Way of life > ภาษาศิลปะวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น > ศิลปะวัฒนธรรมภาคอีสาน > นิทาน-พื้นบ้าน-อีสาน

 
คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
04-21-2009, 09:50 PM   #1 (permalink)
ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม
 
 
ผีก่องก่อย (ผีกองกอย)



ผีเอย.......ผีก่องก่อย.....มากินตับเด็กน้อยที่มันขี้ดื้อ

ผู้ใดฮ้องไห้ฮื่อๆ.......สิจกใส้กินตับกินไต

.

จำได้ว่าสมัยเป็นเด็กประถม แม่จะเล่านิทานให้ฟังก่อนนอนเสมอๆ

และหนึ่งในนิทานที่ฟังบ่อยๆก็คือเรื่อง ผีก่องก่อย ..

.

ผีก่องก่อยเป็นผีป่าชนิดหนึ่ง มักอาศัยอยู่ในป่าทึบรกชัด และออกหากินเวลาดึกดื่นเที่ยงคืน

เพราะเป็นช่วงเวลาที่เงียบสงบ และปราศจากผู้คน อีกทั้งอาหารก็หาง่าย

อาหารของมันก็คือ ปลา กบ เขียด กุ้ง หอย หากหาไม่ได้ ก็จะกิน หมา แมว และไปลักเป็ด ไก่

ของชาวบ้นมากิน หรือ กินแม้กระทั่งเด็ก

.

ลักษณะของผีก่องก่อยจะเหมือนกับคนทุกอย่าง จะต่างก็ตรงรูปร่างเล็กผอม ใบหน้าลีบแหลม

และส้นเท้าหันไปข้างหน้า ปลายเท้าจะหันไปข้างหลัง รอยเท้าจึงเหมือนกับคนเดินกลับหลัง

เวลาออกหากินดึกๆ มันจะส่งเสียงร้องว่า " ก่องก่อย ก่องก่อย"

เมื่อหิวมากๆ จะร้องว่า "ก่องก่อย ก่องก่อย ก๊อก"

เสียง"ก๊อก" ที่ลงท้ายเป็นสัญญาณบอกว่า มันหิวสุดขีด

.

เวลาพูด มันจะพูดตรงข้ามกับสิ่งที่มันต้องการสื่อความหมาย เช่น ขาว จะหมายถึง ดำ

จะไปแป๊ปเดียว ก็หมายถึงจะไปนานมาก

.

มันจะมีฤทธิ์เดชหลายอย่าง เช่น วิ่งได้เร็วดั่งสายลม มีพละกำลังแข็งแรงดั่งยักษ์โข

มันมีจุดอ่อนอย่างเดียว คือ กลัวเวียด (กลัวคนเวียดนาม)

ถ้าหากว่ามันได้ยินเสียงภาษาเวียด (นาม) มันก็จะ รีบวิ่งหนีสุดชีวิต

ดังนั้นเพื่อป้องกันการเผชิญหน้ากับผีก่องก่อย

ก่อนเข้าป่าเราต้องฝึกพูดภาษาเวียด อย่างน้อยก็ต้องให้ได้คำว่า

"ดี่เด่า ดี่เดือก"

ฉันเผลอนอนหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ .. มารู้สึกตัวอีกทีก็เห็นใบหน้าแหลมๆเล็กๆลอยอยู่ตรงหน้า

ขนหัวฉันลุกตั้งชัน...พลางรีบท่อง นะโม นะโม... ในใจ ..ไม่ใชสิ ผีก่องก่อยกลัวเวียดนี่...

"ดี่เด่า ดี่เดือก ๆ ๆ....." ฉันพยายามท่องออกไปสุดเสียง..

.

" ฉาย ..ฉาย ....เป็นหยัง ละเมอหยังประหลาดแท้..." เสียงอ้ายดังอยู่ข้างๆ


".....!! น้องคิดว่าผีก่องก่อย...."


ฉันไม่กล้าบอกว่า เห็นหน้าอ้ายนั่นแหละเป็นก่องก่อย ....


