลอบตัดไม้เป็นอาวุธแอบซ่อนไว้ ระหว่างพักที่ทุ่งสัมฤทธิ์ แขวง พิมาย ซึ่งห่างจากตัวเมืองนครราชสีมา ประมาณ ๔๐ กิโลเมตร ในวันที่ ๒๓ มีนาคม พ.ศ.๒๓๖๙ สบโอกาสเหมาะพวกผู้หญิงช่วยกันหลอกล่อมอม เหล้าทหารจนเมามายไร้สติไปทั้งกองทัพ แล้วช่วยกันทั้งหญิงและชายแย่งอาวุธฆ่าฟัน จนทหารล้มตายเป็นจำนวนมาก กองทัพแตกพ่ายไป เมื่อได้รับชัยชนะแล้วจึงตั้งค่ายอยู่ที่ทุ่งสัมฤทธิ์ ชาวเมืองที่หนีรู้ข่าวการชนะศึกจึงพากันกลับมาสมทบ และพระยาปลัดก็ยกทัพตามมาช่วยทันเวลาส่วน เจ้าอนุวงศ์รู้ข่าวว่ากรุงเทพๆ ยกทัพขึ้นมาช่วย จึงเลิกทัพกลับไปเวียงจันทร์

วีรกรรมที่คุณหญิงโม ได้ประกอบขึ้นที่ทุ่งสัมฤทธิ์ครั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ สถาปนาคุณหญิง โม ให้ดำรงฐานันดรศักดิ์ เป็นท้าวสุรนารี และพระราชทานเครื่องยศทองคำประดับเกียรติ ดังนี้
- ถาดทองคำใส่เชี่ยนหมาก ๑ ใบ
- จอกหมากทองคำ ๑ คู่
- ตลับทองคำ ๓ เถา
- เต้าปูนทองคำ ๑ อัน
- คณโฑทองคำ ๑ ใบ
- ขันน้ำทองคำ ๑ ใบ
ท้าวสุรนารี ถึงแก่อสัญกรรม เมื่อ พ.ศ.๒๓๙๕ รวมสิริอายุ ๘๑ ปี






15 กรกฎาคม พ.ศ. 2457
วันประสูติของ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช


หรือที่คนทั่วโลกรู้จักกันในนาม "พ. พีระ" ราชานักแข่งรถผู้ยิ่งยง แชมป์กรังปรีซ์ 3 ปีซ้อนระหว่างปี 2479-2481 ทรงเป็นพระโอรสในในจอมพล สมเด็จฯ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช กับ หม่อมเล็ก ยงใจยุทธ ประสูติ ณ วังบูรพาภิรมย์ หลังจากที่พระมารดาก็ถึงแก่กรรมเมื่อพระองค์พีระฯ มีระชันษาได้สี่ปี พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ซึ่งมีศักดิ์เป็นพระเชษฐา ทรงเมตตารับเข้ามาอยู่ในความอุปการะอย่างใกล้ชิด ทรงเข้าศึกษาที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ จนกระทั่งพระชันษาได้ 13 ปี ก็ทรงไปศึกษาต่อที่โรงเรียนอีตัน ประเทศอังกฤษ ที่นี่พระองค์ได้ทรงพบกับ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ พระญาติที่มีพระชันษาแก่กว่าถึงเจ็ดปี ผู้มีบทบาทอย่างสูงในการก้าวสู่ความเป็นนักแข่งรถของพระองค์พีระฯ ในเวลาต่อมา ในระหว่างที่ศึกษาอยู่ที่นี่ พระบิดาของพระองค์ก็เสด็จทิวงคตในปี 2472 อีกสามปีต่อมาก็เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองในสยาม สิ้นสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ พระองค์เจ้าจุลฯ จึงทรงรับอุปการะพระองค์แทน พระองค์พีระฯ ทรงเป็นนักสู้ผู้มุ่งมั่น ชอบเอาชนะ ทรงเล่นกีฬาได้ทุกประเภท อีทั้งยังทรงมีความสามารถทางศิลปะด้วย จุดเริ่มต้นของนักแข่งรถก็คือ พระองค์ทรงขับรถยนต์พาพระองค์เจ้าจุลฯ เสด็จไปยังที่ต่าง ๆ ทรงขับรถยนต์ได้คล่องแคล่วรวดเร็วและปลอดภัย เมื่อพระชันษาครบ 19 ปี พระองค์จุลฯ จึงทรงซื้อรถสปอร์ตเอ็มจี (MG) ประทานให้เป็นของขวัญ องค์จุลฯ และพระองค์พีระฯ ทรงโปรดกีฬาแข่งรถ ในช่วงฤดูกาลแข่งรถในยุโรป ทั้งสองพระองค์มักหาโอกาสไปชมอยู่เสมอ ๆ โดยเฉพาะพระองค์พีระฯ มักจะปรารภอยู่เนือง ๆ ว่าอยากมีโอกาสลงสนามแข่งขันด้วย ในที่สุดเมื่อต้นฤดูกาลแข่งรถเดือนมีนาคม 2477 พระองค์จุลฯ ก็ตัดสินใจตั้งคอกรถแข่ง "หนูขาว" (White Mouse Racing) ตามพระนาม "หนู" ของพระองค์ แล้วนำรถ "ไรลีย์" (Riley Imp) มาแต่งเป็นรถแข่ง ทาสีฟ้า พร้อมส่งพระองค์พีระฯ ลงสนามแข่งในนาม "พ. พีระ" (B.Bira) ทรงเริ่มแข่งรถครั้งแรกในสนามแข่งบรู๊กแลนด์ส ปรากฏว่านักแข่งหน้าใหม่เข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 8 เพราะเป็นรถที่ล้าสมัย สมรรถนะไม่อาจเทียบกับรถแข่งจริง ๆ ได้ แต่ละครั้งจึงได้อันดับไม่ดีไปกว่าที่ 5 ทั้ง ๆ ที่ฝีมือของพระองค์เริ่มเป็นที่กล่าวขวัญในหน้าหนังสือพิมพ์หลายฉบับในระยะนั้นแล้ว เมื่อพระชันษาครบ 21 ปี พระองค์จุลฯ ก็ทรงสั่งซื้อรถแข่งอังกฤษยี่ห้อ "อีอาร์เอ" (ERA) ขนาด 1,500 ซีซี. ซึ่งเป็นรถแข่งขนาดเบา แต่แล่นได้ถึง 130 ไมล์/ชม. ประทานให้แก่พระองค์พีระฯ ทรงตั้งชื่อว่า "รอมิวลุส" (Romulus) จากนั้นวันที่ 20 กรกฎาคม 2478 "พ. พีระ" ก็นำรถคันนี้พุ่งทะยานเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 2 ในการแข่งขันที่เมืองดิเอปป์ ฝรั่งเศส สร้างความตกตะลึงให้แก่คนดูรอบสนาม จากนั้นก็ได้อันดับที่ 2 ในการแข่งขันที่กรุงเบิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์อีกครั้ง ในปี 2479 พระองค์จุลฯ ก็ได้ซื้อรถอีอาร์เอขนาดเดียวกันอีกคันให้พระองค์พีระฯ ชื่อว่า "รีมุส" (Remus) และในวันที่ 11 เมษายน 2479 ชื่อ "พ. พีระ" นักแข่งมือสมัครเล่น ก็ได้รับการจารึกลงในประวัติศาสตร์กีฬาแข่งรถโลก พร้อมกับธงไตรรงค์ได้โบกสะบัดอยู่บนยอดเสา ในฐานะคนไทยและคนเอเชียคนแรกที่สามารถคว้าชัยชนะในการแข่งขันรถนานาชาติในรายการ Circut de Monaco (MC) ได้สำเร็จ ในปี 2479 ทรงแข่งขันเก็บคะแนนได้สูงสุดและติดต่อกันถึงปี 2481 รวมสามปีซ้อน จนได้รางวัล "โกลสตาร์แฮตทริก" หรือ "ดาราทองสามปีซ้อน" นับเป็นคนแรกที่ไม่ใช่ชาวอังกฤษ ทั้งยังทำคะแนนได้สูงสุดในรอบ 10 ปี มีผู้กล่าว่า พ. พีระมีความสามารถขับรถในทางโค้ง หากเป็นทางตรงรถคันที่เครื่องแรงกว่าอาจแซงท่านได้ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 พระองค์จุลฯ และพระองค์พีระฯ ได้สมัครเป็น "โฮมการ์ด" หรือเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดนของอังกฤษ พระองค์พีระฯ ทรงเลือกเป็นนักบิน หลังจากสงครามสงบ ทรงเข้าเป็นนักบินของบริษัทเดินอากาศไทย แต่ทำได้ไม่นาน วิญญาณนักแข่งรถก็เรียกร้องให้กลับยุโรปอีกครั้ง ในปี 2497 ทรงนำรถ "มาเซเรตี" (Maserati) เข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 4 ในรายการกรังปรีซ์ที่ประเทศฝรั่งเศส (1954 French Grand Prix) ซึ่งเป็นฤดูการแข่งขันปีสุดท้าย พระองค์ก็หันหลังให้อาชีพนักแข่งรถเมื่อมีพระชันษา 40 ปี กลับเมืองไทยมาตั้งบริษัทขายรถยนต์เฟียต (Fiat) แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ในปี 2511 ก็ได้ตั้งบริษัทพีระแอร์ แต่ก็ขาดทุน ในบั้นปลายชีวิตท่านหันมาใช้ชีวิตสันโดษ มักจะขับรถไปตามชนบท ศึกษาชีวิตความเป็นอยู่ของชาวนาชาวไร่ ต่อมาก็ทรงก่อตั้งมูลนิธิ "ภาณุรังษี" ขึ้น เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของชาวนาชาวไร่ที่ยากจนให้ดีขึ้น ทำมาได้ 13 ปีก็ยังไม่สำเร็จเนื่องจากติดขัดเรื่องเงินทุน ท่านจึงตัดสินใจเดินทางไปอังกฤษเพื่อติดต่อหาแหล่งเงินทุนมาสนับสนุนมูลนิธิ แล้วในคืนวันคริสต์มาส วันที่ 24 ธันวาคม 2528 ท่านก็สิ้นชีวิตอย่างเดียวดายที่ชานชาลารถไฟใต้ดินในกรุงลอนดอน ด้วยโรคหัวใจวาย รวมอายุ 71 ปี ปิดฉากชีวิตเจ้าชายไทยผู้เคยก้าวสู่จุดสูงสุดในฐานะยอดนักแข่งรถระดับโลก เมื่อยามชีวิตล้มเหลวก็ไม่เคยปริปากขอความช่วยเหลือจากใคร แม้สังคมจะพากันหลงลืมท่าน หากแต่ยังคงมุ่งมันทำตามปณิธานที่จะช่วยเหลือสังคมอย่างจริงจัง จวบจนลมหายใจสุดท้าย




? พ.ศ. 2505 (ค.ศ. 1962) -
เชิญธงไทยลงจากยอดเขาพระวิหาร

ตำรวจตระเวนชายแดนไทยทำพิธีเชิญเสาธงบนยอดเขาพระวิหาร พร้อมกับธงไทยออกจากบริเวณปราสาทพระวิหาร





วันนี้ในอดีต /15 กรกฎาคม
เหตุการณ์ในต่างประเทศ



15 กรกฎาคม พ.ศ. 2149
วันเกิด เรมบรันต์ ฟาน ไรน์ (Rembrandt Harmensz van Rijn)


หนึ่งในศิลปินเอกของโลกชาวดัทช์ เกิดใน "ยุคทองของศิลปะดัทช์" (Dutch Golden Age ระหว่างปี 2127-2245) ที่เมืองไลเดน ประเทศเนเธอร์แลนด์ เป็นลูกของเข้าของโรงสี เข้าโรงเรียนภาษาละตินและเรียนต่อในมหาวิทยาลัยที่บ้านเกิด ขณะเดียวกันก็เริ่มสนใจการวาดภาพและตัดสินใจเอาจริงเอาจังทางนี้ จากนั้นได้ย้ายไปอยู่ที่อัมสเตอร์ดัม ศูนย์กลางศิลปะแห่งเนเธอร์แลนด์ เขาเรียนกับศิลปินมีชื่อหลายคน เขาฝึกฝนฝีมือจนเปิดสตูดิโอรับเขียนภาพเหมือน และเริ่มประสบความสำเร็จในฐานะจิตรกร มีผู้ว่าจ้างให้วาดภาพจำนวนมาก กระทั่งสามารถซื้อคฤหาสน์หรูในราคาแพงลิบ แต่เขาไม่สามารถชำระเงินได้หมด เพราะใช้จ่ายไปกับของสะสมจำพวกอาวุธ เครื่องดนตรี เสื้อผ้า และของประดับตกแต่งโบราณ จึงถูกบีบให้เป็นบุคคลล้มละลาย ต้องย้ายไปเช่าบ้านหลังเล็ก ๆ ภรรยาและลูกเสียชีวิต แม้แรมบรันต์ในวัย 50 ปีกลายเป็นบุคคลล้มละลาย แต่ความนิยมชมชอบในภาพเขียนของเขากลับสวนทาง เรมบรันต์เป็นศิลปินหัวขบถ ไม่สนใจธรรมเนียมปฏิบัติของสังคม แทนที่จะวาดภาพวาดเรื่องราวในตำนานโบราณ บุคคลในประวัติศาสตร์ หรือภาพแนวศาสนาที่ได้เค้าโครงมาจากคัมภีร์ไบเบิล ตามอย่างคนอื่น ๆ เขากลับแหกขนบ วาดภาพสุนัขกำลังถ่าย ผู้ชายยืนปัสสาวะ จัดองค์ประกอบภาพแบบใหม่ คือไม่จัดท่าทองเพื่อจะบ่งบอกว่าใครเป็นใคร ใบหน้าของแต่ละคนแสดงอารมณ์ต่างกัน ใส่องค์ประกอบแปลกปลอม เช่น สุนัข หรือเด็ก คนจร ขอทาน กรรมกร เข้าไปในภาพ จัดแถวที่ดูสับสนวุ่นวาย ไม่เป็นระเบียบ ดังที่เห็นในผลงานชิ้นเอกของเขาคือ "The Night Watch" และ "The Anatomy Lesson of Dr. Nicolaes Tulp" หรือภาพเหมือนตัวเอง (Self Portrait) วาดเป็นพระสาวกปอล รูปชายชราอ้วนกลม แววตาแฝงความเศร้า เรมบรันต์ได้รับอิทธิพลเรื่องการจัดแสงและเงาจาก คาราวาจโจ (Michelangelo Merisi da Caravaggio) ศิลปินอิตาเลียน เขาได้ประยุกต์การใช้แสงเงาให้เป็นเอกลักษณ์สำคัญแบบของเขาเอง จนได้รับการยกย่องว่าเป็นศิลปินที่มีอัจฉริยภาพในการจัดองค์ประกอบภาพอย่างมีพลัง จัดแสงและเงาได้อย่างมีน้ำหนักและมีมิติ อีกทั้งยังเป็นจิตรกรที่มีความสามารถในการวาดภาพเหมือนเป็นเลิศ นอกจากเป็นจิตกรเอกแล้ว เรมบรันต์ยังเป็นศิลปินภาพพิมพ์กัดกรด (Etching) ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ศิลปะของยุโรปด้วย เรมบรันต์เสียชีวิตเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2212 รวมอายุ 63 ปี ทิ้งมรดกทางศิลปะไว้จำนวนมาก ภาพจิตรกรรมสีน้ำมันเกือบ 800 ภาพ ภาพพิมพ์ประมาณ 500 ภาพ และวาดเส้นประมาณ 100 ภาพ




15 กรกฎาคม พ.ศ 2447
ตั้งวัดไทยขึ้นเป็นครั้งแรกที่ลอสแองเจอลิส แคร์ลิฟอร์เนีย


มีการก่อตั้งวัดพุทธศาสนาขึ้นเป็นครั้งแรกที่ลอสแองเจอลิส แคร์ลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา


15 กรกฎาคม พ.ศ. 2482
คลารา อดัมส์ เป็นผู้หญิงคนแรกที่บินรอบโลกสำเร็จ


คลารา อดัมส์ (Clara Adams) ชาวนิวยอร์ค เป็นผู้หญิงคนแรกที่บินรอบโลกสำเร็จในวันนี้ เธอเริ่มการเดินทางที่วอชิงตัน บินรอบโลกด้วยเวลา 16 วัน 19 ชั่วโมง


15 กรกฎาคม พ.ศ 2501
สหรัฐอเมริกา ส่งทหารเรือ ไปที่เลบานอนเพื่อรักษาสันติภาพ


ประธานาธิบดีไอเซนฮาวร์ สหรัฐอเมริกา ส่งทหารเรือ 5,000 นายไปประจำการที่เลบานอนเพื่อรักษาสันติภาพ



15 กรกฎาคม พ.ศ 2540 :
จินนี่ เวอร์ซาเช่ ถูกยิงเสียชีวิต


จินนี่ เวอร์ซาเช่ ดีไซเนอร์ชื่อดังชาวอิตาลี ถูกยิงเสียชีวิตที่บันไดหน้าแมนชั่นของเขาในไมอามี่



 
07-16-2009, 06:55 AM   #17 (permalink)
ดูแลตรวจสอบเนื้อหา
วันนี้ในอดีต /16 กรกฎาคม

วันนี้ในอดีต /16 กรกฎาคม
เหตุการณ์ในประเทศไทย






16 กรกฎาคม พ.ศ. 2434
- พระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5 ทรงขุดดินวางฤกษ์สร้างทางรถไฟสายปากน้ำรถไฟสายแรก
ของเมืองไทย ซึ่งเป็นของเอกชน มีสัญญาสัมปทาน 50 ปี
เปิดเดินรถเมื่อ 11 เมษายน 2346 หมดสัญญา เมื่อ 13 กันยายน 2479 เป็นของรัฐบาล
เลิกเดินรถ เมื่อ 1 มกราคม 2503





16 กรกฎาคม พ.ศ. 2538
- สมาน ส.จาตุรงค์ ชนะน็อก ฮุมเบอร์โต กอนซาเลซ นักมวยชาวเม็กซิกันยก 7 ที่สหรัฐ -
อเมริกาได้แชมป์โลกรุ่นไลท์ฟลายเวทของสภามวยโลก ( WBC ) และสหพันธ์มวยนานาชาติ
( IBF ) กลายเป็นนักมวยชาวเอเชียคนแรกที่ได้แชมป์โลก 2 สถาบัน



วันนี้ในอดีต /16 กรกฎาคม
เหตุการณ์ในต่างประเทศ


? 16 กรกฎาคม พ.ศ. 1165 (ค.ศ. 622) - วันเริ่มต้น ปฏิทินอิสลาม
16 กรกฎาคม พ.ศ. 2461 : พระเจ้าซาร์ นิโคลัสที่ 2 และพระราชวงศ์ถูกสำเร็จโทษโดยพวกบอลเชวิค


16 กรกฎาคม พ.ศ.2469 : ภาพถ่ายใต้น้ำภาพแรก ซึ่งถ่ายที่แถบฟอริด้า คีย์ ถูกตีพิมพ์ในนิตยสาร "National Geographic"





? 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2488 (ค.ศ. 1945) -: การทดลองระเบิดนิวเคลียร์ครั้งแรกของโลกในแผนปฏิบัติการทรินิตี

? สหรัฐอเมริกา ทดลองระเบิดปรมาณูครั้งแรกของโลกในทะเลทรายรัฐนิวเม็กซิโก ในชื่อ ?แผนปฏิบัติการทรินิตี้? ระเบิดลูกนี้เป็นหนึ่งในสามลูกแรก ที่สร้างขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ภายใต้โครงการสร้างระเบิดอะตอมชื่อ ?โครงการแมนฮัตตัน? ระเบิดอีกสองลูกถูกนำไปถล่มเมืองฮิโรชิมาและนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่นในเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน


16 กรกฎาคม พ.ศ. 2512 : ยานอวกาศอพอลโล 11 ถูกปล่อยขึ้นสู่อวกาศ การเดินทางครั้งนี้เป็นการเดินทางไปยังดวงจันทร์เที่ยวแรกของมนุษย์





 
07-17-2009, 06:23 AM   #18 (permalink)
ดูแลตรวจสอบเนื้อหา
วันนี้ในอดีต/17 กรกฎาคม

วันนี้ในอดีต /17 กรกฎาคม
เหตุการณ์ในประเทศไทย
พ.ศ. 2468





17 กรกฎาคม พ.ศ. 2468 - จางวางศร ( ศร ศิลปบรรเลง ) ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นหลวงประดิษฐไพเราะ .


หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) (6 สิงหาคม พ.ศ. 2424 - 8 มีนาคม พ.ศ. 2497) เกิดเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2424 เป็นบุตรของ นายสิน นางยิ้ม ศิลปบรรเลงเนื่องจากบิดาคือครูสินเป็นเจ้าของวงปี่พาทย์ และเป็นศิษย์ของพระประดิษฐไพเราะในปี พ.ศ. 2443 ขณะเมื่ออายุ 19 ปี ท่านได้แสดงฝีมือเดี่ยวระนาดเอกถวายสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมพระยาภาณุพันธุ์วงศ์วรเดช เป็นที่ต้องพระทัยมาก จึงทรงรับตัวเข้ามาไว้ที่วังบูรพาภิรมย์ ทำหน้าที่คนระนาดเอก ประจำวงวังบูรพาไปด้วย พร้อมกับสมเด็จท่านได้ เชิญครูมาสอนที่วัง คือ พระยาประสานดุริยศัพท์ (แปลก ประสานศัพท์) เนื่องจากจางวางศร ได้รับพระกรุณาจากสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยาภาณุพันธุ์วงศ์วรเดช เป็นอย่างมาก ทรงจัดหาครูที่มีฝีมือมาฝึกสอน ทำให้จางวางศรมีฝีมือกล้าแข็งขึ้นในสมัยนั้นไม่มีใครมีฝีมือเทียบเท่าได้เลย.

จางวางศร ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ เป็นหลวงประดิษฐไพเราะ ในสมัยรัชกาลที่ 6 เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2468 ทั้ง ๆ ที่ท่านไม่เคยรับราชการอยู่ในกรมกองใดมาก่อน ทั้งนี้ก็เพราะฝีมือและความสามารถของท่าน เป็นที่ต้องพระหฤทัยนั่นเอง

ครั้นถึงปี พ.ศ. 2469 ท่านได้เข้ารับราชการในกรมปี่พาทย์และโขนหลวง กระทรวงวัง ท่านได้มีส่วนถวายการสอนดนตรีให้กับ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี รวมทั้งมีส่วนช่วยงานพระราชนิพนธ์เพลงสามเพลง คือ เพลงราตรีประดับดาวเถา เพลงเขมรละออองค์เถา และ เพลงโหมโรงคลื่นกระทบฝั่ง สามชั้น.




วันนี้ในอดีต /17 กรกฎาคม
เหตุการณ์ในต่างประเทศ





17 กรกฎาคม พ.ศ. 2461 พระเจ้าซาร์ นิโคลัสที่ 2 (Tsar Nicholas II) กษัตริย์พระองค์สุดท้ายของรัสเซีย ถูกปลงพระชนม์พร้อมพระราชวงศ์อีกหลายพระองค์ที่ไซบีเรีย โดยทหารคณะปฏิวัติของกลุ่มมาร์กซิสม์หัวรุนแรง บอลเชวิก (Bolsheviks) ซึ่งนำโดย เลนิน (Vladimir Lenin)

พระเจ้าซาร์ นิโคลัสที่ 2 ทรงเป็นพระโอรสของ พระเจ้าซาร์ อเล็กซานเดอร์ ที่ 3 แห่ง ราชวงศ์ โรมานอฟ (Romanov Dynasty) พระนามเดิมคือ พระเจ้านิโคลัสที่ 2 (Nicholas II) ขึ้นครองราชย์ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2437 ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นพระเจ้าซาร์แห่งรัสเซียเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2439 พระองค์ ไม่สามารถจัดการกับสถานการณ์ของประเทศที่กำลังปั่นป่วน หลังจากพ่ายแพ้ต่อญี่ปุ่นใน สงครามรัสเซีย-ญี่ปุ่น (Russo?Japanese War) ระหว่างปี 2447-2448 จากนั้นในช่วง สงครามโลกครั้งที่ 1 (พ.ศ. 2457-2461) ได้ทรงนำรัสเซียเข้าร่วมสงครามแต่ต้องพบกับความพ่ายแพ้อีกครั้ง ส่งผลให้ประชาชนเสื่อมความนิยมในพระองค์และคณะรัฐบาลมาก นอกจากนี้ยังทรงปล่อยให้ รัสปูติน (Gregori Rasputin) พระนอกรีตลึกลับเข้ามามีอิทธิพลในราชสำนัก ประกอบกับเกิดภาวะเงินเฟ้อ เศรษฐกิจตกต่ำมาก ขาดแคลนอาหาร ประชาชนอดอยาก เกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคมสูง ส่งผลให้ประชาชนไม่พอใจจึงลุกขึ้นมาเดินขวบต่อต้านและบังคับให้พระองค์สละราชสมบัติในวันที่ 15 มีนาคม 2460 เรียกเหตุการณ์ในครั้งนั้นว่า "การปฏิวัติเดือนกุมภาพันธ์? (February Revolution--เพราะนับตามปฏิทินแบบเก่า) จากนั้นถูกนำไปกักขังไว้และถูกปลงพระชนม์พร้อมพระราชวงศ์





? พ.ศ. 2479 (ค.ศ. 1936) - สงครามกลางเมืองสเปนอุบัติขึ้น เมื่อกลุ่มประชาชาติใช้กำลังทหารก่อรัฐประหาร เพื่อโค่นล้มสาธารณรัฐสเปนที่สอง

สงครามกลางเมืองสเปน ( Spanish Civil War) เป็นการรบในประเทศสเปนที่เกิดจากความขัดแย้งระหว่างฝ่ายสนับสนุนกับฝ่ายต่อต้านสาธารณรัฐสเปนที่ 2 ได้แก่ "ฝ่ายนิยมสาธารณรัฐ" ประกอบด้วยกลุ่มมัชฌิมา กลุ่มสังคมนิยม กลุ่มคอมมิวนิสต์ รวมทั้งชาวคาตาลันและชาวบาสก์ที่หัวรักถิ่นและเป็นอนาธิปไตย กับ "ฝ่ายชาตินิยม" ที่เป็นฝ่ายก่อการกบฏ รวมถึงพวกนิยมกษัตริย์ พวกการ์ลิสต์ พวกคาทอลิกหัวเก่า และพวกฟาสซิสต์ฟรังกิสต์ ซึ่งกองทัพสเปนเองก็ได้แตกแยกออกเป็นสองฝ่าย แต่ละฝ่ายก็พยายามระดมหาพันธมิตรต่างประเทศมาช่วยรบ ฝ่ายนิยมสาธารณรัฐดึงสหภาพโซเวียตและเม็กซิโก ส่วนฝ่ายชาตินิยมดึงพวกฟาสซิสต์จากอิตาลีและนาซีเยอรมันนี







สวนสนุกดิสนีย์แลนด์เปิดบริการรอบสื่อมวลชน

17 กรกฎาคม พ.ศ. 2498 สวนสนุก "ดิสนีย์แลนด์" (Disneyland) ดินแดนแห่งความสุข สนุก และแฟนตาซี แห่งแรกในโลกเปิดบริการรอบสื่อมวลชน ก่อนจะเปิดจริงในวันต่อมา สวนสนุกดีสนีย์แลนด์ตั้งอยู่ที่เมืองแอนาเฮม (Anaheim) มลรัฐแคลิฟอร์เนีย เกิดจากความคิดของวอลต์ ดิสนีย์ (Walt Disney) ในวันหนึ่งที่พาลูกสาวไปเดินเล่นในสวนสาธารณะ เขาคิดอยากจะให้มีสถานที่สักแห่งหนึ่งที่ผู้ใหญ่กับเด็ก ๆ สามารถไปสนุกร่วมกันได้ สวนสนุกแห่งนี้จึงถูกออกแบบมาสำหรับคนทุกเพศทุกวัย ภายในแบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 ส่วนคือ Main Street USA , Adventureland, Frontierland, Fantasyland และ Tomorrowland พร้อมทั้งนำตัวการ์ตูนต่าง ๆ ของดีสนีย์มาจัดแบ่งออกเป็นโซน ๆ ให้คนเข้าไปเยี่ยมชมได้อย่างสะดวก ในปี 2541 สวนสนุกแห่งนี้ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "ดิสนีย์แลนด์ พาร์ค? (Disneyland Park) ปัจจุบัน ดีสนีย์แลนด์เป็นเจ้าของและบริหารงานโดย The Walt Disney Company มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมมากกว่า 515 ล้านคนต่อปี ค่าตั๋ว 1 วันสำหรับผู้ใหญ่คนละ 63 เหรียญสหรัฐฯ (ปี 2549) นอกจากนี้ยังมีสวนสนุกและสถานตากอากาศในเครือดิสนีย์อีก 5 แห่งทั่วโลกคือ "วอลต์ ดิสนีย์ เวิร์ลด์ รีสอร์ท? (Walt Disney World Resort) ที่เมืองออร์ลานโด มลรัฐฟลอริดา สหรัฐฯ สร้างขึ้นในปี 2514 "โตเกียว ดิสนีย์ รีสอร์ท? (Tokyo Disney Resort) ประเทศญี่ปุ่น เปิดบริการในปี 2525 "ดิสนีย์แลนด์ รีสอร์ท ปารีส? (Disneyland Resort Paris) ประเทศฝรั่งเศส และ "ฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์ รีสอร์ท? (Hong Kong Disneyland Resort) เปิดบริการในปี 2548
 
07-18-2009, 01:10 PM   #19 (permalink)
ดูแลตรวจสอบเนื้อหา
วันนี้ในอดีต 18 กรกฎาคม

วันนี้ในอดีต /18 กรกฎาคม
เหตุการณ์ในประเทศไทย.










