ชุมชนบ้านมหา > ห้องสมุดบ้านมหา > ธรรมะ-รักษาจิต Religion

ตอบกลับ
 
คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
09-17-2006, 05:12 PM   #1 (permalink)
ดูแลตรวจสอบเนื้อหา
 
รูปส่วนตัว บ่าวเม้า
 
กลอนธรรมะ อ.พุทธทาส อินฺทปัญโญ ตามคำขอของลุงแด็กส์ 5

ช่างหัวมัน

จงยืนกราน สลัดทั่ว ช่างหัวมัน
ถ้าเรื่องนั้น นั้นเป็นเหตุ แห่งทุกข์หนา
อย่าสำออย ตะบอยจัด ไว้อัตรา
ตัวกูกกล้า ขึ้นเรื่อยไป อัดใจตาย
เรื่องนั้นนิด เรื่องนี้หน่อย ลอยมาเอง
ไปบวกเบ่ง ให้เห็นว่า จะฉิบหาย
เรื่องเล็กน้อย ตะบอยเห็น เป็นมากมาย
แต่ละราย รีบเขวี้ยงขว้าง ช่างหัวมัน
เมื่อตัวกู ลู่หลุบ ลงเท่าไร
จะเย็นเยือก ลงไป ได้เท่านั้น
รอดตัวได้ เพราะรู้ใช้ "ช่างหัวมัน"
จงพากัน หัดใช้ ไว้ทุกคน ฯ

อย่าช่างหัวมัน

อย่าบิ่นบ้า มัวแต่อ้าง ช่างหัวมัน
ถ้าเรื่องนั้น เกี่ยวกับเพื่อน มนุษย์หนา
ต้องเอื้อเฟื้อ ปฎิบัติ เต็มอัตรา
โดยถือว่า เป็นเพื่อนเกิด- แก่เจ็บตาย
การช่วยเพื่อน เหมือนช่วย ตัวเราเอง
เมื่อจิตเพ่ง- เล็งช่วย ทวยสหาย
ย่อมลดความ เห็นแก่ตัว ลงมากมาย
ทุกทุกราย อย่าเขวี้ยงขว้าง ช่างหัวมัน
เห็นแก่ตัว บางเบา ลงเท่าไร
ยิ่งเข้าใกล้ พระนิพพาน เห็นปานนั้น
รอดตัวได้ เพราะไม่มัว ช่างหัวมัน
จงพากัน ใคร่ครวญ ถ้วนทุกคน ฯ

ปากอย่างใจอย่าง

มีปากอย่าง ใจอย่าง หนทางศุข
ไม่เกิดทุกข์ เพราะยึดมั่น ฉันแถลง
ว่าคำพระ พุทธองค์ ทรงแสดง
อย่าระแวง ว่าฉันหลอก ยอกย้อนเลย
อย่ายึดมั่น สื่งใดๆ ด้วยใจตู
ว่าตัวกู ของกู อยู่เฉยๆ
ปากพูดว่า ตัวกู อยู่ตามเคย
ใจอย่าเป็น เช่นปากเอ่ย เหวยพวกเราฯ

เป็นพ่อให้เป็นพ่อ

ถ้าเป็นพ่อ ก็จงเป็น ให้เป็นพ่อ
เป็นเพียงให้ ผีหัวร่อ หรือพอไหว
เดี๋ยวนี้เป็น กันจนผี ขี้คร้านไย
พ่ออะไร ให้ลูกจูง จมูกพา
พ่อรุ่นนี้ เฝ้าพิรี้ พิไรปลอบ
ให้ชื่นชอบ สุดแต่ลูก จะปรารถนา
จะตอบลูก ก็ตอบไม่ถูก ว่าเกิดมา
เพื่ออะไร กันหนา ยังมืดมนท์
พ่อไม่รู้ ลูกจะรู้ ได้อย่างไร
จะเดินไป ทางไหน ยังสับสน
ทำอะไร ได้ไม่- ถึงเสี้ยวคน
ลูกของตน พ่อฆ่า สาแก่ใจ ฯ

บุญเป็นอะไร?