.

" เคยฟังบ่ล่ะ " อ้ายถามฉัน

"จำไม่ได้แล้วค่ะ พี่เล่าอีกทีได้ไหมอะ ... นะ ....นะ " ... นานๆมีคนมาให้อ้อน

" ใหญ่แล้วยังเฮ็ดโตปานเด็กน้อย " ....

สุดท้ายอ้ายก็ต้องยอมเล่าแต่โดยดี

.


กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีพี่น้องอยู่สองคน มีอาชีพทำนา

เมื่อหน้าแล้งมาเยื่อน ก็ทำนาไม่ได้ ผู้เป็นพี่ชายจึงได้ไปหาปลาในห้วย ซึ่งอยู่ไกลออกไป

ทุกๆเช้าเขาจะไปกู้ลอบ ที่ดักปลาไว้

วันหนึ่งเขาไปกู้ลอบตามปกติ แต่ปรากฏว่า ไม่มีปลาเลยสักตัว

ซึ่งปกติแล้ว จะต้องมีปลาติดอยู่ตัวหรือสองตัว เขาคิดว่าจะต้องมีคนมาขโมยปลาเขาแน่ๆ

คิดดังนั้นเขาจึงเดินสำรวจบริเวณรอบๆ แล้วเขาก็พบรอยคนเท้าเล็กๆ ซึ่งไม่น่าจะยาวเกิน 3 นิ้ว

"ในโลกนี้คือสิมีคนตีนน้อยแนว(แบบ)นี้" เขาคิดในใจ

"ถ้าเป็นตีนเด็กน้อย ขนาดนี้ก็ยังย่าง(เดิน)บ่ทันเป็น" คิดแล้วเขาก็เอาลอบลงน้ำตามเดิม

.

วันรุ่งขึ้น ก็เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก มันทำให้เขาโมโห และคิดว่าต้องจับให้ได้ว่าใครเป็นคนขโมย

คิดดังนั้น เขาจึงไปแอบคอยดักดูอยู่พุ่มไม้ใกล้ๆกับลอบดักปลาทั้งคืน เขาอดตาหลับขับตานอน

หลับๆตื่นๆ จนเวลาล่วงมาใกล้รุ่งสาง .. เขาก็ได้ยินเสียง คล้ายกับคนเดินมาเบาๆ

แล้วเขาก็ได้เห็น ผีก่องก่อยยืนอยู่ริมตลิ่ง มันเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆผมยาวเหมือนแม่มด

ไม่สวมเสื้อผ้า ยืนเปลือยกายอยู่ตรงหน้า และทำท่ากำลังจะขโมยปลาของเขา

.

ความโกธรทำให้เขาลืมตัว ระเบิดโทสะออกไป

" กูสิสับมึงให้แหลกปานลาบพู้นล่ะ อีขี่ลัก" เขาตะโกนออกไปพร้อมกับกระโจนออกจากที่ซ่อน

ถึงแม้ว่าเขาจะแข็งแรงมากแต่ก็ไม่สามารถจับตัวผีก่องก่อยได้

ในที่สุด เขาเองกลับเป็นฝ่ายที่ถูกผีก่องก่อยจับตัวไปขังไว้ที่ถ้ำของมัน

พร้อมกับบังคับให้เขาเป็นผัว

.

และทุกครั้งที่ผีก่องก่อยออกไปหากิน มันจะเอาหินก้อนใหญ่มาปิดปากถ้ำไว้

หนึ่งปีผ่านไป เขาก็มีลูกชายกับผีก่องก่อย 1 คน เขามีหน้าที่เลี้ยงลูกยามที่ผีก่องก่อยไม่อยู่

และเขาต้องอยู่แบบนี้นานถึง 3 ปี

.

อยู่มาวันหนึ่ง ลูกชายของเขาได้พยายามดันก้อนหินออกจากหน้าถ้ำ

ด้วยพละกำลังที่ได้มาจากแม่ผู้เป็นผีก่องก่อย ทำให้เด็กน้อยสามารถเปิดปากถ้ำให้ผู้เป็นพ่อ

หลบหนีออกไปได้

.