วันที่ 18 กรกฎาคม 2378
หมอบรัดเลย์ หมอสอนศาสนาชาวอเมริกัน มาถึงเมืองไทย เป็นหมอฝรั่งคนแรก ที่นำหลักวิชาแพทย์สมัยใหม่เข้ามาเผยแพร่ในไทย แต่คนไทยรู้จักในฐานะเป็นผู้สร้างงานพิมพ์ขึ้นเป็นครั้งแรกในไทย




18 กรกฏาคม พ.ศ. 2347
วันเกิด หมอบรัดเลย์ (Dr. Dan Beach Bradley, M.D.) มิชชันนารีชาวอเมริกันผู้มีคุณูปการอย่างใหญ่หลวงต่อแผ่นดินสยาม เกิดที่เมืองมาร์เซลลัส มลรัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

เรียนวิชาแพทย์ที่ College of Physicians ในนิวยอร์ก และสมัครเข้ากับคณะ A.B.C.F.M. (American Board of Commissioners of Foreign Missions) จากนั้นได้แต่งงานกับ เอมิลี รอยซ์ (Emilie Royce) ไม่นานก็ได้รับมอบหมายภารกิจให้เดินทางมาเผยแพร่ศาสนาที่เมืองไทย ท่านและภรรยาพร้อมกับคณะอเมริกันบอร์ดฯ ได้เดินทางด้วยเรือใบ แคชเมียร์ (Cashmere) ออกจากเมืองบอสตันเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2377 มาถึงเมืองไทยเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2378 เป็นวันเกิดครบรอบ 31 ปีพอดี

ในระหว่างทางท่านได้ซื้อตัวพิมพ์และแท่นพิมพ์ไม้จากสิงคโปร์ติดมาด้วย ก่อนจะเปิดโรงพิมพ์ที่บริเวณตรอกกับตันบุช ย่านถนนเจริญกรุง และได้ให้กำเนิดสิ่งพิมพ์ชิ้นแรกในสยามคือ หนังสือบัญญัติสิบประการ (The Commandments) ต่อมาได้พิมพ์พระบรมราชโองการ ประกาศห้ามสูบฝิ่นและค้าฝิ่น พิมพ์ ปฏิทิน เป็นครั้งแรกในสยาม พิมพ์หนังสือ คัมภีร์ครรภ์ทรักษา และออกหนังสือพิมพ์รายเดือนฉบับแรกคือ บางกอกรีคอเดอ (Bangkok Recorder) ซื้อลิขสิทธิ์ นิราศลอนดอน ของ หม่อมราโชทัย (ม.ร.ว. กระต่าย อิศรางกูล ณ อยุธยา) พิมพ์เผยแพร่ในปี 2404 นอกจากนั้นยังได้ดำเนินการพิมพ์ใบปลิว ปฏิทิน หนังสือและวรรณคดีออกมาจำนวนมาก นอกจากนั้นท่านยังมีคุณูปการด้าน ?การแพทย์แผนใหม่? ในสยาม โดยเริ่ม การผ่าตัด ครั้งแรกใน รักษา โรคต้อกระจก เริ่มการ ปลูกฝีป้องกันไข้ทรพิษ และเปิด ร้านขายยาย นับว่าหมอบรัดเลย์ได้ช่วยวางรากฐานด้านสุขอนามัยให้แก่สยาม ภายหลังจากภรรยาถึงแก่กรรมเมื่อปี 2388 ท่านได้กลับอเมริกาและแต่งงานใหม่กับ แซราห์ แบลกเลย์ (Sarah Blachley) กลับมาสยามอีกครั้งในปี 2394

ภายหลังท่านลาออกจากคณะอเมริกันบอร์ดฯ ไปอยู่กับคณะ A.M.A. (American Missionary Association) แต่เนื่องจากองค์กรนี้มีฐานะทางการเงินไม่ดี หมอบรัดเลย์จึงต้องหาเลี้ยงชีพด้วยกิจการโรงพิมพ์ต่อมาจนกระทั่งถึงแก่กรรมด้วยโรคไทฟอยด์เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2416 ในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งพระองค์ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ ช่วยงานฝังศพและทำรั้วล้อมหลุมศพของหมอบรัดเลย์ที่สุสานโปรเตสแตนต์ในกรุงเทพฯ ตลอด 38 ปีที่อยู่ในเมืองไทย หมอบรัดเลย์ได้ทำงานหลายอย่าง ทั้งมิชชันนารี แพทย์ เจ้าของโรงพิมพ์ ที่ปรึกษารัฐบาลสยาม และเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ อย่างไม่เป็นทางการ ทั้ง ๆ ภารกิจของท่านคือการเผยแพร่ศาสนา ซึ่งถือว่าล้มเหลวเพราะมีคนเปลี่ยนไปนับถือคริสต์ศาสนาเพียงแค่ 10 คนเท่านั้น แต่ท่านกลับสร้างคุณูปการอันใหญ่หลวงให้แก่สยาม โดยเฉพาะด้านการแพทย์และการพิมพ์ จนได้รับการยกย่องให้เป็น ?บิดาแห่งการพิมพ์ไทย?





18 กรกฎาคม พ.ศ. 2521 (ค.ศ. 1978) ? วันสถาปนาหน่วยทหารพรานของกองทัพบกไทย

หน่วยทหารพราน จัดตั้งขึ้น เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2521 ตามแนวคิดที่กำหนดไว้ว่า ทหารพราน คือ อาสาของประชาชน หรือเรียกว่านักรบประชาชน โดยเริ่มต้นมาจากการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ รัฐบาลในสมัยได้มีการเสนอใช้รูปแบบของ ?ทหารพราน? ขึ้นมาโดยพัฒนาจากการจัดตั้ง ?อาสาสมัคร? อันเป็นรูปจัดตั้งของกระทรวงมหาดไทยเป้าหมายอย่างแท้จริงของ ?ทหารพราน? คือการย้อนรอย ?คอมมิวนิสต์? นั่นก็คือ เมื่อพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย มีกองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นทหารที่ระดมมาจากชาวไร่ชาวนาในชนบท รัฐบาลก็จัดตั้ง ?ทหารพราน? ขึ้นมาจากชาวไร่ชาวนาในชนบทเช่นเดียวกันโดยมีอัตราการจัดของหน่วยทหารพรานที่แน่นอนเมื่อปี 2526 ปัจจุบันกำลังพลประกอบจากทหารประจำการและทหารพรานที่รับสมัครจากบุคคลทั่วไป ที่มีอายุระหว่าง 18-39 ปี ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ ต่อมากองทัพบกได้ถือให้วันที่ 18 กรกฎาคมของทุกปีเป็น ?วันคล้ายวันสถาปนาหน่วยทหารพราน?






18 กรกฎาคม พ.ศ. 2538สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ ?สมเด็จย่า? เสด็จสวรรคต

สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ ?สมเด็จย่า? เสด็จสวรรคตที่โรงพยาบาลศิริราช รวมพระชนม์มายุ 95 พรรษา สมเด็จย่าเสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2443 ทรงเป็นบุตรคนที่ 3 ใน พระชนกชู และ พระชนนีคำ พระนามเดิมคือ สังวาล ตะละภัฏ ในวัยประมาณ 7-8 ขวบ ครอบครัวได้นำพระองค์ไปฝาก คุณจันทร์ แสงชูโต ซึ่งเป็นพระพี่เลี้ยงในพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ ทรงเข้าเรียนมัธยมที่โรงเรียนสตรีวิทยา จากนั้นเข้าโรงเรียนแพทย์ผดุงครรภ์ และหญิงพยาบาลแห่งศิริราช หลังจากสำเร็จการศึกษา ระหว่างที่เรียนอยู่ปี 1 ได้ทรงพบกับ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมขุนสงขลานครินทร์ (พระบรมราชชนก) ซึงได้ทรงถูกพระทัย และขอพระราชทานพระราชานุญาตหมั้นกับ นางสาวสังวาลย์ จากนั้นทรงได้รับการคัดเลือกให้ไปทรงศึกษาวิชาพยาบาลต่อที่โรงเรียนแพทย์มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา ทรงมีพิธีอภิเษกสมรสกับ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ที่วังสระปทุมเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2463 ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อประชาชนไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะด้านการแพทย์ ทรงจัดตั้งหน่วยแพทย์อาสาเดินทางไปรักษาผู้ป่วยในถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศ ทรงตั้งมูลนิธิขาเทียมออกจัดทำขาเทียมให้ผู้พิการ นอกจากนั้นยังมีโครงการพัฒนาด้านการเกษตรและสิ่งแวดล้อมมากมายอาทิโคงการเกษตรหลวงดอยตุง จังหวัดเชียงราย สวรรคตวันที่ 18 กรกฎาคม 2538 พระชนม์มายุ 95 พรรษา ต่อมาได้มีการกำหนดให้วันที่ 21 ตุลาคมของทุกปีเป็น ?วันพยาบาลแห่งชาติ?, ?วันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติ?, ?วันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ?, ?วันรักต้นไม้แห่งชาติ? และ ?วันอาสาสมัครไทย?



วันนี้ในอดีต /18 กรกฎาคม
เหตุการณ์ในต่างประเทศ







18 กรกฎาคม พ.ศ. 2441มารี คูรี และ ปิแอร์ คูรี ค้นภพธาตุกัมมันตรังสีชนิดใหม่ โดยตั้งชื่อว่า โพโลเนียม




มารี คูรี (Marie Curie) และ ปิแอร์ คูรี (Pierre Curie) คู่ภรรยาสามีนักฟิสิกส์ชาวโปแลนด์ ประกาศการค้นภพธาตุกัมมันตรังสีชนิดใหม่ โดยตั้งชื่อว่า โพโลเนียม (Polonium ? Po เลขอะตอม 84) เพื่อเป็นเกียรติแก่บ้านเกิดเมืองนอนของทั้งคู่ คือประเทศโปแลนด์ (Poland) โดยทั้งสองได้ทำการทดลองในอาคารเล็ก ๆ ที่เป็นห้องเก็บฟืนของภาควิชาฟิสิกส์ แห่งมหาวิทยาลัยซอร์บอนน์ ที่ปิแอร์สอนหนังสืออยู่ จากนั้นอีก 6 เดือนต่อมา พวกเขาก็ค้นพบธาตุเรเดียม (Radium) ซึ่งเป็นสารกัมมันตรังสีเช่นกัน โพโลเนียมนับเป็นธาตุหายากชนิดหนึ่ง พบปริมาณเล็กน้อยในธรรมชาติ ส่วนใหญ่จะพบในสินแร่ที่มียูเรเนียม โพโลเนียมมีลักษณะเป็นของแข็งสีเทาเงิน มีจุดหลอมเหลว 254 องศาเซลเซียส และจุดเดือด 962 องศาเซลเซีส ละลายได้ในกรดเจือจาง (dilute acids) สารละลายที่เกิดขึ้นจะระเหยได้ดี ธาตุโพโลเนียมสามารถปล่อยรังสีแอลฟาในปริมาณที่มากกว่าธาตุเรเดียมถึง 5,000 เท่า หากเข้าสู่ร่างกายจะเป็นอันตรายมากกว่าไซยาไนด์ 250 ล้านเท่า

ธาตุ

ธาตุ คือ สารบริสุทธิ์เนื้อเดียว ไม่สามารถแยกสลายให้เกิดสารใหม่ได้ด้วยกระบวนการใดๆ ธาตุแต่ละชนิดจะประกอบด้วยอะตอมของธาตุเพียงชนิดเดียวเท่านั้น เช่น
ธาตุคลอรีน สูตรโมเลกุล คือ Cl2
ธาตุออกซิเจน สูตรโมเลกุล คือ O2
โลหะโซเดียม สูตรโมเลกุล คือ Na
ประเภทของธาตุ ธาตุแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ตามสมบัติของธาตุ ได้แก่ โลหะ อโลหะ และกึ่งโลหะ

โลหะ

โลหะ (metals) เป็นธาตุที่พบมากที่สุด ส่วนมากมักอยู่ในสถานะของแข็ง ยกเว้นปรอทที่มีสถานะเป็นของเหลว ทำให้อนุภาคอยู่ชิดกัน แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคสูงทำให้มีจุดเดือดและจุดหลอมเหลวที่สูง ผิวเป็นมันวาว สามารถนำมาตีเป็นแผ่นได้ นำไฟฟ้าและความร้อนได้ดี และสามารถทำปฏิกิริยากับกรดได้ฟองแก๊สของไฮโดรเจนเสมอ

อโลหะ

อโลหะ (non metal) มีธาตุที่เป็นอโลหะทั้งหมด 17 ธาตุ คือ ไฮโดรเจน ฮีเลียม คาร์บอน ไนโตรเจน ออกซิเจน ฟลูออรีน นีออน ฟอสฟอรัส กำมะถัน คลอรีน อาร์กอน ซิลิเนียม โบรมีน คริปทอน ไอโอดีน ซีนอน และเรดอนซึ่งมีสถานะเป็นได้ทั้งของแข็ง ของเหลว และแก๊ส
ธาตุอโลหะที่มีสถานะของแข็ง เป็นธาตุที่มีมวลอะตอมมาก เช่น ไอโอดีน กำมะถัน ฟอสฟอรัส
ธาตุอโลหะที่มีสถานะของเหลว เช่น โบรมีน
ธาตุอโลหะที่มีสถานะแก๊ส เป็นธาตุที่มีมวลอะตอมมาก เช่น ออกซิเจน ไฮโดรเจน ไนโตรเจน ฮีเลียม
สมบัติของธาตุอโลหะ มีจุดเดือดและจุดหลอมเหลวต่ำ ไม่นำ ความร้อนและไม่นำไฟฟ้า ยกเว้นคาร์บอนที่อยู่ในรูปของแกร์ไฟต์จะนำไฟฟ้าได้ และไม่สามารถทำปฏิกิริยากับกรดได้ฟองแก๊สไฮโดรเจนได้

แกรไฟต์ ก็คือไส้ดินสอที่เราใช้นั่นเอง





18 กรกฎาคม พ.ศ. 2461วันเกิด เนลสัน แมนเดลา ประธานาธิบดีคนแรกของประเทศแอฟริกาใต้


วันเกิด เนลสัน แมนเดลา (Nelson Mandela) นักต่อสู้เพื่อสิทธิและความเสมอภาคของชนผิวสี และประธานาธิบดีคนแรกของประเทศแอฟริกาใต้ เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปี 2536 เกิดที่เมืองอัมทาทา (Mthatha) เป็นลูกชายของหัวหน้าเผ่าเท็มปู (Thempu) ซึ่งเสียชีวิตตอนเขาอายุเพียง 9 ขวบ แมนเดลามีโอกาสได้รับการศึกษาดีกว่าเด็กผิวดำคนอื่น ๆ เข้าเรียนกฎหมายที่มหาวิทยาลัยวิทวอเตอร์สแรนด์ ระหว่างนั้นเขาได้ร่วมกิจกรรมทางการเมืองกับพรรคเอเอ็นซี (African National Congress : ANC) พรรคของคนผิวสี ส่วนพรรครัฐบาลคือพรรคเอ็นพี (Nationalist Party : NP) ซึ่งเป็นพรรคขวาจัดของคนผิวขาว แม้ประเทศแอฟริกาใต้จะได้รับเอกราชจากอังกฤษตั้งแต่ปี 2453 แต่ในสมัยนั้น คนผิวขาวก็ยังมีอิทธิพลอย่างสูงในประเทศนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ที่เป็นคนผิวสีถูกปกครองด้วยคนผิวขาวซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อย มีการแบ่งแยกสีผิวอย่างรุนแรง อีกทั้งยังได้ออกกฎหมายกดขี่ชนผิวสีอีกจำนวนมาก หลังจากเรียนจบ แมนเดลาจึงร่วมกับเพื่อนเปิดสำนักงานทนายความเพื่อคนผิวสีแห่งแรก ที่เมืองโยฮันเนสเบิร์ก และได้ติดต่อช่วยเหลือพรรคเอเอ็นซีอยู่เสมอจนกระทั่งได้เป็นรองประธานพรรค พรรคเอเอ็นซีได้เป็นหัวขบวนในการเรียกร้องเอกราช สิทธิเสรีภาพ และความเสมอภาคให้แก่ชาวแอฟริกาใต้ ในระยะแรกได้ใช้วิธีการสันติวิธีอย่างมหาตมะคานธี เมื่อไม่เห็นผลจึงหันมาใช้วิธีการรุนแรงมากขึ้น มีจัดตั้งกองกำลัง ประชาชนออกมาเดินขบวนทำลายทรัพย์สินของราชกาล ต่อมารัฐบาลได้ประกาศให้พรรคเอเอ็นซีเป็นพรรคการเมืองที่ผิดกฎหมาย แมนเดลาถูกจับในวันที่ 5 สิงหาคม 2505 ขณะอายุ 44 ปี ติดคุกยาวนานถึง 27 ปี ถูกปล่อยตัวในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2533 หลังจากนั้นเขาก้าวขึ้นเป็นผู้นำพรรคเอเอ็นซี เรียกร้องสิทธิเสรีภาพให้มีการเลือกตั้งอย่างเสรี แมนเดลาได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปี 2536 ก่อนจะได้รับการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีคนแรกของประเทศในวันที่ 9 พฤษภาคม 2537 ลาออกในปี 2542 ออกมาทำงานเบื้องหลัง โดยเป็นทูตพิเศษในการเจรจาสันติภาพ และเรียกร้องประชาธิปไตยให้ประเทศในแอฟริกาอีกหลายประเทศ อีกทั้งทำงานรณรงค์แก้ปัญหาโรคเอดส์และภารกิจด้านสิทธิมนุษยชนอื่น ๆ ในแอฟริกา ด้วยความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่ต้องการจะให้สหภาพแอฟริกาใต้ก้าวไปสู่สังคมประชาธิปไตยที่ปราศจากการกีดกันทางสีผิว






18 กรกฎาคม พ.ศ.2514 : 6 รัฐ รวมกันเป็น สาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตต์

6 รัฐ ได้แก่ อาบู ดาบี , ดูไบ , ชาจาห์ , อุม เอ็ม อัล กูเวน อัจมาน และ ฟูเจยราห์ ตัดสินใจรวมกันเป็น สาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตต์

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
เป็นประเทศหนึ่งในตะวันออกกลาง
ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้
ของคาบสมุทรอาหรับ
ในภูมิภาคเอเชียตะวันตกเฉียงใต้
ริมอ่าวเปอร์เซีย
ประกอบด้วยรัฐเจ้าผู้ครองนคร (emirates) 7 รัฐ
ได้แก่ อาบูดาบี อัจมาน ดูไบ ฟูไจราห์
ราสอัลไคมาห์ ชาร์จาห์ และอุมม์อัลไกไวน์


ในช่วงก่อนปี พ.ศ. 2514 (ค.ศ. 1971)
กลุ่มรัฐดังกล่าวเป็นที่รู้จักกันในชื่อ รัฐสงบศึก (Trucial States)
หรือ ทรูเชียลโอมาน (Trucial Oman) โดยอ้างอิงตามสัญญาสงบศึกในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ระหว่างอังกฤษกับเชคอาหรับบางพระองค์

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มีพรมแดนติดกับโอมาน ซาอุดีอาระเบีย และกาตาร์
เป็นประเทศหนึ่งที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรน้ำมัน






แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย auddy228; 07-18-2009 เมื่อ 01:14 PM
 
07-19-2009, 06:48 AM   #20 (permalink)
ดูแลตรวจสอบเนื้อหา
วันนี้ในอดีต 19 กรกฎาคม

วันนี้ในอดีต /19 กรกฎาคม
เหตุการณ์ในประเทศไทย.





? 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2441 (ค.ศ. 1898) - วันฉลองพระราชพิธีทวีธาภิเษก ในรัชกาลที่ 5 เนื่องในวโรกาสที่ทรงครองราชสมบัตินานเป็นสองเท่าของรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และถือเป็นวันสถาปนาโรงเรียนทวีธาภิเศก
เนื่องด้วยในปีจอปี พ.ศ. 2441 (ร.ศ.117) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงครองราชในรัชกาลที่ 31 เป็นเวลายาวนาน 2 เท่า ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (พระบรมอัยกาธิราช) ทรงครองราชสมบัติ เมื่อปีมะเส็ง พ.ศ. 2352 (ร.ศ.28) ถึงปีวอก พ.ศ. 2367 (ร.ศ.43) ในรัชกาลที่ 6 ในวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2441 ได้ทรงโปรดจัดงาน บำเพ็ญพระราชกุศล ทวีธาภิเษก ถวายบรมอัยกาธิราช ณ พระที่นั่งอัมรินทรวินิฉัย และสมโภชสิริราชสมบัติ ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท




? 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2492 (ค.ศ. 1949) - พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงประกอบพิธีหมั้นกับ ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร





19 กรกฎาคม พ.ศ. 2545
- สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จ ฯ ทรงเปิดอาคาร
ศาลกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ต.บางจะเกร็ง อ.เมือง ฯ จังหวัดสมุทรสงคราม



วันนี้ในอดีต /19 กรกฎาคม
เหตุการณ์ในต่างประเทศ






19 กรกฎาคม 2484 : วินสตัน เชอร์ชิลล์ รัฐบุรุษอังกฤษ ใช้เครื่องหมายชูสองนิ้วเป็นรูปตัววี แทน ?ชัยชนะ? เป็นครั้งแรก






19 กรกฎาคม 2489 : มาริรีน มอนโรว์ เทสหน้ากล้องเป็นครั้งแรก ผลปรากฏว่าเธอผ่านการเทส และได้เซ็นสัญญาเป็นนักแสดงกับ ทเวนตี้ เซนจูรี่-ฟ๊อก สตูดิโอภาพยนตร์เป็นครั้งแรกในชีวิต ผลงานการแสดงภาพยนตร์ของเธอมีทั้งหมด 29 เรื่อง ซึ่งเรื่องแรกคือ "Scudda ? Hoo! Scudda ? Hay!"


?

? 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2490 (ค.ศ. 1947) - นายพลออง ซาน ผู้นำรัฐบาลเงาของพม่า ถูกลอบสังหารพร้อมกับสมาชิกคณะรัฐมนตรีอีก 6 คน ระหว่างการประชุมสภา นำไปสู่ความวุ่นวายทางการเมืองในพม่าจนถึงปัจจุบัน


? นายพล อู ออง ซาน (U Aung San) วีระบุรุษนักปฏิวัติและผู้นำในการเรียกร้องเอกราชของเมียนมาร์ (Myanmar)บิดาของ อองซาน ซูจี (Aung San Suu Kyi) ถูกสังหารพร้อมกับรัฐมนตรีอีก 6 คน ขณะกำลังร่างรัฐธรรมนูญในที่ประชุมรัฐบาลชั่วคราว โดยฝีมือของ อู ซอ (U Saw) นักการเมืองคู่แข่ง ซึ่งวันต่อมาตำรวจอังกฤษในพม่าก็สามารถจับกุมตัวได้ในวันต่อมาพร้อมพวกอีก 19 คน ออง ซานเกิดในครอบครัวชาตินิยมที่ต่อต้านอังกฤษ เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2458 ที่กรุงย่างกุ้ง (Rangkoon) ประเทศเมียนมาร์ ซึ่งถูกอังกฤษเข้ายึดครองเป็นอาณานิคมตั้งแต่ปี 2428 ออง ซานเข้าเรียนวิชาวรรณคดีอังกฤษ ประวัติศาสตร์ และการเมืองจากมหาวิทยาลัยย่างกุ้ง ระหว่างที่เรียนอยู่นั้นได้รับเลือกให้เป็นผู้นำขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมืองของนักศึกษา และเป็นบรรณาธิการหนังสือ Owei เขียนบทความวิพากษ์วิจารณ์การเมือง จนในที่สุดก็ถูกไล่ออกในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2479 หลังจากนั้นเขาก็เข้าร่วมกับกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองระดับชาติ ขับไล่จักรวรรดินิยมอังกฤษ และเรียกร้องเอกราชให้เมียนมาร์ โดยร่วมก่อตั้ง "พรรคคอมมิวนิสต์พม่า" (Communist Party of Burma : CPB) ในเดือนสิงหาคม 2482 พอเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นก็ได้ให้การสนับสนุนทั้งการเงินและอาวุธในการก่อตั้ง "กองกำลังปลดปล่อยพม่า" (Burmese Independence Army : BIA) ในปี 2484 เมื่อญี่ปุ่นสามารถยึดพม่าได้จากอังกฤษในวันที่ 1 สิงหาคม 2486 ก็ได้ประกาศให้พม่าเป็นเอกราช และแต่งตั้งนายพลออง ซานให้เป็นนายกรัฐมนตรี แต่เมื่อพบว่าเอกราชที่ญี่ปุ่นสัญญาไว้ไม่เป็นความจริง ในช่วงปลายสงครามโลก จึงได้กลับไปเข้าร่วมกับฝ่ายสัมพันธมิตรเพื่อขับไล่ญี่ปุ่นออกไปจากพม่าได้สำเร็จ ในวันที่ 27 มกราคม 2490 อองซานได้เซ็นต์สัญญากับ คลีเมนต์ แอตท์ลี (Clement Attlee) นายกรัฐมนตรของอังกฤษ โดยอังกฤษยินยอมจะมอบเอกราชให้พม่าภายใน 1 ปี จากนั้นวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2490 ออง ซานก็ลงนามใน "สนธิสัญญาปางโหลง" (Panglong Conference) กับหัวหน้าชนกลุ่มชาติต่าง ๆ ในลุ่มน้ำอิระวดี ในสนธิสัญญาระบุว่า เมื่อพม่าได้รับเอกราชครบ 10 ปี แต่ละชนชาติได้แก่ กะเหรี่ยง คะเรนณี มอญ ไทยใหญ่ และคะฉิ่น จะสถาปนาเอกราชของตนเอง สนธิสัญญาฉบับนี้ ทำให้นักการเมืองและทหารบางกลุ่มไม่พอใจ เนื่องจากทรัพยากรธรรมชาติจำนวนมากอยู่ในดินแดนของชนชาติอื่น ดังนั้นหากมีการแยกตัวเป็นอิสระแล้วพม่าจะมีปัญหาในการพัฒนาเศรษฐกิจ ในที่สุดกองกำลังลึกลับจึงบุกเข้าสังหารนายพลออง ซาน เสียชีวิตในวัยเพียง 32 ปี โดยที่ยังไม่ทันได้เห็นเอกราชของพม่า ซึ่งได้รับในวันที่ 4 มกราคม 2491 หลังจากนั้น อู นุ (U Nu) ได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีแทน และอ้างว่าสัญญาปางโหลงเป็นเพียงการทำสัญญาระห่วางชนกลุ่มน้อยกับนายอองซานเท่านั้น จึงฉีกสนธิสัญญาทิ้ง ก่อให้เกิดการเคลื่อนไหวของกองกำลังของชนชาติอิสระต่าง ๆ กลายเป็นสงครามกลางเมืองที่ยังคงร้อนระอุมาจนทุกวันนี้ ภายหลังจากออง ซานเสียชีวิต ลูกสาวคือ ออง ซาน ซูจี ก็ได้เดินตามรอยเท้าพ่อ ออกมาตั้ง พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (National League for Democracy : NLD) และเป็นผู้นำการเรียกร้องเสรีภาพและประชาธิปไตยด้วยสันติวิธี แต่ก็ถูกรัฐบาลเผด็จการทหารกักตัวไว้ตั้งแต่ปี 2532 จนถึงทุกวันนี้ โดยไม่สนใจเสียงเรียกร้องของนานาชาติให้คืนอิสรภาพแก่ออง ซาน ซู จี
?