สิ่งนั้นๆ เป็นเหมือน ของเกลื่อนกลาด
ที่เป็นบาป เก็บกวาด ทิ้งใต้ถุน
ที่เป็นบุญ มีไว้ เพียงเจือจุน
ใช้เป็นคุณ สะดวกคาย คล้ายรถเรือ,
หรือบ่าวไพร่ มีไว้ใช้ ใช่ไว้แบก
กลัวตกแตก ใจสั่น ประหวั่นเหลือ
เรากินเกลือ ใช่จะต้อง บูชาเกลือ
บุญเหมือนเรือ มีไว้ขี่ ไปนิพพาน
มิใช่เพื่อ ไว้ประดับ ให้สวยหรู
เที่ยวอวดชู แบกไป ทุกสถาน
หรือลอยล่อง ไปในโลก โอฆกันดาร
ไม่อยากข้าม ขึ้นนิพพาน เสียดายเรือ ฯ

อะไรเผือก?

ลิงจะเผือก เพราะขน มันสีขาว
ส่วนคนเรา เผือกได้ ใครก้มเศียร
เนื่องจากมี ธรรมา ไม่อาเกียรณ์
ใครพากเพียร เผือกได้ ไม่เว้นตน

ฝรั่งเผือก ผิวขาว เปล่าแก่นสาร
เที่ยวเพ่นพ่าน มีได้ ทุกแห่งหน
คนเราเผือก ไม่ได้ เพียงกายยล
เป็นสีขาว;เผือกคน ใช่เผือกลิง

ถ้าฝรั่ง เป็นครูเรา, ใช่เขาเผือก
ที่ตรงเปลือก, อย่าคิด ให้ผิดยิ่ง
มัวเลียนแบบ ที่ตรงเปลือก จะเผือกลิง
แล้วจะยิ่ง กว่าไม่เผือก เลือกให้ดี ฯ

ภัยร้ายของนักเรียน

เป็นนักเรียน เพียรศึกษา อย่าริรัก
ถูกศรปัก เรียนไม่ได้ ดั่งใจหมาย
สมาธิจะ หักเฮี๋้ยน เตียนมลาย
ถึงเรียนได้ ก็ไม่ดี เพราะผีกวน

แต่เตือนกัน สักเท่าไร ก็ไม่เชื่อ
มันแรงเหลือ รักร้าย หลายกระสวน
หลอกพ่อแม่ มากมาย หลายกระบวน
หน้าขาวนวล ใจหยาบดำ ซ้ำละลาย

การเล่าเรียน เบื่อหน่าย คล้ายจะบ้า
ใช้เงินอย่าง เทน้ำเทท่า น่าใจหาย
ไม่เท่าไร ใจกระด้าง สิ้นยางอาย
หญิงหรือชาย เรียนไม่ดี สิ่งนี้เอง

มีสัจจะ ทมะ และขันตี
กตัญญู กตเวที อย่าโฉงเฉง
รักพ่อแม่ พวกพ้อง ต้องยำเกรง
เรียนให้เก่ง ให้ยิ้มแปล้ แก่ทุกคน ฯ