พอปากถ้ำเปิด เขาก็รีบวิ่งกลับบ้านอย่างสุดชีวิต ...ถึงเขาจะวิ่งได้เร็วแค่ไหน

แต่ก็ยังช้ากว่าผีก่องก่อย ทันทีที่ผีก่องก่อยรู้ว่าเขาหนีไป มันก็รีบวิ่งตามมาติดๆ

เขาวิ่งจะถึงหมู่บ้านอยู่แล้ว ...ช้าไปเสียแล้ว ผีก่องก่อยวิ่งตามเขาทัน..

เมื่อรู้ตัวว่าไม่พ้นเงื้อมือมัน เขาจึงรีบล้มตัวลงนอน แกล้งตายอยู่ตรงนั้น

เมื่อผีก่องก่อยมาถึงตัวเขา มันก็เดินวนรอบตัวเขา พร้อมกับเอามือจั๊กจี้เอวเขาดู

เขาเป็นคนที่มีความอดทน ไม่บ้าจี้ จึงนอนแน่นิ่งอยู่อย่างนั้น

พร้อมกันนั้นเขาก็ค่อยๆผายลมออกมาอย่างแผ่วเบา กลิ่นเหม็นจากตดของเขาตลบอบอวนไปทั่ว

ผีก่องก่อยเห็นดังนั้นก็ร้องไห้เศร้าโสกเสียใจด้วยความอาลัยรัก เมื่อมั่นใจแน่ว่าเขาตายแล้วจริงๆ

มันจึงเอาฆ้องวิเศษให้เขา 1 อัน พร้อมกับบอกว่า

"เมื่อเจ้าต้องการหยัง ก็ให้ตีฆ้องเทื่อหนึ่ง"

.

พอผีก่องก่อยลับตาไปแล้วชายหนุ่มก็รับเข้าบ้าน กลับมาแล้วความเป็นอยู่ของเขาก็ดีขึ้น

เพราะว่าอยากได้อะไรก็แค่ตีฆ้องวิเศษ เมื่อน้องชายเห็นดังนั้นก็อยากได้บ้าง

จึงได้ถามว่า เขาได้มันมายังไง และหายไปไหนมาตั้ง 3 ปี

เขาจึงเล่าให้น้องชายฟังอย่างละเอียด เมื่อน้องชายเขาฟังจบก็พูดว่า

"ข้อยก็อยากรวยคือกัน"

.

เมื่อน้องชายเขาคิดดังนี้แล้วจึงได้ออกไปหาผีก่องก่อยให้ผีก่องก่อยจับตัวไป

แล้วก็หนีกลับมา แต่เขาโชคไม่ดีเหมือนพี่ชายเขาเพราะ

เขาไม่สามารถอดกลั้นเสียงหัวเราะไว้ได้ ตอนที่เขาโดนผีก่องก่อยจั๊กจี้ที่เอวนั้น

เขาก็หัวเราะชักดิ้นชักงอ....ผีก่องก่อยจึงรู้ว่าเขาไม่ได้ตาย

มันจึงเอามือจก(ล้วง)กินตับไตใส้พุงของเขาจนหมดเกลี้ยง ...

.

.

อ้ายเล่านิทานจบ ก็หันมามองหน้าฉัน ... พร้อมกับทำหน้าตาหน้ากลัว


"นี่แหนะ.ๆๆ.."

ฉันรีบยื่นมือไปจั๊กจี้เอวอ้าย พร้อมกับวิ่งหนีรอบบ้าน ........

.

.

อ่านแล้วอย่าอิจฉาเด้...........