? 19 กรกฎาคม พ.ศ.2504
? รัฐคูเวต (State of Kuwait) หรือ ประเทศคูเวต ได้รับเอกราชจากอังกฤษ คูเวตเป็นประเทศเล็ก ๆ ที่ปากอ่าวเปอร์เซีย ประวัติศาสตร์ของคูเวตเริ่มต้นในศตวรรษที่ 18 เมื่อชนเผ่าเร่ร่อนในแถบตะวันออกกลางเข้ามาตั้งรกรากอยู่ในบริเวณ ?อ่าวคูเวต? (Kuwait Bay) อัลซอบะห์ที่ 1 (Al-Sabah I) ได้รับการสถาปนาเป็นเจ้าผู้ปกครอง จากนั้นเจ้าผู้ปกครองแห่งราชวงศ์ อัลซอบะห์ (Al-Sabah) ก็ได้ปกครองสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน ช่วงศตวรรษที่ 19 เมื่อชาวเติร์กเริ่มมีอำนาจมากขึ้นในดินแดนคาบสมุทรอาระเบีย คูเวตจึงขอความช่วยเหลือจากอังกฤษในปี 2442 โดย เชค มูบารัค อัลซอบะห์ (Sheikh Mubarak Al Sabah) ได้ลงนามในข้อตกลงกับอังกฤษว่า ตนและผู้สืบทอดอำนาจจะไม่ยอมให้ดินแดนและต้อนรับผู้แทนของต่างประเทศใด ๆ โดยไม่ได้ความยินยอมจากอังกฤษเสียก่อน ส่วนอังกฤษก็ได้ตกลงที่จะให้เงินช่วยเหลือประจำปีแก่เชค มูราบัคและทายาท พร้อมกับให้ความคุ้มครอง และดูแลผลประโยชน์ด้านการค้าต่างประเทศให้กับคูเวต ในปี 2504 อังกฤษได้ถอนสิทธิสภาพนอกอาณาเขตออกไปจากคูเวต และรัฐบาลคูเวตได้เริ่มการใช้กฎหมายของตนเองซึ่งยกร่างโดยนักกฎหมายชาวอียิปต์ ก่อนจะได้รับอิสรภาพสมบูรณ์เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2504 ในช่วง สงครามอิรัก-อิหร่าน (Iraq-Iran War) ในปี 2531 คูเวตได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับอิรัก อีกสองปีต่อมาอิรักได้บุกยึดคูเวต โดยอ้างว่าคูเวตเป็นส่วนหนึ่งของอิรัก แต่จริง ๆ แล้วต้องการแหล่งน้ำมัน สหรัฐอเมริกาเข้ามาช่วยจนกลายเป็น สงครามอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf War) ในปี 2534 ปัจจุบันคูเวตปกครองด้วยระบอบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ เจ้าผู้ปกครององค์ปัจจุบันคือ เชค ซอบะห์ อัลอะห์มัด อัลจาบีร์ อัลซอบะห์ (His Highness Sheikh Sabah Al-Ahmad Al-Jaber Al-Sabah) องค์ที่ 15 แห่งราชวังอัลซอบะห์ แม้คูเวตจะเป็นประเทศเล็ก ๆ มีพื้นที่เพียง 17,818 ตารางกิโลเมตร แต่คูเวตเป็นประเทศร่ำรวยจากการส่งออกน้ำมันดิบ ( 2.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน) ก๊าซธรรมชาติ และอุตสาหกรรมปิโตรเลียม ประชากรมีรายได้ประชาชาติต่อหัว 29,880 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ปี 2548 ในขณะที่ประเทศไทย 91,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ) คูเวตแบ่งออกเป็น 6 เขตผู้ว่าราชการ (Muhafazah) เมืองหลวงคือคูเวตซิตี (Kuwait City) มีประชากรประมาณ 2.6 ล้านคน (ปี 2549) ประชากรร้อยละ 95 นับถือศาสนาอิสลาม ใช้ภาษาอาหรับเป็นภาษาราชการ แต่ก็ยังคงใช้ภาษาอังกฤษกันอย่างแพร่หลาย ใช้เงินสกุล ?คูเวตดีนาร์? (Kuwait Dinars : KWD) เริ่มเปิดความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทยเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2506





? 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2519
? เทือกเขาหิมาลัย บริเวณด้านทิศใต้ของ ยอดเขาเอเวอเรสต์ (Mount Everest) ในเขตประเทศเนปาลได้รับการประกาศให้เป็น "อุทยานแห่งชาติซาการ์มาธา" (Sagarmatha National Park) ซึ่งแปลว่า "มารดาแห่งจักรวาล" อีกสามปีต่อมา องค์การยูเนสโก (UNESCO) ก็ได้ประกาศให้อุทยานแห่งชาติแห่งนี้เป็น "พื้นที่มรดกโลก" (Natural World Heritage Site) อุทยานแห่งชาติซาการ์มาธามีพื้นที่ทั้งหมด 1,148 ตารางกิโลเมตร อยู่ในระดับความสูงตั้งแต่ 2,845 เมตรจนถึง 8,850 เมตร ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดในโลกหรือยอดเขาเอเวอเรสต์ พืชพรรณในเขตอุทยานฯ ประกอบด้วยไม้จำพวกสน เบิร์ช และกุหลาบพันปี สำรวจพบนกอย่างน้อย 118 ชนิด รวมไปถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและพืชเฉพาะถิ่นหายากอีกจำนวนมาก ตอนกลางวันอุณหภูมิต่ำกว่า 5 องศาเซลเซียส สำนักงานอุทยานฯ ตั้งอยู่ที่บนยอดเขา "นัมเช บาซาร์" (Namche Bazaar) ที่ความสูง 2,835 เมตร อัตราค่าธรรมเนียมเข้าชมสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติตกหัวละ 13 เหรียญสหรัฐฯ (อัตราในปี 2545)




? 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2528
? เขื่อน วัล ดี สตาวา (Val di Stava Dam) ที่เมืองเตร็นโต (Trento) ในประเทศอิตาลี พังทลาย ปล่อยน้ำกว่า 2 แสนลูกบาศก์เมตร ไหลพร้อมกับโคลนเลนลงสู่หมู่บ้านใต้เขื่อนด้วยความเร็วกว่า 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 268 ชีวิต ทำลายบ้านเรือนไป 53 หลัง โรงแรม 3 หลัง อาคารพาณิชย์อีก 6 หลังและสะพานอีก 8 แห่ง ยังไม่นับพื้นที่การเกษตรและปศุสัตว์อีกจำนวนมาก มีโคลนเลนถมสูงประมาณ 20-40 เซนติเมตรในพื้นที่กว่า 4.2 ตารางกิโลเมตร รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 155 ล้านยูโร นับเป็นมหันตภัยครั้งร้ายแรงที่สุดของอิตาลี ภายหลังได้มีการสอบสวนหาสาเหตุ พบว่า ระบบการทำงานต่าง ๆ ของเขื่อนไม่ได้รับการบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพที่ดีพอ มีเศษดินโคลนเข้าไปตกตะกอนอยู่ในท่อส่งน้ำจนน้ำระบายไม่ทัน ท่ออุดตัน ส่งผลให้เกิดแรงดันมหาศาลจนสันเขื่อนถล่มลงมาในที่สุด




?
 
07-20-2009, 07:03 AM   #21 (permalink)
ดูแลตรวจสอบเนื้อหา
วันนี้ในอดีต 19 กรกฎาคม

วันนี้ในอดีต /20 กรกฎาคม
เหตุการณ์ในประเทศไทย.






20 กรกฎาคม 2436
นายโอกุส ปาวี เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำไทย ได้รับคำสั่งจากรัฐบาลฝรั่งเศสให้ยื่นคำขาดต่อรัฐบาลไทย รวม 6 ข้อ ให้ไทยยกดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงและเกาะต่าง ๆ ที่อยู่ใต้แหลมสิงห์ไปถึงเกาะกูดแก่ฝรั่งเศส ให้ไทยลงโทษเจ้าหน้าที่ไทยผู้มีส่วนรับผิดชอบในการยิงเรือฝรั่งเศส ที่ปากน้ำ.



ออกุสต์ ปาวี มีชื่อเต็มว่า ช็อง มารี โอกุสต์ ปาวี (Jean Marie August Pavie) (31 พฤษภาคม ค.ศ. 1847 - 7 พฤษภาคม ค.ศ. 1925) นักสำรวจชาวฝรั่งเศส ผู้สำรวจดินแดนบริเวณฝั่งแม่น้ำโขง เคยเป็นกงสุลฝรั่งเศสประจำกรุงเทพมหานคร เมื่อ เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2435

นายปาวี เป็นผู้ยื่นคำขาดต่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในกรณีวิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 ให้ไทยยกดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขงที่กำลังมีเรื่องพิพาทให้แก่ฝรั่งเศสทั้งหมด แต่เมื่อไทยให้คำตอบไม่เป็นที่พอใจ นายปาวีจึงเดินทางออกจากประเทศไทยทันที ถือเป็นการตัดความสัมพันธ์ทางการทูต จากนั้นกองทัพเรือฝรั่งเศสได้ยกเรือรบ ประกอบด้วยเรือแองกงสตอง เรือโกแมต และเรือชองบาตีสต์เซ เข้ามาปิดอ่าวไทย ทำให้ไทยต้องยอมปฏิบัติตามข้อเรียกร้อง และสูญเสียดินแดนลาวทั้งหมดให้แก่ฝรั่งเศส เป็นพื้นที่ประมาณ 143,800 ตารางกิโลเมตร

จากผลงานในการยึดดินแดนมาจากไทย ได้ดำรงตำแหน่ง Commissioner-general ของดินแดนใหม่ ทางฝรั่งเศสได้สร้างอนุสาวรีย์ของนายปาวี กำลังได้รับการกราบไหว้จากชาย-หญิงลาว ตั้งอยู่ในกรุงเวียงจันทน์ ซึ่งหลังจากประเทศลาวได้รับเอกราช อนุสาวรีย์ของนายปาวี ได้ถูกแยกชิ้นส่วนนำไปทิ้งแม่น้ำโขง ต่อมาสถานทูตฝรั่งเศส ประจำกรุงเวียงจันทน์ได้กู้นำไปเก็บรักษาไว้ที่สถานทูต ส่วนรูปหล่อชาย-หญิงลาว นำไปเก็บรักษาที่สนามหน้าหอพระแก้ว กรุงเวียงจันทน์






พ.ศ. 2526
- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์
อนุสรณ์สถานแห่งชาติ


อนุสรณ์สถานแห่งชาติ เกิดขึ้นจากดำริของพลเอก สายหยุด เกิดผล อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด ว่าที่ผ่านมารัฐบาลได้จัดสร้างอนุสาวรีย์เพื่อบรรจุอัฐิ ของผู้เสียชีวิตในสงครามต่างๆ เช่น อนุสาวรีย์ทหารอาสา เป็นที่ระลึกสำหรับผู้เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 1, อนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ เหตุการณ์ปราบกบฏบวรเดช, อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กรณีพิพาทไทย-ฝรั่งเศส และสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ยังมีการสู้รบเกิดขึ้นอีกหลายครั้ง เช่น สงครามเกาหลี สงครามเวียดนาม การปราบปรามผู้ก่อการร้าย มีผู้เสียชีวิตทั้งทหาร ตำรวจ และพลเรือน ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานเพลิงศพเป็นประจำทุกปี อัฐิของผู้พลีชีพเพื่อชาติเหล่านี้ ยังคงเก็บรวบรวมไว้ และยังมิได้จัดสร้างถาวรวัตถุขึ้นเป็นอนุสรณ์อย่างสมเกียรติ


กระทรวงกลาโหมจึงได้จัดทำโครงการก่อสร้างอาคารอนุสรณ์วีรชนแห่งชาติ เป็นส่วนรวม โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2526 เวลา 16.30 น การก่อสร้างแล้วเสร็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนารถ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิด เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2537 ทรงพระราชทานนามสถานที่นี้ว่า "อนุสรณ์สถานแห่งชาติ"






20 กรกฎาคม พ.ศ. 2541
โสภณ สุภาพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัล แมกไซไซ (Ramon Magsaysay Award)


รางวัล แมกไซไซ (Ramon Magsaysay Award)สาขางานบริการสาธารณะประจำปี 2541 ซึ่งนับเป็นรางวัลประกาศเกียรติคุณของบุคคลหรือนิติบุคคลผู้สร้างสรรค์งานอันเป็นคุณประโยชน์แก่สังคมในทวีปเอเซีย ก่อนหน้านั้นในปี 2539 เขาได้รับพระราชทาน รางวัลบุคคลดีเด่นแห่งชาติ สาขาพัฒนาเศรษฐกิจ โสภณคือผู้ปลุกปั้นกิจการน้ำมันบางจาก จากที่เคยขาดทุนกว่า 4 พันลานบาท ภายในห้าปีเขาสามารถทำให้บางจากฟื้นตัวได้กำไรคืนมา 5-8 ร้อยล้านบาทต่อปี พร้อมกับการสร้างจุดยืนในด้านสิ่งแวดล้อม สนับสนุนวิถีผลิตแบบชุมชน เศรษฐกิจพอเพียง และเปิดโอกาสให้ชุมชนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของกิจการ ภายหลังโสภณพยายามต่อสู้เพื่อบางจากกลายเป็นบริษัทน้ำมันของคนไทยอย่างแท้จริง โดยพยายามผลักดันเสนอขายหุ้นบางจากให้กับประชาชนในสัดส่วน 32 % ปรากฏว่าได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก แต่บริษัทไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะผู้บริหารระดับสูงทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายข้าราชการประจำซึ่งมีอำนาจการตัดสินใจ โดยเฉพาะกระทรวงการคลังและสำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (สพช.) มีความเห็นหุ้นบางจากควรขายให้กับนักลงทุนต่างชาติ เพราะจะได้ประโยชน์เป็นเม็ดเงินจำนวนมากกว่าการขายให้กับคนไทย หลังจากผลักดันนโยบายนี้มาตลอดเวลาหนึ่งปีไม่สำเร็จ โสภณก็ตัดสินใจลาออกในวันที่ 14 มิถุนายน 2542



วันนี้ในอดีต /20 กรกฎาคม
เหตุการณ์ในต่างประเทศ




20 กรกฎาคม พ.ศ. 2512
ยานอวกาศ อพอลโล 11 (Apoll XI) ขององค์การนาซา (NAZA) สหรัฐอเมริกา เป็นยานอวกาศลำแรกที่ลงจอดบนผิวของดวงจันทร์สำเร็จ



อพอลโล 11 ถูกส่งขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศโดยจรวดแซทเทิร์น 5 (Saturn V) ที่ฐานยิงจรวจที่แหลมเคเนดี มลรัฐฟลอริดา เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมปีเดียวกัน อีกสี่วันต่อมาก็สามารถยลงจอดบริเวณ "ทะเลแห่งความเงียบสงบ? (Mare Tranquilitatis) ได้สำเร็จ ลูกเรือประกอบด้วย นีล อาร์มสตรอง (Neil Alden Armstrong) ผู้บังคับการ, เอดวิน อัลดริน (Adwin Aldrin) และ ไมเคิล คอลลินส์ (Michael Collins) อาร์มสตรองเป็นมนุษย์คนแรกที่ลงมาประทับรอยเท้าบนดวงจันทร์ ตามมาด้วยอัลดริน ทั้งสองได้ติดตั้งเครื่องวัดแผ่นดินไหว กระจกเลเซอร์เครื่องวัด "ลมสุริยะ" และเก็บตัวอย่างหิน-ดิน 20.8 กิโลกรัม นำกลับโลก รวมเวลาอยู่บนดวงจันทร์ 21 ชั่วโมง 36 นาที ใช้เวลานับตั้งแต่ออกเดินทางจนกลับถึงโลก 195 ชั่วโมง 18 นาที 35 วินาที กลับถึงโลกในวันที่ 24 กรกฎาคม 2512

ยานอวกาศอพลอลโล 11 เป็นส่วนหนึ่งของ "โครงการอพอลโล? (Apollo Project) ซึ่งเกิดจากความปรารถนาของประธานาธิบดี จอห์น เอฟ. เคเนดี (John F. Kenedy) ที่ต้องการจะส่งมนุษย์ไปยังดวงจันทร์ให้สำเร็จ และกลับมายังโลกอย่างปลอดภัย หลายปีหลังจากโครงการนี้จบลง ได้มีผู้คนออกมาโต้แย้งว่า การเหยียบดวงจันทร์ครั้งนี้ของอาร์มสตรองเป็นเรื่องโกหก ภาพที่เห็นนั้นถ่ายทำขึ้นในสตูดิโอ โดยให้เหตุผลว่า ภาพที่ได้คมชัดมีคุณภาพดีเกินกว่าจะถ่ายในบรรยากาศขอดวงจันทร์ ธงชาติสหรัฐฯ โบกสะบัดทั้ง ๆ ที่บนดวงจันทร์ไม่มีลม และรอยเท้าของมนุษย์ในอวกาศไม่น่าจะเด่นชัดขนาดนั้น ฯลฯ แต่นาซาและนักวิทยาศาสตร์ต่างออกมายืนยันอีกครั้งและอธิบายว่าเป็นเพราะ บนดวงจันทร์ไม่มีบรรยากาศคอยกรองแสง แดดจึงจ้ากว่าทุกแห่งในโลก บังคับให้ต้องใช้รูรับแสงเล็กมาก และความเร็วชัตเตอร์สูงมาก เราจึงเห็นฟ้ามืดในภาพจากดวงจันทร์ทุกภาพ ส่วนเสาธงที่ปักอยู่บนดวงจันทร์มีราวสำหรับแขวนธงเพื่อไม่ให้ธงห้อยแฟบติดเสา แต่ทำราวแขวนให้สั้นกว่าผืนธงเล็กน้อย ธงจะได้ย่นนิดหน่อย ดูเหมือนกำลังโบกสะบัด และประเด็นเรื่องรอยเท้า แม้บรรยากาศบนดวงจันทร์จะแห้งสนิท แต่ฝุ่นบนดวงจันทร์ต่างจากฝุ่นบนโลก คือเป็นเม็ดฝุ่นละเอียดยิบที่ผิวหยาบและรูปทรงไม่สม่ำเสมอ เพราะผิวดวงจันทร์ถูกอุกกาบาตพุ่งชนนับครั้งไม่ถ้วน เมื่อเม็ดฝุ่นถูกเหยียบ ผิวหน้าของมันจะสานเกี่ยวติดกันทั้งแห้ง ๆ อย่างนั้น จึงคงรูปอยู่ได้ ฯลฯ





20 กรกฎาคม พ.ศ. 2516
บรูซ ลี (Bruce Lee) ไอ้หนุ่มซินตึ๊งแห่งแดนมังกร ปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้แห่งโลกเซลลูลอยด์ เสียชีวิตในวัยเพียง 32 ปี


ลีเกิดเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2483 ที่โรงพยาบาลในย่านไชนาทาวน์ ที่มลรัฐซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา ในระหว่างที่พ่อของเขาพร้อมกับคณะงิ้วกวางตุ้งไปตระเวนแสดงในอเมริกา เขาจึงได้รับสัญญาติอเมริกัน นางพยาบาลจึงตั้งชื่อให้ว่า ?บรูซ ลี? เพราะเรียกง่ายและฟังดูเป็นฝรั่ง จากนั้นพ่อของเขาก็พากลับฮ่องกง

ลีเริ่มเข้าสู่โลกเซลลูลอยด์ตั้งแต่ 6 ขวบ ในภาพยนตร์เรื่อง "The Beginning of the Boy" จากนั้นก็ได้เล่นหนังมาเรื่อย ๆ พอเริ่มเป็นวัยรุ่นก็เริ่มเกเร ยกพวกตีกับชาวบ้านเขาไปทั่ว เมื่อวันหนึ่งถูกรุมอัดจนเละ เขาจึงเข้าไปฝากตัวเป็นศิษย์ของสำนักมวยวิงชุน (หย่งชุน) เขาละทิ้งโรงเรียนและหันมาเอาจริงเอาจังทางกังฟู เรียนอยู่สี่ปี ฝีมือของเขาก็เริ่มแก่กล้า จนไปมีเรื่องกับแก๊งนักเลงใหญ่แห่งฮ่องกง ลีในวัย 19 ปีจึงถูกพ่อแม่ส่งตัวขึ้นเรือไปอเมริกา

เขามาทำงานที่ร้านอาหารของญาติในซานฟรานซิสโกอยู่พักหนึ่ง แล้วย้ายไปซีแอตเทิล เป็นครูสอนเต้นรำชาชาชา ซึ่งเขาเคยเป็นแชมป์ที่ฮ่องกงมาก่อน จากนั้นก็เริ่มเปิดสอนศิลปะป้องกันตัว จากนั้นเขาเข้าเรียนปรัชญาที่มหาวิทยาลัยวอชิงตัน เรียนจบแล้วย้ายไปแคลิฟอร์เนีย ตั้งสถาบันสอนศิลปะป้องกันตัว สอนมวยจีนให้กับคนทุกชาติ


วันหนึ่งก็มีผู้กำกับหนังมาเห็นฝีมือของเขาจึงชวนไปเล่นหนังทีวีชุด "The Green Hornet" หนังชุดนี้มี 30 ตอน แม้จะไม่ดังมาก แต่ก็ทำให้ลีเริ่มมีชื่อเสียงโดดเด่นยิ่งกว่าดารานำเสียอีก จากนั้นก็ได้เล่นหนังต่อมาอีกหลายเรื่อง ก่อนจะกลับไปสอนกังฟูต่อ หลังจากผิดหวังในฮอลลีวูด

เขากลับฮ่องกงในปี 2514 พบกับ เรย์มอนด์ เชา (Raymond Chow) ผู้ผลิตหนังในฮ่องกง เปิดฉากด้วย "ไอ้หนุ่มซินตึ๊ง" (The Big Boss) จากนั้นก็ต่อด้วย "ไอ้หนุ่มซินตึ๊งล้างแค้น" (Fist of Fury) วาดลวดลายพายุหมัดและเท้าแบบที่ผู้ชมไม่เคยเห็นมาก่อน เขาได้ประกาศศักดาของคนเอเชีย เตะฝรั่งตัวมหึมาคว่ำคาเท้า ส่งผลให้ลีกลายเป็นฮีโร่ของคนทั่วฮ่องกงและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หนังของเขาทำรายได้มหาศาล และเป็นการเปิดศักราชใหม่ของหนังกังฟู จากนั้นเขาตั้งบริษัทหนังของตัวเอง ลงทุนไปถ่ายทำที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี คือเรื่อง "ไอ้หนุ่มซินตึ๊ง บุกกรุงโรม" (The Way of the Dragon) กลายเป็นหนังที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของเขา ชื่อเสียงของเขาโด่งดังไปถึงฮอลลีวูด เรื่องต่อมาจึงได้ทุนจากอเมริกาคือ "ไอ้หนุ่มซินตึ๊ง มังกรประจัญบาน" (Enter the Dragon) หนังทำรายได้ถล่มทลายกว่าสองร้อยล้านเหรียญ กลายเป็นหนังกังฟูฮ่องกงเรื่องแรกที่สร้างปรากฏการณ์ใหญ่ให้แก่วงการภาพยนตร์เอเชีย อีกทั้งยังก่อให้เกิดกระแสคลั่งไคล้ไอ้หนุ่มซินตึ๊งไปทั่วโลก นอกจากนี้เขายังใส่ปรัชญาเข้าไปในศิลปะการต่อสู้ถึง 26 ชนิดและตั้งชื่อว่า "จิตคุนโด" (Jeet Kune Do)

แต่ด้วยความที่เป็นคนตรง เชื่อมันในตัวเอง และมุ่งมั่นทำงานอย่างหนัก โดยไม่ยอมพักผ่อนและดูแลร่างกายที่ถูกใช้งานอย่างหนัก บ่อยครั้งเขาถึงกับไม่กินข้าว ในที่สุดเขาก็มีคนพบร่างไร้สติของไอ้หนุ่มซินตึ๊งที่บ้านพักของดาราสาว เบ็ตตี ติงเพ่ย (Betty Ting Pei) ในฮ่องกง เขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลและเสียชีวิต ช่วงแรกการเสียชีวิตเขายังเป็นปริศนา นักข่าวจึงใส่ไข่ไปต่าง ๆ นานา ว่าเขากินยาชูกำลังและเสียชีวิตขณะทำรักกับดาราสาว หรือถูกวางแผนฆาตรกรรม ต่อมาศาลและแพทย์ได้ออกแถลงอย่างเป็นทางการว่า ลีเสียชีวิตเพราะสมองบวมเนื่องจากแพ้ยาแก้ปวดที่ติงเพ่ยให้กินก่อนเขาจะหลับไป เป็นการตายโดยอุบัติเหตุไม่ใช่ฆาตกรรม แม้มังกรหนุ่มจะเสียชีวิตไปแล้วกว่าสี่สิบปี ลีลากังฟูของเขาก็ยังคงตราตรึงอยู่ในใจผู้ชมมาจนทุกวันนี้







? พ.ศ. 2519 (ค.ศ. 1976) - ยานไวกิง 1 เป็นยานอวกาศลำแรกที่ประสบความสำเร็จ ในการลงจอดบนพื้นผิวดาวอังคาร


ปีค.ศ.1976 : ยานไวกิง 1 และยานไวกิง 2 ลงสู่พื้นผิวดาวอังคาร
ความใฝ่ฝันของมนุษย์ ที่จะได้ยืนอยู่บนดาวอังคาร มองเห็นสภาพที่แท้จริง ของดาวอังคาร มองเห็นท้องฟ้าจากดาวอังคาร เป็นความจริงขึ้นมาในปี ค.ศ.1976 ถึงแม้จะไม่ใช่ด้วยตัว และตาของมนุษย์เอง

ยานไวกิง 1 และ ไวกิง 2 เป็นยานสำรวจดาวอังคารคู่แฝด แต่ละลำหนัก 2,325 กิโลกรัม ประกอบด้วยสองส่วน คือ ส่วนเรียก Orbiter ที่จะไปโคจรอยู่ในอวกาศรอบดาวอังคาร และส่วนเรียก Lander ที่จะไปลงสู่พื้นผิวดาวอังคาร ยานไวกิงทั้งสองมีกล้องโทรทรรศน์ที่จะส่งภาพกลับมายังโลก อยู่ใน Orbiter และ Lander มีอุปกรณ์เครื่องมือสำรวจและศึกษาสภาพทางกายภาพของดาวอังคาร คือสภาพและส่วนประกอบของพื้นผิวดาวอังคาร คุณสมบัติทางเคมี ฟิสิกส์และแม่เหล็ก การสั่นสะเทือนของพื้นผิวดาวอังคารหรือแผ่นดินไหวและสภาพภูมิอากาศของดาวอังคาร มีอุปกรณ์ทำการทดลองค้นหาร่องรอยหลักฐานของสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญที่เป็นข่าวดังของยานไวกิง 1 และ ไวกิง 2


ยานไวกิง 1 เดินทางออกจากโลกวันที่ 20 เดือนสิงหาคม ค.ศ.1975 ยานไวกิง 2 เดินทางออกจากโลกวันที่ 9 เดือนกันยายน ค.ศ.1975 เมื่อยานไวกิงทั้งสองลำเดินทางถึงดาวอังคาร จะปล่อยยาน Lander ลงสู่พื้นผิวดาวอังคาร


ยาน Lander ของไวกิง 1 ลงสู่พื้นผิวดาวอังคารวันที่ 20 เดือนกรกฎาคม ค.ศ.1976 ส่วนของไวกิง 2 ลงสู่พื้นผิวดาวอังคารวันที่ 3 กันยายน ค.ศ.1976 ความสำเร็จของยานไวกิง 1 และ ไวกิง 2 ที่เดินทางไปถึงดาวอังคารและลงสู่พื้นผิวดาวอังคาร เป็นเหตุการณ์สำคัญของประวัติศาสตร์การบุกเบิกอวกาศที่เป็นข่าวใหญ่ ได้รับความสนใจจากมนุษย์ทั่วโลก ถัดจากความสำเร็จของมนุษย์ที่เดินทางไปลงสำรวจดวงจันทร์ได้ครั้งแรก เมื่อปี ค.ศ.1969 กับยานอพอลโล 11


ยานไวกิง 1 และยานไวกิง 2 สำรวจดาวอังคารและดวงจันทร์สองดวงของดาวอังคาร ชื่อ โฟบอส (Phobos) กับ ไดมอส (Deimos) ส่งภาพถ่ายกลับคืนมายังโลกเป็นจำนวนประมาณ 52,000 ภาพ สภาพของพื้นผิวดาวอังคารที่มนุษย์ได้เห็นอย่างใกล้ชิดเสมือนหนึ่งกำลังยืนอยู่บนพื้นผิวดาวอังคารเสียเอง เป็นสภาพที่แห้งแล้งเต็มไปด้วยดินและทรายและก้อนหินมากมาย ทั้งเล็กและใหญ่ ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆ ทั้งพืชและสัตว์ปรากฏให้เห็น
ภาพถ่ายจากยานส่วนลงสู่พื้นผิวดาวอังคาร คือ Lander ทำให้เห็นสภาพพื้นผิวดาวอังคารโดยทั่วไปออกสีแดงๆ ของเหล็กออกไซด์ และท้องฟ้าที่ปรากฏเป็นสีออกทางสีแดงหรือสีชมพู ซึ่งเป็นเพราะฝุ่นผงจำพวกเหล็กออกไซด์ของดาวอังคารเอง และที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุด คือภาพท้องฟ้าสีชมพูเข้ม ในยามที่ดวงอาทิตย์กำลังจะตกจากท้องฟ้าดาวอังคารและในยามที่ดวงอาทิตย์เพิ่งจะโผล่ขึ้นมาจากขอบฟ้าดาวอังคารเวลาเช้าตรู่


ภาพถ่ายจากยานส่วนโคจรอยู่ในอวกาศรอบดาวอังคาร ทำให้มนุษย์ได้เก็บสภาพพื้นผิวดาวอังคารอย่างใกล้ชิดและครอบคลุมพื้นผิวดาวอังคารมากที่สุดอย่างไม่เคยเห็นมาก่อน และก็ปรากฏแน่ชัดว่า บนพื้นผิวดาวอังคารไม่มีน้ำในสภาพของเหลวอยู่เลย
จากภาพถ่ายพื้นผิวดาวอังคารโดยยานส่วนโคจรอยู่ในอวกาศ มีภาพถ่ายคล้ายใบหน้าของมนุษย์ขนาดใหญ่บนพื้นผิวดาวอังคาร ซึ่งทำให้เกิดการตีความเป็นหลักฐานว่ามีมนุษย์ดาวอังคารอยู่บนดาวอังคาร ซึ่งอาจเป็นมนุษย์บนดาวอังคารในอดีต แต่องค์การนาซาก็ชี้แจงว่า ภาพที่เห็นเป็นภาพเงาของก้อนหินและเนินเขาเตี้ยๆ บนดาวอังคารที่บังเอิญเกิดเป็นภาพคล้ายหน้าคน


การสำรวจดาวอังคารโดยยานไวกิง 1 และยานไวกิง 2 ทำให้มนุษย์ได้ข้อมูล ได้ความรู้เกี่ยวกับดาวอังคารอย่างที่ไม่เคยได้มาก่อน ข้อมูลจากยานไวกิงทั้งสองลำมีมากมายจนกระทั่งนักวิทยาศาสตร์ของนาซา ใช้เวลายาวนานนับเป็นสิบปี ก็ยังวิเคราะห์ข้อมูลไม่หมด
สำหรับผลการสำรวจและทดลองหาหลักฐานของสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร สรุปโดยองค์การนาซาว่า ไม่พบหลักฐานสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร แต่ก็มีผู้คนเป็นจำนวนมาก ที่ยังโต้แย้งผลการทดลองหาร่องรอยสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคารของนาซา





? พ.ศ. 2532 (ค.ศ. 1989) - รัฐบาลทหารพม่าเริ่มต้นการกักขังนางออง ซาน ซูจีให้อยู่ในบ้านพักจนถึงปัจจุบัน
?
? พ.ศ.2534 นางออง ซาน ซู จี ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ในฐานะที่เธอต่อสู้และเรียกร้องประชาธิปไตยในพม่าด้วยวิธีการสันติวิถี ปราศจากความรุนแรง
?
? ออง ซาน ซู จี ถูกกักในบริเวณบ้านของเธอจนถึง พ.ศ.2539 ระหว่างที่เธอถูกกักตัวในบริเวณบ้านพักนั้น เธอไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปไหนเลย แต่ทุกๆวันอาทิตย์จะมีกลุ่มประชาชนที่มารอพบเธอข้างๆกำแพงบ้าน และออง ซาน ซู จีจะออกมาพูดกับประชาชนจากหลังกำแพงในบ้านเธอ

? ใน พ.ศ.2539 ออง ซาน ซู จีได้รับการปล่อยตัว เธอพยายามที่จะออกเดินทางไปปราศรัยกับประชาชนที่ให้การสนับสนุนเธอ แต่ละครั้งที่ออง ซาน ซู จี เดินทางออกจากเมืองหลวงคือเมืองย่างกุ้ง ทหารจะหยุดรถของเธอและไม่อนุญาตให้เธอไปถึงจุดหมายได้
?
? พ.ศ. 2543 ออง ซาน ซู จี ถูกกักบริเวณภายในบ้านของเธออีกครั้งเป็นเวลา 19 เดือน
?
? ในเดือนตุลาคม พ.ศ.2544 การเจาจรลับระหว่างออง ซาน ซู จี กับผู้นำเผด็จการทหารพม่าเริ่มขึ้น ก่อให้เกิดความหวังว่าการเจรจาพูดคุยในครั้งนี้ว่า จะเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการปรองดองแห่งชาติ ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างการสนทนาระหว่างรัฐบาลเผด็จการ พรรคสันนิบาตแห่งชาติและชนกลุ่มน้อยต่างๆ
?
? อิสรภาพระยะสั้น ?

เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2545 ออง ซาน ซู จีได้รับการปล่อยจากการกักบริเวณในบ้านพัก และประกาศว่าช่วงเวลาแห่งการสร้างความไว้ใจได้หมดลงแล้ว ขั้นตอนต่อไปหลังจากนี้คือ การก้าวไปข้างหน้าเพื่อเปิดการเจรจา แต่หลังจากที่เธอได้รับการปล่อยตัว รัฐบาลพม่าไม่ได้เชิญเธอกลับไปทำการเจรจา อย่างไรก็ตามเธอมีอิสรภาพมากขึ้นในการเคลื่อนไหว ออง ซาน ซู จีเริ่มที่จะเดินทางไปทั่วประเทศพม่าทันที เพื่อเยี่ยมเยือนพบปะประชาชนและเปิดที่ทำการสาขาพรรคสันนิบาตชาติของเธอ
?
? ในทุกที่ที่เธอเดินทางไปประชาชนจำนวนมากจะเฝ้ารอ ระหว่างทางที่เธอเดินทางไปมากครั้งขึ้นเรื่อยๆ เพื่อฟังคำปราศรัยและให้การสนับสนุน ออง ซาน ซู จีและพรรคของเธอ
?
? ช่วงเวลาหนึ่ง เธอ ได้รับอนุญาตให้เดินทางและปราศรัยโดยอิสระ แต่แรงสนับสนุนออง ซาน ซู จีที่มากขึ้นนั้น ทำให้รัฐบาลเผด็จการทหารพม่ากลัวว่าจะมีประชาชนจำนวนมากขึ้นที่สนับสนุนเธอ และจะลุกขึ้นมาต่อต้านระะบอบการปกครองแบบเผด็จการที่เป็นอยู่ หกเดือนต่อมา รัฐบาลพม่าเริ่มที่จะทำให้การเดินทางเธอลำบากขึ้น ในเดือนธันวาคม พนักงานดับเพลิงของรัฐใช้รถดับเพลิงในการสลายฝูงชนจำวนมากที่มารอและให้การต้อนรับออง ซาน ซู จี แต่นางออง ซาน ซู จีได้ปีนขึ้นไปบนรถดับเพลิงนั้น และปราศัยต่อกับประชาชนที่ให้การสนับสนุนเธอ อย่างไรก็ตาม การคุกคามจากฝ่ายรัฐบาลยังคงดำเนินต่อไป และส่อเค้าว่าจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ มันเป็นการกลับมาของการใช้ความรุนแรงของรัฐบาลเผด็จการทหารพม่า
?
? เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 30 พฤษภาคม 2546 ที่ผ่านมาไม่ได้เป็นเหตุการณ์การใช้ความรุนแรงเพื่อตอบโต้ ออง ซาน ซู จีที่พึ่งเกิดขึ้น ก่อนหน้านั้นรัฐบาลพม่าได้จัดส่งให้เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลและปล่อยนักโทษคดีอุกฉกรรจ์จากคุก เพื่อให้ออกไปทำร้ายและฆ่าผู้สนับสนุนพรรคสันนิบาตชาติของ ออง ซาน ซู จี
?
? แผนการการปราบปรามอย่างรุนแรงและการวางแผนฆ่านักกิจกรรมเพื่อประชาธิปไตยที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมนี้ ในพื้นที่ทางตอนเหนือของพม่าที่ผ่านมา ส่งผลให้ประเทศพม่าเข้าสู่สถานการณ์วิกฤตมากขึ้น ความหวังในกระบวนการสันติภาพเพื่อการเปลี่ยนแปลงและกระบวนการในการสร้างการเจรจาได้ถูกทำให้พังทลายไป ด้วยการกระทำที่ผิดกฎหมายและไร้ซึ่งความรับผิดชอบของรัฐบาลเผด็จการทหารพม่า
?




 
07-21-2009, 05:54 AM   #22 (permalink)
ดูแลตรวจสอบเนื้อหา
วันนี้ในอดีต 21 กรกฎาคม

วันนี้ในอดีต / 21 กรกฎาคม
เหตุการณ์ในประเทศไทย.





21 กรกฎาคม 2367
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เสด็จสวรรคต พระชนมายุ 58 พรรษา
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงมีพระนามเดิมว่า ฉิม (สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร) พระราชสมภพเมื่อ วันพุธ ขึ้น ๗ ค่ำ เดือน ๔ ปีกุน เวลาเช้า ๕ ยาม ซึ่งตรงกับวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๓๑๐ เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ ๔ ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เสวยราชสมบัติ เมื่อปีมะเส็ง ปีพ.ศ. ๒๓๕๒ - ๒๓๖๗ ขณะมีพระชนมายุได้ ๔๒ พรรษา รวมสิริดำรงราชสมบัติ ๑๖ ปี พระราชโอรส-ราชธิดา รวมทั้งสิ้น ๗๓ พระองค์

ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ ผู้ทรงทำประโยชน์ให้บ้านเมืองไทยมากมาย พระองค์หนึ่ง เช่นเดียวกับพระมหากษัตริย์ไทยในประวัติศาตร์ของชาติไทย ทรงทำนุบำรุงบ้านเมือง พระศาสนา เปิดการค้าขายระหว่างประเทศไทยกับนานาประเทศ ทรงมีประปรีชาสามารถ ในด้านศิลปกรรม ด้านประฏิมากรรม ด้านดนตรี ด้านกวีนิพนธ์ ด้านการปกครอง ด้านเศรษฐกิจ และทรงวางรากฐานบ้านเมือง ทำให้บ้านเมืองไทยเจริญ ก้าวหน้ามาได้จนถึงปัจจุบัน
พระนามเต็ม สมเด็จพระบรมราชาธิราชรามาธิบดี ศรีสินทรบรมมหาจักรพรรดิราชาธิบดินทร์ธรณินทราธิราช รัตนากาศภาศกรวงศ์ องค์ปรมาธิเบศร์ ตรีภูวเนตรวรนายก ดิลกรัตนราชชาติอาชาวศรัย สมุทัยคโรมนต์ สกลจักรวาลาธิเมนทรต์ สุริเยนทราธิบดินทร์ หริหรินทราธาดาธิบดี ศรีสุวิบูลย์ คุณอกณิฐ ฤทธิราเมศวรมหันต์ บรมธรรมิกราชาธิเบศร์ โลกเชฐวิสุทธิ์ รัตนมงกุฏประเทศคตา มหาพุทธางกูร บรมบพิตร พระพุทธเจ้าอยู่หัว

พระนามเดิม ฉิม (สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร)

ระยะเวลาในรัชกาล ปีพ.ศ. ๒๓๑๐ ? พ.ศ. ๒๓๖๗
พระราชสมภพ วันพุธ ขึ้น ๗ ค่ำ เดือน ๔ ปีกุน เวลาเช้า ๕ ยาม ตรงกับวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๓๑๐ เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ ๔ ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกและสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี

เสวยราชสมบัติ เมื่อปีมะเส็ง พุทธศักราช ๒๓๕๒ - ๒๓๖๗ ขณะมีพระชนมายุได้ ๔๒ พรรษา รวมสิริดำรงราชสมบัติ ๑๖ ปี

พระราชลัญจกร เป็นรูปครุฑหยุดนาค เป็นพระราชสัญลักษณ์ ของพระบรมนามาภิไธยว่า "ฉิม" อันหมายถึงพญาครุฑ ในวรรณคดีไทย ซึ่งอยู่ที่วิมานชื่อ "ฉิมพลี"

พระภรรยาในรัชกาลที่ ๒ สมเด็จพระราชชายานารี เจ้าฟ้ากุณฑลทิพยวดี สมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี สมเด็จพระศรีสุลาไลย
พระโอรสธิดา รวมทั้งสิ้น ๗๓ พระองค์
วัดประจำรัชกาล วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร (วัดแจ้ง)
เสด็จสวรรคต วันพุธ เดือน 8 แรม 11 ค่ำ พ.ศ.๒๓๖๗ รวมพระชนมายุได้ ๕๘ พรรษา

พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงพระปรีชาสามารถในศิลปกรรม และด้านต่างๆ หลายสาขา ดังจะขอยกตัวอย่างต่อไปนี้

ด้านเศรษฐกิจ

ในสมัย รัชกาลที่ ๒ บ้านเมืองสงบสุข การศึกสงครามมีน้อยกว่าในรัชกาลก่อนมาก การค้าขายจึงเจริญรุ่งเรืองกว่าแต่ก่อน กล่าวคือ ได้มีการติดต่อค้าขายกับประเทศเพื่อนบ้านมากมาย เช่น จีน อินเดีย มะละกา สิงคโปร์ ญวน และเขมร เป็นต้น สำหรับประเทศทางตะวันตก ได้แก่ โปรตุเกส อังกฤษ อเมริกาโดยวิธีดำเนินการค้าขาย ของหลวงยังคงให้พระคลังสินค้าจัดการ ตามที่เคย ปฎิบัติมา มี เจ้าลูกยาเธอกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ เป็นหัวแรง ในการแต่งสำเภาหลวงติดต่อค้าขายกับจีนและประเทศอื่น ๆ จนได้รับพระราชทานสมญาว่า ? เจ้าสัว ? ในรัชการนี้มีเรือกำปันหลวงที่ใช้ในการค้าขายที่สำคัญ ๒ ลำ คือ เรือมาลาพระนครและเรือเหราข้ามสมุทร สินค้าที่ผูกขาย ในสมัยนี้ ที่เป็นสินค้าขาออกมี ๑๐ ชนิด คือ รังนก ฝาง ดีบุก พริกไทย เนื้อไม้ ผลเร่ว ตะกั่ว งาช้าง รงและช้าง สินค้า ที่ห้ามส่งออกโดยเด็ดขาด คือ ข้าวเปลือกและข้าวสาร ส่วนสินค้าขาเข้าก็มี ปืนและดินปืน



ด้านภาษีอากร

การปรับปรุงภาษีอากร ลักษณะการเก็บภาษีอากรยังคงเหมือนสมัยรัชกาลที่๑ มีการปรับปรุงเพิ่มเติมดังนี้

๑. การเดินสวน คือการแต่งเจ้าพนักงานออกไปสำรวจสวนของราษฎร ์ในการเก็บอากรสวนตามชนิดของ ผลไม้ ดังนี้

๑.๑ อากรสวนใหญ่ เป็นการเก็บภาษีจากผลไม้ยืนต้นชั้นดี มี ๗ ชนิด ได้แก่ ทุเรียน มังคุด มะม่วง มะปราง ลางสาด หมากและพลูค้างทองหลาง
๑.๒ พลากร เป็นภาษีที่เก็บจากผลไม้ชั้นรอง มี 8 ชนิด ได้แก่
ขนุน สะท้อน เงาะ ส้ม มะไฟ ฝรั่ง สับปะรดและสาเก
๑.๓ อากรสมพัตสร เป็นภาษีที่เก็บจากผลไม้ล้มลุก เช่น กล้วย อ้อย เป็นต้น
๒. การเดินนา คล้ายกับการเดินสวน การเก็บอากรค่านา เรียกว่า ? หางข้าว ? โดยแบ่งนาออกเป็น ๒ ประเภท คือ นาน้ำท่า และนาฟางลอย

๒.๑ นาน้ำท่า หรือ นาคู่โค หมายถึงนาที่สามารถปลูกข้าวได้หลายครั้งในหนึ่งปีโดยอาศัยน้ำฝนหรือน้ำท่า วิธีการเก็บภาษี หรือหางข้าว*ของนาประเภทนี้ เก็บด้วยวิธีดูคู่โคคือการนับโคหรือกระบือที่ใช้ไถนาโดยการคำนวณว่าโคหนึ่ง คู่จะสามารถใช้ทำนาในผืนดินที่นานั้น ๆ ได้ปีละเท่าใดแล้วเอาเกณฑ์จำนวนโคขึ้นตั้งเป็นอัตราหางข้าวที่จะต้องเสีย ภาษี นาประเภทนี้จึงเรียกอีกนัยหนึ่งว่า "นาคู่โค" ฉะนั้นนาคู่โคนี้ราษฎรจะทำนาหรือไม่ก็ตามก็จะต้องเสียภาษี(หางข้าว)ตลอดไป เมื่อทางราชการ จัดพนักงานหรือข้าหลวงเดินนามาสำรวจแล้วรัฐบาลจะออกหนังสือให้เจ้าของที่นา ถือไว้เป็นหลักฐานในการเรียกเก็บหางข้าวหรืออากร ค่านาต่อไป หนังสือสัญญานี้เรียกว่า " ตราแดง "

๒.๒ นาฟางลอย หรือ นาดอน หมายถึงนาที่สามารถปลูกข้าวโดยอาศัยน้ำฝนเพียงอย่างเดียว เป็นนาในที่ดอนน้ำท่าขึ้นไม่ถึง วิธีเก็บภาษีหางข้าวสำหรับนาประเภทนี้เก็บจากนาที่สามารถปลูกข้าวได้จริง ถ้าปีใดไม่ได้ทำหรือทำไม่ได้ ก็ไม่ต้องเสียอากรค่านาและถือเอาตอฟางที่เก็บเกี่ยวแล้ว เป็นเกณฑ์ในการเก็บค่านา เมื่อทางราชการ จัดพนักงานหรือข้าหลวงเดินนา มาสำรวจแล้ว รัฐบาลจะออกหนังสือให้เจ้าของที่นาถือไว้เป็นหลักฐานในการเรียกเก็บหางข้าว หรืออากรค่านาต่อไป หนังสือสัญญานี้ เรียกว่า "ใบจอง"

*หางข้าว หมายถึงภาษีหรืออากรค่านา ที่รัฐบาลเก็บเป็นข้าวเปลือกในสมัยรัชกาลที่ ๒ คิดอากรค่านาในอัตราไร่ละ สองสัดครึ่ง

การใช้ธงช้าง เป็นธงชาติ ในสมัยนี้สืบเนื่องมาจาก รัชกาลที่ ๒ ได้โปรดให้สร้างสำเภาหลวงขึ้นเพื่อทำการค้ากับต่างประเทศ ขณะนั้นชาวอังกฤษได้ตั้งสถานีการขึ้นที่สิงคโปร์ ได้แจ้งว่าเรือสินค้าที่เข้ามาค้าขายต่างก็ชักธงแดงทั้งหมดยากแก่การต้อนรับ ขอให้ทางไทยเปลี่ยนการใช้ธงเสีย จะได้จักการับรองเรือหลวงของไทยให้สมพระเกียรติ ขณะนั้นพระองค์ได้ช้างเผือกเข้ามาสู่พระบารมีถึง ๓ ช้าง (ช้างเผือก ๓ เชือกได้แก่ พระยาเศวตกุญชร พระยาเศวตไอยรา และพระยาเศวต -คชลักษณ์ ) ตามโบราณราชประเพณีว่า การมีช้างเผือกมาสู่พระบารมีนั้น เป็นการเพิ่มพูนพระ เกียรติยศ เป็นบารมีอันสูงสุด พระบาทสมเด็จพุทธเลิศหล้านภาลัยจึงทรงได้รับการถวายพระนามว่า ? พระเจ้าช้างเผือก ?) จึงโปรดให้ใช้ธงที่มีรูปช้างสีขาวอยู่ในวงจักรสีขาวไว้ตรงกลางผืนธงสีแดง เป็นธงประจำเรือในการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศ ซึ่งหมายความว่าเป็นเรือของ พระเจ้าช้างเผือก ส่วนเรือของราษฎรยังคงใช้พื้นธงสีแดง

ด้านกวีนิพนธ์

ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้รับการยกย่องว่า เป็นยุคทองของวรรณคดีสมัยหนึ่งเลยทีเดียว ด้านกาพย์กลอนเจริญสูงสุด จนมีคำกล่าวว่า "ในรัชกาลที่ ๒ นั้น ใครเป็นกวีก็เป็นคนโปรด"
.
กวีที่มีชื่อเสียงนอกจากพระองค์เองแล้ว ยังมีกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ( รัชกาลที่ ๓ ) สมเด็จกรมพระปรมานุชิตชิโนรส สุนทรภู่ พระยาตรัง และ นายนรินทรธิเบศร์ (อิน) เป็นต้น

พระองค์มีพระราชนิพนธ์ที่เป็น บทกลอน มากมาย ทรงเป็นยอดกวีด้านการแต่ง บทละครทั้งละครในและละครนอก มีหลายเรื่องที่มีอยู่เดิมและทรงนำมาแต่งใหม่เพื่อให้ใช้ในการแสดงได้ เช่น รามเกียรติ์ ตอนนางลอย ตอนศึกอินทรชิต หักคอช้างเอราวัณ
อุณรุท และ อิเหนา (ได้รับยกย่องเป็นบทละครที่ไพเราะที่สุด)โดยเรื่องอิเหนานี้ เรื่องเดิมมีความยาวมาก ได้ทรงพระราชนิพนธ์ใหม่ตั้งแต่ต้นจนจบ เป็นเรื่องยาวที่สุดของพระองค์
วรรณคดีสโมสร ใน รัชกาลที่ ๖ ได้ยกย่องให้เป็นยอดบทละครรำที่แต่งดี ยอดเยี่ยมทั้งเนื้อความ ทำนองกลอนและกระบวนการเล่นทั้งร้องและรำ นอกจากนี้ยังมีละครนอกอื่นๆเช่น

ไกรทอง เดิมเป็นนิทานพื้น สังข์ทอง เค้าเรื่องเกี่ยวกับการเสียดสี่เรื่องราวในพระราชสำนัก ไชยเชษฐ์ เป็นเรื่องราวเสียดสีในราชสำนัก คาวี มีเนื้อเรื่องเหมือนกับเสือโคคำฉันท์ มณีพิชัย บทละครเสภาเรื่อง ขุนช้าง-ขุนแผน ตอนพลายแก้วพบนางพิมพ์ ตอนขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้าง (ได้รับยกย่องเป็นยอดคำกลอนสุภาพ)

ทรงพระราชนิพนธ์ บทเห่เรือ เรื่อง กาพย์เห่เรือขมเครื่องคาวหวาน ซึ่งมีความไพเราะและแปลงใหม่ไม่ซ้ำแบบกวีท่านใด เนื้อเรื่องแบ่งออกเป็น ๕๘ ตอน คือเห่ชมเครื่องคาว เห่ชมผลไม้ เห่ชมเครื่องหวาน เห่ครวญเข้ากับนักขัตฤกษ์ และบทเจ้าเซ็นบทเห่นี้เข้าในกันว่าเป็นการชมฝีพระหัตถ์ของสมเด็จพระศรีสุริ เยนทรา บรมราชินี ในเรื่องการทำอาหาร ได้ทรงเลือกเอาของเก่ามาทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นใหม่บางตอน
และยังทรงพระราชนิพนธ์ บทพากย์โขน อีกหลายชุด เช่น ชุดนางลอย ชุดนาคบาศ และชุดพรหมาสตร์ ซึ่งล้วนมีความไพเราะซาบซึ้งเป็นอมตะใช้แสดงมาจนทุกวันนี้
ด้านศิลปกรรมและปฏิมากรรม

นอกจากจะทรงส่งเสริมงานช่างด้านหล่อพระพุทธรูปแล้ว พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยยังได้ ทรงพระราชอุตสาหะปั้นหุ่นพระพักตร์ของ พระพุทธธรรมิศรราชโลกธาตุดิลก พระประธานในพระอุโบสถวัดอรุณราชวราราม อันเป็นพระพุทธรูปที่สำคัญยิ่งองค์หนึ่งของไทยด้วยพระองค์เอง ซึ่งลักษณะและทรวดทรงของพระพุทธรูปองค์นี้เป็นแบบอย่างที่ประดิษฐ์คิดค้น ขึ้นใหม่ในรัชกาลที่ ๒ นี้เอง ส่วนด้านการช่างฝีมือและการแกะสลักลวดลายในรัชกาลของพระองค์ได้มีความเจริญ ก้าวหน้าไปอย่างมาก และพระองค์เองก็ทรงเป็นช่างทั้งการปั้นและการแกะสลักที่เชี่ยวชาญยิ่ง พระองค์หนึ่งอย่างยากที่จะหาผู้ใดทัดเทียมได้ นอกจากฝีพระหัตถ์ในการปั้นพระพักตร์พระพุทธธรรมิศรราชโลกธาตุดิลกแล้ว ยังทรงแกะสลักบานประตูพระวิหารพระศรีศากยมุนี

ด้านการแพทย์

พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงให้รวบรวมคัมภีร์แพทย์ที่กระจัดกระจายไว้ ณ โรงพระโอสถ โดยโปรดเกล้าฯ เชิญผู้ชำนาญโรค และสรรพคุณยาชนิดต่าง ๆ มารวมไว้ ผู้ใดมีตำรายาดี ที่บรรพบุรุษได้เก็บไว้ ให้นำเข้ามาทูลเกล้าฯ ถวาย และกรมหมอหลวงคัดเลือกจดเป็นตำราหลวง สำหรับโรงพระโอสถ เพื่อประโยชน์ของประชาชน
พ.ศ. 2359 มีพระราชโองการโปรดเกล้าให้ตรากฎหมาย ชื่อ กฎหมายพนักงานพระโอสถถวาย ซึ่งให้อำนาจพนักงานมีอำนาจออกไปค้นหาพระโอสถ คือ สมุนไพร ที่ปรากฎมีอยู่ในแผ่นดิน ผู้ใดจะคัดค้านมิได้ พนักงานพระโอสถจึงมีอำนาจในการค้นหายา และมักจะเป็นผู้ที่อยู่ในตระกูลสืบทอดกันมาเท่านั้น

ด้านพระศาสนา

สร้างวัดและปฏิสังขรณ์วัด พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้ทรงฟื้นฟูพระพุทธศาสนาอย่างมากมายหลายด้าน โดยเฉพาะด้านการก่อสร้างศาสนาสถาน ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ก่อสร้างวัดขึ้นมาใหม่และปฏิสังขรณ์ หลายวัด ได้แก่ วัดสุทัศน์เทพวราราม วัดชัยพฤกษ์มาลา วัดโมฬีโลก วัดหงสาราม วัดราชบูรณะ วัดราชาธิวาส วัดสุวรรณดาราราม (จ.อยุธยา) และวัดพระพุทธบาทที่สระบุรี ที่สร้างค้างไว้ ตั้งแต่เมื่อรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รวมทั้งโปรดเกล้าฯ ให้ทำการบูรณะปฏิสังขรณ์วัดอรุณราชวราราม (เดิมชื่อ วัดบางมะกอก ในสมัยพระเจ้าตากสิน ยกทัพเรือมากอบกู้ เอกราช กองทัพมาถึงหน้าวัดนี้สว่างพอดี เลยเรียกว่า วัดแจ้ง )เพื่อเป็นพระอารามประจำรัชกาล โดยสร้างพระอุโบสถ พระปรางค์ พร้อมทั้งพระวิหารขึ้นใหม่ และให้มีงานฉลองขึ้น ในปี พ.ศ. ๒๓๖๓ และพระราชทานนามว่า "วัดอรุณราชธาราม" จนถึงในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "วัดอรุณราชวราราม"

อัญเชิญพระพุทธบุษยรัตน์

ในปี พ.ศ. ๒๓๕๕ ได้อัญเชิญพระพุทธบุษยรัตน์ มาจากจำปาศักดิ์ พระพุทรูปองค์นี้ ทำด้วยแก้วผลึก ที่เรียกว่า ?เพชรน้ำค้าง? หรือ ?บุษย์น้ำขาว?

ส่งสมณฑูตไปประเทศลังกา

ในปี พ.ศ. ๒๓๕๗ ได้ทรงจัดสมณทูตจำนวน ๘ รูป ออกไปยังประเทศลังกาเพื่อค้นหาพระไตรปิฏกซึ่งชำรุดเสียหายเมื่อครั้งเสีย กรุงศรีอยุธยามาเพิ่มเติมและตรวจสอบกับพระไตรปิฎกฉบับที่มีการสังคายนาใหม่ ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก พร้อมกับดูความเป็นไปของพระพุทธศาสนาในประเทศศรีลังกา เมื่อคณะสมณฑูตกลับได้นำ หน่อพระศรีมหาโพธิ์ จากเมืองอนุราธบุรี กลับมาโดยเชื่อกันว่าเป็นต้นโพธิ์เชื้อสายของพระศรีมหาโพธิ์ ที่พระพุทธเจ้าทรงนั่งตรัสรู้ ที่พุทธคยาในอินเดียจำนวน ๖ ต้น โดยปลูกไว้ที่ รัฐกลันตัน ๑ ต้น จังหวัดนครศรีธรรมราช ๒ ต้น จังหวัดกรุงเทพฯ ๓ ต้น โดยปลูกที่วัดสุทัศน์ฯ ๑ต้น วัดมหาธาตุฯ๑ ต้น วัดสระเกศฯ ๑ ต้น

ปรับปรุงหลักสูตรพระภิกษุสงฆ์

การศึกษาพระปริยัติธรรมของพระภิกษุสงฆ์ในรัชกาลนี้ทรงรุ่งเรืองเป็น อันมาก โดยทรงโปรดให้แก้ไขหลักสูตรจากปริญญาตรี โท เอก มาเป็นเปรียญธรรม ๓ ประโยค ถึง ๙ ประโยค ทำให้พระภิกษุสามเณร ตลอดจนนักศึกษาที่มีความรู้ภาษาบาลีแตกฉานยิ่งขึ้น
ได้มีการจัด ตั้งคณะสงฆ์ ธรรมยุตินิกาย ขี้น (ส่วนคณะสงฆ์ที่ปฏิบัติแบบเดิมเรียกว่า ? มหานิกาย ?