ชาวบ้าน-ชาววัด

อันชาวบ้าน ทำงาน เพื่อกามเกียรติ
จึงเกิดความ ตึงเครียด จนสั่นเสียว
ส่วนชาววัด มุ่งขจัด ไปท่าเดียว
มิให้เกี่ยว เกียรติกาม มุ่งงามธรรม
จึงเกิดมี เครื่องวัด วัดชาวบ้าน
ด้วย "เงิน" "งาน" "อดอยาก" หรือ "อิ่มหนำ" ?
ส่วนเครื่องวัด ชาววัด, วัดกิจกรรม
ว่าเขาทำ ให้ว่างได้ เท่าไรแล;
ถ้าชาววัด ฮึดฮัด มุ่งกามเกียรติ
มันน่าเกลียด แสนกล คนตอแหล
ถ้าชาวบ้าน เกียจคร้าน งานเชือนแช
ก็มีแต่ ทุกข์ทน หม่นหมองไป;
จึงขอให้ ชาวบ้าน เป็นชาวบ้าน
ผสมผสาน เกียรติกาม ตามวิสัย
ให้ชาววัด เป็นชาววัด ขจัดไกล
เพื่อพ้นภัย เกียรติ กาม งามนักเอย ฯ

ไม่รู้จักหน้าที่

เกิดเป็นแมว
เกิดเป็นหมา
เกิดเป็นหมู
เกิดเป็นหนอน
เกิดเป็นงู
เกิดเป็นเลื่อย
เกิดเป็นขุน
เกิดเป็นห่าน
เกิดเป็นพระ
เกิดเป็นหมอ
เกิดเป็นครู
เกิดเป็นอ๋อง
ทำไมนี่ ขี้เกียจหา
ทำไมนี่ ขี้เกียจหอน
ทำไมนี่ ขี้เกียจนอน
ทำไมนี่ ขี้เกียจคลาน
ทำไมนี่ ขี้เกียจเลื้อย
ทำไมนี่ ไม่หนีขวาน
ทำไมนี่ ไม่ขี่คาน
ทำไมนี่ ขี้เกียจฮ้อง
ทำไมนี่ ดีแต่ขอ
ทำไมนี่ ดีแต่ถอง
ทำไมนี่ ดีแต่ท่อง
ทำไมนี่ ดีแต่เออ ฯ

ศึกษากันเท่าไร?

โลกยุคนี้ มีศึกษา กันท่าไหน
ยุวชน รุ่นใหม่ ได้คลุ้มคลั่ง
บ้างติดยา เสพติด เป็นติดตัง
บ้างก็ฝัง หัวสุม ลุ่มหลงกาม
บ้างดูหมิ่น พ่อแม่ ไม่มีคุณ
บ้างก็เห็น เรื่องบุญ เป็นเรื่องพล่าม
บ้างลุ่มหลง love free เป็นดีงาม
บ้างประณาม ศาสนา ว่าบ้าบอ
บ้างไปเป็น ฮิปปี้ มีหลายชนิด
บ้างทวงอิส- ระพ้น จนเหลือขอ
บ้างที่มี ดีกรีมาก โฮกฮากพอ
โลกเราหนอ ให้ศึกษา กันเท่าไร ฯ

เปิด-เปิด-เปิด

เปิด-เปิดตา: ให้รับแสง แห่งพระธรรม
ยิ่งมืดค่ำ ยิ่งเห็นชัด ถนัดถนี่
สมาธิมาก ยิ่งเห็นชัด ถนัดดี
นี่วิธี เปิดตาใจ ใช้กันมา ฯ
เปิด-เปิดหู: ให้ยินเสียง สำเนียงธรรม
ทั้งเช้าค่ำ มีก้องไป ในโลกหล้า
ล้านล้านปี ฟังให้ชัด เต็มอัตรา
คือเสียงแห่ง สุญญตา ค่าสุดใจ ฯ
เปิด-เปิดปาก: สนทนา พูดจาธรรม
วันยังค่ำ อย่าพูด เรื่องเหลวไหล
พูดแต่เรื่อง ดับทุกข์ได้ โดยสัจจนัย
ไม่เท่าไร เราทั้งโลก พ้นโศกแล ฯ

