Way of life > ภาษาศิลปะวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น > วัฒนธรรมไทย > ประเพณีไทย

 
คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
04-08-2009, 07:49 AM   #1 (permalink)
นักการภารโรง
 
 
ประเพณีสรงน้ำพระ



ประเพณีสรงน้ำพระ


ในเทศกาลสงกรานต์ นอกจากการทำบุญข้าวแช่ แห่สงกรานต์ ปล่อยนกปล่อยปลาแล้ว
คนมอญยังมีประเพณีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีกหลายอย่างพิธีสรงน้ำพระ เป็นพิธีส่วนหนึ่งที่ เกี่ยว
เนื่องกับเทศกาลสงกรานต์ หลังจากทำบุญวันสงกรานต์แล้ว

พิธีสรงน้ำพระ จะถูกกำหนดขึ้นในโอกาสต่อมา ซึ่งชาวมอญบางกระดี่ได้กำหนดวันที่
16,17 และ 18 เมษายน ของทุกๆปี ซึ่งพิธีจะแตกต่างจากคนไทยมาก คือ คนมอญทุกแห่ง
จะต้องจัดเตรียมสถานที่สรงน้ำพระที่มีลักษณะรูปแบบเหมือนกันหมด มีรางน้ำยาว ประมาณ
6 วา ยื่นจากห้องน้ำและมีการตกแต่งอย่างสวยงาม เป็นรางน้ำ สำหรับให้ ชาวบ้านเทน้ำลง
ในรางไหลเข้าสู่ห้องน้ำ บางวัดจะมีถังไม้ขนาดใหญ่เพื่อรองรับน้ำไว้ และมีท่อจากถึงปล่อยน้ำ
ให้ไหลออก เพื่อให้พระได้สรงน้ำภายในห้องน้ำได้สะดวกขึ้น การที่คนมอญต้องทำห้องน้ำ
และรางน้ำสำหรับการสรงน้ำพระ เนื่องจากเหตุผลดังนี้

1. เพื่อให้พระภิกษุสามเณรที่สรงน้ำนั้นดูเป็นระเบียบเรียบร้อย เพราะการสรงน้ำพระ พระ
ท่านต้องผลัดเปลี่ยนสบง รวมทั้งการครองจีวรหลังสรงน้ำก็ทำได้อย่างเรียบร้อยเช่นกันไม่เป็นการผิดวินัยแต่อย่างใด
2. เพื่อให้พระภิกษุสามเณรได้สรงอย่างสะดวกในห้องน้ำ
3.เพื่อให้ชาวบ้านโดยเฉพาะสตรีได้สรงน้ำเฉพาะในสถานที่ที่ได้จัดไว้ให้ เนื่องจากพระสงฆ์มอญเคร่งครัดมาก
พิธีเริ่มจากการอัญเชิญพระพุทธรูปและทำพิธีบูชาพระรัตนตรัย จากนั้น ให้ชาวบ้าน
ได้สรงน้ำพระพุทธรูปเป็นอันดับแรกและตามด้วยพระสงฒ์การสรงน้ำ ชาวบ้านที่เป็นชาย และหญิงจะแยกกันเป็นสองกลุ่ม กลุ่มที่เป็นหญิงจะถือขันน้ำรออยู่ใกล้ๆ รางน้ำ กลุ่มที่เป็น
ชายจะมีขันน้ำ น้ำอบและน้ำหอมผู้ชายจะไปนั่งรออยู่ที่ตรงทางเดินจาก ห้องสรงน้ำเป็นแนว
ตลอดสองฟากของการเดินจนหถึงศาลาการเปรียญ

วิธีสรงน้ำพระพุทธรูปหรือพระสงฆ์สามเณรนั้นจะมีคนให้สัญญาณด้วยการตบที่ฝา
ห้องน้ำ เมื่อได้ยินสมญาดังกล่าว ผู้ที่เป็นสตรีจะเทน้ำลงในรางน้ำจะไหลไปตามทางจนถึงที่
พระ พุทธรูปหรือพระสงฆ์ เมื่อพระเสร็จพิธีการในห้องสรงน้ำแล้ว พระสงฆ์เดินขึ้นไปบน
ศาลาการเปรียญ ไปตามทางเดินที่มีชาวบ้านที่เป็นชายนั่งรออยู่สองข้าง เมื่ออัญเชิญพระ
พุทธรูป หรือพระสงฆ์สามเณรเดินตามทางดังกล่าว ชาวบ้านที่เป็นชายเหล่านั้นจะนำน้ำใน
ขันเทรดที่เท้าพระ พร้อมกับพรมน้ำอบ น้ำหอมที่ฝ่ามือและที่เท้าพระ ถ้าเป็นพระ พุทธรูป ก็จะประพรมน้ำหอมที่พระพุทธรูปนั้นก่อนแล้วตามด้วยพระสงฆ์สามเณรตามลำดับ