การบูรณมหาชาติคำหลวง รัชกาลที่ ๒ ได้โปรดให้ประชุมนักปราญ์ชราชบัณฑิต ให้ช่วยกันแต่ง มหาชาติคำหลวง จนครบทั้ง ๑๓ กัณฑ์
การฟื้นฟูการประกอบพิธีวันวิสาขบูชา

ในปี พ.ศ. ๒๓๖๐ ได้มีพระราชดำริกับสมเด็จพระสังฆราช (มี) ให้ทำพิธิ วันวิสาขบูชา กลางเดือน 6 นับเป็นครั้งแรกที่ได้มีพิธีดังกล่าวขึ้นในประเทศไทย ได้ทรงออกพระราชกำหนดให้พลเมืองปฏิบัติตนในวันวิสาขบูชา โดยกำหนด ห้ามล่าสัตว์ ๓ วัน และตั้งโคมแขวนตั้งเครื่องสักการะบูชา รักษาอุโบสถศีล ถวายอาหารบิณฑบาต ทำทาน ปล่อยสัตว์ สดับพระธรรมเทศนาเป็นเวลา ๓ วัน ๓ คืน

การสังคายนา บทสวดมนต์

เนื่องจากในปีพุทธศักราช ๒๓๖๓ ได้เกิดอหิวาตกโรคระบาด บรรดาขุนนาง ไพร่ ทาส เสียชีวิตจำนวนมาก พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงมีพระราชดำริให้จัดงาน บำเพ็ญพระราชกุศล (พระราชพิธีอาพาธพินาศ) และมีการสังคายนาบทสวดมนต์ โดยแปลพระปริตรออกเป็นภาษาไทย และโปรดให้ขุนนางข้าราชการฝ่ายในฝึกสวดพระปริตรทุกวันเหมือนกับที่พระสงฆ์สวด

ด้านดนตรี

กล่าวได้ว่า พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงมีพระปรีชาสามารถในด้านนี้ไม่น้อยไป กว่าด้านละครและฟ้อนรำ เครื่องดนตรีที่ทรงถนัดและโปรดปรานคือ ซอสามสาย ซึ่งซอคู่พระหัตถ์ที่สำคัญได้พระราชทานนามว่า "ซอสายฟ้าฟาด" และเพลงพระราชนิพนธ์ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดีคือ "เพลงบุหลันลอยเลื่อน" หรือ "บุหลัน (เลื่อน) ลอยฟ้า" แต่ต่อมามักจะเรียกว่า "เพลงทรงพระสุบิน" เพราะเพลงมีนี้มีกำเนิดมาจากพระสุบิน (ฝัน) ของพระองค์เอง โดยเล่ากันว่าคืนหนึ่งหลังจากได้ทรงซอสามสายจนดึก ก็เสด็จเข้าที่บรรทมแล้วทรงพระสุบินว่า ได้เสด็จไปยังดินแดนที่สวยงามดุจสวรรค์ ณ ที่นั่น มีพระจันทร์อันกระจ่างได้ลอยมาใกล้พระองค์ พร้อมกับมีเสียงทิพยดนตรีอันไพเราะยิ่ง ประทับแน่นในพระราชหฤทัย ครั้นทรงตื่นบรรทมก็ยังทรงจดจำเพลงนั้นได้ จึงได้เรียกพนักงานดนตรีมาต่อเพลงนั้นไว้ และทรงอนุญาตให้นำออกเผยแพร่ได้ เพลงนี้จึงเป็นที่แพร่หลายและรู้จักกันกว้างขวางมาจนทุกวันนี้

พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงบริหารบ้านเมือง โดยการให้เจ้านายรับหน้าที่ในการบริหารงานราชการในกรมกองต่าง ๆ เท่ากับเป็น การให้เสนาบดีได้มีการปรึกษาข้อราชการก่อนที่จะนำความขึ้นกราบ บังคมทูล ทั้งยังทรงโปรดเกล้าฯ ให้ผ่อนผันการเข้ารับราชการของพลเมืองชาย เหลือเพียงปีละ ๓ เดือน (เข้ารับราชการ ๑ เดือน แล้วไปพักประกอบอาชีพส่วนตัวอีก ๓ เดือน สลับกันไป) นอกจากนี้ยังทรงรวบรวมพลเมืองให้เป็นปึกแผ่นมีหน่วยราชการสังกัดแน่นอก โดยพระราชทานโอกาสให้ประชาชนสามารถเลือกหน่วยราชการที่สังกัดได้ พระองค์ยังได้ทรงทำนุบำรุงส่งเสริมข้าราชการที่มีความรูความสามารถได้มี โอกาสปฏิบัติหน้าที่ราชการที่ตนถนัด ในรัชกาลนี้จึงปรากฎพระนามและนามข้าราชการที่มีชื่อเสียงหลายท่าน เช่น สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาเสนานุรักษ์ เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรีกกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ เจ้าพระยาศรีธรรมาโศกราช (น้อย ณ นคร) ขุนสุนทรโวหาร (ภู่) เป็นต้น

และด้วยทรงมีพระราชประสงค์ให้พลเรือนของพระองค์เป็นคนดี มีคุณภาพ จึงได้ทรงออก พระราชบัญญัติ เรื่อง ห้างเลี้ยงไก่ นก ปลากัด ไว้ชนและกัดเพื่อการพนัน กับ ออกพระราชกำหนดห้ามสูบฝิ่น ขายฝิ่น ซื้อฝิ่น พร้อมทรงกำหนดบทลงโทษผู้ฝ่าฝืน ทำให้ประเทศไทยไม่เกิดสงครามฝิ่นแบบต่างชาติ

ในช่วงที่ทรงขึ้นครองราชสมบัติใหม่ ๆ นั้น สมเด็จเจ้าฟ้าชายสุพันธุวงศ์ กรมขุนกษัตรานุชิต ราชโอรสในพระเจ้าตากสินมหาราชกับพวก ซึ่งได้แก่ เจ้าพระยาพนเทพ บุนนาค โอรสทั้ง ๖ พระองค์ของกรมขุนกษัตรานุชิต รวมทั้งพระราชโอรส กับพระราชธิดาอีกหลายพระองค์ของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช คิดกบฎชิงราชสมบัติ ทรงโปรดให้ทำการสอบสวนเมื่อปรากฎว่ามีความผิดจริง จึงรับสั่งให้ประหารชีวิตเสียทั้งหมด





2367 : "หม่อมเจ้าชายทับ" พระราชโอรสลำดับองค์ที่ 3 ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) เสด็จขึ้นเถลิงถวัลย์ราชสมบัติ เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 3 แห่งกรุงรัตน์โกสินทร์ พระนามว่า "พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว"


พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาเจษฏาบดินทร์ฯ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ แห่งราชจักรีวงศ์ พระนามเดิมว่า "สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ หรือ พระองค์ชายทับ"

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระราชโอรสองค์ที่ ๓ ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และองค์แรกที่ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาเรียม เสด็จพระราชสมภพเมื่อ วันจันทร์ แรม ๑๐ ค่ำ เดือน ๔ ปีมะแม เวลาค่ำ ๑๐.๓๐ นาฬิกา (สี่ทุ่มครึ่ง) ตรงกับวันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๓๓๐ ทรงเป็นพระราชโอรสองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยกับเจ้าจอมมารดาเรียม ซึ่งภายหลังได้รับการสถาปนาเป็น กรมสมเด็จพระศรีสุราลัย เสวยราชสมบัติเมื่อวันอาทิตย์ เดือน ๙ ขึ้น ๗ ค่ำ ปีวอก ซึ่งตรงกับวันที่ ๒๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๓๖๗ รวมสิริดำรงราชสมบัติได้ ๒๕ ปี ๗ เดือน ๒๓ วัน

ทรงมีเจ้าจอมมารดา และเจ้าจอม ๕ พระองค์ มีพระราชโอรส-ราชธิดา ทั้งสิ้น ๕๑ พระองค์ เสด็จสวรรคต เมื่อวันพุธ เดือน ๕ ขึ้น ๑ ค่ำ ปีกุน โทศก จุลศักราช ๑๒๑๒ เวลา ๗ ทุ่ม ๕ บาท ตรงกับวันที่ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๓๙๔ รวมพระชนมพรรษา ๖๓ พรรษา



? พ.ศ. 2436 (ค.ศ. 1893) - วิกฤติการณ์ ร.ศ. 112 : หลังจากฝรั่งเศสละเมิดอธิปไตยของไทยเมื่อวันที่ 13 ก.ค. จนมีการปะทะกันที่ป้อมพระจุลจอมเกล้า ฝรั่งเศสยื่นคำขาดให้ไทยยกฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ลงโทษเจ้าหน้าที่ที่ต่อสู้กับทหารฝรั่งเศส และชดใช้ค่าเสียหาย


21 กรกฎาคม 2507
รัฐบาลไทยรับหลักการที่จะช่วยเหลือเวียดนามใต้ เมืองญวนหรือเวียดนาม แบ่งเป็น 2 ประเทศ เมื่อ 21 กรกฎาคม 2497




วันนี้ในอดีต / 21 กรกฎาคม
เหตุการณ์ในต่างประเทศ





? พ.ศ. 2497 (ค.ศ. 1954) - สงครามอินโดจีนครั้งทีหนึ่ง: ผลการประชุมที่เจนีวา กำหนดให้มีเขตปลอดทหารเวียดนาม บนเส้นขนานที่ 17 เหนือ ซึ่งแบ่งประเทศเวียดนามออกเป็น 2 ส่วน คือ เวียดนามเหนือและเวียดนามใต้





? พ.ศ. 2513 (ค.ศ. 1970) - เขื่อนอัสวานในประเทศอียิปต์ ก่อสร้างแล้วเสร็จ หลังจากใช้เวลานาน 11 ปี






 
07-22-2009, 06:52 AM   #23 (permalink)
ดูแลตรวจสอบเนื้อหา
วันนี้ในอดีต / 22 กรกฎาคม

วันนี้ในอดีต / 22 กรกฎาคม
เหตุการณ์ในประเทศไทย.







22 กรกฎาคม 2460
ตราพระราชบัญญัติธง พ.ศ.2460 ประเทศไทยเปลี่ยนธงชาติจากพื้นแดงมีช้างเผือกอยู่ตรงกลางมาเป็นธงไตรรงค์ที่ใช้มาถึงปัจจุบัน
ธง เป็นวัตถุใช้เป็นเครื่องหมายบอกชาติ ตำแหน่งในราชการ โดยมีกำหนดกฎเกณฑ์เป็นต้น เช่น ธงชาติ ธงแม่ทัพนายกอง ใช้เป็นเครื่องหมายตามแบบสากลนิยม เช่น ธงกาชาด บอกที่ตั้งกองบรรเทาทุกข์, ธงขาว บอกความจำนนขอหย่าศึกหรือยอมแพ้, ธงเหลือง บอกเป็นเรือพยาบาลคนป่วยหรือเรือที่มีโรคติดต่ออันตราย, ธงแดง บอกเหตุการณ์อันเป็นภัย ใช้เป็นเครื่องหมายเรือเดินทะเล คณะ สมาคม อาคารการค้า ใช้เป็นอาณัติสัญญาณ ใช้เป็นเครื่องตกแต่งสถานที่ในงานรื่นเริงหรือถือเข้ากระบวนแห่เป็นต้น

ส่วนใหญ่ธงจะมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า แต่ยังมีธงสามเหลี่ยมหรือธงรูปร่างแบบอื่นต่างกันไป

ธงไตรรงค์, ธงชาติไทย

ธงชาติไทย หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ธงไตรรงค์ มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 6 ส่วน ยาว 9 ส่วน ด้านกว้างแบ่งเป็น 5 แถบตลอดความยาวของผืนธง ตรงกลางเป็นแถบสีน้ำเงินแก่กว้าง 2 ส่วน ต่อจากแถบสีน้ำเงินแก่ออกไปทั้ง 2 ข้างเป็นแถบสีขาวกว้างข้างละ 1 ส่วน ต่อจากแถบสีขาวออกไปทั้ง 2 ข้างเป็นแถบสีแดงกว้างข้างละ 1 ส่วน เหตุที่เรียกชื่อว่าธงไตรรงค์เพราะสีที่ประกอบเข้าเป็นธงชาติมี 3 สี คือ สีแดง สีขาว และสีน้ำเงิน (สีขาบ)

ประวัติธงชาติไทย

การใช้ธงเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทยถือกันว่าเริ่มขึ้นในรัชสมัย สมเด็จพระนารายณ์มหาราช แห่งกรุงศรีอยุธยา (พ.ศ. 2199 - พ.ศ. 2231) โดยเป็นธงพื้นสีแดง และไม่มีสัญลักษณ์ใดๆ ในสมัยต่อๆ มา ได้มีการนำสัญลักษณ์ต่างๆ มาประดับบนธงพื้นสีแดงเพิ่มเติมเพื่อใช้เป็นธงสำหรับเรือหลวง ได้แก่ จักรสีขาววงใหญ่ และช้างเผือกในจักรสีขาว ส่วนเรือค้าขายเอกชนยังคงใช้ธงสีแดงเกลี้ยงเหมือนเดิม

ธงชาติอย่างเป็นทางการแบบแรกมีขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เมื่อปี พ.ศ. 2398 โดยเป็นธงพื้นสีแดง มีรูปช้างเผือกเปล่าอยู่ตรงกลาง เนื่องจากมีเหตุผลว่า ธงพื้นสีแดงเพียงอย่างเดียวไม่พอที่จะสามารถแยกแยะประเทศได้ในการติดต่อระหว่างประเทศ

ในปี พ.ศ. 2459 มีบันทึกว่า ในขณะนั้นประเทศไทยประสบกับอุทกภัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้เสด็จพระราชดำเนินไปยังเมืองอุทัยธานี และทอดพระเนตรเห็นธงชาติถูกแขวนกลับหัว พระองค์จึงมีพระราชดำริว่า ธงชาติต้องมีรูปแบบที่สมมาตรเพื่อไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้เปลี่ยนรูปแบบธงชาติอีกครั้ง โดยเปลี่ยนเป็นธงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีแถบยาวสีแดง 3 แถบ สลับกับแถวสีขาว 2 แถว ซึ่งเหมือนกับธงชาติไทยในปัจจุบัน แต่มีเพียงสีแดงสีเดียว

พ.ศ. 2460 แถบสีแดงตรงกลางได้เปลี่ยนเป็นสีขาบ (สีน้ำเงินเข้มเจือม่วง) ดังปรากฏอยู่ในปัจจุบัน เหตุที่รัชกาลที่ 6 ทรงเลือกสีนี้เพราะเป็นสีประจำวันเสาร์ ซึ่งเป็นวันพระราชสมภพของพระองค์ ทั้งสีน้ำเงินยังแสดงถึงความเป็นหนึ่งเดียวของฝ่ายสัมพันธมิตร ในสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งใช้สีแดง ขาว น้ำเงินเป็นสีในธงชาติเป็นส่วนใหญ่ด้วยอีกประการหนึ่ง ธงชาติแบบใหม่นี้ได้รับพระราชทานนามว่า "ธงไตรรงค์" และอวดโฉมต่อสายตาชาวโลกครั้งแรกในสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งกองทหารอาสาของไทยได้ใช้เชิญไปเป็นธงชัยเฉลิมพลประจำหน่วย

พ.ศ. 2470 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้มีพระราชดำริว่า ธงชาติไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงมาหลายครั้งแล้ว ควรหาข้อกำหนดเรื่องธงชาติให้เป็นการถาวร จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชบันทึกพระราชทานไปยังองคมนตรี เพื่อให้เสนอความเห็นของคนหมู่มากว่า จะคงใช้ธงไตรรงค์ดังที่ใช้อยู่เป็นธงชาติต่อไป หรือจะกลับไปใช้ธงช้างแทน หรือจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงลักษณะธงชาติ กับวิธีใช้ธงไตรรงค์อย่างไร ผลปรากฏว่าความเห็นขององคมนตรีแตกต่างกระจายกันมาก จึงมิได้กราบบังคมทูลข้อชี้ขาด ดังนั้นจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชวินิจฉัยลงวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2470 ให้คงใช้ธงไตรรงค์เป็นธงชาติต่อไป

หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ. 2475 รัฐบาลต่างๆ ยังคงรับรองให้ใช้ธงไตรรงค์เป็นธงชาติอยู่เช่นเดิมจนถึงปัจจุบัน โดยมีการออกพระราชบัญญัติธง ฉบับ พ.ศ. 2479 และฉบับ พ.ศ. 2522 เป็นกฎหมายรับรองฐานะของธงไตรรงค์

ความหมายของธง

ในพระราชนิพนธ์เครื่องหมายแห่งไตรรงค์ ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้นิยามความหมายของธงไว้ว่า
? สีแดง หมายถึง เลือดอันยอมพลีให้แก่ชาติ
? สีขาว หมายถึง ความบริสุทธิ์แห่งพระพุทธศาสนา
? สีน้ำเงิน หมายถึง สีส่วนพระองค์ขององค์พระมหากษัตริย์

ต่อมาความหมายได้กลายไปเล็กน้อย โดยสื่อความหมายถึงสถาบันหลักของชาติ 3 สิ่ง ดังนี้ ? สีแดง หมายถึง ชาติ
? สีขาว หมายถึง ศาสนา
? สีน้ำเงิน หมายถึง พระมหากษัตริย์
ทั้งสามสิ่งนี้ถือเป็นคติหรือคำขวัญอย่างไม่เป็นทางการของประเทศไทยในปัจจุบัน






22 กรกฎาคม 2460
ไทยได้ประกาศสงครามกับเยอรมันและออสเตรเลีย - ฮังการี ในสงครามโลกครั้งที่ 1
และมีการส่งกองทหารอาสาเดินทางไปร่วมรบในทวีปยุโรป

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงประกาศสงครามกับ กลุ่มมหาอำนาจกลาง ซึ่งได้แก่ประเทศเยอรมัน ออสเตรีย-ฮังการี ในสงครามโลกครั้งที่ 1 โดย ทรงประกอบพระราชพิธีประกาศสงคราม ทรงถวายเครื่องสังเวยต่อ พระสยามเทวาธิราช และเทวดารักษากำภูฉัตร ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เพื่อรักษาความศักดิ์สิทธิ์แห่งสัญญานานาประเทศซึ่งทำไว้ต่อกัน การประกาศสงครามครั้งนี้ ได้โปรดส่งทหารไทยไปร่วมรบในสมรภูมิยุโรปด้วย การเข้าร่วมสงครามครั้งนี้เกิดผลดีแก่ประเทศไทย เพราะเมื่อฝ่ายสัมพันธมิตรมีชัยในสงคราม ไทยในฐานะผู้ชนะสงครามสามารถเจรจากับประเทศมหาอำนาจ จนแก้ไขสนธิสัญญาที่ไม่เป็นธรรมต่าง ๆ ได้หลายฉบับ




วันนี้ในอดีต / 22 กรกฎาคม
เหตุการณ์ในต่างประเทศ






? พ.ศ. 2407 (ค.ศ. 1864) - สงครามกลางเมืองอเมริกา:สมาพันธรัฐสหภาพใน ยุทธภูมิแอตแลนตา

สาเหตุของสงคราม

สาเหตุของสงครามเกิดจากความแตกต่างระหว่างแต่ละรัฐในสหรัฐอเมริกา ที่มีรูปแบบและชีวิตความเป็นอยู่แตกต่างกันมาก ในขณะที่รัฐทางใต้ซึ่งจำเป็นต้องใช้ทาสในการเกษตรกรรมขนาดใหญ่ รัฐทางเหนือกลับเป็นรัฐอุตสาหกรรมที่ไม่จำเป็นต้องใช้ทาสมากนัก เมื่ออับราฮัม ลิงคอล์นซึ่งมีแนวคิดต่อต้านระบบทาสอย่างชัดเจน ได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา ทำให้รัฐทางใต้ 7 รัฐที่ไม่พอใจ แยกตัวเป็นอิสระ และตั้งรัฐบาลใหม่ในนามว่าสหพันธรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1861
สงครามกลางเมืองอเมริกา (American Civil War) เป็นสงครามกลางเมืองของสหรัฐอเมริกา เกิดขึ้นระหว่าง ค.ศ. 1861 ถึงค.ศ. 1865 โดยรัฐฝ่ายเหนือ 23 รัฐ ที่เรียกว่า สหรัฐอเมริกา (United States of America) กับรัฐฝ่ายใต้ 11 รัฐ ที่แยกตัวออกมาจากสหรัฐ และเรียกตัวเองว่า สหพันธรัฐอเมริกา (Confederate States of America) สงครามจบลงโดยชัยชนะของฝ่ายเหนือ




? พ.ศ. 2520 (ค.ศ. 1977) - เติ้งเสี่ยวผิง ก้าวขึ้นสู่อำนาจในสภาของประเทศจีนอีกครั้ง



เติ้ง เสี่ยวผิง (Deng Xiaoping) (22 สิงหาคม พ.ศ. 2447 - 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2540) เป็นผู้เปลี่ยนแปลงพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีน และดำรงตำแหน่งที่เปรียบเสมือนประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในช่วงปลายทศวรรษที่ พ.ศ. 2513 ถึงต้นทศวรรษ พ.ศ. 2533 นับเป็นชนชั้นผู้นำรุ่นที่สองของพรรคคอมมิวนิสต์ ภายใต้การนำของเติ้งเสี่ยวผิง ประเทศจีนได้ก้าวขึ้นมาเป็นชาติที่พัฒนาด้านเศรษฐกิจเร็วที่สุดในโลก

เติ้งได้รับการศึกษาในประเทศฝรั่งเศส ได้เข้าเรียนในโครงการสำหรับนักเรียนจีน ซึ่งมีนักปกครอง - นักปฏิวัติหลายคนของเอเชียเคยเรียน เช่น โฮจิมินห์ และโจวเอินไหล

เติ้งเป็นผู้สนับสนุนที่สำคัญของเหมาเจ๋อตุง และได้รับตำแหน่งสำคัญของพรรคหลายตำแหน่ง แต่ในภายหลังด้วยนโยบายที่ขัดแย้งกัน เติ้งเสี่ยวผิงจึงถูกขับจากตำแหน่ง และไปเป็นกรรมกรอยู่ที่โรงงานใน มณฑลเสฉวน เมื่อนายกรัฐมนตรีโจวเอินไหลขึ้นครองอำนาจและพบว่าตัวเองป่วยด้วยโรคมะเร็ง โจวเอินไหลได้เรียกเติ้งกลับมาอีกครั้งเพื่อเป็นทายาททางการเมืองของเขา





 
07-23-2009, 06:08 AM   #24 (permalink)
ดูแลตรวจสอบเนื้อหา
วันนี้ในอดีต 23 กรกฎาคม

วันนี้ในอดีต / 23 กรกฎาคม
เหตุการณ์ในประเทศไทย.






23 กรกฎาคม 2405
เรือรบสหรัฐ ฯ เดินทางถึงกรุงเทพ ฯ นำสาส์นของประธานาธิบดี แอนดรูว์ จอห์นสัน ถวายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว



23 กรกฎาคม 2444
ประกาศใช้ ทุ่ม โมง ยาม
การบอกเวลาของไทยนั้นมี ๒ แบบ คือ แบบทางการ และแบบไม่เป็นทางการ โดยแบบแรกนั้นจะมีหน่วยเป็นนาฬิกา เริ่มตั้งแต่ ๐ นาฬิกาเรื่อยไปจนถึง ๒๔ นาฬิกา ตามหลักสากลที่กำหนดว่า ๑ วันมี ๒๔ ชั่วโมง ส่วนแบบหลังจะมีหน่วยที่ไม่แน่นอน อาทิ โมง ทุ่ม ตี ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าเป็นเวลาช่วงไหนของวัน

ในตอนกลางวันจะบอกเวลาโดยอาศัยการตีฆ้อง ซึ่งจะให้เสียงดัง ?โหม่ง? โดยชั่วโมงแรกของวันตามทัศนะคนไทยคือ ๗ นาฬิกา ( เพราะนับจากเวลาที่ดวงอาทิตย์ขึ้นประมาณ ๖ นาฬิกา ไม่ได้ถือตามฝรั่งที่เอาเวลา ๑ นาฬิกาเป็นชั่วโมงแรกของวัน ) ทางการก็จะตีฆ้อง ๑ ครั้ง กลายเป็น ๑ โหม่ง หรือ ๑ โมงเช้า เวลา ๘ นาฬิกาก็จะตี ๒ ครั้ง เป็น ๒ โมงเช้า เวลา ๙ นาฬิกาก็จะ ๓ ครั้งเป็น ๓ โมงเช้า เรื่อยไปจนถึงเวลา ๑๑ นาฬิกาหรือ ๕ โมงเช้า บางครั้งก็จะเรียกว่า ?เวลาเพล? ตามเวลาที่พระฉันเพล ส่วนเวลา ๑๒ นาฬิกาจะเรียกว่า ?เที่ยงวัน?


ชั่วโมงแรกหลังจากเที่ยงวันก็จะกลับมาตีฆ้อง ๑ ครั้งอีกที เวลา ๑๓ นาฬิกาจึงเรียกว่า ๑ โมงบ่าย หรือ บ่าย ๑ โมง เวลา ๑๔ นาฬิกาก็จะตี ๒ ครั้ง เป็นบ่าย ๒ โมง เรื่อยไปจนถึงเวลา ๑๖ และ ๑๗ นาฬิกา อาจเรียกว่าบ่าย ๔ โมง บ่าย ๕ โมง (ตามลำดับ) หรือจะเรียกว่า ๔ โมงเย็น ๕ โมงเย็น (ตามลำดับ) ก็ได้ แต่วิธีเรียกอย่างหลังจะเป็นที่นิยมมากกว่าในปัจจุบัน ส่วนเวลา ๑๘ นาฬิกานั้นจะเรียก ๖ โมงเย็นก็ได้ แต่ในอดีตจะใช้คำว่า ?ย่ำค่ำ? เพราะเป็นเวลาคาบเกี่ยวระหว่างกลางวันกับกลางคืน พระก็มักตีกลองรัวในเวลานี้ก็อาจเรียกว่า ย่ำกลอง ได้เช่นกัน


สำหรับเวลากลางคืนจะใช้กลองเป็นเครื่องบอกเวลา เมื่อเลยเวลาย่ำค่ำมา ๑ ชั่วโมง (คือเวลา ๑๙ นาฬิกา ) ก็จะตีกลอง ๑ ครั้ง เสียงดัง ?ตุ้ม? กลายเป็นเวลา ๑ ทุ่ม เมื่อเลยเวลาย่ำค่ำมา ๒ ชั่วโมง ( ๒๐ นาฬิกา ) ก็จะตีกลอง ๒ ครั้ง เสียงดัง ?ตุ้ม ตุ้ม? กลายเป็นเวลา ๒ ทุ่มนั่นเอง และจะเป็นอย่างนี้เรื่อยไปจนถึงเวลา ๒๓ นาฬิกาหรือ ๕ ทุ่ม หลังจากนั้นอีก ๑ ชั่วโมงก็เป็นเวลา ?เที่ยงคืน?

ครั้นเวลา ๖ นาฬิกาก็จะเรียกว่า ย่ำรุ่ง เพื่อให้เข้าคู่กับ ย่ำค่ำ นั่นเอง แต่ในปัจจุบัน คนนิยมเรียกเวลานี้ว่า ๖ โมงเช้ามากกว่า และด้วยเหตุนี้ คนส่วนใหญ่ในปัจจุบันจึงพลอยเรียกเวลา ๗ นาฬิกา ๘ นาฬิกา ... ว่า ๗ โมงเช้า ๘ โมงเช้าตามไปด้วย




23 กรกฎาคม พ.ศ. 2457
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตราพระราชกฤษฎีกาตั้ง "วรรณคดีสโมสร" ขึ้นเพื่อสนับสนุนวิชาแต่งหนังสือไทยให้ถูกต้องตามหลักภาษาไทย สนับสนุนให้แต่งเรื่องที่อ่านแล้วได้สาระประโยชน์ ด้วยปรากฏว่าเวลานั้นผู้แต่งหนังสือไม่ค่อยเอาใจใส่ภาษา การเรียบเรียงภาษาหรือการแปลมักเลียนตามแบบภาษาต่างประเทศ อันเป็นการทำลายภาษาไทยให้เสียไป นอกจากนี้ยังส่งเสริมการประพันธ์โดยโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งคณะกรรมการไว้ตรวจคัดเลือกหนังสือที่แต่งดีเพื่อรับพระราชทานรางวัล นับเป็นรางวัลวรรณกรรมที่รัฐได้สร่งเสริมอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก ในการจัดตั้งวรรณคดีสโมสรนี้ ได้โปรดให้สร้างพระราชลัญจกรขึ้นใหม่ เป็นรูปพระคเณศร์ เพื่อเป็นเครื่องหมายของวรรณคดีสโมสรด้วย




23 กรกฎาคม พ.ศ. 2541
ชาวนาไทย กว่า 500 คน เคลื่อนไหวประท้วงหน้าสถานทูตอเมริกา กรณีข้าวหอมมะลิ "จัสมาติ" (Jasmati) ของ "ไรซ์เทค" (RiceTec) บริษัทขายข้าวในมลรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา โดยการเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ ถอนเครื่องหมายการค้า และยุติความพยายามที่จะจดสิทธิบัตรพันธุ์ข้าวและพืชพันธุ์จากประเทศโลกที่สาม ทั้งนี้ ?จัสมาติ? เกิดจากการนำเอาคำว่า "จัสมิน ไรซ์" (Jasmine Rice?ข้าวหอมมะลิของไทย) กับ "บัสมาติ" (Basmati?ข้าวหอมที่มีชื่อเสียงของอินเดีย) มาสมาสกัน พร้อมคำโฆษณาว่า "จัสมาติคือข้าวหอมมะลิอเมริกัน" (Jasmati is the American Jasmine Rice) โดยพยายามโฆษณาสรรพคุณให้เหมือนกับข้าวหอมมะลิ ทั้งนี้กระทรวงเกษตรของสหรัฐอเมริกา โดย ดร. เจ. นีล รุทเกอร์ เป็นหัวหน้าโครงการปรับปรุงพันธุ์ข้าวหอมมะลิเพื่อประเทศอเมริกา โดยได้นำพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 ของไทยไปปรับปรุงพันธุ์ให้เหมาะสมกับภูมิอากาศของสหรัฐอเมริกา และทดลองปลูกในมลรัฐเท็กซัสประสบผลสำเร็จเป็นที่น่าพอใจและอยู่ในขั้นเตรียมการจดสิทธิบัตรเป็นข้าวของอเมริกา แต่ละปีไทยส่งออกข้าวหอมมะลิประมาณ 7.5 ล้านตัน ทำรายได้เข้าประเทศปีหนึ่งนับแสนล้านบาท โดยส่งออกประมาณร้อยละ 80 ไปสู่ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ด้วยระบบการค้าเสรีที่รัฐบาลอเมริกันทำไว้กับไทยและทั่วโลก ทำให้รัฐบาลไทยไม่กล้าแสดงท่าทีปกป้องข้าวหอมมะลิไทยให้เห็นอย่างจัดเจน


วันนี้ในอดีต / 22 กรกฎาคม
เหตุการณ์ในต่างประเทศ




พ.ศ. 2495 (ค.ศ. 1952) ? การก่อรัฐประหารในประเทศอียิปต์ บังคับให้ สมเด็จพระราชาธิบดีฟารุคแห่งอียิปต์ สละราชสมบัติ




2505 : การประชุมเจนีวา มีมติห้ามสหรัฐอเมริกาบุกภาคตะวันออกของลาว




2517 : รัฐบาลทหารของประเทศกรีซล่มสลาย คอนสแตนติน คารามานลิส (Constantine Karamanlis) นายกรัฐมนตรีคนก่อนถูกเชิญกลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้ง





2529 : เจ้าชายแอนดรูว์ (Prince Andrew) อภิเษกสมรสกับซาร่า เฟอร์กูสัน (Sarah Ferguson) ที่เวสต์มินสเตอร์ แอ๊บเบย์ (Westminster Abbey)





2538 : อังกฤษส่งกองทหาร 1,200 นาย เข้าไปรักษาสันติภาพในกรุงซาราเจโว









 
07-24-2009, 07:02 AM   #25 (permalink)
ดูแลตรวจสอบเนื้อหา
วันนี้ในอดีต 24 กรกฎาคม

วันนี้ในอดีต / 24 กรกฎาคม
เหตุการณ์ในประเทศไทย.