ปัญหาเฉพาะหน้า

โลกกำลัง มีปัญหา ว่าพระธรรม
สำคัญกว่า ข้าวน้ำ นั้นใช่ไหม
เราดีได้ เพราะศีลธรรม บำรุงใจ
โลกวิไล เลิศล้ำ เพราะธรรมพา
พวกหนึ่งว่า หิวนัก ต้องอิ่มก่อน
แล้วค่อยสอน ศีลธรรม กันเถิดหนา
พวกหนึ่งว่า จะอิ่มท้อง ธรรมต้องมา
หิวเจียนบ้า เพราะศีลธรรม ไม่ค้ำใจ
คนส่วนน้อย สนใจ ใคร่ธรรมะ
ส่วนมากผละ หันเห เถลไถล
หาเนื้อหนัง ทั้งแก่หนุ่ม ฟุ่มเฟือยไป
โลกเลยไม่ มีพระธรรม ทำยาตา ฯ

สู้กับหมอน

หนุนหมอนต่ำ นอนหงาย สบายหนอ
ถ้าหมอนสูง นอนหงาย กลัวตายโหง
คือคอหัก เผาะออกไป ได้ใส่โลง
แต่มันโล่ง สบายเหลือ เมื่อนอนตะแคง
พ่อคุณเอ๋ย จะต้องมี สองสามหมอน
ช่างหลอกหลอน ไปได้ หลายแขนง
แก้ลำมัน อย่ามีมัน ให้เหนื่อยแรง
นอนตะแคง หรือนอนหงาย ใช้แขนรอง
นอนแต่น้อย ไม่ตะบอย หาความสุข
จากการนอน ไม่อยากจะลุก: เป็นโรคสมอง
ที่กิเลส ชักนำใจ ให้ลำพอง
จนเราต้อง มีอะไร ให้เกินควร ฯ

การปิดทอง

การปิดทอง ต้องหมายถึง ความสมัคร
ประพฤติธรรม พร้อมพรัก ตามที่สอน
เพื่อบูชา เต็มความรัก ประจักษ์ตอน
ยามม้วยมรณ์ หรือยังอยู่ ดูเหมือนกัน
สุขจะเกิด ทั่วกัน นั้นยืนนาน
ทุกเหตุการณ์ ทุกทุกภพ ประสบสันติ์
เพราะเหตุที่ มีธรรม ประจำวัน
ประพฤติกัน อย่างกะของ ที่ต้องกิน
ผิดจากนี้ มีแต่ จะงายงม
ดูไม่สม ตามส่วน ที่ควรถวิล
ปิดทองนอก ได้ความงาม ตามระบิล
ปิดทองใน ใจสิ้น ความว่ายเวียน ฯ

รสสวรรค์นั้นเสพติด

อันลัทธิ นานา น่าเวียนหัว
จงถอนตัว ออกมา เสียให้ห่าง
เรื่องพระเจ้า เรื่องสวรรค์ นั้นเหมือนยาง
เป็นตังเหนียว กั้นกาง ดวงวิญญาณ
เป็นกรงทอง จองจำ จำกัดเขต
น่าทุเรศ กลับรัก เป็นหลักฐาน
ความหลุดพ้น ใช่อร่อย เช่นอ้อยตาล
ทั้งไม่ลาน ตาพราว ราวเพชรพลอย
รสสวรรค์ นั่นเสพติด พิษฉมัง
ถูกกังขัง ก็ไม่รู้ เหมือนปูหอย
อยู่แต่รู มิได้รู้ เรื่องนกน้อย
ที่บินลอย เวหา ว่าปานใด ฯ

อาจารย์ไก่

ถ้าคนเรา เปรียบกับไก่ ดูให้ดี
มันไม่มี นอนไม่หลับ ไม่ปวดหัว
ไม่มีโรค ประสาท ประจำตัว
โรคจิตไม่ มากลั้ว กับไก่น้อย
คนในโลก กินยา เป็นตันๆ
พวกไก่มัน ไม่ต้องกิน สักเท่าก้อย
หลับสนิท จิตสบาย ร้อยทั้งร้อย
รู้สึกน้อย แห่งน้ำใจ อายไก่เวย
ได้เป็นคน หรือจึงได้ นอนไม่หลับ
ควรจะนับ ว่าเป็นบาป หรือบุญเหวย
มีธรรมะ กันเสียนะ อย่าละเลย
อยู่เสบย ไม่ละอาย แก่ไก่มัน