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย พล พระยาแล; 01-23-2011 เมื่อ 03:13 PM เหตุผล: แก้คำผิด
 
รายชื่อผู้ให้การขอบคุณในหัวข้อที่ อิ่มอัมพร ตั้งขึ้น:


04-21-2009, 10:41 PM   #2 (permalink)
ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม
Re: ผีก่องก่อย (ผีกองกอย)

ตอนผมยังน้อยได้มีโอกาสไปเฮ้ดบุญอยุวัดถ้ำผีกองกอยอยุ อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร มีรูปปั่นผีกองกอยผมไปจับเล่น คะเจ้าก่าเลยวา หำๆ......เพิ่นสิกินตับมึ่งเด้อ!!! ลูกผุได๋หลานผุได๋ฟ่าวมาเบิ่งเด้อ.....เกือบถึกเอาคืนแล้วผมก่าดาย.......ย้านๆ....กิกิ
 
04-21-2009, 11:21 PM   #3 (permalink)
ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมหา
Mr.Reception
Re: ผีก่องก่อย (ผีกองกอย)

แต่เป็นเด็กน้อยได้ยินแต่ผู้เฒ่าเพิ่นเว้าให้ฟัง จักแม่นเป็นโตจั่งได๋..สู่มื่อนี่มีแต่ผี จอบหลอย หลายคัก 555555
 
04-21-2009, 11:24 PM   #4 (permalink)
Maximum learning
ศิลปิน นักเขียน
Re: ผีก่องก่อย (ผีกองกอย)

เคยเบิ่งหนังผีปอบอยู่ค่ะ
 
04-21-2009, 11:51 PM   #5 (permalink)
เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์
Re: ผีก่องก่อย (ผีกองกอย)

ผีก่องก่อย มาจาก Laos folktale
Lao Folktale” Phi Kongkoi
Once there was a man named Thid Kaew who lived with his old mother. Thid Kaew was a grateful son who took very good care of his mother. He earned a living by fishing. At first he could get a lot of fish, but later there was no fish, not a single fish. So he went to tell his mother about this.
“There must be someone stealing our fish. Why don’t you go and watch the trap?” suggested his mother.

So Thid Kaew went to hide near his fish trap. Later that night he saw a dark shadow emerging from a bush, shrieking, “Kok kok kok Koi koi koi.” It was Phi Kongkoi, the female ghost named Kongkoi.

Thid Kaew jumped on the shadow, and it cried, “Kok kok kok Koi koi koi, (Hungry! Hungry!).” Thid Kaew wrestled the shadow down, and they struggled for a long time. Finally he subdued the hungry ghost. Now she looked beautiful to him. He became the husband of Phi Kongkoi. He was very happy.

As the golden rays of the sun appeared in the sky at dawn, the rooster crowed, “Egg-I-en-egg.” Thid Kaew woke up. He stretched, but…whoops! He almost fell off the high branch of a tree. “Oh, no. How did I get up here?” he asked himself. He called out:

“Help! Help! Thid Kaew can climb up the tree, but not down. Help! Help! Thid Kaew can climb up the tree, but not down.”

It was cool in the morning, but Thid Kaew was drenched with sweat. Nobody came to help. Thid Kaew tried to climb down, with difficulty, and finally he managed to get down from the tree. Once his feet touched the ground, he began running, running, running.

He was running around and around in the forest until dark. He came across a little hut in the field. There he saw Phi Kongkoi, crying, saying, “Oh, dear husband, we can’t live together. I have to go my way. But before I go away, I will give you some treasures that I have.” Then she handed the treasures to Thid Kaew, and Phi Kongkoi disappeared.

Thid Kaew grabbed the treasures and ran back home to his mother. It was real treasure. And the ghost lady was really gone forever. So they lived happily ever after.
(http://www.laohub.com/modules.php?na...ghlight=#98103)
 
04-22-2009, 12:34 AM   #6 (permalink)
ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม
Re: ผีก่องก่อย (ผีกองกอย)

มีเวอร์ชั่น ภาษาปะกิด ด้วยเหรอค่ะ :)
 
04-22-2009, 12:41 AM   #7 (permalink)
ดูแลตรวจสอบเนื้อหา
Re: ผีก่องก่อย (ผีกองกอย)