? 24 กรกฎาคม พ.ศ. พ.ศ. 2400 (ค.ศ. 1857)
- พระยามนตรีสุริยวงศ์ ( ชุ่ม บุนนาค ) เป็นหัวหน้าคณะราชทูต เชิญพระราชสาสน์และเครื่องราชบรรณาการไปถวายพระราชินีนาถวิกตอเรีย


? หม่อมราโชทัยเป็นล่ามหลวงบันทึกการเดินทางในชื่อ นิราศลอนดอน

พระยามนตรีสุริยวงศ์ มีนามเดิมว่า ชุ่ม เป็นบุตรชายของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์กับท่านผู้หญิงจันทร์และเป็นน้องชายแท้ๆ ของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ได้เป็นราชทูตไปยังราชสำนักอังกฤษเพื่อถวายพระราชสาส์นของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวแก่ สมเด็จพระนางเจ้าวิคตอเรียในปีพ.ศ. 2400 และในการเดินทางครั้งนี้หม่อมราโชทัยล่ามของคณะทูตได้ประพันธ์นิราศลอนดอนขึ้น


? หม่อมราโชทัย นามเดิม หม่อมราชวงศ์กระต่าย อิศรางกูร (12 มิถุนายน พ.ศ. 2363 - 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2410) เป็นบุตรของกรมหมื่นเทวานุรักษ์ (หม่อมเจ้าชอุ่ม อิศรางกูร) เป็นนัดดาของพระสัมพันธวงศ์เธอ เจ้าฟ้าเกศ กรมขุนอิศรานุรักษ์ และสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินีในรัชกาลที่ 2 เป็นปนัดดาของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระศรีสุดารักษ์ ซึ่งเป็นพระพี่นางในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

? เมื่อเจริญวัย บิดาได้นำหม่อมราชวงศ์กระต่ายไปถวายตัวอยู่กับพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งขณะนั้นยังดำรงพระอิสริยยศเป็นเจ้าฟ้ามงกุฎสมมุติเทวาวงศ์พงศาอิศวรกระษัตริย์ขัตติยราชกุมาร เมื่อเจ้าฟ้ามงกุฎทรงผนวช หม่อมราชวงศ์กระต่ายก็ได้ตามเสด็จไปรับใช้ ต่อมาเมื่อเจ้าฟ้ามงกุฎทรงสนพระราชหฤทัยในภาษาอังกฤษ หม่อมราชวงศ์กระต่ายก็ได้ศึกษาตามพระราชนิยม โดยมีมิชชันนารีที่เข้ามาสอนศาสนาเป็นผู้สอน จนได้ชื่อว่าเป็นผู้มีความรู้ภาษาอังกฤษดี จนเจ้าฟ้ามงกุฎทรงใช้ให้เป็นตัวแทนเชิญกระแสรับสั่งไปพูดจากับชาวต่างชาติได้เป็นอย่างดี

? ครั้นเมื่อเจ้าฟ้ามงกุฎเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติขึ้นเป็นพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หม่อมราชวงศ์กระต่ายก็ติดตามสมัครเข้ารับราชการ ความสามารถของหม่อมราชวงศ์กระต่ายที่ช่วยราชกิจได้ดี จึงได้รับพระราชทานเลื่อนอิสริยยศเป็น "หม่อมราโชทัย" และด้วยความรู้ในภาษาอังกฤษดี พ.ศ. 2400 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าฯ ให้หม่อมราโชทัยเป็นล่ามหลวงไปกับคณะราชทูตไทยที่เชิญพระราชสาสน์และเครื่องมงคลราชบรรณาการ เดินทางไปถวายสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย การเดินทางไปในครั้งนั้นเป็นที่มาของหนังสือนิราศเมืองลอนดอน ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หม่อมราโชทัยขึ้นเป็นอธิบดีพิพากษาศาลต่างประเทศเป็นคนแรกของไทย

? หม่อมราโชทัยถึงแก่อนิจกรรมเมื่อปี พ.ศ. 2410 ขณะมีอายุ 47 ปี พิธีพระราชทานเพลิงศพจัดขึ้นที่เมรุวัดอรุณราชวราราม เมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2410





24 กรกฎาคม พ.ศ. 2479 เรือหลวงแม่กลองได้รับการทำพิธีวางกระดูกงู

เรือหลวงแม่กลอง ได้รับการทำพิธีวางกระดูกงูเมื่อเวลา 10.45 น. ณ อู่ต่อเรืออูรางา เมืองโยโกสุกะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งกองทัพเรือได้ว่าจ้างให้บริษัทมิตซุยบุชซันไกชาเป็นผู้ก่อสร้าง ปล่อยลงน้ำเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2479 มีพิธีรับมอบเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2480 เดินทางกลับประเทศไทยเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2480 กระทรวงกลาโหมได้จัดพิธีต้อนรับเจิมเรือ และขึ้นระวางประจำการเรือในวันนั้น และได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า ?เรือหลวงแม่กลอง? ตามชื่อของแม่น้ำแม่กลอง ที่เป็นแม่น้ำสายสำคัญของจังหวัดสมุทรสงคราม เรือรบลำนี้มีระวางขับน้ำ 1,400 ตัน ยาว 85 เมตร กว้าง 10.5 เมตร กินน้ำลึก 3.7 เมตร ใช้เครื่องจักรไอน้ำ 2 เครื่อง มีกำลัง 2,500 แรงม้า ทำความเร็วสูงสุดได้ 17 นอต (ไมล์ทะเล/ชั่วโมง) สามารถปฏิบัติการได้ไกล 5,700 ไมล์ อาวุธประจำเรือมีปืนขนาด 120 มม. จำนวน 4 กระบอก ปืนกล 20 มม. 2 กระบอก ตอร์ปิโด 45 ซม. 2 แท่น ๆ ละ 2 ท่อ เครื่องบินทะเล จำนวน 1 เครื่อง ทหารประจำเรือรวม 173 คน ประจำการรับใช้ประเทศชาติในการป้องกันอาณาเขตทางทะเลอย่างเข้มแข็งมาตลอด ทั้งยังเคยจัดถวายเป็นเรือพระที่นั่ง ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หลายครั้ง ปลดระวางประจำการเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2538 ปีต่อมากองทัพเรือได้จัดสร้าง ?พิพิธภัณฑ์เรือรบไทย? ขึ้นบริเวณป้อมพระจุลจอมเกล้า จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเพื่อเฉลิมพระเกียรติปีกาญจนาภิเษก โดยกำหนดที่จะนำเรือหลวงแม่กลองมาอนุรักษ์ให้ประชาชาทั่วไปได้เข้าชม ปัจจุบันเรือหลวงแม่กลองเป็นเรือรบที่เก่าแก่ที่สุดของไทย และมีเก่าแก่เป็นอันดับที่ 2 ของโลก รองจากเรือรบ GOANA JUATA ของประเทศเม็กซิโก






24 กรกฎาคม 2508

อาภัสรา หงสกุล นางสาวไทยคนที่ 14 ได้รับเลือกเป็นนางงามจักรวาล ในการประกวดที่ไมอามี รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา นับเป็นนางงามจักรวาลคนที่ 14 และเป็นนางงามจักรวาลคนแรกของไทย






อาภัสรา หงสกุล (Apasra Hongsakula) (16 มกราคม 2490 - )ชื่อเล่น "ปุ๊ก" มีตำแหน่งนางสาวไทย ปี พ.ศ. 2507
เป็นนางงามจักรวาลคนที่ 14 ปี 2508 ที่หาดไมอามี รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา มีส่วนสูง 164 ซม. (5 ฟุต 7 นิ้ว) สัดส่วน 35-23-35 ซม. ก่อนหน้านี้ศึกษาอยู่ที่ ปีนังคอนแวนต์ ประเทศมาเลเซีย
โดยรองนางงามจักรวาลคนที่ 1 คือ นางงามจากฟินแลนด์ ,ที่ 2 นางงามจากสหรัฐ , ที่ 3 นางงามจาก สวีเดน ,ที่ 4 นางงามจากฮอลแลนด์
1 Thailand Apassara Hongsakula
2 Finland Virpi Liisa Miettinen
3 USA Sue Ann Downey
4 Sweden Ingrid Norrman
5 Holland Anja Christina Maria Schuit





อาภัสรา หงสกุล เป็นบุตรคนที่ 2 ในจำนวน 5 คนของ นาวาเอกเพิ่ม หงสกุล และ นางเกยูร หงสกุล มีบุตรชายสองคน ที่เกิดกับ หม่อมราชวงศ์เกียรติคุณ กิติยากร คือ หม่อมหลวงรุ่งคุณ กิติยากร และเกิดกับ สุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์คือ นายภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์



วันนี้ในอดีต / 24 กรกฎาคม
เหตุการณ์ในต่างประเทศ










ฮิแรม บิงแฮม นักโบราณคดีค้นพบ มาชู ปิกชู

24 กรกฎาคม พ.ศ. 2454 ฮิแรม บิงแฮม (Hiram BingHam III) นักโบราณคดีชาวอเมริกัน ค้นพบ "มาชู ปิกชู" (Machu Picchu) นครโบราณของชาวอินคา (Inca) ที่หายสาบสูญไปนับศตวรรษ






โบราณสถานแห่งนี้ตั้งอยู่บนเทือกเขาแอนดีส ในระดับความสูง 2,350 เมตรจากระดับน้ำทะเล อยู่ห่างจากเมืองคุสโซไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 70 กิโลเมตร ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเปรู มีพื้นที่ประมาณ 325.95 ตารางเมตร มีการออกแบบภูมิทัศน์ และภูมิสถาปัตย์อย่างสวยงามและลงตัว มีสิ่งก่อสร้าง ปราสาท โบสถ์ วิหาร อ่างเก็บน้ำ ถนน และพื้นที่เพาะปลูก ลดหลั่นกันไปเป็นขั้นบันได แสดงให้เห็นความสามารถในเชิงช่างและสถาปัตยกรรมของชาวอินคาเมื่อหลายศตวรรษก่อนได้เป็นอย่างดี
จากยอดเขา ณ หน้าผามาชูปิกชู เป็นหน้าผาที่มีลักษณะดิ่งชันสูงถึง 600 เมตรจากฐานที่เป็นแม่น้ำคือ แม่น้ำอารูบัมบา ที่ตั้งของตัวเมืองนับเป็นความลับทางการทหารก็เนื่องจากการเป็นหน้าผาสูงชันที่มีอันตรายที่เป็นปราการป้องกันธรรมชาติอันยอดเยี่ยมนั่นเอง


มาชู ปิกชูก่อสร้างในช่วงปี 1993 โดยชาวอินคา ชนเผ่าโบราณที่เคยก่อตั้ง จักรวรรดิอินคา (Inca Empire) ครองอำนาจคลอบคลุมดินแดนแถบอเมริกาใต้ เคยรุ่งเรืองถึงขีดสุดในช่วงศตวรรษที่ 15-16 ภายหลังได้ถูกกองทัพสเปนเข้ามารุกราน และยึดครองได้ มาชู ปิกชูจึงถูกทิ้งไว้นานกว่าศตวรรษ กลายเป็นนครสาบสูญ จนกระทั่งบิงแฮมมาค้นพบในปี 2454







อีกสองปีต่อมาสมาคมภูมิศาสตร์นานาชาติ (National Geographic Society) ได้มาสำรวจและนำเสนอในนิตยสาร "เนชันแนล จีโอกราฟิก" (National Geographic) นครที่สาบสูญแห่งนี้จึงเริ่มรู้จักในวงกว้าง ต่อมาปี 2491 บิงแฮมก็เขียนหนังสือชื่อ "Lost City of the Incas" กลายเป็นหนังสือขายดีทันทีที่วางแผง ปี 2526 องค์การยูเนสโก (UNESCO) ก็ได้ประกาศให้เป็นพื้นที่มรดกโลก ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2550 มาชู ปิกชูก็ได้รับการโหวดจากคนทั่วโลกให้เป็นหนึ่งใน "เจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่" (New Seven Wonders of The World) ปัจจุบันมาชู ปิกชูเป็นโบราณสถานที่สำคัญและเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวของทวีปอเมริกาใต้ มีนักท่องเที่ยวกว่า 4 แสนคนต่อปี (สถิติในปี 2546)





24 กรกฎาคม พ.ศ. 2502 : ครุชเชฟ (Nikita Khrushchev) นายกรัฐมนตรีสหภาพโซเวียต ทำสงครามปากกับนิกสัน (Richard Nixon) รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระหว่างการเยือนรัสเซียเป็นเวลา 11 วันของนิกสัน



24 กรกฎาคม พ.ศ. 2517 : ศาลสูงสหรัฐชี้ขาดว่าประธานาธิบดี ริชาร์ด นิกสัน ต้องยอมจำนนต่อหลักฐาน นั่นคือ เทปบันทึกเสียงวอเตอร์เกต





แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย auddy228; 07-29-2009 เมื่อ 06:57 AM
 
07-25-2009, 12:24 AM   #26 (permalink)
ดูแลตรวจสอบเนื้อหา
วันนี้ในอดีต 25 กรกฎาคม

วันนี้ในอดีต / 25 กรกฎาคม
เหตุการณ์ในประเทศไทย.






พระยาไชยบูรณ์ (ทองอยู่)

25 กรกฎาคม 2445
โจรเงี้ยว มีผกาหม่องเป็นหัวหน้า เข้าปล้นศาลากลางจังหวัด สถานีตำรวจภูธร และบ้านพักข้าราชการ จังหวัดแพร่ ตัดศีรษะข้าหลวงคนแรกของจังหวัดแพร่คือ พระยาไชยบูรณ์ (ทองอยู่) ต่อมาได้ถูกทางราชการปราบจนราบคาบ


จุลศักราช 1264 พ.ศ. 2445 ในขณะที่พระยาไชยบูรณ์เป็นข้าหลวงกำกับการปกครองเมืองแพร่อยู่นั้น ปรากฏว่ามีพวกเงี้ยวหรือไทยใหญ่ได้คบคิดกันก่อการจลาจลขึ้นในเมืองแพร่ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้


กบฎเงี้ยว

วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2445 เวลาประมาณ 7 นาฬิกา พวกไทยใหญ่นำโดยพะกาหม่อง และสลาโปไชย หัวหน้าพวกโจรเงี้ยวนำกองโจรประมาณ 40 ? 50 คน บุกเข้าเมืองแพร่ทางด้านประตูชัยจู่โจมสถานีตำรวจเป็นจุดแรก

ขณะนั้นสถานีตำรวจเมืองแพร่มีประมาณ 12 คน จึงไม่สามารถต้านทานได้ กองโจรเงี้ยวเข้ายึดอาวุธตำรวจแล้วพากันเข้าโจมตีที่ทำการไปรษณีย์โทรเลข โจรเงี้ยวได้ตัดสายโทรเลข และทำลายอุปกรณ์สื่อสารต่าง ๆ เพื่อตัดปัญหาการสื่อสาร ครั้นแล้วก็มุ่งหน้าสู่บ้านพักข้าหลวงประจำเมืองแพร่ แต่ก่อนที่กองเงี้ยวจะไปถึงบ้านพักข้าหลวงนั้นพระยาไชยบูรณ์ ( ทองอยู่ สุวรรณบาตร ) ได้พาครอบครัวพร้อมด้วยคุณหญิงเยื้อน ภริยาหลบหนีออกจากบ้านพักไปก่อนแล้ว

พวกโจรเงี้ยวไปถึงบ้านพัก ไม่พบพระยาไชยบูรณ์ จึงบุกเข้าปล้นทรัพย์สินภายในบ้านพักข้าหลวงและสังหารคนใช้ที่หลงเหลืออยู่จนหมดสิ้น จากนั้นจึงยกกำลังเข้ายึดที่ทำการเข้าสนามหลวงทำลายคลังหลวงและกวาดเงินสดไปทั้งหมด 37 อัฐ หลังจากนั้นพวกเงี้ยวก็มุ่งตรงไปยังเรือนจำ เพื่อปล่อยนักโทษเป็นอิสระ พร้อมกับแจกจ่ายอาวุธให้กับนักโทษเหล่านั้น ทำให้พวกกองโจรเงี้ยวได้กำลังสนับสนุนเพิ่มขึ้นอีก จนภายหลังมีกำลังถึง 300 คน

ในระหว่างที่กองเงี้ยวเข้าโจมตีสถานที่ราชการต่าง ๆ อยู่นั้นราษฏรเมืองแพร่ตื่นตกใจกันมากบางส่วนได้อพยพหลบออกไปอยู่นอกเมืองทันที กองโจรเงี้ยวจึงประกาศให้ราษฏรอยู่ในความสงบ เพราะพวกตนจะไม่ทำร้ายชาวเมืองจะฆ่าเฉพาะคนไทยภาคกลางที่มาปกครองเมืองแพร่เท่านั้น ราษฏรจึงค่อยคลายความตกใจและบางส่วนได้เข้าร่วมกับพวกกองโจรเงี้ยวก็มีทำให้กองโจรเงี้ยวทำงานคล่องตัวและมีกำลังเข้มแข็งขึ้น

ขณะเดียวกันพระยาไชยบูณ์ ซึ่งพาภริยา คือคุณหญิงเยื้อน หลบหนีออกจากบ้านพัก ตรงไปยังคุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ หวังขอพึ่งกำลังเจ้าเมืองแพร่ หรือเจ้าหลวงเมือง แพร่ คือ พระยาพิริยวิไชย เมื่อไปถึงคุ้มเจ้าหลวง เจ้าหลวงเมืองแพร่กล่าวว่า จะช่วยอย่างไรกัน ปืนก็ไม่มี ฉันก็จะหนีเหมือนกัน พระยาไชยบูรณ์ ตัดสินใจพาภริยาและหญิงรับใช้หนีออกจากเมืองแพร่ไปทางบ้านมหาโพธิ์ เพื่อหวังไปขอกำลังจากเมืองอื่นมาปราบ ส่วนเจ้าเมืองแพร่นั้น หาได้หลบหนีตามคำอ้างไม่ ยังคงอยู่ในคุ้มตามเดิม

ตอนสายของวันที่ 25 กรกฎาคม เมื่อกองโจรเงี้ยวสามารถยึดเมืองแพร่ได้แล้ว พะกาหม่องและสลาโปไชย ก็ไปที่คุ้มเจ้าหลวง เพื่อเชิญให้เจ้าเมืองแพร่ปกครองบ้านเมืองตามเดิม

ก่อนจะปกครองเมือง พะกาหม่องได้ให้เจ้าเมืองแพร่ และเจ้านายบุตรหลานทำพิธีถือน้ำสาบานก่อน โดยมีพระยาพิริยวิไชย เป็นประธานร่วมด้วยเจ้าราชบุตร เจ้าไชยสงคราม และเจ้านายบุตรหลานอื่น ๆ รวม 9 คน ในพิธีนี้ มีการตกลงร่วมกันว่า จะร่วมกันต่อต้านกองทัพของรัฐบาล โดยพวกกองโจรเงี้ยวเป็นกองหน้าออกสู้รบเอง ส่วนเจ้าเมืองและคนอื่น ๆ เป็นกองหลังคอยส่งอาหารและอาวุธตลอดทั้งกำลังคน

วันที่ 26 กรกฎาคม พวกกองเงี้ยวเริ่มลงมือตามล่าฆ่าข้าราชไทยและคนไทยภาคกลางทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือสตรีที่หลบหนีไปโดยประกาศให้รางวัลนำจับ เฉพาะค่าหัวพระยาไชยบูรณ์ และพระเสนามาตย์ยกบัตรเมืองแพร่ คนละ 5 ชั่ง นอกนั้นลดหลั่นลงตามลำดับความสำคัญ

วันที่ 27 กรกฎาคม พระยาไชยบูรณ์ซึ่งอดอาหารมาเป็นเวลา 3 วัน กับ 2 คืน โดยหลบซ่อนอยู่บนต้นข่อยกลางทุ่งนา ใกล้ ๆ กับหมู่บ้านร่องกาศ ได้ออกจากที่ซ่อน เพื่อขออาหารจากชาวบ้านร่องกาศ ราษฎรคนหนึ่งในบ้านร่องกาศชื่อ หนานวงศ์ จึงนำความไปแจ้งต่อพะกาหม่อง เพื่อจะเอาเงินรางวัล พะกาหม่องนำกำลังไปล้อมจับพระยาไชยบูรณ์ทันที จับตัวได้ก็คุมตัวกลับเข้าเมืองแพร่ และได้บังคับขู่เข็ญพระยาไชยบูรณ์ตลอดทาง


วันนี้ในอดีต / 25 กรกฎาคม
เหตุการณ์ในต่างประเทศ









25 กรกฎาคม พ.ศ. 2521 หลุยส์ บราวน์ (Louise Joy Brown) เด็กหลอดแก้ว (Test-Tube Baby) คนแรกของโลกถือกำเนิดขึ้น ที่โรงพยาบาล Royal Oldham Hospital โดยฝีมือของแพทย์สองคนได้แก่ โรเบิร์ต เอ็ดเวิร์ดส์ (Robert Edwards) และ แพทริค สเต็ปโท (Patrick Steptoe) จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ ปัจจุบันบราวน์ทำงานที่ที่ทำการไปรษณีย์แห่งเมืองบริสตอล ประเทศอังกฤษ เธอแต่งงานในปี 2547 และให้กำเนิดบุตรชายคนแรกในอีกสองปีต่อมา ทั้งนี้เด็กหลอดแก้วคือเทคนิคการของการปฏิสนธิสังเคราะห์ที่เรียกว่า ?In vitro fertilization? หรือ "IVF? โดยการนำอสุจิของพ่อและไข่ของแม่มาทำการปฏิสนธิในหลอดทดลอง จากนั้นจึงค่อยนำตัวอ่อนไปฝังในมดลูกเพื่อให้เติบโตตามธรรมชาติต่อไป ตั้งแต่นั้นมา วิทยาการทางด้านการเจริญพันธุ์ก็เจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็ว การทดลองประสบความสำเร็จมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็มีการประท้วงการทดลองเด็กหลอดแก้วกันอย่างกว้างขวาง ศาสนจักรบางแห่งถึงกับออกมาประณามนักวิทยาศาสตร์ว่าเป็น ?ซาตาน? ที่บังอาจทำตัวไปเทียบเคียง ?พระเจ้า? ในการให้กำเนิดมนุษย์ อย่างไรก็ตามเทคนิคการทำเด็กหลอดแก้วก็ได้พิสูจน์ยืนยันว่าปลอดภัย นำความหวังมาให้พ่อแม่ที่มีปัญหามีบุตรยาก ทุกวันนี้การผสมเทียมในหลอดแก้วกลายเป็นเรื่องธรรมดาของคู่สมรสทั่วโลกที่ไม่สามารถมีบุตรด้วยวิธีธรรมชาติ ส่วนในประเทศไทย เด็กหลอดแก้วรายแรกเกิดที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ หลังจากบราวน์ 9 ปี โดยฝีมือของ ศาสตราจารย์นายแพทย์ประมวล วีรุตมเสน

พ.ศ. 2437 เกิดสงคราม จีน-ญี่ปุ่น เป็นครั้งแรก
25 กรกฎาคม พ.ศ. 2437 สงครามจีน-ญี่ปุ่น ครั้งแรก (First Sino-Japanese War) เริ่มเปิดฉากขึ้นเมื่อเรือลาดตระเวณของจักรวรรดิญี่ปุ่นยิงปืนใส่เรือรบของจีน สงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งแรกเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1 กันยายน 2437-17 เมษายน 2438 เป็นการสู้รบกันระหว่าง ราชวงศ์ชิง (Qing Dynasty) ของจีนกับ จักรพรรดิเมจิ (Meiji Emperor) แห่งญี่ปุ่น เพื่อครอบครอง คาบสมุทรเกาหลี (Korea) ในสมัยนั้นญี่ปุ่นได้พยายามพัฒนาประเทศทั้งทางทหารและอุตสาหกรรมให้ทันสมัยตามแบบชาติตะวันตก จึงต้องการขยายดินแดนมายังเอเชียตะวันออกโดยเฉพาะบริเวณคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญสำหรับป้องกันประเทศจากจักรวรรดินิยมตะวันตก อีกทั้งยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่เหล็กและถ่านหิน ในอดีตเกาหลีเคยเป็นประเทศราชของจีนมายาวนานจนถึงสมัยราชวงชิง จีนเริ่มอ่อนแอลงเรื่อย ๆ หลังจากพ่ายแพ้อังกฤษใน สงครามฝิ่น (Opium Wars) และ สงครามจีน-ฝรั่งเศส (Sino-French War) ในขณะที่ญี่ปุ่นกำลังฉายแรงรุ่งโรจน์ เหล่าขุนนางเกาหลีจึงตีตัวออกจากจีน ไปสร้างความสัมพันธ์กับญี่ปุ่นและชาติตะวันตัก ญี่ปุ่นพยายามแพร่อิทธิพลเข้าครอบงำเกาหลีจนเกิดปะทะกับกลุ่มชาตินิยมเกาหลีซึ่งจีนให้การสนับสนุน ในที่สุดจีนกับญี่ปุ่นจึงลงนามใน สนธิสัญญากังฮวา (Treaty of Ganghwa) ในปี 2419 บังคับให้เกาหลีเปิดตลาดการค้ากับญี่ปุ่นและชาติอื่น ซึ่งนับเป็นการประกาศให้นานาชาติรู้ว่าเกาหลีเป็นไทจากจีนแล้ว แต่การเมืองภายในเกาหลีก็ยังมีความขัดแย้งระหว่างฝ่ายอนุรักษ์ที่นิยมจีนกับฝ่ายก้าวหน้าที่นิยมญี่ปุ่น ความขัดแย้งระหว่างจีนกับญี่ปุ่นก็เริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งในปี 2436 คิม โอ คยุน (Kim Ok-kyun) นักปฏิวัติชาวเกาหลีที่นิยมญี่ปุ่นถูกลอบสังหารในเมืองเซี่ยงไฮ้ นัยว่าเป็นการเตือนพวกกบฏที่นิยมญี่ปุ่นไม่ให้เคลื่อนไหว เหตุการณ์นี้สร้างความขุ่นเคืองให้กับญี่ปุ่นอย่างมาก จากนั้นสถานการณ์ก็ร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อจักรพรรดิเกาหลีขอความช่วยเหลือให้จีนส่งทหารมาช่วยปราบกบฏ โดยส่งทหารจีน 2,800 นายไปเกาหลี ภายใต้การนำของ หยวน ซื่อไข่ (Yuan Shikai) ฝ่ายญี่ปุ่นถือว่าการกระทำของจีนครั้งนี้เป็นการละเมิดข้อตกลงอย่างรุนแรง จึงตอบโต้จีนโดยการส่งหน่วยเคลื่อนที่เร็วแปดพันนายไปยังเกาหลีเช่นกัน ทหารญี่ปุ่นได้เข้ายึดพระราชวังและจับกุมจักรพรรดิเกาหลี เปลี่ยนรัฐบาลใหม่เป็นพวกนิยมญี่ปุ่น และขับไล่จีนออกจากเกาหลี ในที่สุดกองเรือของทั้งสองฝ่ายก็เริ่มปะทะกัน ผลจากสงครามครั้งนี้จีนเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ จีนต้องยอมเจรจาสงบศึก โดยลงนามใน สนธิสัญญาชิโมโนเซกิ (Treaty of Shimonoseki) ยินยอมยกเกาหลีให้อยู่ในความดูและของญี่ปุ่น และต้องชดใช้ค่าเสียหายให้ญี่ปุ่น 200 ล้านตำลึง (Kuping taels) ฝ่ายจีนเสียชีวิตและบาดเจ็บราว 35,000 คน ฝ่ายญี่ปุ่นเสียชีวิตราว 13,823 คนบาทเจ็บอีก 3,973 คน










 
07-25-2009, 10:46 PM   #27 (permalink)
ดูแลตรวจสอบเนื้อหา
วันนี้ในอดีต 26 กรกฎาคม

วันนี้ในอดีต / 26 กรกฎาคม
เหตุการณ์ในประเทศไทย.






26 กรกฎาคม พ.ศ. 2426
- ไทยได้เปิดสายโทรเลขสายแรกที่ติดต่อกับต่างประเทศ เริ่มจากกรุงเทพ ฯ ผ่าน ปราจีนบุรี กบินทร์บุรี อรัญประเทศ จนถึงคลองกำปงปลัก ในพระตะบอง และติดต่อกับสายโทรเลขอินโดจีนเชื่อมโยงกับไซ่ง่อน



เริ่มแรกในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2412 ทรงอนุมัติให้ชาวอังกฤษ จัดตั้งบริษัทก่อสร้างและบำรุงรักษาทางโทรเลขตามคำเสนอขอ แต่การดำเนินงานกลับล้มเหลว

เมื่อ พ.ศ. 2418 สมัยรัชกาลที่ 5 กรมกลาโหมดำเนินการสร้างทางสายโทรเลขสายแรก จากกรุงเทพมหานครไปปากน้ำ หรือจ.สมุทรปราการ ในปัจจุบัน โดยวางสายเคเบิลโทรเลขใต้น้ำต่อออกไป ถึงกระโจมไฟนอกสันดอนปากแม่น้ำเจ้าพระยารวมระยะทาง 45 กิโลเมตร เพื่อใช้ในการส่งข่าวสารทางราชการเป็นหลัก

ในปี พ.ศ. 2421 กรมกลาโหมได้สร้างทางโทรเลขสายที่สอง จากกรุงเทพฯ ถึงพระราชวังบางปะอิน และได้ขยายสายออกไปถึงกรุงเก่า (จ.พระนครศรีอยุธยา)
ต่อมาปี พ.ศ. 2426 เริ่มสร้างทางใช้ลวดเหล็กอาบสังกะสีเป็นสายแรกของกรุงเทพฯ ผ่านปราจีนบุรี กบินทร์บุรี อรัญประเทศ ศรีโสภณ และคลองกำปงปลัก ในจ.พระตะบอง (สมัยนั้นยังเป็นของสยาม) ได้เชื่อมต่อกับสายโทรเลขอินโดจีน ไซง่อนซึ่งเป็นสายแรกที่ติดต่อกับต่างประเทศ และในวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2426 ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนได้ใช้บริการโทรเลข

เมื่อมาถึง พ.ศ. 2440 กรมโทรเลขได้สร้างทางสายกรุงเทพฯ แม่สอด จ.ตาก เพื่อไปต่อกับสายโทรเลขของอังกฤษไปเมืองมะละแหม่ง และย่างกุ้ง และได้สร้ายทางโทรเลขจากกรุงเทพฯ เพชรบุรี ชุมพร ทุ่งสง หาดใหญ่ และสงขลา และในปี พ.ศ. 2441 ได้สร้างสายย่อจากสงขลาไปไทรบุรี (ปัจจุบัน คือ รัฐเกดะห์ ประเทศมาเลเซีย) และกัวลามุดา เพื่อเชื่อมต่อกับสายโทรเลขของอังกฤษไปปีนังและสิงคโปร์

ในปี พ.ศ. 2496 นายสมาน บุณยรัตพันธุ์ นายช่างโทรเลขได้สร้างเครื่องโทรพิมพ์ภาษาไทยได้สำเร็จ โดยคิดระบบกลไก หรือ Spacing Control Mechanism ต่อมาได้ประดิษฐ์เพิ่มเติมโดยให้เครื่องทำงานได้ทั่งสองภาษา (ไทยและอังกฤษ) ให้ชื่อว่า เครื่องโทรพิมพ์ไทยแบบ S.P. โดยกรมไปรษณีย์โทรเลขรับรองเมื่อปี พ.ศ. 2498

เมื่อ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500 กรมไปรษณีย์โทรเลขสั่งสร้างเครื่องโทรพิมพ์ไทยจากประเทศญี่ปุ่น เข้ามาใช้งานเป็นรุ่นแรกระหว่างกรุงเทพฯ-นครสวรรค์ กรุงเทพฯ-อุตรดิตถ์-เชียงใหม่ หลังจากนั้นได้ใช้เครื่องโทรพิมพ์ออกไปทั่งประเทศ

ปี พ.ศ. 2503 ได้มีการปรับปรุงบริการให้ทันสมัยโดยจัดซื้ออุปกรณ์ใหม่ เช่น เครื่องส่งและเครื่องรับวิทยุความถี่สูง เครื่องโทรพิมพ์ที่ใช้งานโทรเลขแบบต่างๆ เปิดการใช้งานรับส่งโทรเลขติดต่อกับต่างประเทศด้วยวงจร HF1 ARQ โดยประเทศแรกที่ติดต่อด้วยวงจรนี้คือประเทศญี่ปุ่น

นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2496 กรมไปรษณีย์โทรเลขได้จัดตั้งสถานีวิทยุคมนาคมขึ้นในจังหวัดและอำเภอต่างๆ เป็นจำนวนทั้งสิ้น 50 สถานี

จนกระทั่งพ.ศ. 2520 กรมไปรษณีย์โทรเลข ได้โอนส่วนปฏิบัติการให้บริการโทรคมนาคมของประเทศ รวมถึงบริการโทรเลข ไปอยู่ในความรับผิดชอบของ การสื่อสารแห่งประเทศไทย (กสท.) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจตั้งขึ้นใหม่ สังกัดกระทรวงคมนาคม




ต่อมาปี พ.ศ. 2542 รัฐบาลมีนโยบายที่ต้องการแปรสภาพรัฐวิสาหกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้เทียบเท่าภาคเอกชน ซึ่ง กสท.เป็นหนึ่งในรัฐวิสาหกิจที่ต้องดำเนินการตามนโยบายดังกล่าว โดยเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2546 คณะรัฐมนตรีมีมติให้แปรสภาพ กสท. ตามแผนแม่บทพัฒนากิจการโทรคมนาคม และพระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2542 แยกกิจการเป็น 2 บริษัท คือ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ซึ่งจดทะเบียนจัดตั้งเป็นบริษัทเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2546 โดยบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ยังคงรับผิดชอบการให้บริการโทรเลขด้วยและยกเลิกบริการโทรเลข ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2551 เวลา 20.00 น.