ยิ่งตรงยิ่งคดลึก

ยิ่งจะให้ ตรงมาก ยิ่งคดลึก
เป็นข้าศึก เร้นลับ กลับร้ายใหญ่
อยากจะตรง เพราะอยากดี อยากมีชัย
มันตรงอยู่ เมื่อไร? ใครคิดดู
อวดว่าตรง ตามเขาว่า น่าสรรเสริญ
ยังตรงเกิน ต้องนอนจม พยศอยู่
ที่อยากตรง เพื่อให้ใคร เขาอุ้มชู
ไว้ให้หนู เด็กๆเขา เราโตครัน
จิตที่แจ่ม จนปล่อย เสียได้หมด
ทั้งตรง-คด ไม่เห็น เป็นแผกผัน
พ้นคด-ตรง จนไม่หลง ในเรามัน
จะสุทธิ์สันติ์ พ้นโลก หมดโยกเอย ฯ

สูบบุหรี่?

สูบบุหรี่ มีแต่ จะคอยบั่น-
ทอนอายุ ให้สั้น นั้นแน่ๆ
กำลังจิต ถูกตัดรอน ให้อ่อนแอ
เพราะต้องแพ้ แก่ความเงี่ยน ราบเตียนไป
ต้องเสียทรัพย์ บุหรี่ดี ยิ่งมีค่า
เดือนกว่าๆ เงินร้อยๆ พลอยกษัย
น้ำเสียงเครือ ครอแคร เหม็นแย่ไป
เอาควันไฟ รมปอด ยอดอันธพาล
เป็นผู้ใหญ่ นำเด็กให้ สูบบุหรี่
ให้พวกผี หัวเราะคน ควรสงสาร
แล้วเกิดมา ทำไมกัน มันป่วยการ
หลงล้างผลาญ ตัวเอง เก่งสุดใจฯ

ถ้าสตรีดื่มเหล้า

ถ้าสตรี กินเหล้า เข้าเรื่อง "บ้า"
ไม่รู้ว่า กินทำไม กินไปได้
หรืออยากเป็น กินนรี ที่ไวไฟ
ยิ้มละไม อยู่เพราะเหล้า: ผีเข้าทรง
ดัดจริต ตามใคร บอกไม่ถูก
เพราะปีศาจ จูงจมูก ให้ลุ่มหลง
เห็นผีเป็น เทวดา ดูน่างง
โลกก็ส่ง ตามแต่ แม่ผีตวง
ยิ่งลูกผี มีแต่ จะเมาใหญ่
มีอะไร ก็ต้องเหล้า เฝ้ายึดหน่วง
พอขาดเหล้า ร้อนเร่า เสียเต็มทรวง
โลกทั้งปวง เป็นโลกเหล้า น่าเศร้าจริง
ถ้า "สตรี" คำนี้มา จาก "สตี"
ก็แปลว่า "คนผู้มี สติยิ่ง"
ไม่ควรไป หลงเหล้า เข้าเรื่องลิง
ควรจะหยิ่ง ธรรมแท้ ของแม่เอย ฯ

นกไม่เห็นฟ้า ปลาไม่เห็นน้ำ

หมู่นกจ้อง มองเท่าไร ไม่เห็นฟ้า
ถึงฝูงปลา ก็ไม่เห็น น้ำเย็นใส
ไส้เดือนมอง ไม่เห็นดิน ที่กินไป
หนอนก็ไม่ มองเห็นคูต ที่ดูดกิน;
คนทั่วไป ก็ไม่ มองเห็นโลก
ต้องทุกข์โศก หงุดหงิด อยู่นิจสิน
ส่วนชาวพุทธ ประยุกต์ธรรม ตามระบิล
เห็นหมดสิ้น ทุกสิ่ง ตามจริงเอย ฯ

ยิ่งเจริญยิ่งบ้า?