ข้อสังเกตที่เกี่ยวกับประเพณีการสรงน้ำพระของมอญ นอกจากจะมีรูปแบบของพิธีที่
ได้กล่าวมาข้างต้นนี้แล้ว ในการสรงน้ำพระนี้ คนมอญ ยังมีข้อห้ามมิให้สาดน้ำกันในวัด การ
ที่ห้ามมิให้สาดน้ำกันในวัดนั้น เกี่ยวกับความเคารพเทิดทูนพระพุทธศาสนา และป้องกันบาป
มิให้เกิดขึ้นแก่ผู้ที่กระทำไม่ถูกต้อง

อ้างถึง:
ที่มา http://web.radompon.com/saowalak602/sog.html
อานิสงส์ถวายเครื่องเถราภิเษก (สรงน้ำพระ)
ผู้ใดได้ถวายเครื่องเถราภิเษก(สรงน้ำพระ) จะพ้นจากทุกข์ภัยทั้งปวง

เรื่องเล่าอานิสงส์ในสมัยพุทธกาล



ใน กาลครั้งนั้นองค์สมเด็จพุทธเจ้า เสด็จประทับอยู่ ณ เชตวันมหาวิหาร พร้อมภิกษุสงฆ์ ๕๐๐ รูป พระเจ้าปัสเสนทิโกศล พร้อมด้วยมหาอำมาตย์ทั้งหลาย ได้นำ เครื่องสักการะทั้งหลาย เข้าไปสู่พระเชตะวันมหาวิหาร ถวายอภิวาท แด่องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว ประทับนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง แล้วทูลถามว่า ภนฺเต ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อันบุคคลใดกระทำสักการะบูชาสรงเถราภิเษก แก่สงฆ์ ด้วยใจเลื่อมใสศรัทธา จะได้ผลอานิสงส์เป็นอย่างไรพระเจ้าข้า

องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาค เจ้าจึงตรัสว่า ดูกรมหาราช บุคคลใด มีความเชื่อในคุณพระรัตนตรัยทั้ง ๓ ประการในเมื่อปรารถนาอันใด ก็จะสม ความมุ่งมาตรปรารถนา ทุกประการ การทำเถราภิเษกนี้ได้ทำกันสืบ ๆ มาในครั้งพุทธเจ้าก่อน ๆ


แล้ว พระองค์ทรงแสดงสืบต่อไปว่า ในกาลครั้งนั้นเป็นสมัยครั้งศาสนาของพุทธเจ้าเมธังกร ยังมี พระยาพระองค์หนึ่ง ทรงพระนามว่าวิชัยยะ ได้เสวยสมบัติ ในเมืองสารนครประกอบไปด้วยท..พิธราชธรรม ๑๐ ประการ มีเถระองค์หนึ่งชื่อว่าอุสสา เป็นอันเตวาสิกแห่งพุทธเจ้าเมธังกร พระยาวิชัยยะ ได้ทอดพระเนตรเห็น พระมหาเถระเข้ามาในเมือง พระยาวิชัยยะก็มีใจศรัทธาเลื่อมใส ในอิริยาบถ ของพระมหาเถระเจ้าเสร็จไปต้อนรับนิมนต์ให้ไปสู่ปราสาทของพระองค์ แล้วก็จัดแจง สรงเถราภิเษกด้วยน้ำหอม เสร็จแล้วถวายภัตตาหาร ตั้งความปรารถนาว่า ปวงชนทั้งหลายที่อยู่ใน ขอบเขตขัณฑเสมา ขอจงตั้งอยู่ใน โอวาทคำสอน ของพระองค์ ทุกเมื่อ และขอให้ข้าพระองค์ได้พ้นจากทุกข์ภัยเวร ข้าศึกศัตรูทั้งหลายด้วยบุญกุศลที่ข้าพเจ้าได้กระทำไว้ในอนาคตกาลโน้นเทอญ พระมหาเถระเจ้า ก็ได้อนุโมทนา แห่งพระยาวิชัยยะ แล้วถวายพระพรทิพย์ ๑๐ ประการ ลากลับไปสู่ สำนักแห่งพระมหาเถระเจ้า พระยาวิชัยยะได้รับพร แห่งพระมหาเถระ แล้วมีจิตยินดีรื่นเริงบันเทิงใจ ต่อบุญกุศลของพระองค์ที่ทรงกระทำไว้ ครั้นจุติจากโลกแล้วก็ไปอุบัติ อยู่บนสวรรค์ชั้นดุสิตพิภพ มีวิมานทองสูง ๒๒ โยชน์ มีนางเทพอัปสรแสนหนึ่งเป็นบริวาร ครั้นสิ้นชีพเทวบุตรแล้ว ได้ไปเกิดเป็นเจ้าพระสิริตะ เสริมสร้างบารมีให้แก่กล้าขึ้นไป ได้มาเกิดเป็น องค์พระตถาคต เดี๋ยวนี้แล