26 กรกฎาคม พ.ศ. 2436
- หลังจากฝรั่งเศสได้ยื่นคำขาดต่อรัฐบาลไทย เมื่อ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2436 และได้รับคำตอบไม่เป็นที่พอใจจึงได้ส่งกองเรือขนาดใหญ่ ประกอบด้วยเรือลาดตะเวน 2 ลำ เรือสลุป 2 ลำ เรือปืน 5 ลำ และเรือตอร์ปิโด 1 ลำ เข้ายึดเกาะสีชัง ประกาศปิดอ่าวไทย ให้ไทยทำสัญญาสงบศึกและให้รับข้อประกันในการยึดปากน้ำจันทบุรี และเมืองจันทบุรี จนกว่าไทยจะถอนทหารออกจากฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขงหมด ฝรั่งเศสยกเลิกการปิดล้อมอ่าวไทย เมื่อ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2436








26 กรกฎาคม พ.ศ. 2522
- กรมป่าไม้ ประกาศจัดตั้ง " อุทยานแห่งชาติภูเรือ " เป็นอุทยานแห่งชาติอันดับที่ 16 ของไทย



อุทยานแห่งชาติภูเรือ มีเนื้อที่ทั้งหมด 120.84 ตารางกิโลเมตร มีพื้นที่ครอบคลุม อ. ภูเรือ และ อ. ท่าลี่ จ. เลยสาเหตุที่ได้ชื่อว่า ?ภูเรือ? เพราะมีภูเขาลูกหนึ่งที่มีชะโงกผาสีสันสะดุดตายื่นออกมาดูคล้ายสำเภาใหญ่ และที่ราบบนยอดเขามีลักษณะคล้ายท้องเรือ ภูมิประเทศของภูเรือเป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน ส่วนใหญ่เป็นภูเขาหินทราย บางส่วนเป็นหินแกรนิต หินบางก้อนมีลักษณะเหมือนถูกปั้นแต่งไว้ ชาวบ้านเรียกว่า "กว้านสมอ" รอบ ๆ จะเห็นยอดดอยเป็นขุนเขาน้อยใหญ่ใกล้เคียงเป็นฝ้าขาวด้วยละอองน้ำและหมอกปกคลุมไว้ท่ามกลางป่าอันอุดมสมบูรณ์ ภูมิอากาศบนยอดดอยจึงหนาวเย็นตลอดทั้งปี จุดที่สูงที่สุดในเขตอุทยานแห่งชาติ อยู่สูงประมาณ 1,365 เมตรจากระดับน้ำทะเล ลักษณะเช่นนี้เองจึงเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญก่อให้เกิดลำธารหลายสาย เช่น ห้วยน้ำด่าน ห้วยบง ห้วยเกียงนา ห้วยทรายขาว ห้วยติ้ว และห้วยไผ่ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของน้ำตกห้วยไผ่ที่สวยงาม ภูเรือมีสภาพป่าหลายชนิดปะปนกันทั้งป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าดงดิบ ป่าสนเขา ในป่าภูเรือเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าหลายชนิด เช่น หมี เก้ง กวางป่า หมูป่า หมาไน ลิง พญากระรอกดำ ไก่ฟ้าพญาลอ ไก่ป่า กระต่ายป่า เต่าเดือย เต่าปูลูและนกชนิดต่าง ๆ ที่สวยงามอีกมากมาย โดยเฉพาะในฤดูหนาวจะอพยพมาจากประเทศจีนเป็นจำนวนมาก


จุดที่น่าสนใจบนอุทยานแห่งชาติภูเรือ


จุดชมทิวทัศน์เดโช เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น ในวันที่อากาศดีนักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นภูต่างๆของเมืองเลยได้
ผาโหล่นน้อย อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามมาก จากจุดนี้จะมองเห็นภูหลวง ภูผาสาด ภูครั่ง และทะเลภูเขาสลับซับซ้อน
ผาซำทอง อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 2.5 กิโลเมตร เป็นหน้าผาสูงชัน และแหล่งน้ำซับที่มีพืชน้ำไลเคนสีเหลืองคล้ายสีทองขึ้นเต็มไปทั่ว จึงเรียกว่า ผาซำทอง
น้ำตกห้วยไผ่ ตั้งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่ไหลลงมาจากหน้าผาสูงชัน มีความสูงประมาณ 30 เมตร น้ำตกแห่งนี้นำไปใช้ทำน้ำประปาในอำเภอภูเรือด้วย
ยอดภูเรือ เป็นจุดที่สูงที่สุดในอุทยานฯ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,365 เมตร บริเวณโดยรอบเป็นลานหินที่มีทุ่งหญ้าขึ้นแซมสลับกับป่าสน มีทั้งสนสองใบที่ขึ้นตามธรรมชาติและสนสามใบที่เป็นสนปลูก จากจุดนี้ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสนักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นแม่น้ำเหืองและแม่น้ำโขงที่กั้นพรมแดนระหว่างไทย-ลาวได้
นอกจากนี้ยังมีจุดที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง เช่น ถ้ำหินแตก หินค้างหม้อ หินวัวนอน หินพานขันหมาก หินพระศิวะ สวนหินเต่า ซึ่งหินเหล่านี้มีรูปร่างตามชื่อเรียก ตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าช่วงปลายฝนต้นหนาวมีดอกไม้เล็กๆขึ้นอยู่ทั่วไปน่าชมมาก











วันนี้ในอดีต / 26 กรกฎาคม
เหตุการณ์ในต่างประเทศ









? พ.ศ. 2451 (ค.ศ. 1908) ? สหรัฐอเมริกาก่อตั้งหน่วยงานสำนักงานสอบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา


สำนักงานสอบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกาก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2451 โดยนายชาร์ลส์ โบนาปาร์ด อธิบดีกรมยุติธรรมแห่งสหรัฐอเมริกา และประธานาธิบดีทีโอดอร์ รูสเวลต์ เมื่อแรกได้ชื่อว่า "หน่วยเฉพาะกิจแห่งกรมยุติธรรม" (Special Agents of Department of Justice) สมาชิกส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่สืบสวนและเจ้าหน้าที่การข่าวชั้นดี และมีการแบ่งส่วนราชการเป็นยี่สิบสี่ฝ่าย

ปีถัดมา เมื่อนายจอร์จ วิกเคอร์แมนได้รับตำแหน่งอธิบดีกรมยุติธรรมคนใหม่ ก็ได้เปลี่ยนชื่อหน่วยฯ เป็นสำนักงานสอบสวน (Bureau of Investigation) มีอำนาจหน้าที่ในการสอบสวนคดีเกี่ยวกับการฉ้อโกง

กระทั่ง พ.ศ. 2453 เมื่อมีการประกาศใช้รัฐบัญญัติว่าด้วยทาสผิวขาว สำนักงานฯ ก็ได้มีอำนาจหน้าที่ในการสืบสวนครอบคลุมถึงคดีอาชญากรรม จากนั้นได้มีการขยายขอบเขตการทำงาน โดยมีหน่วยงานย่อยมากกว่าสามร้อยฝ่าย มีสำนักงานสาขาในรัฐต่าง ๆ จนเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2475 ก็ได้เปลี่ยนมาใช้ชื่ออย่างในปัจจุบัน

เจ้าหน้าที่นำสืบของสำนักงานฯ จะต้องเข้ารับการฝึกจากวิทยาลัยสืบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา (FBI National Academy) เสมอไป เพื่อให้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านตามที่ประสงค์









? พ.ศ. 2496 (ค.ศ. 1953) ? ฟิเดล คาสโตร นำการโจมตี ค่ายทหารมอนกาดา เป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติคิวบา




ฟิเดล คาสโตร (Fidel Castro Ruz) เกิดเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2469 (ค.ศ. 1926) เป็นนักปฏิวัติ อดีตเลขาธิการที่ 1 พรรคคอมมิวนิสต์คิวบา และ ประธานสภาแห่งรัฐ


คาสโตรเป็นผู้นำการเคลื่อนไหวทางการเมือง กลุ่ม 26 กรกฎาคม (26th of July Movement) ซึ่งมีสมาชิกที่เป็นที่รู้จักอย่าง เช กูวารา เขายึดกรุงฮาวานาได้ในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2502 (ค.ศ. 1959) และก้าวขึ้นเป็นผู้นำคนใหม่ของประเทศ หลังจากนั้นคาสโตรนำประเทศคิวบาสู่การปกครองระบอบคอมมิวนิสต์ และเป็นพันธมิตรที่เหนียวแน่นกับสหภาพโซเวียต ซึ่งก่อให้เกิดความตึงเครียดกับสหรัฐอเมริกาเป็นอย่างมาก ความขัดแย้งขึ้นไประดับสูงสุดในวิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบา เมื่อ พ.ศ. 2505 (ค.ศ. 1962)
ปัจจุบัน ฟิเดล คาสโตร ได้ยุติบทบาทในการบริหารประเทศคิวบาอย่างเป็นทางการแล้ว ในวันที่ 19 ก.พ. 2551 ประเทศเวียดนามได้ประกาศยกย่องว่า เป็น ฟิเดล คาสโตร "มหามิตรที่ยิ่งใหญ่ตลาดกาล









26 กรกฎาคม พ.ศ. 2495 เอวา เปรอง (Maria Eva Duarte de Peron) หรือ "เอวิตา" (Evita) สตรีหมายเลขหนึ่งของอาเจนตินาระหว่างปี 2489-2495 ภรรยาผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของประธานาธิบดี ฮวน เปรอง (Juan Domingo Peron) เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในมดลูก ขณะอายุได้เพียง 33 ปี







เอวิตาเกิดเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2462 ในชนบทของอาเจนตินา บิดาเสียชีวิตตอนเธอ 7 ขวบ เธอย้ายไปอยู่ที่เมืองหลวงคือ กรุงบูเอโนส ไอเรส ตอนอายุ 15 ปี เริ่มอาชีพเป็นนักแสดงละครเวที ต่อมาได้ออกอากาศในวิทยุ เป็นนางแบบถ่ายปกนิตยสาร และได้แสดงภาพยนตร์จนกลายเป็นดาราดังในที่สุด ในปี 2487 เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในอาเจนตินา ทหารนักการเมืองและศิลปินต่างมาช่วยเหลือผู้ประสบภัย เอวิตาพบกับนายพลฮวน ต่อมาเธอได้ทำงานด้านแรงงานและสวัสดิการสังคม ส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของชนชั้นแรงงานและคนยากจนดีขึ้น ทำให้ฮวนได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง จนได้ตำแหน่งรองประธานาธิบดี ปีต่อมาทั้งสองได้แต่งงานกัน จากนั้นฮวนถูกจับในข้อหากบฏ แต่ประชาชนชาวอาเจนตินาได้ออกมาประท้วงกันอย่างกว้างขวางจนรัฐบาลต้องปล่อยตัว ปีต่อมาฮวนก็ได้รับการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีและเอวิตาได้เป็นสตรีหมายเลขหนึ่ง ในวัยเพียง 26 ปี เธอได้ทำงานในกระทรวงแรงงานและความมั่นคงสังคม ซึ่งเธออุทิศตัวเพื่อการปฏิรูปสังคมอย่างสันติ ดูแลเรื่องการศึกษา สวัสดิการสังคม การรักษาพยาบาล และสิทธิสตรีในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง โดยไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย เอวิตาจึงกลายเป็นขวัญใจของประชาชน ทั้งในด้านความงาม ความเฉลียวฉลาด และความทุ่มเทในการทำงาน หลังจากฮวน เปรองขึ้นรับตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สอง วันที่ 24 มกราคม 2495 รัฐสภามีก็มติในวาระพิเศษให้ขนานนามเธอว่า "ผู้นำทางจิตวิญญาณของประชาชาติ" (Spiritual Leader of the Nation) จากการกรำงานหนักมาตลอดเธอก็เริ่มป่วยเป็นมะเร็งในระยะสุดท้ายและเสียชีวิตในที่สุด มีการจัดงานศพของเธออย่างยิ่งใหญ่ ประชาชนชาวอาเจนตินาต่างพากันเศร้าโศกกันทั่วประเทศ หลังจากนั้นในปี 2498 รัฐบาลของนายพลเปรองถูกคณะทหารทำรัฐประหาร ศพของเอวิตาถูกเนรเทศไปอยู่ที่สุสานในเมืองมิลาน ประเทศอิตาลีเป็นเวลายาวนานเกือบ 20 ปี จนเมื่อฮวน เปรองยึดอำนาจคืนมาอีกครั้งเมื่อปี 2514 ศพของเธอจึงถูกนำกลับมาฝังไว้ยังสุสานที่กรุงบูเอโนส ไอเรส ข้าง ๆ ครอบครัวของเธอ เรื่องราวของเอวิตายังคงติดตรึงในใจของชาวอาร์เจนตินาอยู่จนทุกวันนี้ จนถูกนำไปสร้างเป็นละครเพลงและภาพยนตร์หลายครั้ง

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย auddy228; 07-29-2009 เมื่อ 06:56 AM
 
07-27-2009, 06:27 AM   #28 (permalink)
ดูแลตรวจสอบเนื้อหา

วันนี้ในอดีต / 27 กรกฎาคม
เหตุการณ์ในประเทศไทย.







27 กรกฎาคม 2470
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงปรับปรุงสภาป้องกันพระราชอาณาจักร สภาดังกล่าวประกอบด้วยฝ่ายทหารและกระทรวงทบวงการเมืองฝ่ายพลเรือน มีหน้าที่ร่วมกันพิจารณา และวางนโยบายในการป้องกันพระราชอาณาจักรกับพิจารณาเรื่องต่างๆ ที่จะต้องขอให้ทรงพระราชทานคำปรึกษา






พ.ศ. 2533 (ค.ศ. 1990) ? วันก่อตั้งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

27 กรกฎาคม 2533 วันสถาปนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ตัวย่อคือ มทส. (Suranaree University of Technology) โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้ทรงลงพระปรมาภิไธยในพระราชบัญญัติจัดตั้งมหาวิทยาลัยและได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีจึงได้ถือเอาวันนี้เป็นวันสถาปนามหาวิทยาลัย เริ่มวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2533 อาคารและสิ่งก่อสร้างส่วนใหญ่แล้วเสร็จทันการเปิดดำเนินการรับนักศึกษาในเดือนพฤษภาคม 2536 มทส. เป็นมหาวิทยาลัยเป็นของรัฐที่บริหารงานแบบธุรกิจโดยไม่ได้มุ่งแสวงหาผลกำไร เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารจัดการ วิสัยทัศน์ตอนก่อตั้งคือมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างขีดความสามารถให้เป็นมหาวิทยาลัยชั้นหนึ่งของประเทศไทย และเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของเอเชีย ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มทส. ตั้งอยู่ที่ ต. สุรนารี อ. เมือง จ. นครราชสีมา ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยคือต้นปีบทอง สีประจำมหาวิทยาลัยคือสีแสด-ทอง ปัจจุบันเปิดสอน 23 สาขาวิชา มีการศึกษาในระบบ 3 ภาคเรียน เปิดสอนในระดับปริญญาตรี โทและเอก






27 กรกฎาคม พ.ศ. 2452 วันพระราชสมภพ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริประสูติที่กรุงเทพฯ พระนามเดิมคือ หม่อมเจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ จักรพันธุ์ ทรงเป็นโอรสใน พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นอนุวัตนาจาตุรนต์ กับ หม่อมจำรัส จักรพันธุ์ ณ อยุธยา ทรงสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมปีที่ 3 จากโรงเรียนเทพศิรินทร์ เข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนนายร้อยทหาร รุ่นเดียวกับ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อยู่ระยะหนึ่ง พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ก็ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ส่งไปศึกษาต่อที่ประเทศฟิลิปปินส์และสหรัฐอเมริกา ทรงสำเร็จการศึกษาทางด้านการเกษตรเมื่อปี 2479 จากนั้นกลับเมืองไทยมารับราชการในกระทรวงเกษตร ปี 2494 ทรงดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีหมาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จากนั้นทรงดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมข้าว, กรมกสิกรรม ปี 2512 ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปี 2516 ทรงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ปี 2518 ทรงดำรงตำแหน่งองคมนตรีตราบจนสิ้นพระชนม์ นอกจากทรงมีความรู้ความสามารถทางด้านวิชาการเกษตรแล้ว ยังทรงมีความสามารถด้านดนตรีอีกด้วย โดยในระหว่างที่ทรงดำรงตำแหน่งอธิการบดีท่านได้ทรงริเริ่มก่อตั้งวงดนตรี "KU Band? วงดนตรีประจำมหาวิทยาลัยวงแรกของประเทศไทยด้วย อีกทั้งพระองค์ยังทรงประพันธ์คำร้องในเพลงพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ หลายเพลง อาทิ แสงเทียน, ยามเย็น, สายฝน, แก้วตาขวัญใจ แสงเดือน พรปีใหม่ และเพลงอื่น ๆ อีกนับร้อยเพลง พระองค์สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2536








วันนี้ในอดีต / 27 กรกฎาคม
เหตุการณ์ในต่างประเทศ






พ.ศ. 2483 (ค.ศ. 1940) ? บั๊กส์ บันนี่ ปรากฏตัวครั้งแรกในการ์ตูนแอนิเมชัน A Wild Hare .


27 กรกฎาคม พ.ศ. 2483 บักส์ บันนี (Bugs Bunny) ตัวการ์ตูนกระต่ายซูเปอร์สตาร์ ปรากฏตัวอย่างเป็นทางการในการ์ตูนอนิเมชันชุด "The Wild Hare? ของบริษัท Wanrner Bros การ์ตูนเรื่องนี้กำกับโดย เท็กซ์ แอฟเวอรี (Tex Avery) ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2481 บักส์ บันนีเคยปรากฏตัวในการ์ตูนสั้นเรื่อง "Porky?s Hare Hunt? กำกับโดย คาล ดาลตัน (Cal Dalton) และ เบน ฮาร์ดอะเวย์ (Ben Hardaway) ก่อนจะโตมาเป็นบักส์ บันนีอย่างทุกวันนี้ ในตอนแรกบักส์จะโผล่ออกมาจากโพลงกระต่าย ทักทาย เอลเมอร์ ฟัดด์ (Elmer J. Fudd) นายพรานคู่ปรับเป็นสำเนียงบรุกลินว่า "What?s up Doc?" ต่อมาประโยคนี้ก็ได้กลายเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของเจ้ากระต่ายสีเทาตัวนี้ โดยคนเขียนบทมักจะเขียนให้บักส์เป็นผู้ชนะตลอดกาล ในตอนแรกบักส์จะถูกแกล้ง ไล่ล่าต่าง ๆ นานาจนในที่สุดก็ทนไม่ไหว มันก็จะโพล่งออกมาว่า "Of course, you realize this means war" หลังจากนั้นบักส์ก็ถูกนำไปสร้างในการ์ตูนตอนอื่น ๆ โดยผู้กำกับของวอร์เนอร์โบรสอีกหลายคน พบกับคู่ปรับอีกหลายตัว อาทิ คาวบอย "โยเซมิติ แซม? (Yosemite Sam), มนุษย์ดาวอังคาร "มาร์วิน มาร์เทียน? (Marvin Martian), แร้งเฒ่า "เบรกกี บัซซาร์ด? (Beaky Buzzard), "ดัฟฟี ดักส์? (Daffy Duck) หรือ หมาป่า "ไวล์ อี. โคโยต? (Wile E. Coyote)
ข้อมูลพื้นฐานของบักส์ บันนี่





ชื่อ บักส์ บันนี่ (Bugs Bunny)
วันเกิด 27 กรกฎาคม 1940
บุคลิกลักษณะนิสัย เป็นกระต่ายเท่ ชอบแทะแครอทเป็นนิจ ไม่แสดงออกถึงความเป็นกระต่ายป่า เขาเป็นกระต่ายที่มีไหวพริบ ชอบใช้สมอง พูดจานุ่มนวลแต่แฝงไว้ ด้วยความหลักแหลม บั๊กส์ บันนี่ใช้สมองในการหาเล่ห์กลทุกรูปแบบเพื่อเอาชนะผู้ที่มาแข่งขันด้วย
อายุปัจจุบัน ถ้านับถ้านับอายุจริง ๆ บักส์ บันนี่อายุ 60 ปีแล้วนะ
ประโยคติดปาก ?What?s Up Doc ??






27 กรกฎาคม พ.ศ. 2464
เฟรเดอริก แบนติง (Frederick G. Banting) นักวิจัยประจำมหาวิทยาลัยโตรอนโต (University of Toronto) ประเทศแคนนาดา แถลงข่าวการค้นพบฮอโมน ?อินซูลิน? (insulin) โดยเขากับ ชาร์ลส์ เบสท์ (Charles Herbert Best) ผู้ช่วยได้ศึกษาเรื่องกลุ่มของเซลล์ "lslets of Langerhans? ที่กระจายอยู่ในตับอ่อน (Pancreas) พบว่าเซลล์ดังกล่าวทำหน้าที่สร้างฮอร์โมนชนิดหนึ่ง ซึ่งทำหน้าที่เปลี่ยนน้ำตาลในร่างกายให้กลายเป็นความร้อนและพลังงาน พวกเขาเรียกฮอร์โมนชนิดนี้ว่า "อินซูลิน? ซึ่งมาจากรากศัพท์ภาษาละตินว่า "Insula? ที่แปลว่าเกาะ การค้นพบอินซูลินนับเป็นจุดเริ่มต้นค้นหาสาเหตุของ โรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus/DM) ทั้งนี้ฮอร์โมนอินซูลินมีหน้าที่ช่วยให้ร่างกายเผาผลาญน้ำตาลมาใช้เป็นพลังงาน เมื่ออินซูลินในร่างกายไม่พอ น้ำตาลก็ไม่ถูกนำไปใช้ จึงเกิดการคั่งของน้ำตาลในเลือดและอวัยวะต่าง ๆ เมื่อน้ำตาลคั่งในเลือดมาก ๆ ก็จะถูกไตกรองออกมาในปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะหวานถึงขนาดมีมดขึ้นได้ การค้นพบอินซูลินครั้งนี้ทำให้เขาได้รับรางวัลโนเบล สาขาการแพทย์ในปี 2466 โดยแบ่งเงินรางวัลส่วนหนึ่งให้เบสท์ผู้ช่วยของเขาด้วย



27 กรกฎาคม พ.ศ. 2496 (ค.ศ. 1953) ? สงครามเกาหลียุติลง สหรัฐอเมริกา จีน เกาหลีเหนือ และเกาหลีใต้ ลงนามในข้อตกลงสงบศึก

สงครามเกาหลี (Korean War) ยุติลงอย่างเป็นทางการเมื่อสหรัฐอเมริกา จีน เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ลงนามในข้อตกลงสงบศึกที่เมืองปันมุนจอน (Panmunjon) ทั้งนี้หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ฝ่ายพันธมิตรได้แบ่งดินแดนของเกาหลีออกเป็น 2 ส่วนโดยใช้เส้นขนานที่ 38 องศาเหนือ เนื่องจากเกาหลีส่วนเหนือยอมแพ้ต่อสหภาพโซเวียต แต่ส่วนใต้ยอมแพ้ต่อสหรัฐอเมริกา ในปี 2491 สหรัฐฯ ได้ยื่นข้อเสนอต่อองค์การสหประชาชาติ เพื่อสถาปนาชาติเอกราช โดยจัดให้มีการเลือกตั้งใหญ่ทั่วประเทศ แต่สหภาพโซเวียตไม่ยอมให้ความร่วมมือ และได้ตั้งรัฐบาลคอมมิวนิสต์ขึ้น พร้อมทั้งพยายามแทรกซึมและแผ่อิทธิพลเข้าไปในเกาหลีใต้ วันที่ 25 มิถุนายน 2498 สงครามเกาหลีก็เปิดฉากขึ้น เมื่อกองทัพเกาหลีเหนือประมาณ 60,000 นาย ภายใต้บังคับบัญชาของ จอมพล โช ยอง กุน (Choi Yong-kun) ซึ่งสนับสนุนโดยประเทศจีนและสหภาพโซเวียต ได้บุกข้ามเส้นขนานที่ 38 แล้วเปิดฉากรุกรานเกาหลีใต้ และเข้ายึดกรุงโซล โดยไม่ทันตั้งตัว และยึดได้สำเร็จในอีกสองวันต่อมา วันที่ 29 มิถุนายน 2498 กองกำลังสหประชาชาติในรูปกองกำลังผสม 15 เชื้อชาตินำโดย สหรัฐอเมริกา แคนาดา สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย ฯลฯ รวมทั้งประเทศไทย จึงปฏิบัติการเข้าช่วยเหลือเกาหลีใต้ สงครามเกาหลีนับเป็นหนึ่งในสงครามตัวแทนของ "สงครามเย็น? (Cold War) ระหว่างค่ายคอมมิวนิสต์กับประชาธิปไตย ฝ่ายเกาหลีเหนือเสียชีวิตในสงครามทั้งหมด 1,066,000 นาย ส่วนเกาหลีใต้เสียชีวิตประมาณ 941,356?1,139,518 นาย รวมถึงทหารฝ่ายไทยจำนวน 1,294 นาย ยังไม่นับผู้บริสุทธิ์ซึ่งเสียชีวิตและบาทเจ็บอีกจำนวนมาก ปัจจุบันเกาหลียังคงแบ่งแยกออกเป็นสองประเทศคือ เกาหลีเหนือ ซึ่งมีชื่อเต็มว่า "สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี? (Democratic People's Republic of Korea : DPRK) และ เกาหลีใต้ หรือ "สาธารณรัฐเกาหลี? (Republic of Korea : ROK) โดยใช้เส้นแบ่งที่เส้นขนานที่ 38 องศาเหนือ




พ.ศ. 2539 (ค.ศ. 1996) ? เหตุระเบิดในเซนเทนเนียล โอลิมปิก ปาร์ค: เกิดระเบิดระหว่างการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในเมืองแอตแลนตา มลรัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 คน บาดเจ็บ 111 คน



27 กรกฎาคม 2542
ยานอวกาศดิสคัพเวอรี่ ประสบความสำเร็จในภารกิจ 5 วันในอวกาศ โดยมี นาวาอากาศ




แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย auddy228; 07-29-2009 เมื่อ 06:55 AM
 
07-27-2009, 09:21 PM   #29 (permalink)
ดูแลตรวจสอบเนื้อหา
วันนี้ในอดีต 28 กรกฎาคม

วันนี้ในอดีต / 28กรกฎาคม
เหตุการณ์ในประเทศไทย.
?