ถ้าพูดว่า "ยิ่งเจริญ คือยิ่งบ้า"
ดูจะหา คนเชื่อ ได้ยากยิ่ง
เพราะต่างชอบ ความเจริญ ที่เกินจริง
เจริญอย่าง ผีสิง ยิ่งชอบกัน
โลกเจริญ เกินขนาด ธรรมชาติแหลก
เกิดของแปลก แปลงโลก ให้โศกศัลย์
ทำมนุษย์ ให้เป็นสัตว์ พิเศษพลัน
คือฆ่ากัน ทั้งบนดิน และใต้ดิน
ยิ่งเจริญ ยิ่งดุเดือด ด้วยเลือดอาบ
ยิ่งฉลาด ยิ่งมีบาป กว่ายุคหิน
สร้างปัญหา ยุ่งยาก มากระบิล
โลกทั้งสิ้น สุมความบ้า ว่าความเจริญ ฯ

ความสุข

ความเอ๋ย ความสุข
ใครๆทุก คนชอบเจ้า เฝ้าวิ่งหา
"แกก็สุข ฉันก็สุข ทุกเวลา"
แต่ดูหน้า ตาแห้ง ยังแคลงใจ
ถ้าเราเผา ตัวตัณหา ก็น่าจะสุข
ถ้ามันเผา เราก็ "สุก" หรือเกรียมได้
เขาว่าสุข สุขเน้อ! อย่าเห่อไป
มันสุขเย็น หรือสุกไหม้ ให้แน่เอย ฯ

ความอยาก

อันความอยาก จะระงับ ดับลงได้
นั้นมิใช่ เพราะเรา ตามสนอง
สิ่งที่อยาก ให้ทัน ดั่งมันปอง
แต่เพราะต้อง ฆ่ามัน ให้บรรลัย
ให้ปัญญา บงการ แทนร่านอยาก
ความร้อนไม่ มีมาก อย่าสงสัย
ทั้งอาจผลิต กิจการ งานใดๆ
ให้ล่วงไป ด้วยดี มีสุขเย็น ฯ


เผาตัวเอง

ร้ายอะไร ไม่ร้ายเท่า จะเอาดี
เป็นธุลี จับจิต เกิดริษยา
ชิงดีแล้ว อวดเด่น เห็นออกมา
ตัวกูจ้า บ้าคลั่ง สังเวชใจ
สร้างนรก เป็นที่อยู่ เพราะเหตุนี้
"ตัวกูดี, ตัวกูเด่น" เห็นหรือไม่?
กลัวหมดดี จุดจี้ ให้เกิดไฟ
"เผาตัวเอง" ต่อไป เศร้าใจเอย ฯ

อะไรที่ไหน

อันความงาม มีอยู่ตาม หมู่ซากผี
อันความดี อยู่ที่ละ สละยิ่ง
ความเป็นพระ อยู่ที่เพียร บวชเรียนจริง
นิพพานดิ่ง อยู่ที่ตาย ก่อนตายเอย ฯ

ให้เขาเถิด

เขาอยากดี เท่าไร ให้เขาเถิด
ไม่ต้องเกิด แข่งดี มีแต่เสีย
ริษยา คือทุรกรรม ทำให้เพลีย
ทั้งลูกเมีย พลอยลำบาก มันมากความ
เขาอยากเด่น เท่าไร ให้เขาเถิด
จะไม่เกิด กรรมกะลี ที่ซ่ำสาม
มุทิตา สาธุกรรม ทำให้งาม
สมานความ รักใคร่ เป็นไมตรี
เขาอยากดัง เท่าไร ให้เขาเถิด
ช่วยชูเชิด ให้ประจักษ์ ด้วยศักดิ์ศรี
ให้ดังก้อง ท้องฟ้า อย่างอสนี
ต่างฝ่ายมี ผลงาม ตามเรื่องตน ฯ