อ้างถึง:
เรื่องเล่าจากสมัยพุทธกาล จาก www.84000.org
 


06-06-2010, 12:57 AM   #2 (permalink)
ท่องเวบ
พิธีสรงน้ำพระที่บ้าน

พิธีสรงน้ำพระในบ้านที่บ้าน เป็นพิธีกรรมที่จะต้องกระทำเป็นประจำทุกปีในวันสงกรานต์

เพื่อเป็นการสรงน้ำพระ โดยจะมีการทำความสะอาดองค์พุทธรูป หิ้งพระ มีการเปลี่ยนผ้า
ขาวรองพระ

พิธีกรรมนี้มีการเตรียมการพอสมควร เช่น การเย็บใบตองเป็นฉัตรปลายแหลม การทำน้ำ
หอมเพื่อมาเช็ดพระพุทธรูป เก็บดอกไม้ขันธุ์ 5 และขันธุ์ 8 (เก็บดอกไม้ห้าคู่ห้าครั้ง
และแปดคู่อีกแปดครั้ง) เพื่อบูชาพระ ดอกไม้แดง 5 คู่ เพื่อบูชาครู เป็นต้น

พิธีกรรมนี้ นอกจากจะรวมญาติพี่น้องให้มาช่วยกันจัดเตรียมแล้ว ตอนเสร็จพิธีแต่ละคนจะ
ได้ฝ้ายผูกแขนเอาไปผูกให้ลูกหลาน เพื่อให้เกิดความร่มเย็นในชีวิตอีกด้วย


นี่คือพิธีกรรมที่บ้านใน จ.ขอนแก่น ของข้าพเจ้า ที่ต้องทำทุกปีในวันสรงกรานต์ ในวันที่
เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า วันเอาพระลง
 
04-12-2011, 10:34 AM   #3 (permalink)
ท่องเวบ

สรงน้ำพระ วันสงกรานต์

 
04-12-2011, 11:07 AM   #4 (permalink)
ฝ่ายเทคนิค และถ่ายทอดสด

ปีนี้ถึงจะมีวันหยุดหลายวัน แต่ก็ไม่ได้กลับบ้านนอก ไม่ได้มีโอกาสกลับไปเอาพระลง สรงน้ำพระที่บ้าน ก็ขอให้พี่น้องทุกท่านที่เดินทางกลับบ้านกลับถิ่นฐานบ้านเกิดให้ทุกคนทุกท่านเดินทางปลอดภัยเด้อครับเด้อ อยู่ทางนี้สิไปหาวัดใกล้ๆ ไปสรงน้ำพระหรอก เที่ยวเผื่อแน่เด้อครับผุได้เมือบ้านนะ
 
Way of life > ภาษาศิลปะวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น > วัฒนธรรมไทย > ประเพณีไทย


ป้ายกำกับ
ประเพณีสรงน้ำพระ, พิธีสรงน้ำพระที่บ้าน, สรงน้ำพระ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ
แบบตามยาว แบบตามยาว






Custom Search


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 08:05 AM


Powered by vBulletin รุ่น 3.8.7 Copyright ©2000-2014, Jelsoft Enterprises Ltd.
Content Relevant URLs by vBSEO
© บ้านมหา.com เว็บไซต์ส่งเสริมการศึกษา ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่นฯลฯ (ไม่สนับสนุนการคัดลอกข้อมูลมาจากที่อื่น) การเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ใช่ต้นฉบับฯ ต้องอ้างอิงที่มาให้ชัดเจน