เบิ่งจั่งหนึ่งกะอยากเป็นทิดแก้ว เบิ่งจั่งหนึ่งกะเป็นตาย้านเนาะคับ ย้านหัวใจวายตายก่อนสิได้สมบัติผีก่อยก่อย อิอิ
 
04-22-2009, 12:49 AM   #8 (permalink)
มิสบ้านมหา 2010
ศิลปิน นักเขียน
Re: ผีก่องก่อย (ผีกองกอย)

บุ๋ยยย มีคนมาเว้านิทานก่อนนอนให้ฟังคือสิหลับดีเนาะ ::)
 
04-30-2009, 05:58 AM   #9 (permalink)
เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์
Re: ผีก่องก่อย (ผีกองกอย)

ว่าแม่นผีก่อง ก๋อย เป็นผู้ชาย อิแท้ แม่นผุ้หญิงตั่วนี้ เกือบบ่เข้ามาอ่านนิทานก้อม
 
07-31-2009, 06:32 PM   #10 (permalink)
ร่วมกิจกรรมนำความรู้

ผมกะอยากฮู้คือกัน ว่าผีก่องก่อยว่ามีผู้ชายนำบ่
 
01-23-2011, 02:43 PM   #11 (permalink)
แบ่งปันความรู้และประสบการณ์

ม่วนดี ครับเคยฟังคือกันแต่จำได้พอลางๆประมาณนี้หละครับ ขอบคุณที่นำมาเล่าอีก..
 
01-23-2011, 03:16 PM   #12 (permalink)
ฝ่ายบริหารระดับสูง

อีแม่เห็นไฟคนไต้เขียดอยู่โทงนา เลากะตั๊วะข่อยว่าพุ่นล่ะ ๆ แสงไฟผีกองก่อย นอนเด้อ ๆ พะนะ

ข่อยนอนคลุมโปงจนเหื่อแตกเหื่อแตนย่อนย่านหลาย จากนั้นมาข่อยนอนคนเดียวบ่ได้ ข่อยต้องมีหมู่นอนนำเสมอ ๆ บ่ว่าสิไปราชการต่างจังหวัดกะตาม นอนอยู่โรงแรมคนเดียวแล้วข่อยนอนบ่หลับ ต้องโทรมาให้มีคนมานอนเป็นหมู่

เพิ่นบอกว่าผีกองก่อยย่านผู้หญิงพะนะ ข่อยกะเลยซวนผู้หญิงมานอนเป็นหมู่ซั่นแหล่ว ฮ่า ๆ ๆ ๆ เอิ๊ก ๆ
 
09-16-2011, 08:35 AM   #13 (permalink)
ศึกษาหาความรู้

ขอบคุณหลายๆ ที่ให้ความกระจ่าง
 
09-16-2011, 08:59 AM   #14 (permalink)
ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม

ผีกองกอยสุมื่อนี่หากินแถวได่น้อ อยากพ้อเด้ถ่าสิรวย
 
06-22-2012, 02:03 PM   #15 (permalink)
ศึกษาหาความรู้

5555+ ข้อยอยากเป็นผีก่องก่อย สิได้กินตับ ตับ ตับ อิอิ
 
Way of life > ภาษาศิลปะวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น > ศิลปะวัฒนธรรมภาคอีสาน > นิทาน-พื้นบ้าน-อีสาน


ป้ายกำกับ
นิทานพื้นบ้าน, นิทานพื้นบ้านอิสาน, นิทานพื้นบ้านอีสาน, นิทานอีสาน, ผีก่องก๋อย

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ
แบบตามยาว แบบตามยาว






Custom Search


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 03:55 AM


Powered by vBulletin รุ่น 3.8.7 Copyright ©2000-2014, Jelsoft Enterprises Ltd.
Content Relevant URLs by vBSEO
© บ้านมหา.com เว็บไซต์ส่งเสริมการศึกษา ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่นฯลฯ (ไม่สนับสนุนการคัดลอกข้อมูลมาจากที่อื่น) การเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ใช่ต้นฉบับฯ ต้องอ้างอิงที่มาให้ชัดเจน