นั่งเหนือเมฆ

รู้สึกว่า น่าดู อยู่เหนือเมฆ
แสนวิเวก สุขใจ ดั่งในฝัน
เมื่อเมฆนอก เมฆใน ไม่พัวพัน
เป็นสุขครัน สิ่งใด ไม่มีปาน
นั่งเหนือเมฆ แล้วบางคน ยังก่นเศร้า
อะไรเล่า ติดมา ลองว่าขาน
หรือเงินทอง ติดตัง ทั้งการงาน
ก็ตามมา รังควาญ เป็นถ่านไฟ
เห็นไหมเล่า เมฆนอก ยังหลอกลวง
ดึงใครล่วง เลยได้ ก็ไม่ไหว
ยังไม่พ้น ทุกข์ทน หม่นหมองใจ
พ้นเมฆใน จึงจะเอก วิเวกจริง
ดูป่วยการ ที่จะผ่าน เพียงเมฆกาย
ไม่ทุกข์ทน มากมาย ดอกชายหญิง
ส่วนเมฆจิต ปิดบัง ควรชังชิง
ยิ่งกว่าลิง หลอกเจ้า ทำเราเพลีย
อันเมฆกาย ที่จะกลาย เป็นเมฆจิต
ก็เพราะความ ขุ่นคิด จนจิตเสีย
ถ้ารู้เท่า ทันทั่ว ไม่งัวเงีย
หยุดนัวเนีย ก็เย็นเหลือ เหนือเมฆเอย ฯ

 

10-12-2006, 11:36 PM   #2 (permalink)
ทีมงานกลองยาวบ้านมหา
Re: กลอนธรรมะ อ.พุทธทาส อินฺทปัญโญ ตามคำขอของลุงแด็กส์ 5

เฮ็ดให่คิดได้หลายเติบ
 
07-04-2008, 01:48 PM   #3 (permalink)
Super Moderator
ให้เขาเถิด

เขาอยากดี เท่าไร ให้เขาเถิด
ไม่ต้องเกิด แข่งดี มีแต่เสีย
ริษยา คือทุรกรรม ทำให้เพลีย
ทั้งลูกเมีย พลอยลำบาก มันมากความ
เขาอยากเด่น เท่าไร ให้เขาเถิด
จะไม่เกิด กรรมกะลี ที่ซ่ำสาม
มุทิตา สาธุกรรม ทำให้งาม
สมานความ รักใคร่ เป็นไมตรี
เขาอยากดัง เท่าไร ให้เขาเถิด
ช่วยชูเชิด ให้ประจักษ์ ด้วยศักดิ์ศรี
ให้ดังก้อง ท้องฟ้า อย่างอสนี
ต่างฝ่ายมี ผลงาม ตามเรื่องตน ฯ



 
ชุมชนบ้านมหา > ห้องสมุดบ้านมหา > ธรรมะ-รักษาจิต Religion

ตอบกลับ

ป้ายกำกับ
อพุทธทาส

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ
แบบตามยาว แบบตามยาว


Custom Search
วันไหลพัทยา 2558, ตั้งสายกีต้าร์ ผลสอบ มสธ, ซื้อโทรศัพท์รุ่นไหนดี, ฟังเพลงลูกทุ่งออนไลน์, การเพาะเห็ดฟาง, อาหารอีสาน, สงกรานต์เที่ยวไหนดี

เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 03:46 AM


Powered by vBulletin รุ่น 3.8.7 Copyright ©2000-2015, Jelsoft Enterprises Ltd.
Content Relevant URLs by vBSEO
© บ้านมหา.com เว็บไซต์ส่งเสริมการศึกษา ศิลปวัฒนธรรม