28กรกฎาคม พ.ศ. 2495 (ค.ศ. 1952) ? สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชสมภพ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต




พระราชประวัติ

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร มีพระนามเดิมว่า สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ บรมจักรยาดิศรสันตติวงศ เทเวศรธำรงสุบริบาล อภิคุณูประการมหิตลาดุลเดช ภูมิพลนเรศวรางกูร กิตติสิริสมบูรณ์สวางควัฒน์ บรมขัตติยราชกุมาร เป็นพระราชโอรสพระองค์เดียว ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชสมภพ เมื่อวันจันทร์ ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2495 เวลา 17 นาฬิกา 45 นาที ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต


พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ ขึ้นเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2515 ตามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า "สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร สิริกิตยสมบูรณสวางควัฒน์ วรขัตติยราชสันตติวงศ์ มหิตลพงศอดุลยเดช จักรีนเรศยุพราชวิสุทธิ สยามมกุฎราชกุมาร"


พระราชภารกิจด้านการศึกษา


ทรงสำเร็จการศึกษาขั้นต้นจากโรงเรียนจิตรลดา แล้วจึงเสด็จฯ ไปทรงศึกษาต่อที่โรงเรียนคิงส์มีด แคว้นซัสเซกส์ และโรงเรียนมิลฟิลด์ แคว้นซอมเมอร์เซท ประเทศอังกฤษ จากนั้นทรงไปศึกษาต่อ ที่โรงเรียนคิงส์สกูล ซิดนีย์ และสำเร็จการศึกษา จากวิทยาลัยการทหารดันทรูน แคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย


หลังจากเสด็จกลับประเทศไทย ทรงรับราชการทหาร และศึกษาต่อที่โรงเรียนเสนาธิการทหารบก รุ่นที่ 46 เมื่อ พ.ศ. 2520 และทรงผนวช เมื่อ พ.ศ. 2521 จากนั้นทรงศึกษาที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช รุ่นที่ 2 เมื่อ พ.ศ. 2525 และหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร จากประเทศอังกฤษ เมื่อ พ.ศ. 2533


พระยศทางทหาร



สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฏราชกุมาร ทรงดำรงตำแหน่งพลเอกสามเหล่าทัพ คือ
? พระยศ พลเอก ของกองทัพบกไทย
? พระยศ พลเรือเอก ของกองทัพเรือไทย
? พระยศ พลอากาศเอก ของกองทัพอากาศไทย


อภิเษกสมรส



สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับ หม่อมหลวงโสมสวลี กิติยากร (ปัจจุบัน ทรงพระนามว่า พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ) เมื่อวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2520

ทรงมีพระราชธิดาอีก 1 พระองค์คือ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภาประสูติเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2521 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต





สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับ นางสาวยุวธิดา ผลประเสริฐ (หรือ หม่อมสุจาริณี มหิดล ณ อยุธยา ปัจจุบันคือ คุณสุจาริณี วิวัชรวงศ์)
ทรงมีพระราชโอรส 4 พระองค์ พระราชธิดา 1 พระองค์คือ

หม่อมเจ้าจุฑาวัชร มหิดล (ท่านอ้วน) ประสูติเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2522 (ปัจจุบัน คือ คุณจุฑาวัชร วิวัชรวงศ์)

หม่อมเจ้าวัชรเรศร มหิดล (ท่านอ้น) ประสูติเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2524 (ปัจจุบัน คือ คุณวัชร วิวัชรวงศ์ )

หม่อมเจ้าจักรีวัชร มหิดล (ท่านอ่อง) ประสูติเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2526 (ปัจจุบัน คือ คุณจักรี วิวัชรวงศ์ )

หม่อมเจ้าวัชรวีร์ มหิดล (ท่านอิน) ประสูติเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2528 (ปัจจุบัน คือ คุณวัชรวีร์ วิวัชรวงศ์ )

หม่อมเจ้าหญิงบุษย์น้ำเพชร มหิดล (หรือ หม่อมเจ้าหญิงสิริวัณวรี มหิดล ปัจจุบันทรงพระนามว่า พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์)





สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับ นางสาวศรีรัศมิ์ อัครพงศ์ปรีชา (หรือ หม่อมศรีรัศมิ์ มหิดล ณ อยุธยา ปัจจุบันทรงพระนามว่า พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ) เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544และทรงมีพระราชโอรสที่ประสูติแต่ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ 1 พระองค์ คือ

? พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ







วันนี้ในอดีต / 28 กรกฎาคม
เหตุการณ์ในต่างประเทศ






? พ.ศ. 2457 (ค.ศ. 1914) ? สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง อุบัติขึ้นเมื่อออสเตรีย-ฮังการีประกาศสงครามกับเซอร์เบีย
28 กรกฎาคม พ.ศ. 2457 : สงครามโลกครั้งที่ 1 (World War I)


สงครามโลกครั้งที่ 1 (World War I) เริ่มเปิดฉากขึ้นเมื่อ ออสเตรีย-ฮังการี (Austria-Hungary) ประกาศสงครามกับ เซอร์เบีย (Serbia) ภายหลังจาก ฟรานซ์ เฟอร์ดินานด์ (Franz Ferdinand, Archduke of Austria) อาร์คดยุกแห่งออสเตรียถูกลอบปลงประชนม์โดยชาวเซิร์บหัวรุนแรงเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2457 ทั้งนี้สงครามโลกครั้งที่ 1 เป็นความขัดแย้งทางการทหารระหว่างฝ่าย พันธมิตร (Allied Powers) คืออังกฤษ, ฝรั่งเศส, รัสเซีย, อิตาลี และ สหรัฐอเมริกา กับฝ่าย มหาอำนาจกลาง (Central Powers) คือ เยอรมนี, ออสเตรีย-ฮังการี และ จักรวรรดิอ็อตโตมาน สาเหตุเกิดจากความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์จนก่อให้เกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรมในศตวรรษที่ 18 มหาอำนาจต่าง ๆ ในตะวันตกจึงออกล่าอาณานิคมเพื่อกระจายสินค้าและแสดงแสนยานุภาพทางทหาร จึงก่อให้เกิดความขัดแย้งขึ้นในยุโรปหลายฝ่ายคือ การแข่งขันระหว่างออสเตรียกับรัสเซียเพื่อชิงความเป็นใหญ่เหนือคาบสมุทรบอลข่าน และความขัดแย้งระหว่างฝรั่งเศสกับเยอรมนี ภายหลังจากอาร์คดยุกแห่งออสเตรียถูกลอบปลงประชนม์ ประเทศต่าง ๆ ที่เป็นอริกันต่างกล่าวหาซึ่งกันและกัน ในที่สุดจึงประกาศสงครามต่อกันเป็นลูกโซ่ กลายเป็นสงครามใหญ่ ในช่วงแรกฝ่ายมหาอำนาจกลางเป็นฝ่ายมีชัย กระทั่งในปี 2458 เรือดำน้ำเยอรมันโจมตีเรือโดยสารของอังกฤษซึ่งมีผู้โดยสารชาวอเมริกันอยู่ด้วย สหรัฐอเมริกาจึงตัดสินใจเข้าร่วมสงครามในปี 2460 ฝ่ายพันธมิตรจึงได้เปรียบมากขึ้น ในปีเดียวกันรัสเซียเริ่มมีปัญหาภายในจึงได้ถอนตัวออกจากสงคราม ฝ่ายมหาอำนาจกลางเริ่มตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ ในที่สุดเยอรมนีต้องยอมเจรจาสงบศึกและลงนามใน สนธิสัญญาแวร์ซายส์ (Versailles Treaty) เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2462 ซึ่งนับเป็นวันยุติสงครามโลกครั้งที่ 1 แต่สนธิสัญญาฉบับนี้ได้ระบุให้เยอรมนีต้องรับผิดชอบจ่ายค่าปฏิกรรมสงครามจำนวนมาก ถูกลดกำลังทหารและอาวุธ ถูกยึดดินแดนอาณานิคม ทำให้เศรษฐกิจเยอรมันตกต่ำ ประชาชนตกงาน เกิดภาวะข้าวยากหมากแพงทั่วประเทศ ชาวเยอรมันโกรธแค้นมาก ฮิตเลอร์ (Adolf Hitler) ได้ก้าวขึ้นสู่อำนาจในช่วงนี้ สร้างกระแสชาตินิยม ฉีกสนธิสัญญาแวร์ซายส์ และพัฒนาอุตสาหกรรมและการทหาร จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ สงครามโลกครั้งที่ 2 (World War II) ในอีก 20 ปีต่อมา สงครามโลกครั้งที่ 1 นับเป็นความขัดแย้งครั้งใหญ่ระดับโลกครั้งแรก มีผู้เสียชีวิตทั้งหมดประมาณ 8 ล้านคนและบาทเจ็บอีกกว่า 16 ล้านคน ผลของสงครามโลกครั้งที่ 1 ทำให้แผนที่ยุโรปเปลี่ยนไปเนื่องจากการล่มสลายของจักรวรรดิใหญ่ทั้งสี่ ก่อให้เกิดประเทศใหม่ ๆ อีกหลายประเทศ เศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ทั่วโลก ประเทศยุโรปหลายแห่งต่างเป็นลูกหนี้ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเติบโตจนกลายเป็นประเทศมหาอำนาจของโลกหลังจากสงครามนี้





? พ.ศ. 2533 (ค.ศ. 1990) ? อัลเบร์โต ฟุจิโมะริ ก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีของประเทศเปรู และเป็นชาวเอเชียตะวันออกคนแรกที่ดำรงตำแหน่งประมุขแห่งรัฐของชาติที่ไม่ใช่เอเชีย

28 กรกฎาคม พ.ศ. 2481 : วันเกิด อัลเบอร์โต ฟูจิโมริ (Alberto Kenya Fujimori)

วันเกิด อัลเบอร์โต ฟูจิโมริ (Alberto Kenya Fujimori) อดีตประธานาธิบดีเปรู ชาวเอเชียตะวันออกคนแรกที่ได้เป็นใหญ่เป็นโตในประเทศละตินอเมริกา ฟูจิโมริเป็นลูกครึ่งเปรู-ญี่ปุ่น ถือสองสัญชาติคือเปรูและญี่ปุ่น เกิดที่กรุงลิมา ประเทศเปรู บิดาเป็นชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาตั้งรกรากในเปรูและแต่งงานกับสาวเปรู ฟูจิโมริเรียนจบปริญญาตรีด้านการเกษตรที่มหาวิทยาลัยในเปรู และปริญญาโทด้านคณิตศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน สหรัฐอเมริกา เป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยโมลินาในเปรูตั้งแต่ปี 2527-2533 จากนั้นได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง เป็นที่รักใคร่และได้เป็นประธานาธิบดีของเปรู เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2543 พร้อมกับผลตกทอดมาจากประธานาธิบดีคนก่อนคือ เศรษฐกิจเปรูตกต่ำมาก อัตราเงินเฟื้อเกือบหมื่นเปอร์เซ็นต์ ประชาชนออกมาประท้วง มีปัญหาผู้ก่อการร้ายออกมาก่อความไม่สงบหลายแห่งในประเทศ ไม่นานเขาสามารถควบคุมอำนาจทางการทหารได้ สองปีต่อมาเขาฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง ใช้อำนาจทหารควบคุมสื่อและจับกุมผู้นำฝ่ายตรงข้าม ส่งผลให้ความสงบกลับคืนมา เศรษฐกิจเริ่มขยายตัว ประชาชนส่วนใหญ่จึงนิยมชมชอบเขามาก ปี 2538 เขาก็ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2 และปี 2543 เป็นสมัยที่ 3 เขาได้ตั้งองค์กรสืบราชการลับ โดยมีสมุนคู่ใจเป็นมาเฟียร์คือ วลาดิเมียร์ มองเตสซิโนส์ (Vladimir Montesinos) ใช้อำนาจรัฐควบคุมสื่อ องค์กรอิสระ และศาล ในที่สุดฝ่ายตรงข้ามก็นำเทปและวิดีโอลับที่มองเตสซิโนส์ถ่ายและอัดไว้ระหว่างทำสัญญาติดสินบนให้นักการเมืองฝ่ายตรงข้าม ศาล สื่อมวลชน และผู้มีอิทธิพลให้อยู่ฝ่ายเดียวกับตน อีกทั้งในโครงการต่าง ๆ มาเปิดเผย ทางการเปรูได้ตั้งข้อหาคอรัปชั่นและละเมิดสิทธิมนุษยชน ฟูจิโมริต้องลงจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2533 แล้วลี้ภัยไปอยู่ที่ญี่ปุ่น เปรูได้ขอให้รัฐบาลญี่ปุ่นส่งตัวอดีตประธานาธิบดีผู้นี้มาดำเนินคดีในประเทศ แต่รัฐบาลญี่ปุ่นปฏิเสธเพราะถือว่านายฟูจิโมริมีสัญชาติญี่ปุ่น ทั้งยังอนุญาตให้นายฟูจิโมริอาศัยอยู่ในประเทศในฐานะผู้ลี้ภัยทางการเมือง ล่าสุดฟูจิโมริพยายามจะหาทางกลับเข้าเปรูเพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งในสมัยปี 2549 แต่ถูกจับกุมตัวได้เสียก่อนที่ประเทศชิลีเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2549 ถูกปล่อยตัวเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2550 ถูกศาลตัดสิทธิ์ลงสมัครเลือกตั้งและพยายามผลักดันให้เขาออกนอกประเทศ ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมาเขาได้ปฏิเสธข้อเรียกร้องของรัฐบาล





แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย auddy228; 07-29-2009 เมื่อ 06:52 AM
 
07-29-2009, 06:43 AM   #30 (permalink)
ดูแลตรวจสอบเนื้อหา

วันนี้ในอดีต / 29 กรกฎาคม
เหตุการณ์ในประเทศไทย.







๒๙ กรกฎาคม: วันภาษาไทยแห่งชาติ

๒๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๕ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานและทรงอภิปรายเรื่อง ? ปัญหาการใช้คำไทย ? ร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิในการประชุมทางวิชาการของชุมนุมภาษาไทย ณ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งทรงแสดงพระปรีชาสามารถและความสนพระราชหฤทัยห่วงใยในภาษาไทย จนเป็นที่ประทับใจผู้เข้าร่วมการประชุมครั้งนั้นเป็นอย่างยิ่ง
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสตอนหนึ่งความว่า

.เรามีโชคดีที่มีภาษาของตนเองแต่โบราณกาล จึงสมควรอย่างยิ่งที่จะรักษาไว้ ปัญหาเฉพาะในด้านรักษาภาษานี้ก็มีหลายประการ อย่างหนึ่งต้องรักษาให้บริสุทธิ์ในทางออกเสียง คือ ให้ออกเสียงให้ถูกต้องชัดเจน อีกอย่างหนึ่งต้องรักษาให้บริสุทธิ์ในวิธีใช้ หมายความว่า วิธีใช้คำมาประกอบประโยค นับเป็นปัญหาที่สำคัญ ปัญหาที่สาม คือ ความร่ำรวยในคำของภาษาไทย ซึ่งพวกเรานึกว่าไม่ร่ำรวยพอ จึงต้องมีการบัญญัติศัพท์ใหม่มาใช้...สำหรับคำใหม่ที่ตั้งขึ้นมีความจำเป็นในทางวิชาการไม่น้อย แต่บางคำที่ง่ายๆก็ควรจะมี ควรจะใช้คำเก่าๆที่เรามีอยู่แล้ว ไม่ควรจะมาตั้งศัพท์ใหม่ให้ยุ่งยาก


รัฐบาลได้ประกาศให้วันนี้เป็นวันสำคัญ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๒.





? พ.ศ. 2133 (ค.ศ. 1590) - สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เสด็จขึ้นครองราชย์ที่เมืองพิษณุโลก


? สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๒ (พระนเรศวรมหาราช) มีพระนามเดิมว่าพระองค์ดำพระราชโอรสในสมเด็จพระมหาธรรมราชาและพระวิสุทธิกษัตริย์ (พระราชธิดาของสมเด็จพระศรีสุริโยทัยและสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ) พระองค์เสด็จพระบรมราชสมภพเมื่อ พ.ศ. ๒๐๙๘ ที่เมืองพิษณุโลกทรงมีพระเชษฐภคิณีคือ พระสุพรรณกัลยา ทรงมีพระอนุชาคือ สมเด็จพระเอกาทศรถ (องค์ขาว) และทรงเป็นพระราชนัดดาของสมเด็จพระศรีสุริโยทัย พระนามของพระองค์ปรากฏในลายลักษณ์อักษรหลายฉบับ เช่น พระนเรศ วรราชาธิราช, พระนเรสส, องค์ดำ จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าพระนาม นเรศวรได้มาจากที่ใด สันนิษฐานเบื้องต้นว่า เพี้ยนมาจาก สมเด็จพระนเรศ วรราชาธิราช มาเป็น สมเด็จพระนเรศวร ราชาธิราช เสด็จขึ้นครองราชเมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๑๓๓ รวมสิริดำรงราชสมบัติ ๑๕ ปี เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน พ.ศ. ๒๑๔๘ รวมพระชนมพรรษา ๕๐ พรรษา


? ราชการสงครามในสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็นเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่และสำคัญยิ่งของชาติไทย พระองค์ได้กู้อิสรภาพของไทยจากการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งแรก และได้ทรงแผ่อำนาจของราชอาณาจักรไทย อย่างกว้างใหญ่ไพศาล นับตั้งแต่ประเทศพม่าตอนใต้ทั้งหมด นั่นคือ จากฝั่งมหาสมุทรอินเดียทางด้านตะวันตกไปจนถึงฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิค ทางด้านตะวันออก ทางด้านทิศใต้ตลอดไปถึงแหลมมลายู ทางด้านทิศเหนือก็ถึงฝั่งแม่น้ำโขงโดยตลอด และยังรวมไปถึงรัฐไทยใหญ่บางรัฐ


? พระองค์ได้ทำสงครามเข้าไปในประเทศที่เป็นข้าศึกของไทย ในทุกทิศทาง จนประเทศไทยอยู่เป็นปกติสุขปราศจากศึกสงคราม เป็นระยะเวลายาวนาน พระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ทั้งสิ้นทั้งปวงของพระองค์ เป็นไปเพื่อประโยชน์ของบ้านเมืองและคนไทยทั้งมวล ตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ จะอยู่ในสนามรบและชนบทโดยตลอด มิได้ว่างเว้น แม้แต่เมื่อเสด็จสวรรคต ก็เสด็จสวรรคตในระหว่างเดินทัพไปปราบศัตรูของชาติไทย นับว่าพระองค์ได้ทรงสละพระองค์ เพื่อชาติบ้านเมืองโดยสิ้นเชิง สมควรที่ชาวไทยรุ่นหลังต่อมา ได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ และจดจำวีรกรรมของพระองค์ เทิดทูนไว้เหนือเกล้า ฯ ไปตราบชั่วกาลนาน






อนุสาวรีย์วีรชนบางระจัน

? 2519 : พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอนุสาวรีย์วีรชนบางระจัน ซึ่งสร้างโดยกรมศิลปากร ที่อำเภอค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี




? พ.ศ. 2533 (ค.ศ. 1990) - วันสถาปนามหาวิทยาลัยนเรศวรและมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี





? มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ ตั้งอยู่ในจังหวัดพิษณุโลก ก่อตั้งเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2533 ภายหลังจากการยกฐานะขึ้นจากวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โดยชื่อ "มหาวิทยาลัยนเรศวร" นั้น ได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เพื่อสดุดีและเฉลิมพระเกียรติแด่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช วีรกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา เนื่องด้วยพระองค์ประสูติที่เมืองพิษณุโลกและทรงเคยดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระมหาอุปราชครองเมืองพิษณุโลกมาก่อน

? ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยนเรศวรเป็นศูนย์กลางการศึกษาในภูมิภาคภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบนของประเทศไทยโดยมีการเรียนการสอนครอบคลุมครบทุกสาขาวิชาทั้งสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์สุขภาพ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ รวมทุกระดับการศึกษาทั้งสิ้น 208 หลักสูตรมีนิสิตศึกษาอยู่ในคณะและวิทยาลัยต่าง ๆ รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 30,000 คนและมีอาจารย์ประจำกว่า 1,400 คนมหาวิทยาลัยนเรศวรได้รับการจัดอันดับในด้านการวิจัยให้เป็นมหาวิทยาลัยระดับดีเยี่ยมและเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 9 ของประเทศไทย จากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา เมื่อปี พ.ศ. 2549





? มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีได้จัดตั้งขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช 2530 โดยจัดตั้งเป็น วิทยาลัยอุบลราชธานี สังกัด มหาวิทยาลัยขอนแก่น ต่อมาความพยายามที่จะ ให้มีมหาวิทยาลัยเกิด ขึ้นในจังหวัดอุบลราชธานีของทุกฝ่าย รวมทั้งประชาชน ในจังหวัด ก็ได้ประสบผลสำเร็จในปี พุทธศักราช 2533 รัฐบาลได้มีมติยกฐานะวิทยาลัยอุบลราชธานี เป็นมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เป็นลำดับที่ 19 สังกัดทบวงมหาวิทยาลัย ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. 2533 ซึ่งประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2533 สภามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ได้แต่งตั้งให้ รองศาสตราจารย์ ดร.สมจิตต์ ยอดเศรณี ดำรงตำแหน่งอธิการบดีคนแรก โดยแรกเริ่มมีหน่วยงานการเรียนการสอนคือคณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ สถาบันภาษาและวัฒนธรรม(ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงสถานภาพเป็นคณะศิลปศาสตร์)



วันนี้ในอดีต / 29 กรกฎาคม
เหตุการณ์ในต่างประเทศ.






29 กรกฎาคม พ.ศ. 2426
วันเกิด เบนิโต มุสโสลินี (Benito Amilcare Andrea Mussolini) ผู้สถาปนาลัทธิ "ฟาสซิสม์? (Fascism)


นายกรัฐมนตรีและผู้นำจอมเผด็จการของอิตาลี เกิดในครอบครัวที่ยากจนในเมืองเปรแดปปิโอ (Predappio) แคว้นเอมิเลีย-โรแมกนา (Emilia-Romagna) ทางตอนเหนือของอิตาลี มารดาเป็นครู บิดาเป็นช่างเหล็กที่เลื่อมใสลัทธิสังคมนิยม ตอนแปดขวบเขาถูกไล่ออกจากโบถส์เพราะแกล้งผู้อื่น จากนั้นถูกส่งเข้าโรงเรียนประจำแต่ก็ถูกไล่ออกเพราะทำร้ายร่างกายนักเรียนคนอื่นและครู ตอนอายุ 19 ปีเขาหนีหนารโดยย้ายไปยังประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทำงานไมเป็นหลักแหล่งจนถูกจับในข้อหาคนจรจัด ในที่สุดก็ต้องกลับบ้านเกิดไปเกณฑ์ทหาร ต่อมาเขาเข้าเป็นสมาชิกพรรคสังคมนิยมของอิตาลี (Italian Socialist Party) เป็นหนึ่งในกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ของพรรคคือ "L'Avvenire del Lavoratore" (อนาคตของกรรมาชีพ) เขาเขียนนิยายเรื่อง "Claudia Particella, l'amante del cardinale" (The Cardinal's Mistress) ตีพิมพ์เป็นตอน ๆ ในปี 2453 ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 (2457-2462) ในฐานะกระบอกเสียงคนสำคัญของพรรคสังคมนิยม เขาพยายามผลักดันให้พรรคเห็นด้วยกับฝ่ายรัฐบาลในการเข้าร่วมสงคราม ในที่สุดก็ถูกขับออกจากพรรค เขาถูกเกณฑ์เข้าเป็นทหารและได้รับบาทเจ็บเพียงเล็กน้อย หลังสงครามสงบลง มุสโสลินีก็สถาปนาลัทธิฟาสซิสม์ขึ้นที่เมืองมิลานเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2461 โดยได้รับอิทธิพลจาก ฮิตเลอร์ (Adolf Hitler) ปีต่อมามุสโสลินีก่อตั้ง "พรรคฟาสซิสม์" (National Fascist Party) ขึ้นที่กรุงโรม เพื่อเตรียมกองกำลังปฏิวัติอิตาลีในปี 2465 เปลี่ยนอิตาลีเป็นรัฐฟาสซิสม์ และก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2465 ประชาชนผู้เลื่อมใสต่างเรียกเขาว่า "il Duce" (ท่านผู้นำ) จากนั้นเขาก็สถาปนาตนเองเป็นเผด็จการเต็มรูปแบบ บังคับให้ยกเลิกระบบรัฐสภา แทนด้วย "รัฐบรรษัท" (Corporate State) รวบอำนาจอย่างเป็นทางการ จัดตั้งรัฐวาติกัน ยึด อบิสซีเนีย (เอธิโอเปียปัจจุบัน) เป็นเมืองขึ้นในปี 2479 พร้อมกับเข้าร่วมกับฝ่าย นายพลฟรังโก (Francisco Franco) ใน สงครามกลางเมืองสเปน (Spanish Civil War) และผนวก อัลบาเนีย (Albania) เป็นส่วนหนึ่งของอิตาลี ปี 2483 เขานำอิตาลีเข้าร่วมฝ่าย "อักษะ" (Axis Power) ของฮิตเลอร์ ผู้นำนาซีเยอรมันในช่วง สงครามโลกครั้งที่ 2 (2482-2488) หลังจากพ่ายแพ้ในสงครามอย่างต่อเนื่อง มุสโสลินีก็ประกาศลาออกจากตำแหน่งผู้นำอิตาลีในปี 2486 เขาถูกควบคุมตัวอยู่ในเคหสถาน จากนั้นหน่วยคอมมานโดของเยอรมันบุกชิงตัวออกมาได้ ฮิตเลอร์ช่วยจัดตั้งรัฐบาลหุ่นให้เขาที่เมืองซาโล (Salo) เขตยึดครองของเยอรมนีริมทะเลาสาบการ์ดา (Garda Lake) หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สงบ มุสโสลินีก็ถูกฝ่ายต่อต้านเผด็จการจับกุมตัวได้ในปี 2488 ถูกสำเร็จโทษในวันที่ 28 เมษายน 2488 แล้วนำศพของเขาไปแขวนประจานที่เมืองโคโมและเมืองมิลาน ทั้งนี้ ?ฟาสซิสม์? คืออุดมการณ์ทางการเมืองที่เชิดชูอำนาจของผู้นำและลัทธิชาตินิยม โดยผู้นำจะรวบอำนาจทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคมไว้อย่างเบ็ดเสร็จ ฟาสซิสม์เชื่อว่ารัฐมีความสำคัญกว่าปัจเจกบุคคล จึงสนับสนุนให้ประชาชนอุทิศตนเพื่อชาติเหนือสิ่งอื่นใด ประชาชนจึงต้องทำงานเพื่ออุทิศแก่รัฐ ฟาสซิสม์มีแนวคิดแบบทหารขวาจัด ดูถูกประชาธิปไตย แต่ชิงชังคอมมิวนิสต์ เคยเฟื่องฟูในช่วงสงครามโลกทั้งสองครั้ง เริ่มเสื่อมความนิยมหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ฟาสซิสม์เคยมีอิทธิพลในหลายประเทศ เช่น อิตาลี สเปน เยอรมนี ญี่ปุ่น รวมทั้งประเทศไทยในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม






? พ.ศ. 2450 (ค.ศ. 1907) - คณะลูกเสือ จัดค่ายขึ้นครั้งแรกบนเกาะบราวน์ซี เทศมณฑลดอร์ซิต อังกฤษ


การลูกเสือ ได้อุบัติขึ้นเป็นแห่งแรกของโลก โดยลอร์ดเบเดน โพเอลล์ (อังกฤษ: Lord Baden Powell) เรียกย่อว่า "บี พี" ที่ประเทศอังกฤษ เมื่อปี พ.ศ. 2450 (ค.ศ. 1907) สืบเนื่องจากการรบกับพวกบัวร์ (Boar) ในการรักษาเมืองมาฟิคิง (Mafeking) ที่แอฟริกาใต้ในปี พ.ศ. 2442 ซึ่งบี พี ได้ตั้งกองทหารเด็กให้ช่วยสอดแนมการรบ จนรบชนะข้าศึกเมื่อกลับไปประเทศอังกฤษ ในปี พ.ศ. 2450 จึงได้ทดลองนำเด็กชาย 20 คน ไปอยู่ค่ายพักแรมที่เกาะบราวน์ซี (อังกฤษ: Browmsea Islands) ซึ่งได้ผลดีตามที่คาดหมายไว้ ปี พ.ศ. 2451 บี พี จึงได้ตั้งกองลูกเสือขึ้นเป็นครั้งแรกของโลก ที่ประเทศอังกฤษ







? พ.ศ. 2524 (ค.ศ. 1981) - ไดอานา สเปนเซอร์ อภิเษกสมรสกับเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ เจ้าชายแห่งเวลส์



? ไดอานา เจ้าหญิงแห่งเวลส์ (อังกฤษ: Diana, Princess of Wales) หรือพระนามเต็มคือ ไดอานา ฟรานเซส[1] - สกุลเดิม สเปนเซอร์ (Diana Frances , n?e The Lady Diana Spencer) (ประสูติ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2504 ที่เมืองแซนดริงแฮม ประเทศอังกฤษ ? สิ้นพระชนม์ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2540 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส) เป็นพระชายาพระองค์แรกของเจ้าฟ้าชายชาลส์ แห่งเวลส์ จากการอภิเษกสมรสเมื่อปี พ.ศ. 2524 และได้ทรงหย่าขาดเมื่อปี พ.ศ. 2539 พระองค์ทรงดำรงพระอิสริยยศ เจ้าหญิงแห่งเวลส์ เป็นพระองค์ที่ 9 ของอังกฤษ สื่อมวลชนและประชาชนทั่วไปนิยมขนานพระนามว่า "เจ้าหญิงไดอานา" ซึ่งตามความเป็นจริงแล้วพระนามนี้ถือว่าผิดในทางทฤษฎี


? นับตั้งแต่ทรงหมั้นกับเจ้าชายแห่งเวลส์ในปี พ.ศ. 2524 จนกระทั่งการสิ้นพระชนม์จากอุบัติเหตุรถยนต์ ในปี พ.ศ. 2540 ไดอานาเป็นผู้หญิงสำคัญคนหนึ่งของโลก ไม่ว่าจะความสนพระทัย การฉลองพระองค์ รวมถึงพระกรณียกิจของพระองค์ได้รับความสนใจจากทั่วทุกมุมโลก พระองค์ทรงเป็นผู้นำแฟชั่น เป็นสัญลักษณ์แห่งความงาม ความหวังของผู้ป่วยโรคเอดส์ และทูตสันถวไมตรีที่เชื่อมทุกความขัดแย้ง แต่เหนือกว่าสิ่งอื่นใดคือพระองค์ทรงเป็นพระราชินีในดวงใจของประชาชนอีกด้วย ตลอดทั้งพระชนม์ชีพพระองค์เป็นผู้ที่ถูกถ่ายรูปมากที่สุดคนหนึ่งในโลกราวกับนักแสดงที่มีชื่อเสียง





แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย auddy228; 07-29-2009 เมื่อ 06:53 AM
 
Way of life > ห้องสมุดบ้านมหา > คลังความรู้ > ประวัติศาสตร์


ป้ายกำกับ
กรกฎาคม, ประวัติศาสตร์, วันนี้ในอดีต

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ
แบบตามยาว แบบตามยาว


หัวข้อที่คล้ายกัน
หัวข้อ ผู้เริ่มหัวข้อ ฟอรั่ม ตอบกลับ กระทู้ล่าสุด
วันนี้ในอดีต 24 กรกฎาคม khonsurin ประวัติศาสตร์ 0 07-24-2009 12:43 PM
วันนี้ในอดีต 23 กรกฎาคม khonsurin ประวัติศาสตร์ 0 07-23-2009 01:33 PM
วันนี้ในอดีต 22 กรกฎาคม khonsurin ประวัติศาสตร์ 0 07-22-2009 12:29 PM
วันนี้ในอดีต 21 กรกฎาคม khonsurin ประวัติศาสตร์ 3 07-21-2009 09:21 PM
วันนี้ในอดีต 1 กรกฎาคม khonsurin ประวัติศาสตร์ 0 07-01-2009 12:14 PM


Custom Search


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 10:11 PM


Powered by vBulletin รุ่น 3.8.7 Copyright ©2000-2014, Jelsoft Enterprises Ltd.
Content Relevant URLs by vBSEO
© บ้านมหา.com เว็บไซต์ส่งเสริมการศึกษา ศิลปวัฒนธรรม